Group Blog
 
All blogs
 

Day 26,, โปรเจคใหม่

.. หลังจากอ่านหนังสือของ ดร.ปิแอร์ ดูกองจบแล้ว ..

ตอนนี้เราเริ่มสำนึกได้จริงๆแล้วว่า อย่าว่าแต่จะมาลดน้ำหนักด้วยโปรตีนบริสุทธิ์เลย แค่ไม่กิน fastfood กะน้ำอัดลมยังทำไม่ได้ แล้วจะให้มากินโปรตีนบริสุทธิ์เป็นเวลา 5 วัน 7 วัน คงทำไม่ได้แน่ๆ ตอนนี้ก็เลยคิดโปรเจคใหม่ขึ้นมาได้

โปรเจคเลิกกิน fastfood เป็นเวลา 1 เดือน :)
เริ่มวันที่ 6/7/09 สิ้นสุดวันที่ 6/8/09

ตั้งใจไว้แล้วว่า จะไม่กิน fastfood ให้ได้เป็นระยะเวลา 1 เดือน fastfood ที่ว่านี้หมายถึงพวก KFC,Mcdonalds,Pizza (ทั้งหลาย),Chester Grill,Burger King,DQ,Mos Burger (พวก junk food ทั้งหมด) เพราะอยากรู้ว่า ถ้าตัวเองไม่กิน fastfood เลย น้ำหนักตัวเรามันจะเปลี่ยนไปในทางไหน แล้วเราจะกินอะไรแทน fastfood เพราะการกิน fastfood เราว่ามันทำให้เราอดกินอะไรๆที่มีประโยชน์มากกว่านี้เยอะเลย

เออ .. fastfood ที่ว่านี้รวมน้ำอัดลมด้วยนะคะ

ทีนี้แหละจะได้รู้กันไปเลย ว่าถ้าไม่กินอะไรแบบนี้แล้ว เราจะรู้สึกดีมากขึ้นแค่ไหน ตอนนี้ตั้งเป้าไว้ก่อนที่ 1 เดือน ถ้าทำได้สำเร็จสวยงามแล้ว จะตั้งเป้าต่อเป็น 3 เดือน แล้วก็หนึ่งปี (ดูยาวนานมากเลย 55) หรือถ้ามันจะต้องกินจริงๆ ก็ขอให้มันไม่เกินสองเดือนครั้งอะไรแบบนี้ทีเถิด เป็นประมาณว่าเพื่อนชวนไปกินเอง ไม่ใช่เราเป็นตัวตั้งตัวตี อย่าเสียแผนหล่ะ และต่อไป ถ้าลด fastfood ได้ขาดจริงๆแล้ว (เราว่าน่าจะประมาณ 6 เดือนอ่ะ) ตอนนั้นคงกินอะไรที่มัน healthy ขึ้นแล้วแหละ ถ้าน้ำหนักมันไม่ลงอะไรยังไง เราค่อยเข้าโปรแกรม protal ของดร.ปิแอร์หล่ะ อยากให้มันเป็นทีละ step ดีกว่า บางอย่างไปฝืนมันมากๆ พอตบะแตกมาทีมันจะน่ากลัวทีเดียว

ขอเล่าเรื่อง protal หน่อย :)
ตอนนี้อ่านหนังสือได้จบเล่มแล้ว อ่านแล้วก็เกิดคำถามขึ้นมามากมาย แบบ.. เราจะกินแบบนี้ได้ตลอดจริงเหรอ? (คนอื่นน่าจะทำได้ แต่เราในสภาพนี้คงยังไม่ได้แน่ๆ) เลยทำให้เกิดโปรเจคของวันนี้ขึ้นมาก่อน แผนที่อยากกินแบบ protal เลยต้องเก็บเอาไว้ในซอกใจ (55) แต่ชอบตอนท้ายๆของหนังสือมาก ตอนที่เค้าเขียนเคล็ดลับเรื่องการเผาผลาญแคลอรี่ เช่น

1. การแนะนำให้ใช้ความเย็นในการลดน้ำหนัก เช่น การทานน้ำเย็น, การอาบน้ำเย็น, การอมน้ำแข็ง และที่ชอบมากคือ การลดแอร์ในห้องลงอีก 3 องศาเซลเซียส เรื่องนี้อธิบายได้ว่า เมื่อร่างกายของเราเจอกับความหนาวเย็น ร่างกายต้องใช้พลังงานในการเผาผลาญต่อสู้กับความหนาวเพื่อให้เกิดความอบอุ่น ทำให้เราได้เผาผลาญได้มากขึ้น

2. เรื่องนี้เบสิคหน่อย ก็คือเรื่องการเคี้ยวอาหารให้ช้าลง เพราะจากการวิจัยพบว่า คนที่ทานอาหารเร็วๆ จะทำให้ทานอาหารมากจนเกินไป เพราะร่างกายของเราต้องอาศัยเวลาประมาณครึ่งขั่วโมงในการรับรู้ว่า เราอิ่มแล้ว การทานอาหารเร็วๆก็เหมือนกับเรากิน กิน กิน โดยที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอิ่มรึยัง

3. เรื่องการใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์ อันนี้เห็นด้วยเหมือนกัน เพราะเดินขึ้นบันไดนี่มันเหนื่อยได้ใจจริงๆ 55 แต่อย่างไรก็ตาม เราแนะนำเองว่าอย่าเดินลงบันไดเป็นการออกกำลัง ให้เดินขึ้นดีกว่า เพราะการเดินลงจะทำให้น้ำหนักของตัวเราลงมากระแทกเข่า อาจทำให้เช่าเสื่อมได้นะจ๊ะ

ประมาณนี้แหละ เรื่องที่เราชอบๆ เพราะเราว่ามันเอามาใช้ได้จริง อย่างเรื่องเปิดแอร์ลบไป 3 องศานี่ทำแน่นอน เพราะชอบอากาศหนาวเย็นอยู่แล้ว (55) แต่เรื่องโลกร้อนนี่คงต้องไปช่วยประหยัดเอาทางเรื่องอื่นแทน

ทำไงได้ บ้านเรามันเมืองร้อนหนิ :)






รายการอาหารวันนี้
เช้า : กาแฟเย็นดังกิ้น
ครัวซองไข-ชีส
กลางวัน : Mc spicy mcwings 4 ชิ้น
Mc Double fillet-O-fish
โค้ก
เย็น : ข้าวสวย 2.5 ส่วน
แกงส้มผักรวม
ไข่เจียวหมูสับ


ช่วงนี้กินเหมือนยัดกระสอบเลยเรา .. เฮ้อ




 

Create Date : 05 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 6 กรกฎาคม 2552 10:31:32 น.
Counter : 159 Pageviews.  

Day 25,, เน่า..

ตอนนี้ทุกอย่างเน่ามาก สืบเนื่องมาจากความขี้เกียจของเราเอง ...

ไม่ได้ทากันแดดมาเกือบอาทิตย์แล้ว
กินขนมมากกว่าน้ำเปล่าอีกในแต่ละวัน
วิตามินก็ไม่ได้กิน
โดดสอนพิเศษบ้าง อะไรบ้าง
ร่มกันแดดก็ไม่พกเลย อย่าว่าแต่จะกาง
มีวันนึงไม่แต่งหน้า-ไม่ทากันแดดออกจากบ้านด้วย (ทำไปด๊ายย!?)
บางวันก็ไม่อาบน้ำก่อนนอน (แหวะ!)


..โคตรเน่าเลย..
ถ้ามีคนรู้จักเข้ามาอ่าน blog เราเค้าจะรู้สึกไงวะ 55


ตอนนี้สำนึกแล้ว :) เลยอยากเซตอะไรใหม่ พอมาใช้ชีวิตเน่าๆยังงี้รู้สึกเลยว่าตัวเองทำอะไรก็ไม่มั่นใจ คิดในด้านลบซะมาก ไม่เอาๆๆๆ ต้องเซตใหม่ เรื่องของเรื่องเริ่มมาจากความขี้เกียจ ขี้เกียจเขียน blog มันเลยไม่มีอะไรมาจูงใจตัวเอง ขาด self-motivation นะคะนิสิต (ทำเสียงเหมือนอ.ทิพย์ 55) ไหนๆก็ตั้งใจเขียน blog มาได้ตั้งหลายวัน จริงๆอีกจุดประสงค์นึงในการเขียน blog เนี่ย คือเราอยากจะหัดเขียนหนังสือด้วย อยากเขียนอะไรที่มันเป็นเรื่องเป็นราว หรืออยากจะเล่าอะไรให้คนอื่นเห็นภาพได้ด้วย เราว่าของยังงี้มันฝึกกันได้ เขียนทุกวันมันจะเป็นการจัดระเบียบและวิธีคิดในชีวิตตัวเองด้วย 55 พยายามจูงใจตัวเองให้เขียน blog สุดๆ :)

ต่อไปนี้จะตั้งใจเขียน blog แล้วจ้ะ ไม่ดองแล้ว




เออ กลับเข้าเรื่องลดน้ำหนักหน่อย

ตอนนี้ได้อ่านหนังสือเรื่อง "กินยังไงก็ไม่อ้วน" ของ ดร.ปิแอร์ ดูกอง ซึ่งเป็นแพทย์ด้าน nutrition ชาวฝรั่งเศส สืบเนื่องมากจากความดังใน bloggang ที่ตอนนี้มีคนเข้าโปรแกรมเยอะมากเลย เราเลยสนใจกะเค้าด้วย อิอิ :)

.. อันนี้ลองเขียนตามความเข้าใจของเรานะคะ .. ผิดถูกยังไงขออภัยด้วยค่ะ :)

ดร.ปิแอร์ เค้าได้ทดลองลดความอ้วนให้คนไข้โดยการใช้โปรตีนบริสุทธิ์ โดยให้กินโปรตีนบริสุทธิ์เนี่ยเป็นตัวหลักในการลดความอ้วน โดยใช้หลักการที่ว่า เมื่อร่างกายได้รับโปรตีนเป็นสารอาหารหลัก จะเกิดการสะสมได้น้อยกว่าสารอาหารที่ให้พลังงานประเภทคาร์โบไฮเดตรและไขมัน เนื่องจากโปรตีนนั้นประกอบด้วยหมู่ N ซึ่งสามารถขับออกจากร่างกายในรูป uric acid ได้ และโปรตีนยังมีค่า ADS (เป็นค่าพลังงานที่ร่างกายให้ในการเผาพลาญสารอาหารนั้นๆ) สูงด้วย (ประมาณว่ากินโปรตีนแล้วร่างกายใช้พลังงานในการเผาผลาญเยอะนั่นแหละ) ดังนั้น การกินโปรตีนจึงดีกว่ากินพวกแป้งหรือไขมัน

โดยขั้นตอนในการลดน้ำหนักแบ่งออกเป็น 4 ช่วงดังนี้

1. ช่วงแรก เป็นช่วงของการทานโปรตีนบริสุทธิ์ อันได้แก่เนื้อสัตว์ที่ไม่มีไขมันหรือไขมันต่ำมาก (ยกเว้นจำพวกปลา ไขมันเท่าไหร่ก็ทานได้) ช่วงนี้จะนานประมาณ 5 วัน (บวกลบตามนน.ตัวของแต่ละคน) ทำให้น้ำหนักลงเยอะหน่อย เกิดแรงบันดาลใจในการลดขั้นต่อไป

2. ช่วงที่สอง จะเป็นช่วงที่ทานผักเพิ่มขึ้นได้ โดยอาจทานโปรตีนบริสุทธิ์ 5 วัน สลับกับการทานผัก (ได้บางชนิด) อีก 5 วัน เรียกแบบ 5/5 (มันจะมีหลายแบบ เช่น แบบ 2/7, 2/0) สลับไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้น้ำหนักที่ต้องการ ช่วงนี้อาจกินเวลานานหน่อย ถ้าลดน้ำหนักมากๆ

3. ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราอ่านไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เหมือนเค้าจะบอกว่า น้ำหนักที่เราลดลงไปในช่วง 1-2 มันจะค่อยๆขึ้นมาในช่วงนี้ แต่เราต้องพยายามทำไม่ให้มันโยโย่ ด้วยการกินโปรตีนและผัก ร่วมกับการกินโปรตีนบริสุทธิ์อาทิตย์ละ 1 วัน แล้วน้ำหนักจะลดด้วยอัตรา 10 วัน : 1 kg ประมาณนั้น แล้วพยายามคุมให้ถึงน้ำหนักที่เราต้องการจริงๆ

4. ช่วงสุดท้าย ต้อง maintain น้ำหนักที่เราต้องการ ด้วยการทานอาหารปกติอาทิตย์ละ 6 วัน (ในขอบเขตที่ดี) และทานโปรตีนบริสุทธิ์ 1 วัน ทำแบบนี้ตลอดชีวิต แล้วเราจะได้น้ำหนักที่ต้องการตลอดไป (ชอบประโยคนี้จริงๆ 55)



อ่านแล้ววิธีนี้น่าสนใจมากๆ แต่มันก็คลับคล้ายคลับคลากับ Atkins มากๆ เพียงแต่ว่า Atkins เค้าจะจำกัดคาร์บกันมากๆเลย นับกันเป็นกรัมเป๊ะๆๆๆๆ ทดลองกับตัวเองจนรู้ว่าเรากินคาร์บได้วันละกี่กรัม แล้ว Atkins ก็ไม่ได้จำกัดไขมันด้วย ยังบอกให้กินไขมันเหมือนกับที่กินโปรตีน (ถ้าจำไม่ผิดนะ) แถมมี 4 ขั้นตอนเหมือนกันด้วยหล่ะ

ลองเอามาเทียบกันเลยดีกว่า

โปรแกรม Atkins (แบบจำได้ลางเลือนมากๆ)

1. ช่วงแรก กินคาร์บได้ไม่เกิน 20 g/day ซึ่งมากจากผักใบ นอกนั้นกินอาหารประเภทไขมันและโปรตีนได้

2. ค่อยๆเพิ่มคาร์บขึ้นทีละ 5 g แล้วคอยหมั่นชั่งน้ำหนักตัวเอง ดูว่าคาร์บแค่ไหนที่ทำให้น้ำหนักเราคงที่ ยึดเอาอันนั้นเป็นปริมาณคาร์บของเรา เริ่มกินถั่ว หรือผลไม้อะไรได้บ้าง โปรตีนและไขมันยังเป็นตัวหลัก ทำไปจนถึงน้ำหนักที่เราอยากได้

3. ก่อนการรักษาสภาพ เพิ่มคาร์บไปเรื่อยทีละน้อย ถ้าอะไรกินแล้วน้ำหนักเพิ่มขึ้น ให้เลิกกิน (พูดซะง่ายเชียวลุง!) กินอะไรได้มากขึ้น

4. เอาตัวเลขคาร์บของเรามาเป็นเกณฑ์ ทานคาร์บแบบไม่ปรุงแต่ง สารอาหารหลักยังเป็นโปรตีนและไขมัน พยายามอย่าให้น้ำหนักตัวเพิ่มเกิน 2 kg อะไรเทือกๆนี้


เออ เทียบแล้วมันไม่เห็นจะเหมือนกันเลยนี่หว่า กร๊ากกกก 555


แต่อย่างไรก็ตาม เราบอกไว้ก่อนเลยนะคะ ว่าถ้าอยากอ่านฉบับเต็มจริงๆ ไปซื้ออ่านดีกว่าค่ะ เดี๋ยวใครเอาที่เราเขียน blog ไปเป็น reference หล่ะจะยุ่งเชียว ผิดถูกทำแล้วไม่ลดยังไงตรงนี้ยังไม่ทราบนะคะ เพราะยังอ่านได้ไม่จบเล่มเลย :) ตัวเราเองอ่านแล้วก็สนใจมากๆ ติดที่ว่ายังลังเลใจอยู่นิดหน่อย ต้องขอศึกษาเพิ่มเติมก่อน เพราะอ่านเล่มนี้แล้วอยากกลับไปอ่านหนังสือเรียน nutrition biochem มากๆ (ทำไมตอนนั้นไม่ตั้งใจเรียนวะ!?) 55


เอาเป็นว่า ตอนนี้ไปอ่านให้จบเล่ม + ไปศึกษามาก่อน แล้วเดี๋ยวว่ากันใหม่นะคะ :)






รายการอาหารวันนี้
เช้า : กาแฟเย็นดังกิ้น
ครัวซองไข-ชีส
กลางวัน : Mc double cheese burger
เฟรนซ์ฟรายครึ่งกล่องเล็ก
โค้ก (ลืม zero 55)
เย็น : ข้าวสวย 1.5 ส่วน
แกงส้มผักรวม
ไก่ทอด 1/2 ชิ้น



กินอะไรไม่ค่อยดีเลยเรา แล้วก็เอาแต่บ่น ..











 

Create Date : 04 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 4 กรกฎาคม 2552 21:24:53 น.
Counter : 209 Pageviews.  

Day 24,, อีลุ่ยฉุยแฉะ!!

เอารูปวันถ่ายรูปรับปริญญามาให้ดูก่อนค่ะ
วันนี้ต้องไล่เขียน blog ย้อนหลัง :)







รายการอาหารวันนี้
เช้า : โอวัลตินเย็น 7-11
ข้าวสวย 2 ส่วน
เกาเหลาแม่มะลิ
กลางวัน : sandwich แฮมชีสไข่ดาว 7-11
sprite 1 กระป๋อง
Mc พาย chocolate 1 อัน
chocolate คิทแคท 1 อัน
เย็น :





 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2552 17:16:10 น.
Counter : 276 Pageviews.  

Day 23,, วันเที่ยว!

งานการไม่ทำ พี่รูทชวนไปสยามดีกว่า 555

เรื่องของเรื่องคือ พี่รูทอยากไปปิดบัญชีที่ธนาคารที่สยามหละ
ไอเราเองก็ดันอยากได้เสื้อผ้าเพิ่ม(อีกแล้ว!?) เลยอาสาไปด้วยทันที อิอิ

เที่ยงๆ คุณพี่อยากกินอาหารอีสาน
เราเลยบอกว่า มีให้เลือกสองร้าน คือ ตำนัว กะร้านที่เปิดใหม่ ตรงข้ามศูนย์หนังสือจุฬา พลอยบอกว่าอร่อยใช้ได้ทีเดียว

ใจจริงอยากกินร้านเปิดใหม่มากกว่า แต่พี่รูทถามว่าตำนัวนี่ดังมากเหรอ เราดันไปบอกว่า "ตำนัวนี่ร้านตัวแม่ของสยามเลยนะ โห ถ้ามากินเสาร์อาทิตย์นี่รอคิวกันยาวแน่ๆ บลา บลา บลา,,"
คุณพี่เลยอยากกินตำนัวขึ้นมาซะงั้น ^^"


กินข้าวเสร็จ ก็มาเดินสยามต่อ เดินไปเดินมามันไม่สะใจ เพราะเมื่อวันอังคารก็เพิ่งมาเดินกะมน ได้เสื้อไปแล้วด้วย วันนี้มาเดินมันเลยซ้ำเดิม ตกลงชวนพี่รูทไป union mall เลยดีกว่า 555 อันนี้แน่นอนจริงๆ

ก่อนไป union mall เฮียก็เกิดความคิดขึ้นมาได้ว่า ตอนเย็นไปดู transformers กันอีกรอบดีกว่า เพราะรอบที่แล้วได้นั่งหน้ามากกก ทำให้ดูไม่สะดวก แหงนซะคอตั้ง อ่านซับก็ลำบาก คราวนี้ไปดูโรงบิ๊กซีลาดพร้าวนี่แหละ เอาให้สะใจไปเลย

คิดได้ดังนั้นก็เลยเดิน union mall ด้วยความรีบเร่ง เลยไม่ได้อะไรกลับมาเลย T_T

ตกเย็น - ดู transformers กะแฟน ด้วยที่นั่ง opera chair ในราคา 280 บาท
กลับบ้านด้วยความสบายใจ :)



ปล. ไม่ได้มาเขียน blog หลายวัน เขียนไม่ถนัดเลยแฮะ!





รายการอาหารวันนี้
เช้า : ข้าวสวย 1.5 ส่วน
ต้มยำเห็ด
หมูกระเทียม 1 ส่วน
กลางวัน : "ส้มตำนัว"
ส้มตำไทยใส่ปู
น้ำตกคอหมูย่าง
ต้มแซ่บกระดูกหมูอ่อน
ไก่ทอด
ข้าวเหนียว 2 ส่วน
เย็น : มาม่าหมูสับใส่ไข่ 1 ฟอง


ทำไมมันกินแหลกยังงี้หล่ะ




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2552 17:39:07 น.
Counter : 179 Pageviews.  

Day 22,, เพื่อนนางเอก

ไปเป็นเพื่อนมนจัดการกับการสมัครกาต้าร์แอร์ เสาร์นี้
วันนี้ยกให้เพื่อนเป็นนางเอกซักวัน!!


ใจจริงเราก็อยากสมัครด้วย แต่ว่าอะไรๆมันก็ไม่พร้อมจริงๆ
ไอที่ไปลงเรียนไว้ก็ยังไม่ได้ไปเรียนเลย
toeic ก็ยังไม่ได้สอบ
รูปถ่ายไปสมัครก็ยังไม่มี
สูทจะใส่ไปก็ยังไม่ได้ซื้อด้วยซ้ำ
พาสสปอร์ตก็ยังหาไม่เจอ
น้ำหนักก็ยังไม่ลด

เลยโทรปรึกษาพี่รูท พี่รูทบอกว่าเอาไว้ปลายปีดีกว่า เพราะยังไงต้องเตรียมตัวมาดีกว่านี้แน่ๆ


แอบเสียดายโอกาสตรงนี้จัง





รายการอาหารวันนี้
เช้า : ก๋วยจั๊บญวนต้นตำหรับ
โค้ก
กลางวัน : สาหร่ายเถ้าแก่น้อย 1 ห่อ
peptine 1 ขวด
เครปครีมสด
เย็น : ข้าวสวย 2 ส่วน
ปลานิลทอด 1/4 ตัว
ต้มยำกุ้งน้ำใส






สัดส่วนวันนี้
น้ำหนัก : 57.4 kg (เพิ่มขึ้น 0.6 kg) --> ลดทั้งหมด 0.8 kg
ส่วนสูง : 156 cm

นอกนั้นไม่ได้วัดค่ะ :)




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2552 17:46:08 น.
Counter : 327 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  

Saruwatari Miwa~*
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ตอนนี้เพิ่งเรียนจบด้านโภชนาการและการกำหนดอาหารจากจุฬาค่ะ ปัจจุบันทำงานสอนพิเศษเป็นอาชีพหลัก :)
Friends' blogs
[Add Saruwatari Miwa~*'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.