Cape town สวรรค์บนดิน





Cape Town เมืองเนรมิตแห่งแอฟริกาใต้











Cape Town อยู่บนดินแดน Cape
Peninsula
ซึ่งอยู่ทางตอนใต้สุดของทวีปแอฟริกา






เป็นจุดที่มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแอตแลนติกมาบรรจบกัน แต่ความจริงแล้วบริเวณนี้


เคยเป็นเกาะเมื่อกว่า 60
ล้านปีก่อน ต่อมาเปลือกโลกค่อยๆ
เคลื่อนตัวจนมาต่อเข้ากับแผ่นดินใหญ่


ในสมัยก่อนเส้นทางเดินเรือจากยุโรปไปเอเซีย
นั้นต้องผ่าน Good Hope
ที่ที่ทั้งสวยงามและอันตราย


จากทั้งคลื่นลมและโจรสลัด


ปัจจุบัน  Cape of Good Hope ปรากฎในหนัง The Day After Tomorrow ตอนจบ





แต่ในบล๊อกนี้ปุ้มจะขอจะกล่าวถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นี่นะคะ ไว้จะมาเล่าเรื่องเที่ยวๆในคราวหน้าค่ะ


คนพื้นเมืองที่นี่เป็นฝรั่งผิวขาว 60-70%ค่ะ เพราะในอดีตเป็นเมืองขึ้นของฮอลแลนด์และอังกฤษในเวลาต่อมา


มีภาษาพูดทั้งหมด 40 ภาษาโดยมีภาษาราชการ 11 ภาษา ได้แก่
ภาษาอัฟริกัน,ภาษาอังกฤษ,ภาษาซูลู,


ภาษาโชซา,ภาษาสวาติ,ภาษาเอ็นเดเบลี,ภาษาโซโทใต้,ภาษาโซโทเหนือ,ภาษาซองกา,ภาษาสวันนา,ภาษาเวนดา


"Unity In Diversity" จริงๆ


และการดำรงชีวิตของคนที่นี่จะค่อยข้างชิวมาก เสมือนมาตากอากาศ มักจะเห็นคนแต่งตัวชิวๆเหมือนอยู่ชายทะเล


บางทีก็ไม่ใส่รองเท้ามาเดินห้าง คงเพราะว่าเมืองนี้ลมแรงมาก ถึงจะแต่งสวย ทำผม หน้าเด้งติดขนตาปลอม


ออกจากบ้านเจอลมพัดทีเดียวหายหมดเลยค่ะ (โดนมากับตัวแล้วค่า)



อาหารการกินค่อนข้างคล้ายกับคนอังกฤษค่ะ สเต๊ก มี 3 course ปุ้มไม่เคยกินหมดจานซะที


























แต่ที่เด่นเป็นเอกลักษณ์คือ Braai (บราย) หรือ BBQ ของเค้าล่ะค่ะ 


เคยไปกินที่บ้านเพื่อน ติดใจมากๆ อร่อยสุดๆ  แต่กว่าจะได้กิน รอตั้งแต่ หกถึงห้าทุ่มเลยค่ะ




























อีกอย่างคนที่นี่นิยมดื่มไวน์กันมาก เพราะที่นี่มีไร่ไวน์เยอะมากๆ ไวน์คุณภาพดีเยี่ยมแถมราคาถูกอีก


อันนี้คงได้รับค่านิยมไฮโซมากจากอังกฤษล่ะค่ะ


เวลาฟังเค้าเล่าเรื่องไวน์ มันฟังดูเป็นศาสตร์และศิลปะในการดื่มที่สืบทอดมายาวนานมาก


และยังอนุรักษ์ไว้อย่างดีตามแบบโบราณเลยทีเดียว อยากให้มาลองชิมเลย


คอไวน์ต้องบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า สุดยอด เป็นไวน์ที่สวยงามจริงๆ


ที่สำคัญราคาถูกมากๆ เทียบกับไวน์ชั้นดีที่ฝรั่งเศสถูกว่า สามเท่าเลยค่ะ












เอาไว้จะมาเล่าเรื่องไวน์ให้ฟังอีกทีนะคะ


คนที่นี่ให้ความสำคัญกับชีวิตครอบครัวมากๆ เลิกงาน 5 โมงปุ๊บกับบ้านปั๊บ


ห้างหรือร้านค้าวันธรรมดาปิด สองถึงสามทุ่ม (เหมือนอังกฤษเลย)


วันอาทิตย์เป็นวันสำหรับครอบครัวค่ะ คนที่นี่ยังมีลูกเยอะกันอยู่ค่ะ บ้านนึงมีลูกประมาณสามคนค่ะ



ส่วนค่าครองชีพที่นี่สูงกว่าบ้านเรา 40% ที่จริงเมื่อก่อน(ปีที่แล้วเอง)ค่าครองชีพที่นี่พอๆกับบ้านเรา


แต่รัฐประกาศปรับค่าเงินและภาษีค่ะ โชคร้ายของเรา เลยไม่ค่อยกล้าช๊อปปิ๊ง กลับไปใช้ของไทยดีกว่า


ไม่งั้นจะมีชีวิตที่นี่แบบหรูหร่ากว่านี้เยอะเลยค่ะ(ต้องเก็บเงินไว้เลี้ยงลูกด้วย)


จบด้วยรูป พันธบัตรต่างๆของที่นี่ค่ะ (เงิน Rand x 4.5 = Bath)
























Create Date : 06 เมษายน 2554
Last Update : 6 เมษายน 2554 21:59:58 น.
Counter : 500 Pageviews.

0 comment

poompooee
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



Carrot
.
. Gests
.
ขอบคุณนะคะ ที่เฝ้าติดตามพัฒนาการของหนู สามารถเข้ามาตามชมได้ที่ Yukime :FB Fanpage