What are you so curious about?
Group Blog
 
All blogs
 

ทำบัตรไกด์

เรียนจบตั้งแต่ปีที่แล้ว เห็นว่าวันนี้ฤกษ์งามยามดี ตรงกับวันเกิดพอดี ก็เลยไปทำใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ซะเลย

รายละเอียดเอกสารทั้งหมดตาม website นี้เลยจ้า
//www.tourismcentre.go.th

ยื่นหลักฐานทั้งหมดที่ สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สนามกีฬาแห่งชาติ

ปกติต้องทำแล้วได้บัตรในวันนั้นเลย แต่ตอนที่เราไปทำบัตรหมดพอดี เค้าเลยจะส่งเป็นจดหมายมาให้แทน เลยได้มาแต่ใบอนุญาตอย่างเดียวก่อน




 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2552 17:22:13 น.
Counter : 99 Pageviews.  

Present ภาษาอังกฤษ 5 นาที

อันนี้แหละยากสุด อาจารย์จะให้หัวข้อมา เราก็ไปเตรียม Present คนละ 5 นาที หัวข้อไม่ซ้ำกันนะ เราได้เรื่องอะไรบ้างเหรอ? ตามนี้เลยจ้า

1. Scenic Places: Surin Islands
2. Rituals/Ceremonies: Erecting a spirit house
3. Historical Sites: Victory Monument
4. Mythical/Historical Figures: Kinaree
5. Holidays and Festivals: The king's birthday
6. Temples: วัดใหญ่สุวรรณาราม(เพชรบุรี)
7. Buddha Images: พระสุโขทัยไตรมิตร
8. Culinary Delights: ลูกชุบ
9. Arts and Crafts: Mural Painting




 

Create Date : 03 ตุลาคม 2551    
Last Update : 3 ตุลาคม 2551 16:38:51 น.
Counter : 174 Pageviews.  

อยากรู้ไหม...มัคคุเทศก์เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

อบรมมัคคุเทศก์จะแบ่งการเรียนออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้
1. อบรมในห้องเรียน เรียนที่คณะอักษร จุฬา
2. Present ภาษาอังกฤษ
3. เรียนนอกสถานที่

เริ่มจากอบรมในห้องเรียนก่อนนะ มีวิชาที่เรียนดังนี้จ้า
อุตสาหกรรมและนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐ
พระประวัติ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ศิลปกรรมำทย
โบราณสถาน
พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
วัดและสถานที่สำคัญในกรุงเทพ
เทศกาลและงานประเพณีไทย
พุทธศาสนาในประเทศไทย
ประวัติศาสตร์ไทย
สถานที่สำคัญและกิจกรรมท้องถิ่น
ภูมิศาสตร์ไทย
หลักการและการจัดการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
อาหารและขนมไทย
มรดกทางภูมิปัญญาไทย
วรรณคดีไทย
การอนุรักษ์ทรัพยากรท่องเที่ยว
สังคมไทย
Public Speaking Skills
Dos and Don'ts
ผลไม้และน้ำผลไม้
หัตถกรรมไทย
วิธีปฏิบัติงานของมัคคุเทศก์
Thai Buddhism
Thai Art
กีฬาและการละเล่นของไทยนาฎศิลป์และดนตรีไทย
กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
มนุษยสัมพันธ์
พฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ
บทบาท หน้าที่ มารยาทและจรรยาบรรณของมัคคุเทศก์
การฝึกพูดในที่ชุมชน
พิธีการเข้าออกราชอาณาจักร
การให้ความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยว
The Art of Thai Cooking
The Rise and Demise of Ayudhaya
ความรู้เกี่ยวกับงานบริการของสายการบิน
สถานการณ์เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองปัจจุบัน
ปฐมพยาบาล
จิตวิทยาการให้บริการ
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรงแรม
แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไทย


เรียนเยอะเหมือนกันเนอะ




 

Create Date : 03 ตุลาคม 2551    
Last Update : 3 ตุลาคม 2551 16:30:43 น.
Counter : 71 Pageviews.  

ขั้นตอนการสมัครและสอบของหลักสูตรอบรมมัคคุเทศก์

ฉันไปสมัครเรียนที่จุฬาวันที่ 29 เมษายน 2551 ค่าใบสมัคร 100 บาท ค่าสมัคร 300 บาท จากนั้นก็รอวันสอบวันที่ 24 พฤษภาคม 2551 ฉันเริ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยมากขึ้น ทั้งภาษาไทยแลภาษาอังกฤษ เพราะเวลาสอบต้องสอบเป็นภาษาอังกฤษด้วย แต่พอใกล้ถึงวันสอบจริงๆ ทางจุฬาก็โทรมาขอเลื่อนวันสอบเป็นวันที่ 7 มิถุนายน 2551 แทน ทำให้ฉันมีเวลาที่จะเตรียมตัวมากขึ้น


ฉันมีจุดอ่อนเรื่องภาษาอังกฤษ จึงต้องเตรียมตัวมากหน่อย เมื่อเวลาน้อยอ่านไม่ทัน ฉันจึงเริ่มเก็งข้อสอบ ฉันตั้งใจจะท่องข้อมูลสถานที่เที่ยวสำคัญไว้สัก 1 ที่ เพราะว่าอาจจะเป็นคำถามตอนสัมภาษณ์ได้ ฉันเลือกท่องข้อมูลของ “เกาะเกร็ด” เพราะว่าอยู่ในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งอาจจะถูกถามเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดของฉัน ฉันไม่ลืมที่จะท่องข้อมูลบางส่วนของประเทศไทยและกรุงเทพมหานครเอาไว้ด้วย ฉันได้ข้อมูลเหล่านี้มาจากหนังสือ “สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทย : 50 Interesting places in Thailand (English-Thai)” และ “เที่ยวเมืองไทยกับไกด์บุก = Tourist Guide to Thailand”  และ Website ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


เมื่อถึงวันสอบ ฉันนั่งเรือด่วนเจ้าพระยา ธงเหลือง ไปลงสี่พระยาและต่อรถสาย 36 ไปจุฬา ช่วงเช้า สอบข้อเขียน พอแจกข้อสอบปุ๊บ ตกใจเลย ข้อสอบมีเพียง 3 ข้อ ให้เวลา 3 ชั่วโมง กับกระดาษ 9 แผ่น


ข้อสอบภาษาไทย


ข้อที่ 1 ถามประมาณว่า คุณคิดว่าการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เหมาะสมกับประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร อธิบายและยกตัวอย่างประกอบ


ข้อที่ 2 ถามประมาณว่า คุณคิดว่ามัคคุเทศก์ที่ดีต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง อธิบายและยกตัวอย่างประกอบ


ข้อสอบภาษาอังกฤษ


มีชาวต่างชาติเขียนจดหมายมาถึงเราเขียนประมาณว่าได้ชื่อเรามาจากเพื่อเขา และเขาสนใจที่จะมาเที่ยวเมืองไทย 1 สัปดาห์ มาพร้อมภรรยาและลูกอายุ 8 กับ 12 ขวบ ให้เราช่วยแนะนำเขาที และอธิบายสถานที่นั้นมาพอสังเขป


เจอคำถามง่ายแต่ตอบยากแบบนี้ ฉันเลยต้องนั่งตั้งสติอยู่แป๊บนึง ลองคิดกันเล่นๆ ดูนะคะ ว่าถ้าเป็นคุณจะตอบว่ายังไง สำหรับฉันเลือกทำภาษาอังกฤษก่อนเลย ไม่ได้เก่งหรอกนะ แต่มันน่าจะง่ายสุดแล้ว เพราะได้เตรียม ข้อมูลมาบ้าง


ฉันเขียนจดหมายตอบกลับไปเป็นภาษาอังกฤษประมาณว่า ฉันแนะนำให้เที่ยวกรุงเทพ (แล้วก็เขียนอธิบายเกี่ยวกับกรุงเทพไปสักหน่อย) และก็วางโปรแกรมให้เขาประมาณนี้


วันแรก มาถึงประเทศไทยก็ไปพักที่โรงแรมแถวสีลมหรือบางลำพูก็ได้ จากนั้นก็ให้เดินเล่นพักผ่อนแถวนั้น


วันที่สอง วันพระแก้ว วัดโพธิ วัดอรุณ


วันที่สาม ให้นั่งเรือไปเกาะเกร็ด (เพราะเตรียมข้อมูลมา ขอเขียนสักหน่อย)


วันที่สี่ ไปซาฟารีเวิร์ด อธิบายว่าเป็น open-zoo และมีการแสดงสัตว์ด้วย เด็กๆ น่าจะชอบ


วันที่ห้า ไปดรีมเวิร์ด อันนี้ยอมรับว่านึกคำว่าสวนสนุกเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ เลยเขียนไปว่า Fun park อธิบายว่ามีเครื่องเล่นอะไรบ้าง


วันที่หก Shopping อธิบายไปว่าอยากซื้อเสื้อผ้าให้ไป platinum หรือไม่ก็มาบุญครอง แล้วก็แนะนำว่าถ้าตรงกับ weekend ให้ไปตลาดนัดจตุจักร


วันที่เจ็ด ถ้ามีเวลา ช่วงเช้าให้ไปสนามมวยลุมพินี ไปดูศิลปะมวยไทย จากนั้นก็กลับ


ต้องยอมรับว่าตอบแบบพื้นๆ มาก ไม่น่าเชื่อว่า ฉันสามารถเขียนไปได้ 3 หน้า แล้วก็มาตอบเรื่องการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ไล่ตั้งแต่โลกร้อน สถานที่ท่องเที่ยวสกปรก นักท่องเที่ยวบุกรุกป่า เขียนไปได้ 2 หน้ากว่าๆ ก็สรุปจบได้ ส่วนข้อสองเรื่องมัคคุเทศก์ที่ดี ฉันก็ตอบแบบพื้นๆ ไปเหมือนกันว่า รักบริการ มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์ แล้วก็ยกตัวอย่างเล่าเรื่องประกอบ เขียนไปได้ 2 หน้ากว่าๆ เหมือนกัน ก็สรุปจบ


ช่วงบ่าย สอบสัมภาษณ์ค่ะ สอบเป็นภาษาอังกฤษ บอกแล้วว่าภาษาอ่อนแอ เลยลุ้นเป็นพิเศษ
ขอเล่าเป็นบทสนทนาคร่าวๆ นะคะ (แปลเป็นไทยแล้วกัน เพราะนึกภาษาอังกฤษไม่ออกแล้ว)

อาจารย์> เล่าให้ฟังคร่าวๆ สิ ว่าทำอะไรอยู่
เรา> เป็นวิศวกรค่ะ

อาจารย์> โอ้ ประหลาดใจมากเลยนะ ทำไมล่ะ ทำไมเป็นวิศวกรถึงอยากจะมาเรียนหลักสูตรนี้
เรา> หนูชอบท่องเที่ยวค่ะ แล้วก็เวลาไปเที่ยวก็มักจะจัดโปรแกรมเองด้วย
อาจารย์> ชอบเที่ยวก็ไปเที่ยวสิ มาเรียนทำไม
เรา> คือ อยากเรียนเอาความรู้ ไปเพื่อพาคนอื่นไปเที่ยวน่ะค่ะ อยากพาครอบครัว เพื่อนๆ ไปเที่ยวค่ะ
อาจารย์> แสดงว่าคุณไม่ได้อยากเป็นไกด์จริงๆ น่ะสิ ต้องการเรียนเอาความรู้เฉยๆ ใช่ไหม
เรา> ไม่เชิงนะคะ คือ ต้องการเป็นไกด์พาร์ททาร์มค่ะ ไม่ได้อยากเป็นไกด์เพื่อเงิน แต่อยากเป็นไกด์ให้กับครอบครัว เพื่อน (อ้าว พูด ซ้ำอีกแล้ว)  ต้องการได้ข้อมูลที่ถูกต้องไปถ่ายทอดต่อน่ะค่ะ

แล้วก็คุยกันอีกนิด ตอนนั้นเราเริ่มใจเสียแล้วค่ะ คิดว่าเค้าคิดว่าเราไม่จริงจัง มาเรียนเล่นๆ กลัวว่าเค้าจะไม่ให้ผ่านน่ะค่ะ แล้วอาจารย์เค้าก็บอกว่า เค้าไม่ได้บอกว่าใครจะผ่านไม่ผ่าน เค้ามีหน้าที่แค่คุยดูว่า สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ไหม แล้วเค้าก็เห็นว่าเราสามารถสื่อสารได้ ก็โอเค


พอสอบเสร็จก็รอ ประกาศผลอีก 4 วัน คนสมัคร 185 คน รับ 80 คน แล้วผลก็ออกมาว่าฉันสอบผ่าน ฮ่าๆ ดีใจมากเลยค่ะ แล้วก็มานั่งคิดอีกว่าจะเรียนดีไหม เพราะไม่รู้ว่าจะเรียนไหวหรือเปล่า เพราะดูท่าทางจะเนื้อหาแน่น แต่ก็ติดสินใจเรียนค่ะ โอนเงินค่าเรียนทั้งหมด 33000 บาท แล้วก็ไปเรียนวันแรก



ได้รับใบแจ้งตารางเวลาเรียนมาแบบนี้ เรียนทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 9:00-16:00 น. ตั้งแต่ 21 มิถุนายน ถึง 30 พฤศจิกายน ค่ะ วิชาเรียนคร่าวๆ จะแบ่งเป็น 3 ส่วน
1. เกี่ยวกับประเทศไทย เช่น ประวัติศาสตร์ สถานที่สำคัญ ประเพณี การละเล่น โบราณคดี อาหารไทย
2. เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น การจัดการการท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน กฎหมาย การปฐมพยาบาล
3. ภาษาอังกฤษ จะเน้นเรื่องที่เกี่ยวกับหลักสูตร

แล้วก็มีศึกษานอกสถานที่อีกประมาณ 7 ครั้ง เช่น กรุงเทพ อยุธยา ราชบุรี กาญจนบุรี นครปฐม ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ ลพบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุโขทัย พิษณุโลก


แล้วก็มีสอบด้วยนะ แค่เห็นหลักสูตรก็คิดว่าคุ้มแล้วค่ะ แล้วพอเริ่มเรียนจริงๆ ได้รับความรู้เกี่ยวกับประเทศไทยมากขึ้น ก็รู้สึกรักเมืองไทยมากขึ้นค่ะ นี่ขนาดเรียนแค่อาทิตย์เดียวนะ




Free TextEditor




 

Create Date : 23 มิถุนายน 2551    
Last Update : 23 มิถุนายน 2551 19:11:03 น.
Counter : 114 Pageviews.  

กว่าจะได้อบรมหลักสูตรมัคคุเทศก์

“I like to travel and manage it by myself.” นี่คือคำตอบของฉันเมื่อถูกถามว่า เป็นวิศวกรแล้วทำไมสนใจโปรแกรมฝึกอบรมมัคคุเทศก์ล่ะ แล้วอาจารย์ก็ถามต่อว่า ถ้าคุณชอบเที่ยว คุณก็ไปเที่ยวสิ ไม่เห็นจำเป็นต้องเรียนเลย ฉันจึงตอบกลับไปด้วยภาษาอังกฤษแบบกระท่อนกระแท่นว่า “Not actually, I want to be a part-time tourist guide not for money; it is for my family, friends and colleagues. I want to tell them the real information” นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสอบเข้าอบรมเท่านั้น แล้วเรื่องมันก็ไม่ได้เริ่มต้นจากตรงนี้หรอก จริงๆ แล้ว มันเริ่มมาตั้งแต่…


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ฉันชอบเดินทางท่องเที่ยวแล้วบ่อยครั้งที่ฉันจะกำหนดโปรแกรมการท่องเที่ยวของฉันเอง จากการค้นคว้าหาข้อมูลและเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ทำให้โปรแกรมที่ฉันจัดนั้นได้รับคำชมจากครอบครัวและเพื่อนๆ ของฉัน ไม่ว่าจะเป็นในประเทศและต่างประเทศ


จนเมื่อฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวกับทัวร์ ฉันได้พบกับรูปแบบการนำทัวร์ การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ การบริการลูกทัวร์ ซึ่งต่างกับฉัน ฉันมีข้อมูลแต่ทราบอยู่คนเดียวไม่ได้เล่าให้เพื่อนๆ ฟัง และข้อมูลที่ฉันมีอยู่มันก็ไม่ได้ละเอียดมากนักหรอก ฉันเริ่มรู้สึกประทับใจอาชีพนี้ แต่ก็ยังไม่ได้คิดที่จะเป็น


ฉันบังเอิญได้มีโอกาสคุยกับรุ่นพี่ที่ทำงาน เขาได้รับการอบรมเป็นมัคคุเทศก์ที่ ABAC ฉันจึงเริ่มสนใจและได้หารายละเอียดเกี่ยวกับการอบรมมากขึ้น จึงทำให้ทราบว่ามีหลายมหาวิทยาลัยที่เปิดอบรมหลักสูตรนี้ จนในที่สุดฉันก็สมัครเข้ารับการอบรมหลักสูตรมัคคุเทศก์ทั่วไป (ต่างประเทศ) รุ่นที่ 31/2551ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย






Free TextEditor




 

Create Date : 23 มิถุนายน 2551    
Last Update : 23 มิถุนายน 2551 19:04:43 น.
Counter : 155 Pageviews.  


Ryn
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำว่าครั้งนึงเคยก้าวไป
Friends' blogs
[Add Ryn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.