Group Blog
 
All blogs
 

Staatexamen of Vast contract

หลังจากทำเรื่องขอย้ายมาเรียนกลุ่ม Inberg อยู่เป็นเดือน วันนี้ได้นัดคุยกับทาง เคอเมนเตอร์ ซะที ขอไปตั้งนานไม่อัคอร์ดกันสักที วันนี้โชคดีที่เคอเมนเตอร์เปลี่ยนคนดูแลให้เราใหม่ คนเก่าไม่อยากให้เราย้ายเพราะอยากให้เราได้นีโวสูง แต่พอดีเขาออกไปแล้ว เราจึงได้คุยกับคนใหม่ พอดีโอ้แม่เจ้าโชคช่างเข้าข้างเราจริงๆ เพราะครูก็ไม่อยากให้เราย้ายกลุ่ม เขาอยากให้เราลองสอบสตาทดูก่อน แต่เราเองไม่อยากไปเสียเวลาตรงนั้น เอาที่มั่นใจว่าสอบได้เลยดีกว่า พอดีแฟนเราเข้าไปคุยด้วย เคอเมนเตอร์ก็ถามถึงความเป็นมาเป้นไปว่าทำไมเราถึงอยากย้ายกลุ่ม (จริงๆงงมากว่าทำไรเรื่องของเรามันถึงย้ายยากกว่าคนอื่นมาก เพราะมีพี่อีกคนขอย้ายก็ย้ายได้ง่ายภายในอาทิตย์เดียวเอง แถมไม่ต้องมานัดคุยกะเคอเมนเตอร์ด้วยซ้ำ) มา มาเข้าเรื่องต่อ แฟนเราก็เลยเล่าตั้งแต่เริ่มต้นเรามาอยู่แต่ดันได้งานทำพร้อมกับได้เรียน แล้วเราก้ไปขอกับเคอเมนเตอร์คนเก่าว่าขอเรียนแค่ตอนเช้าสองวันต่ออาทิตย์ แต่งานที่เราทำเป้นงานที่เราชอบ และสามรถใช้ในการฝึกงานได้ แล้วโค๊ชก็ช่วยเสริมด้วยว่าถ้าเราเรียนจบก็จะได้ vast contract จากที่ทำงานเพราะเราจะทำงานได้เต็มห้าวัน

และแล้วเคอเมนเตอร์ก็เห็นด้วย ตกลงให้ย้าายไม่มีปัญหา เพราะเขาก็คิดเหมือนเราว่างานสำคัญ เคอเมนเตอร์ บอกจริงๆที่อยากให้เรียนสตาทเพราะนีโวสูงกว่าและคิดว่าเราคงทำได้ และหากได้นีโวสูงก็สามารถหางานดีๆได้ แต่หลังจากฟังแฟนเราเล่าและโค๊ชบอกว่าทางบริษัทจะให้สัญญาว่าจ้างถาวรถ้าเราได้ทำเต็มเวลา เคอก็เลยเห็นด้วยว่าน่าจะโอเค เพราะส่วนใหญ่ที่มาจะยังไม่มีงานทำ หรือเป้นงานทั่วไปพวกพาร์ททามหรือทำร้านอาหาร หรือโรงงาน ทางเคอจะส่งเสริมให้เรียนก่อนแล้วจะได้หางานดีๆทำ บางทีก็ทางโรงเรียนช่วยหางานไปให้เลย แต่เราดันลัดขั้นตอนไปไกลเลย 555 ดันได้งานทำไปพร้อมกะเรียนโดยงานที่ทำก็ถือเป็นงานที่ตรงกับตัวเรา และเนื้องานก็ถือว่าเป็นงานดี มีอนาคตที่ยังไปได้ไกล บริษัทใหญ่เป็นที่รู้จัก นามสกุลเจ้าของบริษัทค่อนข้างใหญ่อะ คนเลยรู้จักกันเยอะ

เมื่อวันก่อนได้คุยกะเพื่อนและพี่ที่เค้าอยู่ที่เนเธอร์แลนด์นานพอสมควร เขาก็แนะนำเหมือนที่เราคิดคือ ถ้ามีโอกาสได้งานดีที่ตัวเองชอบ แล้วเขาหยิบยื่นมาให้แบบนี้ก็หาทางเอามาครอบครองให้ได้ ส่วนเรื่องนีโวถ้าทางที่ทำงานไม่ได้สนใจตรงนั้นมากนักก็ยังไม่ต้องกังวล เพราะถึงเราไม่ได้เรียนจบสตาท เราก็ไปต่อพวก เอ็มบีโอ ต่อได้หากเราอยากได้นีโวที่สูงขึ้น หรือเรามีเวลามากพอที่จะลงเรียน ดิโพลม่าของพวกเอ็มบีโอเนี่ยใช้งาน และสมัครงานได้ง่ายกว่าดิโพลม่าสตาทหลายเท่า บางคนจบสตาทมายังต้องมาเตะฝุ่นเตะหิมะอยู่ดี การจะได้ vast contract จากประเทศนี้นั้นได้ยากมาก ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีแบบนี้ บางคนทำมาสามสี่ปีเพิ่งจะได้ แต่นี่หัวหน้าเรายื่นโอกาสมาให้เต็มๆ เรามาอยู่เพิ่งจะปีกว่า(1 ปี 3 เดือน) ทำงานเพิ่งจะปีเต็ม แต่หัวหน้าก็หยิบยื่น โอกาสนี้ให้แล้วถ้าเราไม่รับไว้ก็กะไรอยู่ อิอิ สรุปเราคิดว่า สัญญางานถาวร มันได้มายากกว่า ดิโพลม่าสตาท แล้วสัญญางานถาวรก็คุ้มครองในเรื่องการเสียงาน ตกงาน โดนออก มันคุ้มครองเราได้หงะ แต่ดิโพลม่าสตาทมันไม่ได้ให้ไรเรานอกจากนีโวสูงกว่า อินเบอเคอริ่ง ซึ่งบางทีไปสมัครงานแม้แต่โชว์ก็ไม่จำเป็นด้วยซ้ำเพราะเขาไม่ถาม 555 ยอมย้ายไปเอานีโวต่าแต่โอกาสจบเร็วดีกว่า เสี่ยงเอานีโวสูง ที่ยังไม่รู้ตัวเองจะทำได้ไหม




 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2553 3:36:28 น.
Counter : 284 Pageviews.  

ย้ายจาก Staatexamen ไป Inberexamen

เรียนมาเต็มๆ 1 ปีแว้ว สตาท ไม่เคยคิดมั่นใจว่าจะสอบทีเดียวผ่าน แล้วเมื่อเดือนก่อนจึงได้เข้าไปคุยกะโค๊ชที่ดูแลว่าขอย้ายตัวเองไปเรียนอะไรที่มันง่ายๆและไม่ต้องเครียดได้ไหม เพราะลำพังแค่ฉันทำงานก็เหนื่อยอยู่แล้ว จึงได้เอ่ยปากบอกเขาไปว่าขอไปเรียนและสอบ อินเบอ แทนไม่เอาแล้วนีวงนีโวสูง เอาไว้ถ้าฉันมีเวลาและขยันกว่านี้เดียวฉันค่อยไปหาสอบเอง ก็เห็นคนอื่นเขาขอย้ายก็เปลี่ยนย้ายกันไปได้ง่ายน่ะ แค่อาทิตย์เดียวเต็มที่ แต่ตอนนี้เรื่องของเรายังไปไม่ถึงไหนเลย นัดคุยกันมาก็ 2 รอบแล้ว ตอนนี้มีนัดกับทางอำเภออีก เพราะทางอำเภอไม่อยากให้ย้าย อ้าว แล้วทำไมกะคนอื่นอำเภอไม่มีปัญญาให้ย้ายได้เลยละ งง กะชีวิตแล้วเนี่ย ทำไมคนอื่นง่าย มายากอยู่ตรงอิฉันเนี่ยนะ จริงๆเราก็อยากเรียนสตาทต่อแต่เพราะเราไม่มีเวลาบวกความไม่ขยัน(ขี้เกียจ)ทบทวน มันเลยทำให้เรารู้สึกว่ายังไงก็คงสอบไม่ผ่านหรือไม่ก็ต้องกินเวลานานแน่ๆ หากจะต้องสอบให้ผ่าน
เพราะจุดเริ่มต้นของเราไม่ค่อยเหมือนคนอื่นเขา คนอื่นเขามา เริ่มต้นด้วยการเรียนกะการหางานพาร์ทไทม์ทำคั่นเวลาเล็กๆน้อย อย่างทำความสะอาด ทำร้านอาหารหรือโรงแรม 2-3 ชั่วโมงต่อวัน อาทิตย์ไม่เกิน 20-25 ชั่วโมงงี้ หรือบางคนไม่ต้องทำไรเลยแฟนให้เรียนอย่างเดียว ตั้งใจเรียนและมีเวลาเต็มที่ให้โรงเรียน แต่เรามาถึงได้งานประจำและได้ไปเรียนพร้อมกัน จากที่โรงเรียนให้ไปสามวัน เราขอไปแค่สองวัน เพราะเราต้องทำ 32 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ พูดง่ายๆก็คือทำงานเต็มๆอาทิตย์แหละ ไปเรียนแค่ช่วงเช้า 3 ชั่วโมงสองวันแล้วก็กลับมาทำงานต่อ ไอ้ที่เรียนตอนเช้ามามาถึงที่ทำงานก็ลืมหมดพอดี 555 ตอนแรกกะว่าเรียนเองที่บ้านก็ได้ แต่งานเพิ่งจะได้ใหม่มันต้องมีผลงานเวลาทั้งหมดจึงทุ่มลงไปกับงาน การเรียนก็ค่อยๆเป็นค่อยๆไป จนมันค่อยๆหายไปกับสายลม 555 กลายเป็นเรียนไม่ทันเพื่อน เพราะวันที่เขาไปกันครูก็จะสอนไปเรื่อย การบ้านไม่เคยมีจนครูก็เริ่มไม่พอใจและไม่อยากสนใจแล้ว จนคนอื่นย้ายชั้นไปเรามานั่งกะคนใหม่ หนังสือเดิม เราเริ่มเซ็ง ตอนนี้เลยเลยกลายเป็นโรคเกลียดโรงเรียนเข้าไส้ ไม่อยากไปซะดื้อๆ วันจันทร์หน้ามีหวังอย่างหนึ่งคือขอให้เรื่องผ่านไปด้วยดีได้ย้ายไป อินเบอ เพื่อจะได้เรียนแล้วสอบให้มันจบๆจะได้เลิกเรียนซะที เรามีเวลาอีกครึ่งปีสำหรับ สอบอินเบอ คิดว่าไม่น่ามีปัญหา แต่ปัญหาตอนนี้คือเขาจะให้ย้ายไหม
สาเหตุที่อยากย้ายอีกอย่าง คือ ถ้าไม่ต้องไปโรงเรียน เราก็จะได้ ฟาสคอนแท็ค จากบริษัท อิอิ นั่นแหละคือสาเหตุสำคัญ เราไม่จำเป็นต้องใช้ นีโวสูง เพื่อไปหางานและเราก็ยังไม่อยากเรียนต่อ(ขนาดเวลาจะไปเรียนภาษายังไม่มี จะเอาเวลาไหนไปเรียนต่อ) ฉะนั้นตอนนี้เอาอะไรก็ได้ที่ง่ายและจบให้เร็วที่สุด งานที่เราทำอยู่ตอนนี้ เรารู้สึกดีและชอบที่สุด เพราะทั้งบรรยากาศ เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย และอนาคต ก็ยังไปได้ดีเรื่อยๆ การจะหางานนั่งในออฟฟิศที่นี่ มันไม่ได้ง่ายเหมือนเมืองไทย เราเลยค่อยข้างมั่นใจว่า ย้ายไปเรียน อินเบอ ดีที่สุด จบเสร็จ ไม่ต้องไปเรียน ต่อสัญญางานใหม่ได้ ฟาสคอนแท็ค อืมๆๆๆ ตอนนี้ฝันไปก่อนขอให้ทางอำเภอยอมให้ย้ายด้วยเทิด โอมเพี้ยง




 

Create Date : 29 มกราคม 2553    
Last Update : 30 มกราคม 2553 14:20:07 น.
Counter : 192 Pageviews.  

งอ งานนั้นหายาก

อิอิ เพิ่งได้บัตร ID Card มาค่ะมันก็เลยเหมือนลิงโลด ได้ความอิสระมาบ้างแล้วเพราะอย่างน้อยเราก็สามารถหางานทำได้ วันที่พุธที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จึงขน cv ที่ช่วยกันทำกะแฟน เพื่อไปยื่นสมัครไว้กับเอ้าเซ่นบือโร แต่ก็ไม่ได้เป็นดังใจเพราะยื่นไปแค่สองที่เองเนื่องจากนุ่นไม่รู้ว่าเลขโซฟีนัมเบอร์นั้นมันไม่ได้อยู่บนบัตร ไอดีหงะเวลาเอ้าเซ่นบือโรถามก็เลยไม่มีเลขโซฟีนัมเบอร์ให้เค้า ก็เลยตัดสินใจยื่นให้เขาไปแค่ cv ก่อนเดี๋ยวค่อยตามให้ต่อวันหลัง แล้วเราก็ไม่ได้สนใจแล้วตอนนั้นเพราะเครียดๆอะไรก็ไม่รู้อยู่ ภายในวันเดียวกันนั้นก็ไปเปิดบัญชีธนาคารค่ะ เปิดของ Rabobang เพราะแฟนใช้ของ Rabobang อยู่แต่เขาให้นัดเป็นอีกวันทร์หนึ่งเพราะไปเย็นมากแล้ว วันศุกร์ถ้าจำไม่ผิดคนที่อยู่เอ้าเซ่นบือโรโทรมาบอกว่ามีบริษัทต้องการนัดสัมภาษณ์ ตอนแรกแฟนบอกว่าจะไปด้วยเพราะเรายังพูดดัตช์ไม่ได้ แต่ทางเอ้าเซ่นบือโรบอกว่าไม่เป็นไรเพราะทางบริษัทจะจัดสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษให้ อือ เรานะเหรอตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยมั่นใจว่าจะได้งานแต่ได้สัมภาษณ์ก็โอเคละ พอถึงวันจันทร์วันที่นัดเราเตรียมตัวตื่นตั้งแต่แปดโมงเลยมีนัดตอนเก้าโมง กะว่าให้ดูสวยไว้ก่อนละ อิอิ ถึงจะไม่มีไรให้สวยแต่การสร้างบุคลิกภาพให้ดูดีไว้ก่อนก็ทำคะแนนไปได้บ้างละ แฟนลงทุนปั่นจักรยานไปส่งเพราะอยากให้กำลังใจ ซึ้งใจกะเคร้าจริงๆทั้งที่มีวันหยุดแค่วันเดียวแต่ก็ไม่มีโอกาสได้นอนตื่นสายกะเค้าต้องตื่นเช้าเพื่อไปกับเราซะนี่ พอไปถึงบริษัทเราก็บอกกับคนที่อยู่นั่นไปว่ามีนัดสัมภาษณ์กับใคร แต่ตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่านั่นคือเจ้าของบริษัทคนหนึ่งทีเดียว บอกได้คำเดียวว่าตื่นเต้นมาก สัมภาษณทีเดียวสามคน ถามมา ก็ไม่รู้จะตอบใครดี การสัมภาษณ์นั้นผ่านไปด้วยดี ก่อนกลับเราก็เลยพูดไปคำหนึ่งเพื่อสร้างความรู้สึกดีกับเค้าและให้เค้ารู้ว่าเราอยากทำงานจริงๆ ด้วยคำว่า I hope that I can see you again...soon ให้รู้สะว่าถึงจะไม่เก่งทั้งดัตช์ทั้งอังกฤษแต่ก็กล้าหน้าด้านนะเพ้ย เฮ้อๆๆ แต่เราก็ไม่รู้ว่าผลจะเป็นยังไง ก็เลยคุยกับแฟนว่าไม่มั่นใจ เพราะเค้าบอกว่าต้องการคนพูดเยอรมันได้ด้วย แต่เราพูดไม่ได้ แฟนเลยบอกว่าไม่เป็นไร แต่งงว่าใน CV ก็บอกหมดแล้วว่าพุดไม่ได้ ขนาดดัชต์ยังไม่ค่อยได้เลยเพิ่งมาได้สองเดือนกว่าๆอย่าไปเสียใจมาก ก็เลยทำ CV ใหม่อีกทีใส่ทั้งโซฟีนัมเบอร์และแบ้งค์นัมเบอร์ไปด้วยเลย ไปแต่ละที่มีแต่คนบอกว่ายากนะเพราะเรายังไม่เป็นดัตช์ บางที่ก็ไม่รับประวัติ CV เราเลยด้วยซ้ำ เมื่อยื่นไปไม่มีใครรับก็เลยคุยกะปฟนว่า ไปเดินเล่นดีกว่านะเพราะไม่อยากเครียดแล้ว มันเสียความรู้สึก เดินซื้อของสำหรับใช้ที่ร้านอยู่พอดีก็มีคนโทรมา แฟนก็ยิ้มๆแล้วบอกว่าเอ้าเซ่นบือโรโทรมาบอกว่าทางบริษัทอยากได้เราไปร่วมงานถึงเราจะยังไม่ได้ภาษาดัตช์ เขาจะลองเสี่ยงรับเราดู เรานี่ยิ้มจนแก้มบานเลย เอ้าเซ่นบือโรบอกมาว่าเดียวเขาจะนัดไปคุยอีกทีเรื่องเงินเดือนกับวันเริ่มงาน โอ้ พระเจ้าเราแทบจะกระโดดกริ๊ดๆกลางร้านค้า อิอิ ก็ดีใจหงะ เพราะเราเพิ่งมายังไม่ถึงสามเดือนเลยภาษาก็ยังไม่ได้ แล้วงานออฟฟิศที่นี่ก็หายากเหลือเกินสำหรับเราที่ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้แข็งแรงมาก ภาษาดัตช์ก็เพิ่งเริ่มต้น ตอนแรกก็กะว่าจะหาทำงานโรงงานหรือทำความสะอาดก่อนเพราะรู้สถานะภาพตัวเองดี แค่ก็ดันหายากเหมือนกันอีกอยู่ดี แล้วก็ถึงวันนัดคุยอีกที แต่ไม่เห็นเค้าจะคุยเรื่องวันเริ่มงานเลย เราก็งงอยู่แต่เค้าก็พาไปชมสโตร์ ออฟฟิศพาไปดูผ่านต่างๆว่าเค้าทำงานยังไงแล้วเราต้องติดต่อใคร ต้องรู้จักใครบ้าง เราก็คิดอือเขาอาจจะโทรมาบอกอีกทีละว่าเริ่มงานวันไหน เพราะนี่ก็พาเราชมและรู้จักคนทั่วออฟฟิศแล้ว แล้วก็ผ่านไปอีกสามวันสี่วันจำไม่ได้เค้าก็โทรมาจริงๆแต่บอกว่ายังไม่รับเราทำงานเดียวรอให้เราได้ภาษาดัตช์ก่อน อ้าวอึ้งเลย แล้วมาให้ความหวังอะไรกันมากมายขนาดนั้นหว่า ตอนแรกทำไมไม่บอกเลยว่าไม่เอาภาษาไม่ได้แบบนี้มันทำร้ายกันเห็นๆนี่นา เสียหน้าเสียเวลา จนเรารู้สึกแย่มากกับที่นี่แต่ก็ไม่ได้โทษเค้าก็เรามันยังไม่ได้ภาษาจริงๆนะแหละก็เลยปล่อยไปเหอะแฟนก็งงว่าทำไมทำแบบนี้ เราถามว่าเป็นแบบนี้ทุกที่เหรอเพราะถ้าเป็นประเทศไทยถ้าเขาไม่รับเข้าทำงานเขาก็จะบอกหรือไม่ก็โทรไปบอกไม่มีการพาไปรู้จักหรือชมสถานที่หรือทำแบบนี้ ถ้าเขาแบบนี้ก็คือเขารับทำงานแล้ว แฟนก็บอกว่าไม่เป็นแบบนี้ทุกที่หรอกเค้าเองก็เพิ่งเคยเจอ ผ่านไปอีกประมาณอาทิตย์มั้งทางเอ้าเซ่นบือโรก็โทรมาบอกว่า ทางบริษัทเขาโทรมาขอเบอร์โทรเรากับของแฟน แฟนก็บอกเราว่าบางทีเค้าอาจจะโทรมาติดต่อเราโดนตรงอีกทีเพราะแฟนเคยคุยกับเค้าว่า ถ้ายังไงให้เราลองฝึกงานก่อนสักสองเดือนก็ได้เงินเดือนก็ยังไม่ต้องให้เท่ากับมาตราฐานเค้าเพราะแฟนอยากให้เราได้ประสบการณ์การทำงานไว้ก่อนและมันจะทำให้ภาษาเราเป็นเร็วมากขึ้น เราก็เห็นด้วย แล้วทางบริษัทก็โทรมาอีกครั้งเพื่อนัดให้เราเข้าไปคุยด้วย คราวนี้เราไม่หวังอะไรแล้วละเพราะเบื่อกลัวต้องมาผิดหวังอีกที วันที่นัดเราเข้าไปคุยก็ตกลงว่าเค้าให้เราฝึกงานก่อนสองเดือนโดยจ่ายค่าตอบแทนนิดหน่อยเป็นค่าขนม อิอิ แต่เราไม่คิดไรเพราะเขาให้โอกาสก็ดีแล้ว หากผ่านสองเดือนเค้าจะดูอีกทีว่าภาษาไปได้ไหมการทำงานไปได้ไหม ถ้าทุกอย่างโอเคก็จะให้คอนแท็ค เริ่มงาน อาทิตย์หน้านี้แล้วค่ะดีใจที่สุด แต่ก็เริ่มเรียนอาทิตย์หนเาเหมือนกัน เริมงาน 05-01-2009 เริ่มเรียน 06-01-2009 เวลาจะมาก็มาพร้อมกันสะนี่ อิอิ โชคดีที่ทางบริษัทไม่มีปัญหาเรื่องโรงเรียนเพราะเค้าให้เราได้เรียนเต็มที่ และหากเราได้คอนแท็คทางบริษัทบอกจะช่วยค่าใช้จ่ายเรื่องเรียนด้วย




 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 3 มกราคม 2552 17:25:51 น.
Counter : 201 Pageviews.  

ได้แว้วววว....dutch residence permit

อิอิอิได้แล้ว หลังจากรอมาเป็นเวลาเดือนครึ่งกว่าๆ เมื่อวันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมาได้รับจดหมายหนึ่งฉบับจาก IND ว่าเอกสารเรียบร้อยแล้วและบัตรก็เรียบร้อยแล้วแต่ให้รอจดหมายอีกฉบับหนึ่งจะส่งมาบอกว่าไปรับที่ไหนเมื่อไร แต่ติดเสาร์-อาทิตย์ อีกแล้วทำให้รอนานกว่าปกติอีกแล้ว เราก็รอต่อรอ รอ รอ ทุกวันเลยเพราะเซ็งไปทำงานก็ไม่ได้ เวลาไปรษณีย์มาหน้าบ้านก็จะแอบฟังว่ามีเสียงจดหมายหล่นหน้าบ้านเราไหม อิอิ เมื่อวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมาก็มีจดหมายส่งมาบอกว่าให้ติดต่อรับได้ตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป เพราะเสาร์-อาทิตย์ ไม่ทำการติดเสาร์-อาทิตย์อีกแล้วเฮ้อ แต่ก็ไม่ต้องรอนานแล้วเพราะเราสามารถไปเอาได้แล้ว วันไหนก็ได้ต่อจากนี้ไป อิอิวันนี้ไปเอามาไว้ในครอบครองเรียบร้อยแล้ว จะได้ไปช่วยงานทิมและหางานทำได้สะที ต่อไปก็เป็นการหาสมะครงานต่อละค๊าบ แล้วภาษาก็ยังไม่กระดิกจะทำไรได้วะนี่แต่เอาเหอะเริ่มแรกก็ต้องลำบากก่อนเพื่อต่อไปภายหน้าจะได้สบายหรือป่าว...ไม่รู้ เอาน่าคงหางานแบบไทยไม่ได้แต่ก็จะพยายามให้ดีที่สุด




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2551    
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 0:45:41 น.
Counter : 155 Pageviews.  

วันแรกของการเรียนรู้

วันนี้ไปเรียนวันแรก อะค่ะ ปั่นจักรยานมือหนึ่งก็กัดแอ๊ปเปิ้ลกินไปด้วยพอปายถึงโรงเรียน ก็โผล่เข้าไปแบบงงๆอะ ไม่กล้าเปิดประตูห้องเลยถามผู้หญิงสองคนที่ยืนอยู่ บาบาบา ภาษาดัตช์มาเลย อะจึ๋ย นู๋เพิ่งมาเรียนวันแรกนะไม่เข้าใจอะ เลยบอกเค้าว่ายังพูดดัตช์ไม่ได้ห้องเรียนแกรมม่าอยู่ข้างบนแม่นบ่อ ประตูเปิดได้ไหมเพราะกลัวมันล็อก เขาก็เลยบอกจ้าได้ๆข้างบนเลยว่าแต่เธอว่าเรียนวันแรกเหรอ วันนี้เรียนเกี่ยวกับแกรมม่านะฉันว่ามันอาจจะยากไปสำหรับคนเพิ่งเริ่มใหม่หรือป่าว แต่ไม่เป็นไรลองเรียนดูก่อนละกัน พอขึ้นไปนั่งที่ห้องเสร็จ แบบว่าชอบเสนอหน้า เลยเดินไปหวัดดีทุกคนในห้องเลย ใช่จะเยอะนะประมาณ 8-9 คนนี่แหละไม่มีคนไทยหรอก มีแต่เกาหลี,ญี่ปุ่น,จีน,ตุรกี กะคนดำไม่รู้ประเทศไร แถมมีกระเตงลูกมาเรียนด้วยอีกสองคนร้องงอแงในห้องด้วยนะ ต้องคอยจุๆกันเพื่อให้เค้านอนหลับ ก็เด็กอะเนาะ คุณครูขึ้นมาแล้ว แป๋ว ผู้หญิงคนที่เราถามข้างล่างนี่หว่านึกว่าใครถึงว่าทำไมเขาบอกว่ามันจะยากไปสำหรับเธอ พอถึงตอนแนะนำตัวแบบว่าทุกคนต้องแนะนำตัวอะค่ะ เพื่อนเค้าก็เรียนกันมาหมดแล้วหงะแล้วตูจะทำไงวะเนี่ย ตอนแรกคุณครูบอกว่าไม่ต้องแนะนำก็ได้เพราะเรายังไม่ได้เรียนแต่พอเขาเรียงเป็นแถวมาอะดิเดวมันก็มาสะดุดตรงเราคนก็มองมาที่เรา(มีการทำกระดาษสามเหลี่ยมเขียนชื่อวางไว้หน้าโต๊ะด้วย) เอาวะตามน้ำละ Ik ben Ik heet อะไรไม่รู้ละตามๆเค้าไป ก็บอกเค้าว่ามาอยู่นี่ได้ 1 เดือนละบ้านอยู่ใกล้ๆนี่แหละอยู่ในตัวเมือง ทุกคนตกใจว่าเพิ่งมาได้เดือนเดียวเองเหรอ เพราะทุกคนที่เรียนอยู่ไม่ต่ำกว่า 2 ปี มีอยู่คนหนึ่งมั้งที่เพิ่งมาอยู่ได้ 6จะ7เดือนละ มาถึงเริ่มเรียนละคุณครูก็ให้เปิดหนังสือ ฮือ เค้าเรียนกันจนมาถึงบทที่ 13 แล้วหงะแล้วไงวะเนี่ยตูจะตามทานไหมไม่ใช่แค่บทสองบทนะนี่เจียกเลยมาตั้งโหลหนึ่งละ ปวดหัวตึ๊บเลยแต่เอาวะดีกว่านั่งเซ็งเป็ดเซ็งไก่อยู่ที่บ้าน เรียนเกี่ยวกับพวก de,het en een เรียนไปกับเค้างั้นๆละเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างแต่ก็โอเคค่ะ คุณครูเค้าสอนเข้าใจง่ายดีอยู่แล้วก็เพื่อนๆในห้องก็ถามกันเก่งโดยเฉพาะตุรกีสองคนนั่นหงะvอิอิ เราก็เลยเข้าใจไปด้วย ก่อนกลับครูก็เลยเข้ามาถามว่าพอได้ไหม เราก็บอกค่ะก็เข้าใจอยู่บ้างแต่ก็ไม่ทั้งหมด เพราะถ้าเทียบกับไวยากรณ์ไทยและอังกฤษมันก็คล้ายๆกันใช่ปะ ครูก็เลยบอกงั้นอาทิตย์หน้าเจอกันนะ เพราะบางคนมาอาทิตย์เดียวแล้วหายเลย ตอนนี้รู้แล้วว่าต้องทำไงต้องรีบอ่านรีบทำแบบฝึกหัด รีบทำความเข้าใจเพื่อให้ทันเค้าไม่งั้นไม่ทันแน่ๆอะค่ะ อิอิLuna สู้ๆ




 

Create Date : 07 ตุลาคม 2551    
Last Update : 7 ตุลาคม 2551 18:50:16 น.
Counter : 165 Pageviews.  

1  2  3  4  

lovely_sweet girl
Location :
เชียงราย Netherlands

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นตัวของตัวเองในบางครั้ง กล้าบ้างกลัวบ้างในบางที ไม่ได้ต้องการเป็นคนที่ดีที่สุด และก็ไม่อยากเป็นคนเลวที่สุด อยู่แบบกลางๆ เป็นคนแบบนี้ดีละ (- -)"
So lonely,Wish you were here near me and tell me love me.
New Comments
Friends' blogs
[Add lovely_sweet girl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.