Group Blog
 
All blogs
 

Rijbewijs gehaald...wat fijn!!!

ไม่ได้มาอัพบล็อกเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ในเมืองกังหันนานแว้ว วันนี้ถือโอกาสนำประสบการณ์มาแชร์ให้กับเพื่อนๆในการสอบใบขับขี่ของฮอลแลนด์กันหน่อยละกันเนอะ นานๆจะทำตัวมีประโยชน์สักที
เมื่อสิ้นปีที่แล้วเดือนธันวา เราได้ขอสอบข้อเขียนใบขับขี่และก็ผ่านมาด้วยดี อิอิ ครั้งเดียวผ่านด้วยนะ แต่แบบเฉียดฉิว เขาให้ผิด 5 เราก็ผิดเป๊ะห้าข้อพอดี ไอ้ส่วนที่สองนะที่ 40 ข้อ ได้ 35 ถึงจะผ่าน
จากนั้นก็ดองมาจนปลายเดือนมกราถึงมาหาโรงเรียนสอนขับรถ ตอนก่อนสอบข้อเขียนมันเป็นช่วงที่เราคิดว่าเราบ้ามากเพราะ เราเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นานยังไม่ได้ภาษากับเขาเลยแต่เราก็จะสอบข้อเขียนเป็นภาษาดัตช์ ตอนนั้นงานก็ยุ่ง แล้วเริ่มไปโรงเรียน แล้วเราก็จับๆจ้องๆเอาหนังสือสอบข้อเขียนขับรถมาอ่าน สมองเป็นเหมือนเครื่องยนต์ ร้อนไปหมดทำไรไม่ค่อยได้ดังใจเลย ปรากฏว่าเราหยุดการอ่านเตรียบสอบข้อเขียนของใบขับขี่ก่อน แล้วมาฮึตใหม่อีกทีตอนประมาณ 3 เดือนก่อนสอบ ไปสอบจริงไม่มีเหมือนในที่อ่านหงะ ต้องวิเคราะห์เอง ที่อ่านกับฝึกในหนังสือมันช่วยให้เราสามารถนำไปวิเคราะห์ข้อสอบจริงมากกว่า ปัญหาของเราคือเราเพิ่งมาอยู่ยังไปโรงเรียนไม่ถึงปีเลย ภาษาก็ไม่แตกฉานมาก ทำให้เจอข้อสอบบางอันมันใช้คำศัพย์ใหม่เลยงงๆ
มะมาถึงตอนหาโรงเรียนขับรถเพื่อฝึกจับรถจริงกันบ้าง จริงๆไม่มีกฏตายตัวว่าใครจะเรียนขับก่อนหรือสอบทฤษฎีก่อน แล้วแต่เรา แต่ถ้าจะสอบขับจะต้องผ่านทฤษฏีก่อนแค่นั้นเอง ต้องมีใบสอบผ่านไปยื่น เริ่มเรียนประมาณต้นกุมภา เขาสอนเราแค่อาทิตย์ละครั้ง เราเลยรู้สึกว่ามันน้อยจังแล้วมันจะกินเวลานานไปไหม เลยขอเขาอาทิตย์ ละ 2 ครั้งครั้งละ 1 ชั่วโมง พอเริ่มเดือนเมษา ครูฝึกก็เริ่มช่วงฟากันซี่ หยุดพักร้อนนั่นเอง การเรียนขับของเราเลยหยุดๆขาดๆ กลับมาเหมือนอาทิตย์ละครั้งอีกละ แกพักร้อนเกือบทุกเดือน เราก็อยากสอบละเพราะ ยิ่งนานยิ่งหมดเยอะ ตอนไปเทสกะโรงเรียนสอนขับโรงเรียนแรกเขากะให้เราว่า ประมาณ 20 ชั่วโมงก็ไปสอบได้แล้ว แต่เราก็ไม่ได้เลือกโรงเรียนนั้น เพราะ แพงกว่า กว่าแค่ 2 ยูเอง 555 แต่ตอนนี้รรู้เลยว่าเลือกผิด แกสอนเหมือนดองกินตังค์เราไปเรื่อยๆ ถ้าเราไม่ถามว่าเมื่อไร่จะส่งเราสอบ แกก็คงยังไม่ส่งหงะ แต่พอดีเราเบื่อมากๆแล้ว ช่วงเดือนกรกฎาทั้งเดือนเลยแกหยุดพักร้อน เราก็ต้องหยุดเรียนไปด้วย ทำให้เราลืมและช้าไปด้วยเป็นเดือน แต่โชคดีที่บอกให้แกจองสอบให้ก่อนที่แกจะหนีไปเที่ยว
และแล้ววันนี้ก็ได้เวลาไปสอบ วันนี้เมื่อเช้าตอน 9.50 ขึ้นไปนั่งบนรถพร้อมคนจาก CBR แต่ครูฝึกไม่ได้ไปด้วย อ้าวเรานึกว่าเขาจะนั่งข้างหลังไปกะเราด้วยเหมือนที่เคยอ่านของคนอื่นๆ เออวะ ไม่มีก็ดีไม่กดดันอ้าว 555 ตอนแรกนึกว่าจะตกสะละ เพราะ เราลืมไปนิดตอนขึ้น ถนนมอเตอร์เวย์ (snel weg) ลืมกดไปเลี้ยวให้ค้างไว้เพราะตัดทางลงมากดก่อนลงประมาณ 300 เมตรซึ่งมันช้าไปสำหรับการตัดทางจริงๆต้องประมาณ 600 เมตร ถอนใจไปแล้ว เสร็จแล้ว
ถอนใจไปแล้วด้วย คิดว่าช่างมันเหอะ เพิ่งจะครั้งแรกไม่ได้ก็ขอสอบใหม่รอบสอง ไม่ได้รอบสองตูก็จะขอสอบเรื่อยๆ 4.5.6... จนมันได้ละวะ
พอไปถึงที่โต๊ะ เขาก็บอก จุ๊จุ๊ๆๆๆ เงียบๆ เราก็งงๆแล้วเขาก็ยื่นมือมา Gefeliciteerd,jij bent geslaagd. เอ๋อรับประทานครับท่าน ดีใจมาก พอครูที่สอนขับเดินมาแกถามว่ามีไรกัน เราก็บอกว่าเราสอบได้นะ
ปรากฎว่าเขาไม่ได้ตำหนิที่เราลืมกดไฟเลี้ยวแต่เขาบอกว่าเราขับช้าไปหน่อย แต่ความปลอดภัยที่เขานั่งไปกับเราสูงเพราะเราเป็นคนขับที่ระวังตลอดเวลา ช่วงขับเทสอยู่พวกจักรยานพยามตัดหน้าไม่ให้สัญญาน คนเดินข้ามถนนแบบพรวดพราด แต่เราเห็นก่อนและหยุดได้ทัน รวมทั้งเรามองกระจกหลังซ้ายขวาเพื่อดูเหตุการณ์รอบตัวอยู่บ่อยๆ เวลาจะเลี้ยวกะจะแซงจักรยานหรือรถที่จอดอยู่เราเรามองกลับหลังทุกครั้ง เขาพอใจตรงจุดนั้นมาก
ทิปนิดๆจากปรระสบการณ์นะค่ะ
ขับรถอย่าลืมมองกระจกหลังเป็นช่วงๆเพราะเช็คเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบๆ
หากมีรถจักรยานหรือรถที่จอดอยู่เฉยๆ ต้องแซง จะต้องไม่ลืมมองข้ามไหล่ซ้าย เพราะเวลารถมอเตอร์ไซค์มาชิดกะเรามองแค่กระจกจะไม่เห็นค่ะ ต้องมองข้างนอกข้ามไหล่อย่างเดียว
เวลาต้องจอดไฟแดงหรือทุกครั้งที่ต้องเหยีบเบรคหรือเปลี่ยนอย่าลืมมองกระจกหลังนิดหนึ่งเพื่อให้เห็นข้างหลังว่ารถที่ตามมาเขาเห็นเราไหม
เวลาขึ้นมอเตอร์เวย์ อย่าลืมดูลูกศรของช่องด้านบนที่บางครั้งจะเปิดไว้ในช่วงที่รถเยอะ สีเขียวๆ นั่นต้องแค่ 80 นะค่ะ อย่าเพลอเหยียบเกิน
ถ้าโค้งระยะสั้น ใส่เกียร์ 1 ไปเลยจะทำให้ปลอดภัยขึ้น
ถ้าเครื่องดับขณะขับให้เหยียบคราส ใส่เกียร์ 1 ไปเลยแล้วสตาร์ท ไม่ต้องไปเริ่มที่เกียร์ว่าง
ความเร็วกับเกียร์ที่เหมาะสม ช่วยประหยัดน้ำมันค่ะ 20=2, 30-40=3, 40-60=4, 60-80=5, 80> = 6 อันนี้บางทีต้องหัดฟังเสียงเครื่องยนต์ด้วยนะค่ะ
ออกจากวงเวียนทุกครัง มองซ้ายขวา และข้ามไหล่ขวาให้ดี เพราะจักรยานอาจมาแบบกระชั้นชิดได้ ถ้าต้องเบรคอย่าลืมมองกระจกหลังนิดหนึ่ง

เอาไว้คิดได้ค่อยมาเสริมให้ใหม่นะค่ะ
พรุ่งนี้จะเตรียมรูปไปรับใบขับขี่ค่ะ อิอิ สรุป สอบรอบเดียวทั้งทฤษฏี และขับปรักไตส์ค่ะ ประหยัดตังค์ไปได้อีกเยอะ ตั้งใจทำให้ดีที่สุดหากเราสอบน้อยครั้งที่สุดเราก็ประหยัดตังค์เรามากที่สุดนะค่ะ นอกจากคนที่มีคนจ่ายให้ แต่เรา ฮือ จ่ายเองตั้งแต่เริ่มจนจบค่ะ ไม่มีสปอนเซอร์หนับหนุน




 

Create Date : 16 กันยายน 2553    
Last Update : 17 กันยายน 2553 23:30:46 น.
Counter : 303 Pageviews.  

ต๊าย..เป็นไปได้เนอะ

อยากจะอุทานออกมาแบบนี้จริงๆค่ะกับความเบอะของตัวเอง "ต๊ายตาย เป็นไปได้มากมายขนาดนี้" ฮะฮะฮะ ลืมค่ะเป็นโรคความจำสั้นลืมนั่นลืมนี่ประจะ แฟนไม่สบายปวดหัวนั่งอยู่ข้างบนรอยาพาราเซตามอลจากเรา เพราะเราบอกว่าเดี๋ยวจะลงไปหยิบให้ ลงไปจริงค่ะ แต่ไปยืนอยู่ตั้งนานก็ไม่รู้ว่าตัวเองลงไปทำไม เลยเดินกลับขึ้นมาแฟนถามแล้วไหนยาฉันละ เอ่อ รู้แล้วตอนนี้ว่าเราลงไปข้างล่างทำไม 555 เป็นแบบนี้บ่อยๆ ไม่ดีแน่ๆเลย เฮ้อทำไงดีเนี่ย

มีอยูวันหนึ่งไปเดินเล่นในเมืองเกือบๆสี่ชั่วโมง ตอนขากลับล้วงกระเป๋า อะกุญแจบ้านหายไปใหนหว่าจำได้ว่าหยิบมาแล้วนี่นา อะอะ อย่านึกค่ะว่าคุณก็เคยลืม เพราะเราไม่ได้แค่ลืมค่ะ มันพิเศษกว่าลืม พูดง่ายๆคือทำไรได้โง่กว่านั้นมากค่ะ คือ ลืมกุญแจคาไว้กับรูประตูบ้านเลย "ต๊าย..เป็นไปได้ขนาดนี้เลยเนอะ" ถ้าเป็นที่ไทยปานนี้อาจโดยยกเค้าทั้งห้องทั้งบ้านไปแล้วแน่ๆ แต่นี่โชคดีหน่อยที่เค้าไม่ค่อยสนใจกัน เท่าไร่ เอะ หรืออาจมีคนแอบเข้าไปสำรวจในบ้านแล้ว 555 เรื่องนี้เป็นความผิดใหญ่หลวงและร้ายแรง เลยไม่เคยปริปากบอกแฟนเลย ความลับจ๊ะ จุ๊จุ๊





 

Create Date : 22 มกราคม 2553    
Last Update : 22 มกราคม 2553 4:43:49 น.
Counter : 162 Pageviews.  

คะน้า..าาา

อิอิ มีเรื่องเกี่ยวกับคะน้ามาฝากค่ะ คะน้าจริงๆ แต่เป็นคะน้ากลายพันธ์เป็นพี่บิ๊กคะน้า เล่าความเป็นมานิดหนึ่ง คือเมื่อปีที่แล้วก่อนจะมาที่นี่ได้เก็บเอาเมล้ดพันธ์ผักไทยมาด้วยกะว่าจะเอามาปลูกช่วงหน้าร้อนที่นี่นะค่ะ แต่ลืมไปว่าที่บ้านไม่มีพื้นที่พอจะปลูกผักได้เพราะ บ้านอยู่ในเมือง ฮือ ไม่มีสวน ก็เลยเอาเมล็ดให้กับพ่อแฟนเอาไปปลูก ท่านก็ดูแลอย่างดีเลย ออกมาสวยมาก เราก็เลยถือโอกาสทำกับข้าวให้พวกท่านกินด้วยคะน้าผัดน้ำมันหอย แต่พวกท่านก็ไม่รู้ว่าคะน้าทำอะไรกินได้บ้างก็เลยปล่อยให้โตขึ้นเรื่อย จนอาทิตยืที่แล้วเราไปดูที่สวน ว้ายมันกลายพันธ์แล้วหรือไงเนี่ย ต้นเกือบถึงเอวแนะ 555 แถมออกดอกชูช่อแล้วซะด้วย ปรากฎว่าพวกท่านไมว่ารู้จะเอามาทำไรกินก็เลยไม่เคยทำไรอีกเลย ตอนนี้เราก็เลยหาๆดูเมนูคะน้าเพื่อไปทำไรกินอีกสักครั้ง เสียดายด้วยทั้งสวยทั้งสดขนาดนั้น




งอกงามไหมจ๊ะ



เห็นแล้วอยากกินคะน้าน้ำมันหอยกันบ้างไหม อิอิ



ไร้สารผิดด้วยนะ




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2552 15:57:17 น.
Counter : 235 Pageviews.  

ฉันไม่ได้ขโมย...นะ

แฮะๆ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องรักกุ๊กกิ๊ก ขโมยหัวใจใครหรือปล่าว อะไรประมาณนั้นนะ เพราะจริงๆแล้วเป็นเปิ่นอีกตามเคย เพราะความไม่รู้นี่แหละ คือที่ Holland ที่เนี่ยที่อยู่ตอนนี้เนี่ย อิอิตามสถานีรถไฟจะมีพวกหนังสือพิมพ์ให้หยิบอ่านฟรี ใครจะหยิบติดไม้ติดมือไปด้วยก็ไม่มีปัญหาเพราะเขาแจก ตามซุปเปอร์มาเก็ตก็มีพวกนิตยสารของบางที่แจกฟรีเหมือนกัน เราก็ติดนิสัยหยิบทุกอย่างที่รู้ว่าฟรีติดไม้ติดมือทุกที ไม่ดีน่ะค่ะอย่าคิดเลียนแบบเพราะขยะที่บ้านมากขึ้นเป็นเท่าตัวค่ะ แฟนว่าอยู่ว่าเอามาทำไม เอามาก็ไม่เห็นอ่านสักทีมีแต่เปิดดูรูป อ้าว..ก็มันไม่ใช่ภาษาไทยนะเฟ้ยจะอ่านทีฉันก็ต้องปวดหัวอีก ฉันจะอ่านก็ต้องเป็นที่สนใจมากๆโน่นละยะ

ที่เล่านี่คือสาเหตุของเรื่องที่จะเล่าน่ะค่ะ คือเมื่อประมาณสองอาทิตย์ที่ผ่านมาไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลแล้วยังไม่ได้กินไรก็เลยหิวแล้วก็เลยแวะไปหาไรกินที่แม๊คกัน สั่งของเรียบร้อยตอนจะเดินออกเราเห็นหนังสือพิมพ์ปึกอย่างใหญ่เลยใส่ไว้เป็นถุงแพ๊กๆ อือ เราเห็นคนอื่นหยิบไปอ่านกัน เราก็เลยหยิบไปมั่ง ก็อ่านไปกินไปคุยกันไป พอตอนกลับเราก็พกหนังสือพิมพ์กลับด้วย ในใจก็ชมว่าแม๊กที่นี่ดีจังมีหนังสือพิมพ์ตัง้หลายยี่บบริษัทให้อ่าน จนกลับถึงบ้าน แฟนก็เอาของลงจากรถ หันมาร้อง อ๋า ลูน่า นี่เธอขโมยหนังสือพิมพ์จากแม๊คมาเหรอ! ไอ้เราก็เหว๋อๆ ขโมย ขโมยไรหว่า ป่าวน่ะ ป่าวฉันไม่ได้ขโมยก็เขาแจกให้อ่านไม่ใช่เหรอ แฟนก็หัวเราะแล้วบอกเขาแจกให้อ่านน่ะถูกแล้วแต่ไม่ได้ให้ถือกลับแบบนี้ ถ้าพนักงานเห็นเขาคงวิ่งตามมาทวงคืนแล้วมั้งนี่ อิอิ ก็ไม่รู้นิ ถือว่าไม่ผิดและไม่ได้เป็นขโมยละกันน่ะจ๊ะ




 

Create Date : 14 มิถุนายน 2552    
Last Update : 14 มิถุนายน 2552 3:06:24 น.
Counter : 159 Pageviews.  

ความแตกต่างระหว่างช๊อคโกแลตกะหนังสือ...ฟังดูดีเนอะ

แหะๆฟังแล้วดูดีเนอะ "ความแตกต่างระหว่างช๊อกโกแลตกะหนังสือ" แต่เรื่องที่จะเขียนมันไม่เกี่ยวกับความโรแมนติกนะค่ะ มันคือความเบอะของเราหงะ เรื่องมันมีอยู่ว่า ก่อนมาอยู่นี่นั้นน้ำหนักยังอยู่ที่สี่สิบหน่อยๆแต่พอเข้าเดือนที่สามมันก็เริ่มเพิ่มจนเหยียบห้าสิบ ทิมเริ่มเห็นว่าไม่เข้าท่ากลัวว่าจะกลมจนไม่ต้องเดิน แบบสามารถกลิ้งแทนได้ เขาก็เลยบอกให้เราลดพวกขนมลูกอมรวมทั้งช๊อกโกแลตของโปรด มีอยู่วันหนึ่งเราอยากกินช๊อกโกแลตมากเลยซื้อมาถุงหนึ่ง m&m ของโปรดหงะ อยากกินด้วยถุงขนาดกลางๆเนี่ยแหละถุงเล็กเดี๋ยวไม่พอ ก็มานั่งกินแบบเอร็ดอร่อย แต่ไม่หมดก็เลยวางไว้บนโต๊ะ แล้วลืมเลย พอดีทิมมานั่งด้วยเราคิดขึ้นได้อะช๊อกโกแลตวางอยู่กะจะซ่อนหยิบปุ๊ป ทิมหันมาถามปั๊ป what's that??? ดันทะลึ่งตอบ Book! เฮ้ย ฟายแล้วตูตอบไปได้ไงวะ ว่าหนังสือ แบบคิดไรม่ายออกหงะ แล้วแฟนก็ถามกลับจนได้ว่าหนังสือ มันเป็นซองแล้วเป็นเม็ดๆเหรอ ฮ่าๆๆพูดไม่ออก ขำด้วยก็เลยหน้าด้านตอบอีกนะ อือใช่ แนะยังด้านอีก ยังไม่รู้อีกว่าช๊อกโกแลตกับหนังสือนะมันต่างกันยังไง แถมยังด้านมาเล่าเรื่องไร้สาระให้คนอื่นหลงเข้ามาอ่านอีกเนอะ อิอิ ขอโทษนาจ้าที่ทำให้ตะเองเสียเวลาอ่านเรื่องไร้สาระของเค้านะ




 

Create Date : 13 มีนาคม 2552    
Last Update : 13 มีนาคม 2552 4:04:12 น.
Counter : 160 Pageviews.  

1  2  

lovely_sweet girl
Location :
เชียงราย Netherlands

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นตัวของตัวเองในบางครั้ง กล้าบ้างกลัวบ้างในบางที ไม่ได้ต้องการเป็นคนที่ดีที่สุด และก็ไม่อยากเป็นคนเลวที่สุด อยู่แบบกลางๆ เป็นคนแบบนี้ดีละ (- -)"
So lonely,Wish you were here near me and tell me love me.
New Comments
Friends' blogs
[Add lovely_sweet girl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.