Ride to Raid
Group Blog
 
All Blogs
 

บทที่ 9 เจาะลึกท่าเครื่องบินตก



สวัสดีครับ ผมรุต เรเดอร์

หนทางสู่การเป็นยอดนักเสียบเดินทางมาถึงบทที่ 9 แล้ว
หลังจากบทที่ผ่านๆ มา เราจับเคนเล่นมาโดยตลอด
และหวังว่าท่านผู้อ่าน จะจับเคนได้ถนัด และเล่นรับบอล
เสียบบอลได้ชำนาญมาพอสมควร

วันนี้มาลองจับบอลเล่นดูบ้าง กับท่าพื้นฐานสำคัญ
นั่นก็คือท่าเครื่องบินตก หรือ Airplane หรือ Aeroplane

ท่านี้จะเป็นท่าแรก ที่นักเคนดามะจะได้จับบอลเล่น
และเป็นอีกด่านความยากที่จะต้องผ่านให้ได้
เรามาเริ่มดูจากวิธีจับบอลก่อนเลยครับ

การถือบอลที่ถูกวิธี ไม่มีการกำหนดไว้
ก็คือถือเอาตามความถนัดของแต่ละคน



ถ้าเป็นผมถือ ผมก็จับบอลโดยให้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้อยู่กลางตัวบอล
นิ้วกลาง นาง และก้อย ก็ประคองไว้ใต้ลูก โดยเชือกจะผ่านระหว่าง
นิ้วกลางกับนิ้วนางออกมา



ถือบอลให้รูชี้ขึ้นข้างบน และมีพื้นที่ว่างบริเวณรอบๆ รู
เพื่อใช้ในการรอรับเคน ที่จะลอยมาลงที่บอล เกิดเป็นท่าต่างๆ



ถ้าเคนลอยมาก โดยส่วนหนามปักลงที่บอล ดังภาพ ก็จะเป็นท่า
เครื่องบินตกนั่นเองครับ ซึ่งวันนี้เราจะเจาะลึกในรายละเอียดของท่านี้



ถ้าเคนลอยมาตั้งบนบอล ดังภาพ ก็จะได้เป็นท่าประภาคาร หรือ
Lighthouse ซึ่งผมจะกล่าวถึงอย่างละเอียดในบทต่อไป
ที่สำคัญคืออยากให้ดูว่า เราไม่ควรจับบอลโดยให้นิ้วกินพื้นที่ไปใกล้รู
เพราะนิ้วเราจะไปโดนถ้วยได้ ซึ่งในทางปฏิบัตินั้นถือว่าฟาวล์นั่นเอง



ถ้าเคนลอยมาตกที่บอล โดยให้ถ้วยใหญ่คว่ำบนบอล ก็จะได้เป็นท่า
ลงจอดบนดวงจันทร์ หรือ Lunar lander นั่นเองครับ
ท่านี้เป็นท่าในระดับขั้นสูง คงอีกนานกว่าจะได้กล่าวถึง

นั่นก็เป็นตัวอย่างทั้งหมดของการจับบอล การเหลือพื้นที่รอบๆ รู
เพื่อเป็นที่ว่างให้เคนลง ถ้าเป็นท่าเครื่องบินตกที่หนามปักลงที่บอล
เคนโดนนิ้วได้ครับ ไม่ถือว่าฟาวล์ เพราะหนามถ้าลงที่รู มันมั่นคง
แต่ถ้าเป็นกรณีถ้วยมาคว่ำบนบอล ตามกติกาจะโดนนิ้วไม่ได้ครับ
จะถือว่าแอบใช้นิ้วช่วยนั่นเอง

เมื่อถือบอลได้แล้ว มาเริ่มฝึกท่าเครื่องบินตกกันเลย
ผมแบ่งออกเป็น 2 กรณีครับ

1 ถ้าเราไม่สนใจจะต่อท่า ขอเพียงแค่ทำยังไงก็ได้ ให้เคนลอยมา
แล้วหนามปักลงที่บอล ก็ถือว่าจบ กรณีนี้ก็ไม่ต้องควบคุมการหมุน
ของเคนขณะเหวี่ยงเคน

2 แต่ผมอยากให้ฝึก เผื่ออนาคตครับ เพราะสุดท้ายเราจะต้อง
ต่อท่า จึงควรฝึกให้เคนลอยมาลงที่บอลแบบสวยงาม
จะทำให้เราต่อท่าได้ง่าย ไม่ต้องมาหมุนบอลเพื่อแต่งให้เสียเวลา
กรณีนี้ต้องใส่สปินให้เคนเล็กน้อยก่อนดีดมันขึ้นมาบนบอลครับ

ดูรายละเอียดตามคลิปได้เลย



ดูคนเล่นเป็นอธิบายไปแล้ว ทีนี้มาดูคนเล่นไม่ค่อยเป็นอธิบายบ้างครับ
กับคลิปตอนที่ผมเพิ่งหัดเป็น ตอนนั้นลองฝึกให้มือซ้ายด้วย
แถมยังฝึกด้วยวิธีเอาเคนแปะที่ขา ก่อนเหวี่ยงเคนขึ้นมา
เพื่อให้เรามีเวลาจ้องหนามนานๆ เล็งนานๆ นั่นเองครับ



ส่วนคลิปต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างของการใช้ท่าเครื่องบินตก
แล้วต่อด้วยท่ากายกรรมโหนราว ซึ่งต้องใช้การเกี่ยวเชือก
ทำให้ผมต้องมาฝึกท่าเครื่องบินตกใหม่อีก เพราะต้องดีด
ให้เคนอยู่ใกล้ๆ เราจะได้เกี่ยวเชือกได้



ดังนั้น สำหรับมือใหม่ ผมก็เลยอยากให้ฝึกท่าเครื่องบินตก
ด้วยวิธีที่ถูกต้องไปเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลาแก้ในภายหลัง
นั่นเองครับ

และอย่าลืมว่า กว่าจะให้น้ำหนักเคนอย่างพอดี และกว่าจะเอา
รูไปรองรับหนามอย่างแม่นยำ ก็ต้องใช้เวลาฝึกฝนครับ

หากเห็นว่าบล็อกผมเป็นประโยชน์ ก็แวะกดไลค์ให้กำลังใจกัน
ได้ในเพจ ตำบอลบริการครับ




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2560    
Last Update : 25 สิงหาคม 2560 18:41:14 น.
Counter : 397 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

บทที่ 8 การเสียบข้าง



สวัสดีครับ ผมรุต เรเดอร์ กลับมาต่อบนเส้นทางของการเสียบ

บทนี้ผมจะกล่าวถึงเทคนิคการเสียบด้านข้างครับ

โดยธรรมชาติของการเสียบเคนดามะ สามารถแบ่งย่อยออกได้
2 ลักษณะครับ

1 การเสียบเชิงรับ (Passive spike) มักจะทำเมื่อเราจับเคน
แบบจับตะหลิว มันก็คือการเสียบเข้าใต้ลูก โดยมักจะให้ลูก
ตกมาใส่หนามเอง มีการขยับหนามตามรูบ้าง แต่ก็ไม่มาก
การเสียบแบบนี้จะง่ายที่สุด และบทที่ผ่านๆ มา
เราก็ใช้เทคนิคการเสียบเชิงรับนี่แหละครับ

2 การเสียบเชิงรุก (Active spike) เป็นการพุ่งหนามเข้าหารู
อย่างชัดเจน เพราะตำแหน่งบอลจะหันรูอยู่ด้านข้าง
ไม่ก็หันรูขึ้นข้างบน ไม่สามารถรอให้บอล หรือรู
ตกใส่หนามเองได้ และแบ่งได้ 2 กรณีย่อย คือ

2.1) การเสียบข้าง (Side spike) วันนี้ผมจะกล่าวในหัวข้อนี้
ซึ่งเป็นกรณีที่รูอยู่ด้านข้างของบอล เราก็ต้องเสียบข้าง

2.2) การเสียบล่าง (Down spike) กรณีรูหันขึ้นข้างบน
ก็ต้องทำการเสียบลงล่าง แต่ว่าอันนี้จะยากที่สุด ผมจะกล่าว
ในภายหลังครับ

การเริ่มฝึกการเสียบข้าง ให้ใช้การจับเคนแบบจับปากกา
องศาของมือ และเคน จะเหมาะ และถนัดต่อการเสียบด้านข้าง
เริ่มจากวางบอลบนถ้วยใหญ่ ให้รูหันไปด้านข้าง
ดังรายละเอียดในคลิปครับ



ที่ผ่านมา เราเสียบล่างได้ ในบทนี้เราเสียบข้างได้
ก็ทำให้เราเพิ่มความสามารถในการเสียบที่หลากหลายขึ้น
ไม่ว่ารูจะอยู่ที่ไหน เราจะได้มีทางเลือกในการตามไปเสียบ

และที่สำคัญ การเสียบข้าง มันให้ความรู้สึกที่มันกว่า
ให้ท่วงท่าในการเล่นที่ทะมัดทะแมงกว่า
ลองฝึกดูครับ






 

Create Date : 15 สิงหาคม 2560    
Last Update : 15 สิงหาคม 2560 12:06:39 น.
Counter : 272 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

บทที่ 7 รอบอำเภอได้ก็รอบโลกได้



สวัสดีครับ ผมรุต เรเดอร์

วันนี้บล็อกก็เดินทางมาถึงบทที่ 7 แล้ว ไปแบบช้าๆ
บล็อกนี้จะกล่าวถึงท่า Around Prefecture หรือท่าทัวร์รอบอำเภอ
ซึ่งเป็นท่าพื้นฐานสำคัญ อันจะทำให้เราเล่นท่า Around the world
หรือท่าทัวร์รอบโลกได้นั่นเองครับ ดูตามคลิปได้เลยครับ



คลิปแรกที่ผมแปะให้ จะเป็นคลิปปัจจุบันครับ ทีนี้ลองไปดูคลิปในอดีต
สมัยที่ผมยังเล่นไม่ค่อยเป็น ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักชื่อท่าทัวร์รอบอำเภอด้วยครับ
เลยตั้งเอาเองว่า 1 คัพ 1 เสียบไปก่อน



สองคลิปข้างต้น ถ่ายห่างกันหลายเดือนเลยครับ แต่บังเอิญเสื้อตัวเดิม
ทีนี้มาดูแบบ step by step ช้าๆ สมัยแรกๆ ที่ผมหัด ฝึกให้มือซ้ายไปด้วย



จบด้วยท่าทั่วร์รอบโลก ทำด้วยมือซ้ายครับ ในคลิปแสดงการจับเคน
แบบจับปากกาด้วย ซึ่งในบล็อกผมจะอธิบายในบทต่อๆ ไป
เบื้องต้นให้ฝึกแบบจับตะหลิวก่อนครับ แล้วก็ฝึกมือข้างถนัดก็พอครับ
เว้นแต่อยากท้าทายตนเองด้วยมือข้างไม่ถนัด



จบบทที่ 7 เราก็ได้รู้จักท่าในตระกูล Around 4 ท่าแล้วครับ

1. Around Village ท่าทัวร์รอบหมู่บ้าน (ถ้วยใหญ่-เสียบ)
2. Around Japan ท่าทัวร์ญี่ปุ่น (ถ้วยเล็ก-ถ้วยใหญ่-เสียบ)
3. Around Prefecture ท่าทัวร์รอบอำเภอ (ก้นถ้วย-เสียบ)
4. Around the World ท่าทัวร์รอบโลก (ถ้วยเล็ก-ถ้วยใหญ่-ก้นถ้วย-เสียบ)

ลองฝึกดู และทำให้ได้ครับ




 

Create Date : 08 สิงหาคม 2560    
Last Update : 8 สิงหาคม 2560 17:47:51 น.
Counter : 256 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

บทที่ 6 การควบคุมรูด้วยถ้วย



สวัสดีครับ ผมรุต เรเดอร์ บนเส้นทางสู่การเป็นยอดนักเสียบ

บล็อกนี้จะกล่าวถึงการควบคุมรูด้วยถ้วย ซึ่งก็เป็นหัวใจสำคัญ
ของความสำเร็จในการเสียบเช่นกัน ถ้าเราคุมรูได้ดี เราก็จะเสียบ
ได้โดยง่่ายนั่นเองครับ

ทบทวนเรื่องการควมคุมรู จะแบงเป็น 3 กรณี

1 การควบคุมรูด้วยเชือก กล่าวไปแล้วในบทก่อนหน้า
จากตำแหน่งที่บอลห้อยอิสระอยู่กลางอากาศ แล้วดีดบอลขึ้นมา
จะดีดเสียบ หรือดีดขึ้นถ้วย เราสามารถควบคุมรู้ได้ครับ

2 การควบคุมรูด้วยถ้วย ไม่ว่าจะจากถ้วยต่อถ้วย หรือจากถ้วยแล้วเสียบ
เราก็ควบคุมได้เช่นกัน ซึ่งบทนี้จะกล้าวในหัวข้อที่ 2 นี้เป็นหลัก

3 การควบคุมรูด้วยหนาม กรณีบอลอยู่ที่ตำแหน่งหนาม เราจะดีด
เพื่อเสียบซ้ำ หรือดีดบอลมาที่ถ้วย ก็สามารถควบคุมรูได้อีกเช่นกัน
แต่หัวข้อนี้จะเป็นเคนดามะระดับกลาง ผมจะเอาไว้อธิบายในภายหลัง

ถ้าจะแบ่งการควบคุมรูด้วยถ้วย ก็แบ่งย่อยได้อีก 2 กรณี ได้แก่

2.1 กรณีที่รูมันคลาดเคลื่อนจากตำแหน่งที่เราต้องการไม่มาก
และไม่เกินระยะในการบิดข้อมือ เราก็บิดข้อมือช่วยได้

2.2 กรณีที่รูมันคลาดเคลื่อนไปไกลจากตำแหน่งที่เราต้องการ
อันนี้ก็ต้องใช้การดีดให้บอลหมุนเข้าช่วย

ส่วนความยากของการควบคุมรูด้วยถ้วย ก็แบ่งเป็น 2 ระดับ
คือระดับเบื้องต้น ถ้ารูคลาดเคลื่อนไปไม่มาก แต่งน้อยๆ แก้น้อยๆ
อันนี้ก็ไม่ยาก

แต่ถ้ารูมันคลาดเคลื่อนไปมากๆ จะไปสู่ความยากในระดับกลางครับ
ต้องให้น้ำหนักเยอะ ให้บอลมันหมุนเยอะ ก็ต้องกะดีๆ ให้น้ำหนักดีๆ
ตาไวหน่อย จะได้เสียบทัน

ซึ่งรายละเอียด และเทคนิคการฝึก ดูตามคลิปได้เลยครับ


ลองฝึกควบคุมรูด้วยถ้วย โดยจับบอลวางบนถ้วย จำลองสถาณการณ์เอาครับ
จะทำให้เราสามารถแก้ปัญหา เวลารูอยู่บนถ้วยในตำแหน่งที่ไม่ค่อยสวย
แม้ว่าเราจะควบคุมรูด้วยเชือกเก่งแล้ว แต่ในภายภาคหน้า มันจะมีท่ายากๆ
ที่เวลาบอลมาลงบนถ้วย ไม่แน่ว่ารูจะสวย เราจะได้แก้ปัญหาได้
ไม่ว่ารูจะอยู่ตรงไหนก็ตาม

แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้าครับ




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2560 13:12:30 น.
Counter : 296 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

บทที่ 5 ถือเทียนเรียกกำลังใจ



สวัสดีครับ ผมรุต เรเดอร์

บทนี้ให้พักการเสียบไว้ก่อนครับ จะนำเสนอท่าง่่ายๆ
ที่ทุกคนน่าจะทำได้ไม่ยาก เพื่อเรียกกำลังใจในการฝึก
นั่นก็คือท่าในกลุ่มถือเทียนครับ

ก่อนอื่นต้องเรียนรู้การจับเคนแบบถือเทียน (Candle grip) ก่อน
ง่ายๆ ก็คือการจับที่หนามนั่นเองครับ



ถ้าถือด้วยมือขวา ก็จับที่หนาม โดยใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วโป้ง
ตั้งเคนขึ้น ก้นถ้วยจะชี้ขึ้นข้างบน ถ้วยใหญ่จะหันออกข้างนอก
เชือกก็จะออกมาทางด้านซ้ายมือของเรา

การจับเคนแบบนี้ จะเสียตำแหน่งหนามไปครับ เล่นได้เฉพาะถ้วย
แล้วจะจับไม่ค่อยถนัดนัก เนื่องจากพื้นที่หนามมันน้อย
ก็ให้เกร็งๆ นิ้วเอาหน่อย



ที่มาของการจับเคนแบบนี้ ก็คือมันเหมือนกับการถือเทียนนั่นเองครับ
สรุปตอนนี้ นับจากบล็อกก่อนๆ ด้วย เราก็จะได้รู้จักการจับเคน 4 แบบแล้ว

1 การจับเคนแบบจับตะหลิว (Ken grip) อันนี้ใช้บ่อยเลย
2 การจับเคนแบบจับปากกา (Sara grip) อันนี้ก็มีใช้พอสมควร
3 การจับเคนแบบคีบบุหรี (Revolver grip) อันนี้มักจะเป็นท่ายาก
4 การจับเคนแบบถือเทียน (Candle grip) อันนี้มีใช้น้อย

ท่าแรกเลยของการจับแบบถือเทียน ก็คือท่าดีดบอลขึ้นก้นถ้วยครับ
ฝรั่งเรียกท่านี้ว่า Candle ตามชือการจับเคนเลย
แต่บังเอิญผมเห็นรูปทรงที่มันออกมา เวลาบอลไปอยู่ที่ก้นถ้วยแล้ว
มันเหมือนกับเราถือไอติมโคน ผมเลยตั้งชื่อไทยให้ว่า ท่าไอติมโคนครับ

ท่านี้จัดว่าง่าย ในตอนที่ผมฝึกใหม่ๆ ก็ทำได้ไม่ยากเลยครับ
ทำได้ทั้งมือซ้ายมือขวาเลย



เพิ่มความยากขึ้นมาอีกนิด ก็จะเป็นการเล่นทั้ง 3 ถ้วยครับ
แต่ก็ไม่ยากครับ เกร็งนิ้วไว้ดีๆ ใช้ประสบการจากการดีดบอลขึ้นถ้วย
และการส่งบอลจากถ้วยต่อถ้วย



ยากขึ้นไปอีกสักหน่อย ก็จะเป็นท่า Swing to candle
จากเดิม คือดีดบอลขึ้นก้นถ้วยธรรมดา ก็ใช้การเหวี่ยงบอลแทน



ในเบื้องต้นผมแนะนำให้ฝึก 3 ท่าข้างบนก่อนนะครับ
ส่วนท่าต่อไปนี้ ให้ดูไว้ก่อน ว่าเป็นอีกท่าที่ใช้การจับเคนแบบถือเทียน
ต่อยอดจากท่า Swing to candle เป็นท่า Candle spike ซึ่งเป็นท่ายาก
ผมเองก็เพิ่งทำได้ไม่นานนี้เองครับ



ในเบื้องต้น ท่าที่มีการจับแบบถือเทียนก็มีประมาณนี้ครับ
ย้ำว่าให้ฝึกเฉพาะ 3 ท่าแรกก่อน โดยเฉพาะท่าแรก จะได้มีกำลังใจ
ส่วนท่าสุดท้ายนั้น เป็นท่าในระดับขั้นสูง จะต้องมีประสอบการ
การควบคุมรู และการเสียบมามากพอสมควรจึงจะทำได้ครับ

ไว้ผมจะค่อยๆ มาเขียนบล็อกนำเสนอต่อไป
แต่ถ้าใจร้อน ก็แวะไปเยี่ยมผมได้ในเพจ ตำบอลบริการครับ




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 11 กันยายน 2560 14:01:33 น.
Counter : 313 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  

BlogGang Popular Award#13


 
RouteRaideR
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




จักรยาน มีล้อเดียว มันเสียวล้ม
ต้องเพาะบ่ม หมั่นฝึกฝน จนคล่องแข็ง
จะได้ขี่ กระโดดเด้ง เร่งหลบแซง
แม้หลุมแอ่ง อุปสรรค กล้าเิผชิญ

ขี่เก่งแล้ว ก็ค่อยออก ไปเที่ยวเล่น
ปั่นแล้วเป็น เหมือนบินลิ่ว ปลิวลมเหิน
นั่งตัวตรง ไม่มีแฮนด์ เป็นส่วนเกิน
ชมวิวเพลิน ผจญภัย ไม่เบื่อเลย

by RouteRaideR
Friends' blogs
[Add RouteRaideR's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.