Ride to Raid
Group Blog
 
All Blogs
 

การสอบระดับคิว 1



สวัสดีครับ ผมรุต เรเดอร์


ก็เหมือนกับการเรียนวิชาพละศึกษาทั่วไปครับ
ไม่ว่าจะเป็น ปิงปอง แบท ฟุตบอล ตะกร้อ ฯลฯ
ถ้าใครเคยได้เรียนในสมัยเป็นเด็ก เรียนแล้ว ฝึกแล้ว
มันก็ต้องลองสอบดู

ถ้าเป็นกีฬาตามข้างต้น ก็จะมีสอบเดาะ ส่งลูก รับลูก
เลี้ยงลูก อะไรก็ตามแต่ที่หลักสูตรเขากำหนดไว้
จะได้วัดว่าผู้เรียนมีทักษะมากน้อยแค่ไหน

เคนดามะก็เช่นกันครับ มีการสอบวัดระดับความสามารถ
โดยข้อสอบที่ผมเอามา จะเป็นตามแบบสากลที่
ทั่วโลกเขายอมรับ และใช้กัน โดยมีรายละเอียดตาม
ที่ผมกล่าวไปแล้วในบล็อกก่อนหน้า สามารถย้อน
ไปดูได้

ตามหลักสูตร 11 บทของผม หากฝึกตามมาทุกบท
ความสามารถของท่านตอนนี้ สามารถสอบในระดับ
คิว 1 (1st Kyu) ได้แล้วครับ ถ้าไม่เคยสอบคิวใดๆ
มาก่อนเลย ก็จะไล่ท่าที่ต้องสอบ ตามนี้เลยครับ

1 Big cup เอา 3 ครั้ง (ให้โอกาส 10 ครั้ง)
2 Small cup เอา 3 ครั้ง (ให้โอกาส 10 ครั้ง)
3 Base cup เอา 3 ครั้ง (ให้โอกาส 10 ครั้ง)
4 Candle เอา 3 ครั้ง (ให้โอกาส 10 ครั้ง)
5 Spike เอา 3 ครั้ง (ให้โอกาส 10 ครั้ง)
6 Airplane เอา 3 ครั้ง (ให้โอกาส 10 ครั้ง)
7 Swing spike เอา 3 ครั้ง (ให้โอกาส 10 ครั้ง)
8 Around Japan เอา 3 ครั้ง (ให้โอกาส 10 ครั้ง)
9 Around the World เอา 2 ครั้ง (ให้โอกาส 10 ครั้ง)
10 Lighthouse เอา 1 ครั้ง (ให้โอกาส 10 ครั้ง)
11 Moshikame เดาะ 50 ครั้ง (ให้โอกาส 2 ครั้ง)

การสอบ ก็ไปทำต่อหน้ากรรมการ ต่อองค์กร หรือ
สมาคมเคนดามะที่เป็นที่ยอมรับ แต่ว่าเราไม่ได้
ซีเรียสขนาดนั้น แค่เอาข้อสอบเขามา แล้วเอา
กล้องเป็นกรรมการก็ได้ครับ ถ้าทำได้ก็คือทำได้

และถ้าทำได้ ก็จะได้ติดยศคิว 1 หรือเป็นผู้เชียวชาญ
ด้านเคนดามะในระดับเบื้องต้นนั่นเอง

ผมเองก็ได้ลองสอบไว้แล้วครับ ตั้งแต่สมัยที่ใช้
เคนดามะตัวเก่า ตัวแรกอยู่ ตามคลิปเลยครับ



ในคลิปจะเห็นว่า ผมพลาดในท่าเหวี่ยงเสียบ แต่ท่าอื่น
ทำได้ภายในสามครั้งติดๆ แสดงให้เห็นได้ว่าท่าเหวี่ยงเสียบ
เป็นท่ายากจริงๆ ก็เหมาะสมแล้ว ที่จะเก็บไว้เป็นท่าสุดท้าย
ในบทที่ 11 ก่อนมาสอบ

แล้วเจอกันใหม่ บล็อกหน้าครับ




 

Create Date : 14 กันยายน 2560    
Last Update : 14 กันยายน 2560 13:10:19 น.
Counter : 221 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

บทที่ 11 เหวี่ยงเสียบดูเหมือนง่าย



สวัสดีครับ ผมรุต เรเดอร์

กลับมาต่อกับท่าสุดท้ายก่อนไปสอบกัน
นั้นก็คือท่าเหวี่ยงเสียบ (Swing in หรือ Swing Spike)
และแถมอีกท่าไปเลย คือท่าเหวี่ยงเสียบสวนทาง
(Reverse Swing in หรือ Reverse Swing Spike)
เพราะเป็นท่าที่คล้ายๆ กัน ใช้หลักการเดียวกัน

บทที่ผ่านๆ มา เราได้ฝึกเสียบมาในหลายๆ รูปแบบ
แต่ว่าการเคลื่อนที่ของรูที่บอลจะมีไม่มาก หรือรู
ค่อนข้างนิ่ง แล้วเราก็ทำการเสียบ

แต่สำหรับท่าเหวี่ยงเสียบ รูมันจะไม่นิ่ง รูมันจะหมุน
เคลื่อนที่ตามการหมุนของบอล สำหรับมือใหม่ก็จะ
ยังไม่ชินกับการเสียบในลักษณะที่รูมันหมุน จึงทำให้
ยากในการฝึกครั้งแรก ตาต้องไว มองรูให้ดี กะให้ดี
เอาหนามไปรอให้รูตกมาใส่ให้ได้

รายละเอียดของการฝึก ดูตามคลิปเลยครับ



ถ้าใครที่ฝึกท่าเหวี่ยงเสียบแล้ว มันไม่ได้สักที
ก็อย่ารีบท้อนะครับ เพราะผมก็ฝึกอยู่น่านเลย
เหวี่ยงจนบอลถลอก หนามทู่ เกือบท้อเหมือนกัน
หัวใจสำคัญมันอยู่ที่น้ำหนักของการกระตุกเชือกครับ
ใหม่ๆ มือเรา กล้ามเนื้อเรา ยังจำน้ำหนักไม่ได้
มันก็เลยยาก กระตุกขาดๆ เกินๆ บวกกับสายตา
และปฏิกิริยาต่อรูยังช้าอยู่ เลยทำให้เสียบได้ยาก
มีทางเดียวครับ อย่ายอมแพ้ ซ้อมไปเรื่อยๆ

ทีนี้มาดูคนเพิ่งเล่นเป็นสอนบ้าง เผื่อได้ไอเดียที่ต่าง
จากคนที่เป็นมานานแล้วสอน



ในส่วนท่าเหวี่ยงเสียบสวนทาง เราจะได้เจอใน
การสอบระดับ Dan แต่ผมว่ามันไม่ยากเลย
หากเราเป็นท่าเหวี่ยงเสียบธรรมดาแล้ว ท่าเหวี่ยง
เสียบสวนทางก็จะได้เอง

รายละเอียดของการฝึกท่าเหวี่ยงเสียบสวนทาง
ผมก็เคยทำคลิปไว้ก่อนแล้วเช่นกันครับ ตามนี้



ซุ่มซ้อมให้ดีครับ แล้วบล็อกหน้า ไปลองวิชากัน
กับข้อสอบระดับ Kyu ท่าที่ยากในการสอบระดับนี้
ก็มีท่าประภาคาร กับท่าเหวี่ยงเสียบนี่แหละครับ

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ก็แวะพูดคุยกันได้ในเพจ
ตำบอลบริการครับ ผมเองก็ไม่ใช่คนเล่นเก่งครับ
แค่สนุกกับการเล่นการฝึกเท่านั้น




 

Create Date : 11 กันยายน 2560    
Last Update : 14 กันยายน 2560 13:05:52 น.
Counter : 247 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

เก่งแค่ไหนวัดอย่างไร



สวัสดีครับ ผมรุต เรเดอร์

วันนี้พักการซ้อมไว้ก่อน เพื่อมาเล่าถึงกติกาการวัดผล
ว่าในวงการเคนดามะ เขาวัดอย่างไร ว่าใครเก่งแค่ไหน

อยากรู้ว่าเก่งแค่ไหนก็ต้องสอบ การสอบวัดระดับ
ความสามารถด้านเคนดามะ มีมานานแล้วครับ
อาจจะนานจนแนวข้อสอบมันดูง่ายเกินไปแล้ว
สำหรับยุคปัจจุบัน เดี๋ยวจะค่อยๆ เล่าให้ฟัง







การสอบจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามตารางข้างบน ได้แก่

1 ระดับเบื้องต้น หรือ Beginner หรือ Kyu grading
2 ระดับกลาง หรือ Pre-advanced หรือ Pre-Dan grading
3 ระดับสูง หรือ Advanced หรือ Dan grading

การสอบจะให้โอกาสทำ 10 ครั้งในแต่ละท่า จำนวนครั้งที่ต้องทำ
ให้ได้ก็กำหนดเป็นตัวเลขไว้ในตารางครับ ที่ให้โอกาส 10 ครั้ง
ก็เพราะเคนดามะนั้น มันมีโอกาสพลาดได้เสมอครับ ตัดปัญหา
ความตื่นเต้น หรือการเสียสมาธิใดๆ ก็ตามขณะสอบ เพราะ
คนที่ทำได้ หรือทำเป็นแล้ว ในท่าต่างๆ ที่กำหนดให้ ยังไงใน
10 ครั้งที่ให้โอกาสก็ต้องทำได้อยู่แล้ว เว้นแต่ยังไม่เป็นจริงๆ

ในระดับ Kyu จะแบ่งย่อยออกเป็น 10 ขั้น Kyu10 ถึง Kyu1
Kyu10 จะอ่อนที่สุด ทำแค่ท่าถ้วยใหญ่ท่าเดียว ครั้งเดียว
ก็ผ่านแล้วครับ

ส่วน Kyu9 ก็ทำท่าถ้วยใหญ่ 2 ครั้ง และถ้วยเล็ก 1 ครั้ง ก็ผ่าน
ส่วน Kyu8 ทำท่าถ้วยใหญ่ 3 ครั้ง ถ้วยเล็ก 2 ครั้ง และ
ก้นถ้วย 1 ครั้ง ก็ผ่าน ก็ดูไล่ไปตามตารางเลยครับ

มาถึง Kyu7 ในตาราง จะเห็นว่าไม่มีกำหนดจำนวนในช่อง
ของท่าถ้วยใหญ่ ก็เพราะว่า ถ้าใครจะสอบระดับ Kyu7
ก็ต้องผ่าน Kyu8 มาก่อนนั่นเองครับ

ที่แนวข้อสอบในระดับ Kyu มันดูง่ายๆ ก็เพราะเขาจัดไว้
สำหรับให้เด็กเล็กได้สอบด้วยครับ ส่วนถ้าเป็นผู้ใหญ่
ก็ซุ่มซ้อมดีๆ แล้วก็ไปยื่นสอบเอา Kyu1 เลย จะได้ไม่เสียเวลา

ถ้ายื่นขอสอบ Kyu1 เลย โดยที่ไม่เคยสอบมาก่อน ก็ต้องเริ่ม
จากท่าถ้วยใหญ่ ไล่ไปเลยครับ ท่าละ 3 ครั้ง ทำให้ได้
แต่ก็อาจจะสอบไม่ผ่าน ก็แล้วแต่ว่าไปพลาดตรงไหน
สมมุติไปพลาดที่ท่าเครื่่องบินตก ทำได้แค่ครั้งเดียว ใน
โอกาส 10 ครั้งที่เขาให้ ก็ได้ยศ Kyu5 ปลอดใจ ไว้ค่อยมา
สอบใหม่ โดยยื่นสอบ Kyu4 เลย ไม่ต้องไปเริ่มใหม่

ในส่วนระดับ Pre-Dan ไม่มีการซอยย่อย ก็สอบไล่ไปเลย
ตั้งแต่ท่าเสียบลูกชิ้น 5 ครั้ง เครื่องบินตก 5 ครั้ง ถ้าไปพลาด
ท่าไหนแม้แต่ท่าเดียว ก็ถือว่าไม่ผ่าน ต้องมาสอบใหม่
ก่อนจะสอบระดับ Pre-Dan ได้ ก็ต้องสอบผ่านระดับ Kyu1 
มาก่อนครับ ห้ามข้ามขั้น

ส่วนระดับ Dan จะซอยย่อยเป็น Dan1 ถึง Dan6 โดย Dan1 
จะอ่อนที่สุด กติกาก็คล้ายๆ กับการสอบระดับ Kyu ครับ
ก็ไล่ไปตามท่า ตามจำนวนครั้งที่กำหนด เพียงแต่ท่ามันยาก
กว่า

ในส่วนของท่า Moshikame หรือจับปากกาเดาะบอล มันเป็น
การเดาะ ที่กำหนด 50(2) แปลว่า ให้เดาะให้ได้ 50 ครั้ง
ให้โอกาสทำ 2 ทีครับ ทีแรกอาจจะเดาะไป 49 ครั้งแล้วบอล
หล่น ก็ให้โอกาสอีกที แต่ก็ต้องเริ่มเดาะใหม่เลย ไม่นับรวม
ส่วน 100(1) ก็ให้โอกาสทีเดียวครับ เดาะให้ได้ 100 ครั้ง
หล่นไม่ได้เลย ไม่อย่างนั้นก็ไม่ผ่าน



ปัจจุบันวงการเคนดามะแพร่กระจายไปทั่วโลก ผู้เล่นมากขึ้น
ท่าใหม่ๆ ยากๆ ก็มากขึ้น ทำให้การสอบวัดระดับที่ผมกล่าวข้างต้น
อาจจะดูไม่อัพเดทแล้ว แต่เขาก็ยังใช้กันอยู่ ทีนี้มาดูข้อมูลจากเว็บ
KendamaUSA บ้าง เขาก็แบ่งความยากของท่าออกเป็น 3 ระดับ
คล้ายๆ กัน คือ Beginner Intermediate และ Advanced

สังเกตว่าท่า Bird (Intermediate 5) ท่า 1 turn lighthouse
(Intermediate 8) ท่า 1 turn airplane (Intermediate 9) และ
ท่า Earth turn (Intermediate 23) ในภาพ ซึ่งเป็นท่าในระดับ
กลาง แต่ท่าเหล่านี้ เป็นท่าในตารางการสอบระดับ Dan ที่ถือว่า
ยากในอดีต แต่ปัจจุบัน เป็นแค่ท่ากลางๆ ไม่ยากมากอีกต่อไปแล้ว



ยิ่งถ้าเรามาดู ตารางท่าที่เขาใช้ในการแข่งขันระดับโลก
ตารางที่ผมยกมา คือ KWC2016 เขาจะแบ่งออกเป็น 10 ระดับ
ถ้าเทียบกับของ KendamaUSA ก็จะพบว่า ระดับ 1 เท่ากับ
Beginner ระดับ 2 เท่ากับ Intermediate และ ระดับ 3 ก็เท่ากับ
Advanced

ดั้งนั้น ระดับ 4 ถึง 10 ที่เหลือ ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว
มันยิ่งยากกว่าระดับ Dan ในตารางข้างต้นไปอีกมากมาย
แต่ก็ไม่ต้องไปซีเรียสครับ เพราะนั่นเป็นสำหรับมือโปรเขาแข่ง
มันก็ต้องยากๆ เวอร์ๆ กว่าคนธรรมดาทั่วไปอยู่แล้ว
ในระดับคนทั่วไป การวัดด้วยระบบ Kyu ระบบ Dan ก็ยังใช้ได้



และล่าสุด ที่เขาเพิ่งแข่งกันไปเสร็จไม่นานนี้ มีเพิ่มเป็น 12 ระดับ
ความยากแล้วครับ แต่เขาก็ไม่ทิ้งนักเล่นมือใหม่ หรือเด็กๆ ครับ
เพราะยังมีระดับ 1 2 และ 3 ที่ไม่ยากมาก ให้ได้ไปร่วมงานแข่ง
กันได้ทุกคน ว่าแล้วก็กลับมาคุยกันในระดับ Kyu ต่อดีกว่า

ท่าที่ 7 ในตารางการสอบระดับ Kyu คือท่า Swing in ที่ผมจะ
เก็บไว้อธิบายเป็นท่าสุดท้ายก่อนไปสอบระดับ Kyu กัน ก็เพราะว่า
มันน่าจะยากที่สุด เนื่องจากการเรียงระดับความยาก อาจจะยัง
ไม่ตรงความจริงนักในอดีต แต่เมื่อมีคนเล่นมากขึ้น จะเห็นว่า
ในรูปของ KendamaUSA ท่า Swing Spike ซึ่งก็คือท่าเดียวกัน
มันถูกจัดให้อยู่ในระดับกลาง (Intermediate 1)

แล้วบล็อกหน้า ผมจะมาเล่าถึงท่าเหวี่ยงเสียบ หรือ Swing in
หรือ Swing spike อย่างละเอียดอีกที

ส่วนวิดีโอสุดท้าย ผมอธิบายถึงกติการสอบระดับ Kyu
ตั้งแต่สมัยที่ผมยังทำท่าเหวี่ยงเสียบไม่ได้ แต่ก็ศึกษาการ
วัดระดับความสามารถไว้ เพื่อเป็นเป้าหมายกระตุ้นตัวเอง
ให้เล่นเคนดามะได้สนุกมากขึ้น



แล้วเจอกันใหม่บล็อกหน้าครับ





 

Create Date : 03 กันยายน 2560    
Last Update : 24 กันยายน 2560 9:32:26 น.
Counter : 208 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

บทที่ 10 ตั้งให้ได้แล้วถล่มมันลง



สวัสดีครับ ผมรุต เรเดอร์

วันนี้ผมจะมาอธิบายถึงสองท่า ที่ต่อเนื่องกัน
เป็นท่าคู่แฝด ที่แยกกันไม่ได้เลยก็ว่าได้
ก็คือท่าประภาคาร (Lighthouse) และท่า
หอคอยถล่ม (Falling down หรือ Falling in)

ท่าประภาคาร ก็เป็นอีกด่านความยากที่นัก
เคนดามะหน้าใหม่จะต้องผ่านให้ได้ และเป็น
ท่าแรก ที่ต้องใช้การบาลานซ์มือของผู้เล่น
เพื่อให้เคนมันตั้งสมดุลย์อยู่บนบอลได้
เพราะบทที่ผ่านๆ มา แค่เคนกับบอลมาเจอกัน
อย่างแม่นยำก็คือจบ แต่ท่านี้ไม่จบครับ
ถ้ามันไม่สมดุลย์พอ



ท่าประภาคารนั้น ถ้าเป็นเคนดามะที่ได้มาตรฐาน
จะฝึกได้ง่ายครับ ผมเองฝึกจากตัวที่ไม่ได้
มาตรฐาน (ตัวด้านขวา) ทำให้ฝึกได้ยาก เพราะ
ตัวเคนมันเล็ก น้ำหนักเบา ก้นถ้วยก็เล็ก รวมทั้ง
จุดที่เชือกออกจากเคน ก็ออกตรงกลางระหว่าง
จุดตัดของตัวถ้วย กับตัวด้าม เคนเลยเอียงมาก
เวลาปล่อยห้อยกลางอากาศ ด้วยเหตุผมทั้งหมด
ทำให้การดีดให้เคนขึ้นมาตั้งสมดุลย์บนบอลนั้น
ทำได้ยากมากๆ

ทีนี้ถ้าเป็นตัวเคนดามะที่ได้มาตรฐาน ก้นถ้วย
จะใหญ่ ตัวเคนก็มีน้ำหนัก เชือกก็ออกเยื้องขึ้น
ไปทางหนาม ทำให้ความเอียงของเคนเวลาที่
ปล่อยห้อยกลางอากาศมีน้อย มันเลยช่วยได้
เยอะครับ ในการฝึก

ส่วนประเด็นของสีที่เคลือบที่บอล ถ้าเป็นสีด้าน
จะช่วยให้ฝืด เคนเกาะที่บอลได้ดีครับ แต่อย่า
ไปซีเรียสกับประเด็นนี้ครับ เพราะเล่นๆ ไป
สีมันจะถลอกออกอยู่ดี สุดท้ายแล้วบอลจะลื่น
เป็นปกติครับ ต้องใช้ฝีมืออยู่ดี ในการเล่น

รายละเอียดการฝึก ดูตามคลิปเลยครับ
คลิปนี้อาจจะพลาดเยอะหน่อยครับ ฟอร์มตก



ในส่วนท่าหอคอยถล่มนั้น ถ้าเรามีประสบการ
กับท่าเครื่องบินตกในบทที่ 9 มาพอสมควรแล้ว
ก็สามารถฝึกต่อได้เลยครับ เพราะเป็นท่าใน
ลักษณะเดียวกัน คือให้เคนพุ่งเอาหนามปักลง
ที่บอล แต่ถ้าท่าเครื่องบินตกยังไม่คล่อง ก็ต้อง
ฝึกให้คล่องก่อนนะครับ เอาทีละท่าๆ ไม่งั้น
ถ้าข้ามขั้น หรือฝึกหลายๆ ท่ารวมกัน แล้วมัน
ทำไม่ได้ จะเสียกำลังใจครับ

ทีนี้มาดูสภาพของคนเพิ่งหัดท่าประภาคารได้
ดีใจเวอร์มาก เพราะตอนนั้นฝึกอยู่นานเลย
กับไอ้เคนดามะที่ไม่ได้มาตรฐาน



อันต่อไปเป็นคลิปสอนท่าหอคอยถล่ม ตั้งแต่
สมัยที่ผมยังใช้เคนดามะตัวเก่า ที่ไม่ได้
มาตรฐานอีกเช่นกันครับ หน้าตาลุ้นสุดๆ



มาถึงบทที่ 10 แล้ว หากดูตามรายชื่อท่าที่ใช้
ในการสอบวัดระดับความสามารถด้านเคนดามะ
ในระดับเบื้องต้น (Beginners) จะเห็นว่าเกือบ
ครบแล้วครับ ที่เราฝึกได้

ตารางผมเอามาจาก Kendama.co.uk ครับ



1 Big cup (ท่าถ้วยใหญ่) ท่านี้ชิวๆ อยู่แล้วครับ น่าจะได้ทุกคน
2 Small cup (ท่าถ้วยเล็ก) อันนี้ก็ไม่ยาก
3 Base cup (ท่าก้นถ้วย) ก็ไม่ยาก
4 Candle (ท่าไอติมโคน) ท่านี้ก็ง่าย
5 Pull up in (ท่าเสียบลูกชิ้น) ฝึกนิดหน่อยก็ไม่ยากมาก
6 Aeroplane (ท่าเครื่องบินตก) อันนี้ต้องฝึกเยอะหน่อย ใจเย็นๆ
7 Swing in (ท่าเหวี่ยงเสียบ) ท่านี้ไม่ง่าย จะกล่าวในบทต่อๆ ไปครับ ว่าทำไม
8 Around Japan (ท่าทัวร์ญี่ปุ่น) อันนี้ไม่ยาก
9 Around the World (ท่าทัวร์รอบโลก) อันนี้ต้องฝึกสักหน่อย ก็ไม่ยากมาก
10 Lighthouse (ท่าประภาคาร) บทนี้ก็ฝากการบ้านให้ไปฝึกท่านี้ครับ
11 Moshikame (ท่าจับปากกาเดาะบอล) อันนี้ง่ายๆ ครับ แค่ต้องเดาะให้ได้เยอะๆ

ดูจากเนื้อหาของการสอบแล้ว หนทางอีกไม่ไกลครับ
เหลือท่าเหวี่ยงเสียบอีกท่าเดียว แล้วเราจะได้ไปลอง
ข้อสอบกัน

ในส่วนของวิธีการสอบต่างๆ ผมจะเล่าให้ฟังในภายหลัง
บทนี้ก็ฝากให้ซ้อมท่าประภาคาร กับหอคอยถล่มให้ได้
ครับ เพราะมันยากอยู่




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2560    
Last Update : 31 สิงหาคม 2560 19:33:12 น.
Counter : 273 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

บทที่ 9 เจาะลึกท่าเครื่องบินตก



สวัสดีครับ ผมรุต เรเดอร์

หนทางสู่การเป็นยอดนักเสียบเดินทางมาถึงบทที่ 9 แล้ว
หลังจากบทที่ผ่านๆ มา เราจับเคนเล่นมาโดยตลอด
และหวังว่าท่านผู้อ่าน จะจับเคนได้ถนัด และเล่นรับบอล
เสียบบอลได้ชำนาญมาพอสมควร

วันนี้มาลองจับบอลเล่นดูบ้าง กับท่าพื้นฐานสำคัญ
นั่นก็คือท่าเครื่องบินตก หรือ Airplane หรือ Aeroplane

ท่านี้จะเป็นท่าแรก ที่นักเคนดามะจะได้จับบอลเล่น
และเป็นอีกด่านความยากที่จะต้องผ่านให้ได้
เรามาเริ่มดูจากวิธีจับบอลก่อนเลยครับ

การถือบอลที่ถูกวิธี ไม่มีการกำหนดไว้
ก็คือถือเอาตามความถนัดของแต่ละคน



ถ้าเป็นผมถือ ผมก็จับบอลโดยให้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้อยู่กลางตัวบอล
นิ้วกลาง นาง และก้อย ก็ประคองไว้ใต้ลูก โดยเชือกจะผ่านระหว่าง
นิ้วกลางกับนิ้วนางออกมา



ถือบอลให้รูชี้ขึ้นข้างบน และมีพื้นที่ว่างบริเวณรอบๆ รู
เพื่อใช้ในการรอรับเคน ที่จะลอยมาลงที่บอล เกิดเป็นท่าต่างๆ



ถ้าเคนลอยมาก โดยส่วนหนามปักลงที่บอล ดังภาพ ก็จะเป็นท่า
เครื่องบินตกนั่นเองครับ ซึ่งวันนี้เราจะเจาะลึกในรายละเอียดของท่านี้



ถ้าเคนลอยมาตั้งบนบอล ดังภาพ ก็จะได้เป็นท่าประภาคาร หรือ
Lighthouse ซึ่งผมจะกล่าวถึงอย่างละเอียดในบทต่อไป
ที่สำคัญคืออยากให้ดูว่า เราไม่ควรจับบอลโดยให้นิ้วกินพื้นที่ไปใกล้รู
เพราะนิ้วเราจะไปโดนถ้วยได้ ซึ่งในทางปฏิบัตินั้นถือว่าฟาวล์นั่นเอง



ถ้าเคนลอยมาตกที่บอล โดยให้ถ้วยใหญ่คว่ำบนบอล ก็จะได้เป็นท่า
ลงจอดบนดวงจันทร์ หรือ Lunar lander นั่นเองครับ
ท่านี้เป็นท่าในระดับขั้นสูง คงอีกนานกว่าจะได้กล่าวถึง

นั่นก็เป็นตัวอย่างทั้งหมดของการจับบอล การเหลือพื้นที่รอบๆ รู
เพื่อเป็นที่ว่างให้เคนลง ถ้าเป็นท่าเครื่องบินตกที่หนามปักลงที่บอล
เคนโดนนิ้วได้ครับ ไม่ถือว่าฟาวล์ เพราะหนามถ้าลงที่รู มันมั่นคง
แต่ถ้าเป็นกรณีถ้วยมาคว่ำบนบอล ตามกติกาจะโดนนิ้วไม่ได้ครับ
จะถือว่าแอบใช้นิ้วช่วยนั่นเอง

เมื่อถือบอลได้แล้ว มาเริ่มฝึกท่าเครื่องบินตกกันเลย
ผมแบ่งออกเป็น 2 กรณีครับ

1 ถ้าเราไม่สนใจจะต่อท่า ขอเพียงแค่ทำยังไงก็ได้ ให้เคนลอยมา
แล้วหนามปักลงที่บอล ก็ถือว่าจบ กรณีนี้ก็ไม่ต้องควบคุมการหมุน
ของเคนขณะเหวี่ยงเคน

2 แต่ผมอยากให้ฝึก เผื่ออนาคตครับ เพราะสุดท้ายเราจะต้อง
ต่อท่า จึงควรฝึกให้เคนลอยมาลงที่บอลแบบสวยงาม
จะทำให้เราต่อท่าได้ง่าย ไม่ต้องมาหมุนบอลเพื่อแต่งให้เสียเวลา
กรณีนี้ต้องใส่สปินให้เคนเล็กน้อยก่อนดีดมันขึ้นมาบนบอลครับ

ดูรายละเอียดตามคลิปได้เลย



ดูคนเล่นเป็นอธิบายไปแล้ว ทีนี้มาดูคนเล่นไม่ค่อยเป็นอธิบายบ้างครับ
กับคลิปตอนที่ผมเพิ่งหัดเป็น ตอนนั้นลองฝึกให้มือซ้ายด้วย
แถมยังฝึกด้วยวิธีเอาเคนแปะที่ขา ก่อนเหวี่ยงเคนขึ้นมา
เพื่อให้เรามีเวลาจ้องหนามนานๆ เล็งนานๆ นั่นเองครับ



ส่วนคลิปต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างของการใช้ท่าเครื่องบินตก
แล้วต่อด้วยท่ากายกรรมโหนราว ซึ่งต้องใช้การเกี่ยวเชือก
ทำให้ผมต้องมาฝึกท่าเครื่องบินตกใหม่อีก เพราะต้องดีด
ให้เคนอยู่ใกล้ๆ เราจะได้เกี่ยวเชือกได้



ดังนั้น สำหรับมือใหม่ ผมก็เลยอยากให้ฝึกท่าเครื่องบินตก
ด้วยวิธีที่ถูกต้องไปเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลาแก้ในภายหลัง
นั่นเองครับ

และอย่าลืมว่า กว่าจะให้น้ำหนักเคนอย่างพอดี และกว่าจะเอา
รูไปรองรับหนามอย่างแม่นยำ ก็ต้องใช้เวลาฝึกฝนครับ

หากเห็นว่าบล็อกผมเป็นประโยชน์ ก็แวะกดไลค์ให้กำลังใจกัน
ได้ในเพจ ตำบอลบริการครับ




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2560    
Last Update : 25 สิงหาคม 2560 18:41:14 น.
Counter : 345 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  

BlogGang Popular Award#13


 
RouteRaideR
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




จักรยาน มีล้อเดียว มันเสียวล้ม
ต้องเพาะบ่ม หมั่นฝึกฝน จนคล่องแข็ง
จะได้ขี่ กระโดดเด้ง เร่งหลบแซง
แม้หลุมแอ่ง อุปสรรค กล้าเิผชิญ

ขี่เก่งแล้ว ก็ค่อยออก ไปเที่ยวเล่น
ปั่นแล้วเป็น เหมือนบินลิ่ว ปลิวลมเหิน
นั่งตัวตรง ไม่มีแฮนด์ เป็นส่วนเกิน
ชมวิวเพลิน ผจญภัย ไม่เบื่อเลย

by RouteRaideR
Friends' blogs
[Add RouteRaideR's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.