Everybody can be a great writer. Just put your inspiration and type it.
Group Blog
 
All Blogs
 

เมื่อคนที่คุณรักที่สุดเป็นมะเร็ง ! สิ่งที่ต้องทำคือเผชิญหน้า Pt.4

 เมื่อคนที่คุณรักที่สุดเป็นมะเร็ง ! สิ่งที่ต้องทำคือเผชิญหน้า PT.4 


Admit นอนโรงพยาบาล /ผลข้างเคียง 1 
หลังจากคุณแม่ได้ Admit เรียบร้อย ก็เริ่มเข้าสู่การรักษานะคะ  
โดยคุณแม่จะต้องลงไปฉายแสงทุกวัน ช่วง 5 โมงเย็น แต่ละวัน
อาการข้างเคียงจะแตกต่างกันไป ช่วง 2 อาทิตยฺแรก ยังมีเลือดออกจากช่องคลอด
จนมีอาการเกล็ดเลือดต่ำ ต้องให้เลือดเสริมเข้าไป  และยังมีอาการท้องผูก
ปัสสาวะขัดทุกวันให้รำคาญใจ 

อาการการกิน 
ช่วงระหว่างการฉายแสง คุณแม่ก็ได้ืทานอาหารที่จัดโดยโรงพยาบาล 
ก็ครบตามโภชนาการทุกมื้อนะค่ะ  แต่สิ่งนึงที่สังเกตคือ คุณแม่ต้องทานไข่ต้มวันละฟอง 
เพราะช่วยให้ร่างกายมีโปรตีนไว้ซ่อมแซมร่างกาย เป็นสิ่งที่ดี ตอนนั้นคุณแม่ก็ทานอาหาร
ได้ประมาณนึงนะค่ะ ก็เน้นผัก ผลไม้ มีหญ้าปักกิ่ง ทานช่วยไปค่ะ  

เพื่อนร่วม"โรค" 
อันนี้ขอเล่าเสริมนะค่ะ ตลอดเวลาที่ไปดูแลคุณแม่ที่โรงพยาบาล 1 เดือนกว่า ๆ
ที่หอผู้ป่วยมะเร็ง ทำให้เห็นอะไรที่ไม่อยากจะเห็นเยอะมาก บางเตียงอยู่นาน 
บางเตียงก็จากไปเร็ว บางเตียงดูแล้วก็กลับมาใหม่ 

อายุที่เห็นมานอนก็มีตั้งแต่ 10 - 60 ปี ทำให้เห็นสัจจธรรมนะคะ ว่าใคร ๆ 
ก็เป็นได้ บางคนไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ก็เป็น หลากหลายสาขาอาชีพ 
แต่ที่เราเห็นเหมือนกันที่ทุกคนมี คือความเจ็บปวด ฃค่ะ คนไข้มะเร็งเป็นคนไข้
ที่น่าสงสารที่สุด เพราะตอนเป็นก็ปวด ตอนรักษาก็ปวด ตอนพักฟื้นก็ปวด 
แต่ดีที่ว่า คุณแม่เราเริ่มดีขึ้น ๆ  

เห็นคนไข้มะเร็งจากไปต่อหน้าต่อตา  
อันนี้เป็นประสบการณ์ของคุณแม่ จากเตียงตรงข้ามนะค่ะ เป็นพี่ผู้หญิงอายุ 42 ปีได้ 
เป็นมะเร็งปากมดลูก และลามไปที่ปอดและต่อมน้ำเหลือง พี่คนนี้มานอน
ให้คีโม หายใจและทานอาหารไม่ได้แล้ว ต้องให้ทางสายยาง 

เรียกว่าอาการหนักพอสมควร พี่เค้าจะมีสามีมาเฝ้าช่วงกลางวัน โดยสามีเค้าให้เบอร์
กับแม่เราไว้ เผื่อมีอะไรด่วนจะำได้โทรได้  

ช่วงเย็นๆ วัีนนึงค่ะ ประมาณปลายเดือนกรกฏาคม 55 พี่ผู้หญิงอาการหนักมาก
พี่ผู้ชายเลยเดินมาคุยกับเราว่าจะทำยังไงดี เราก็เลยแนะนำเรืองยาตัวนึงนะค่ะ 
ที่หมอที่รามา ฯ บอกว่าช่วยประทังชีวิตได้เม็ดละ 3 พัน ทานทุกวัน/1 เม็ดจะช่วยได้ 
พี่เค้าสนใจ เราเลยรับปากว่าจะไปถามชื่อยาจากหมอมาให้   

แต่ว่า...พี่ผู้หญิงเค้าอยู่ไม่ทันค่ะ พอตก 5 ทุ่ม เค้าเริ่มมีอาการร้องปวดแบบเสียงดัง
มาก และส่งสัญญาณมือบอกแม่เราให้โทรตามสามีให้หน่อย  แม่เราโทรตามให้ไม่นาน
เค้าก็มานะค่ะ พี่ผู้หญิงเริ่มมีอาการเพ้อ ดึงสายน้ำเกลือ สายคีโมออกจากตัว กรีดร้อง
และเริ่มร้องหา พ่อ หาแม่ พยาบาลก็เอาม่านมากั้นนะคะ แต่เสียงแห่งความเจ็บปวด
มันเล็ดลอดผ้าม่านออกมา นาทีนั้น คนไข้เตียงร่วมห้อง ตื่นขึ้นมานั้งเกร็งกันหมด 
แม่เราใจเสีย ทุกคนก็ใจเสีย  พยาบาลเอาเทปพระสวดมาเปิด ก็เป็นแบบนั้นจนถึงตี 3 
ทุกคนก็เริ่มเผลอหลับ ที่นี่คุณแม่เราสะดุ้งตื่น เพราะได้ยินเสียงท่ออ๊อซซิเจนดังแปลก
เลยกดออดเรียกพยาบาล ... สรุปคือพี่เค้าเสียแล้วค่ะ   ประมาณตี 4  

จากเหตุการณ์นั้นแม่เราก็ซึม และทรุดไปประมาณนึง เราต้องให้กำลังใจเค้า
ก็เข้าใจนะคะ สถานการณ์แบบนั้นมันบีบคั้นมาก   

ฉายรังสี/ฉายแสง ครบคอร์ส 
คุณแม่ก็ฉายแสงครบ 28 ครั้งแล้วนะค่ะ ต่อไปก็เริ่มรักษาด่วยการวางแร่ 
โดยให้ทั้งหมด 3 ครั้ง อาทิตย์นึงวาง 1 ครั้ง ค่ะ 

การวางแร่ 
การวางแร่ จะเป็นการสอดอุปกรณ์เข้าไปตรงช่องคลอด และให้รังสีจากแร่เข้าไป
ช่วยรักษา โดยไม่ใช่การฝังนะค่ะ เป็นลักษณะเอาแร่เข้าไปวางใกล้มากกว่า 
ก็การรักษาตรงจุดนี้จะเจ็บเพราะสมควร เพราะต้องวางอุปกรณ์ลงไป  คุณแม่ก็รักษา
จนครบคอร์สค่ะ 



ออกจากโรงพยาบาล 
จากการเริ่มรักษาตั้งแต่เดือน มิ.ย คุณแม่ก็มีกำนดออกจาก รพ. วันที่ 11 สค 55 
ก่อนวันแม่พอดี คุณหมอก็ให้บัตรนัดมาดูอาการประมาณ 2 เดือน พร้อมทั้งแจ้ง
วิธีการปฏิบัตตัวและผลข้างเคียงที่ต้องเจอให้คุณแม่รับทราบนะค่ะ  

สรุปค่าใช้จ่ายในการรักษาคลีนิคนอกเวลา+ประกัน 30 บาท ทำให้เรา
ใช้จ่ายตรงนี้ไปไม่ถึง 100,000.- สำหรับเราแฮปปี้มากๆค่ะ ทัศนคติต่างๆ 
ที่เคยมีกับ รพ.รัฐฯ  หายไปหมด เพราะคุณหมอ และพยาบาลทุกท่านน่ารัก
และเอาใจใส่คนไข้มากๆ 
การได้รับการตรวจช้า มันเป็นเรื่องที่เราต้องเข้าใจนะคะ คนไข้ทุกคน จากทั่วประเทศ 
มารักษาที่เดียวกัน คนเยอะ บุคลากรน้อย ทุกท่านก็เหนื่อยและมีอารมณ์กันบ้าง 
แต่ถ้าอาศัยซึ่งความเข้าใจกันและกัน มันก็ช่วยได้นะค่ะ 

สำหรับเรา รพ.ราชวิถี สอบผ่านมากๆ ค่ะ ทั้งหน่วยสอบสิทธิคนไข้
วอร์ดรังสี วอร์ดมะเร็ง ขอบคุณทกุท่านมากคะ  

เดี๋ยวมาเล่าช่วงพักฝื้นต่อนะคะ 





 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 17 กรกฎาคม 2556 10:37:28 น.
Counter : 599 Pageviews.  

เมื่อคนที่คุณรักที่สุดเป็นมะเร็ง ! สิ่งที่ต้องทำคือเผชิญหน้า Pt.3

เมื่อคนที่คุณรักที่สุดเป็นมะเร็ง ! สิ่งที่ต้องทำคือเผชิญหน้า Pt.3


เริ่มต้นวางแผนการรักษา 
  หลังจากได้ผลทุกอย่างมาอยู่ในมือนะคะ ทาง อ.หมอก็เริ่มแจ้งว่า
  มะเร็งของคุณแม่มีขนาดใหญ่ พอประมาณ และติดกับอุ้งเชิงกราน 
  และเป็นส่วนที่ไม่สามารถตัดได้ วิธีการที่จะช่วยรักษาได้คือ การฉายรังสี 
  ควบคู่ไปกับการวางแร่  โดยคุณหมอแจ้งว่า การรักษานี้คุณหมอไม่รับประกันเลย
  ว่ามันจะหายหรือไหม หมอแค่บอกว่าถ้าลดลงครึ่งเดียวก็ดีใจ 

ผลข้างเคียงจากการฉายรังสี
  จากนั้นคุณหมอก็แจ้งว่า คุณแม่จะเจอผลข้างเคียงอะไรจากการรักษาด้วยการ
  ฉายรังสีบ้าง โดยคุณหมอสรุปมาว่า 
  - ช่องคลอดจะแข็ง และไม่ยืดหยุ่น อาจจะปิดได้ ถ้าไม่ทำการขยายช่องคลอดทุกวัน
  - จะมีอาการฉี่ติดขัด ฉี่เป็นเลือดเนื่องจากกระเพาะปัสสาวะ จะโดนรังสีด้วย 
  - จะมีอาการถ่ายเป็นเลือด และท้องผูก สลับท้องเสีย เพราะลำไส้ใหญ่ จะมีปัญหา 
ที่นี่คุณหมอก็ถามความสมัครใจคุณแม่ค่ะ ว่าจะรักษาไหม โดยไม่ถามพวกเราด้วย 
 (หมอบอกว่า ต้องถามคนไข้ เพราะคนไข้ต้องเผชิญเอง )

สรุปแล้วคุณแม่ ยินดีจะรักษาด้วยการฉายรังสีค่ะ 



การฉายรังสี / ฉายแสง 
ด้วยอาการของโรคมะเร็งที่กำลังลุกลาม และมีขนาดใหญ่ คุณหมอได้แจ้งว่า 
ต้องฉายแสงเป็นเวลา 1 เดือนเต็มคือ 28 วัน ไม่รวมเสา-อาทิตย์ และทำการวางแร่
ทั้งหมด 3 ครั้ง โดยก่อนอื่นต้องไปจองคิสฉายแสงค่ะ 

โดยคิวที่ได้แบบปกติ คุณแม่จะได้ฉายแสง เดือนกันยายน !!!!! 
 (ตอนนั่้นเดือนมิถุนายน ก็เท่ากับ 3-4 เดือนเลยทีเดียว) เราเลยถามพยาบาล
ว่ามีทางไหนไหมที่จะเร็วกว่านี้ คุณพยาบาลใจดีก็บอกว่า ให้ใช้สิทธิ+คลีนิค
นอกเวลา แล้วจ่ายส่วนต่างเอา โดยเราตกลงทันที โดยค่าใช้จ่ายส่วนต่าง
ตรงนี้ อยู่ที่ 10,000 บาท ++ เท่านั้น ถ้าเป็นเอกชน คงเป็นแสนแน่นอนค่ะ  

ที่นี่ทางคุณพยาบาลก็เช็คคิวให้ และบอกว่า มีคนแคนเซิลคิวพอดี จะแทรกให้
ได้เลยคือ 9 ก.ค 56 ก็เท่ากับว่าอีก 1 อาทิตย์เท่านั้น  

ตอนนั้นดีใจมาก ๆๆ นะค่ะ คิดว่้า ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง 
ที่นี่ก็เริ่มทำการนัดเลยค่ะ โดยคุณแม่ต้องเดินทางมาฉายแสงทุกวัน 
จำนวน 28 วัน ประมาณ 20 นาทีโดยประมาณ  

เริ่มฉายแสง/ฉายรังสี  

คุณหมอก็จะแจ้งให้ทราบนะค่ะ ว่าการมาฉายทุกครั้ง ต้องมีญาติมาเพราะคุณแม่
จะอ่อนเพลีย และมีอาการผะอืด ผะอมมาก ๆ  โดยคุณแม่จะนั่ง Taxi มาเองนะค่ะ 
ช่วงบ่าย 3 จากนั้นจะเริ่มฉายประมาณ 5-6 โมงเย็น เราก็จะเลิกงานเร็วและกลับ
พร้อมกัน คุณแม่ทำแบบนี้ได้อาทิตย์เดียวก็เริ่มมีอาการค่ะ 

ปวดท้องมาก นั่งไม่ได้ ต้องนอนอย่างเดียว ทานไม่ลง ฉี่ไม่ออก 
และอาเจียร เหนื่อยง่าย เลือดออกไม่หยุด เราจึงคิดว่า 
คุณแม่ควร Admit ค่ะ เพราะน่าจะสบายกว่า 
(แต่ด้วยความที่เป็น รพ.รัฐ เตียงไม่ได้หาง่ายนะค่ะ ฮือ ๆๆ )

เราก็อาศัยปรึกษาคุณพยาบาลเช่นเคย คุณพยาบาลก็ดูอาการ 
และให้คุณหมอตรวจ คุณหมอจึงทำการอนุมัติให้ Admit ค่ะ    

การจองห้องผู้ป่วย 
เนื่องจากห้องผู้ป่วย จะมีการแยกตาม Ward นะค่ะ ของคุณแม่จะต้องพัก
ใน Ward หอผู้ป่วยมะเร็ง ทางพยาบาลก็เช็คให้นะค่ะ โดยสรุปอาทิตย์หน้า
จะได้เตียงห้องพิเศษรวม ค่ใช้จ่ายวันละ 300 บาท ก็ตกลงทันทีนะค่ะ 
เพราะยังไงก็ถูกกว่าการนั่ง Taxi มาหาหมออยู่ดี 

ต่อตอนที่ 4 ค่ะ 




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 17 กรกฎาคม 2556 10:39:40 น.
Counter : 337 Pageviews.  

เมื่อคนที่คุณรักที่สุดเป็นมะเร็ง ! สิ่งที่ต้องทำคือเผชิญหน้า Pt.2

  เมื่อคนที่คุณรักที่สุดเป็นมะเร็ง ! สิ่งที่ต้องทำคือเผชิญหน้า Pt.2 


  เริ่มหาที่รักษา 
//bit.ly/1dBvX5H
  หลังจากที่ผล Lab แจ้งแล้วว่า คุณแม่เป็นมะเร็งที่ปากมดลูก สิ่งแรกที่ทำก็คือถามไถ่
  พี่ๆ เพื่อน ๆ ว่า ญาตที่เป็น เค้ารักษาที่ไหน ส่วนมากก็จะตอบกันมาว่าเป็น ร.พ รามาธิบดี 
  แต่ต้องให้แม่เข้าระบบ 30 บาท เราก็เลยลงทะเบียนที่ สถานีอนามัยเขตใกล้บ้าน (ฝั่งดูบ้านนอกนะ 
  แต่จริง ๆ อยู่แค่ บางบัวทอง นนทบุึรีฯเอง) 

 จากนั้นเราก็เลยลองไปที่ รพ.รามาธิบดี ก่อน เพื่อมาขอคิวหาหมอ คลีนิคนอกเวลา ก็ไปตั้งแต่ 
 ตี 4 พอ สัก 9.30 น.ก็ได้เจอพยาบาบคัดกรอง ที่แผนกนารีเวช พยาบาลรับประวัติเสร็จก็บอก
 กับเราว่า ทำไมมาหาคลีนิคนอกเวลา รู้ไหมว่าค่าใช้จ่ายมันแพงมาก มันต้องรักษาต่อเนื่องนะ 
 อย่ามาลัดคิว พยาบาลก็บ่น ๆ แกม สอนเราว่าให่เข้าระบบให้เป็นเรื่องเป็นราว 

 สรุป...เสียเวลา 1 วันที่ โรงพยาบาลรามา ฯ โดยไม่ได้เจอหมอเลย 
(ช่วงนี้ก็ให้แม่ทานพวกหญ้าปักกิ่ง บำรุงไปก่อน) 

ระบบการรักษา 30 บาท จะเป็นแบบนี้ค่ะ 
>ลงทะเบียน กับสถานีอนามัยในเขตตามทะเบียนบ้านเรา ซึ่งสามารถโทรเช็คทาง 
  กรมประกันสุขภาพได้ เค้าจะแจ้งให้เราไปที่ไหนนะค่ะ 
>จากนั้นหมอที่อนามัย จะขอใบรับรองแพทย์ (ซึ่งตรงนี้จะเร็วถ้าเราผล Lab จากเอกชนไปยื่น)
  เมื่อหมอที่อนามัย เห็นว่ารักษาไม่ได้ก็จะส่งไปที่โรงพยาบาล ประจำ อำเภอ 
> เมื่อเราไปที่โรงพยาบาล ประจำอำเภอ (ในกรณี ของคุณแม่คือ รพ.ไทรน้อย) 
   เค้าก็จะออกใบส่งตัวเราไปที่ ร.พ ประจำจังหวัด (ดูยุ่งยาก และเยอะ แต่ต้องทำตามระบบ
   นะค่ะื)
> จากนั้นก็นำใบส่งตัวไปหาคุณหมอ ที่ ร.พ ประจำจังหวัดค่ะ ซึ่งก็คือ รพ.พระนั่งเกล้า ซึ่งตรงนี้
   รพ.ประจำจังหวัด ก็ตรวจภายในอีกครั้ง โดยที่นี้จะสามารถให้คีโมได้ ผ่าตัดได้ แต่ไม่มีฉายแสง 
   คุณหมอที่ พระนั่งเกล้าก็บอกว่า ของคุณแม่ ผ่าตัดไม่ได้ต้องฉา่ยรังสีเท่านั้น
> สรุปจากทาง รพ.พระนั่งเกล้า ก็ได้เขียนใบรับรองแพทย์อีกครังว่าคุณแม่เป็น Cervix Cancer 
   (มะเร็งปากมดลูก) และให้ไปรักษาตัวต่อที่ รพ.ราชวิถี ที่เป็น ร.พ เครือข่าย 
> เมื่อเราได้ใบส่งตัว เราก็ต้องมาเข้าระบบคนไข้ที่ รพ.ราชวิถี เริ่มทำประวัติ และก็เจอกับ
    หมอที่ฝ่าย นรีเวชค่ะ 

**ขั้นตอนช่วงนีั้้้ใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์นะค่ะ โดยตอนนั้นไปหลายโรงพยาบาลมาก
    แต่ละที่ ต้องไปรับบัตรคิว ตั้งแต่ตี 4 ก็เหนืื้อยทั้งแม่ ท้งลูก แต่ก็สู้ค่่ะ

ในระหว่างนี้ร่างกาย คุณแม่เริ่มอ่อนแอ ขึ้นมีอาการปัสสาวะขัด ถ่ายไม่ออก มีไข้
และติดเชื่องู้สวัด ก็พอหาหมอรักษาตามอาการไปนะค่ะ ร่างกายอยู่ในช่วงอ่อนแอ 
แถมเครียด ก็เลยรุมเร้าเข้ามา 

กว่าจะได้คุณหมอเจ้าของไข้
เมื่อดำเนินการเรื่องเวชระเบียนเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เข้าแผนกภายในวัยนั้นนะค่ะ ถือว่า
เร็วมาก โดยช่วงเช้า คุณแม่จะต้องไปตรวจภายในอีกครั้งกับอาจารย์หมอ โดยคุณแม่เข้า่
ไปนานมากค่ะ ประมาณ 2 ชั่วโมง  Smiley ตอนนั้นก็แบบว่าเครียดแหละ ทำไมนานจัง  

วินิจฉัยคลาดเคลื่อน 
พอคุณแม่เล่าให้ฟังก็บอกว่า คุณหมอมาตรวจหลายท่าน มีหมอฝึกหัดตรวจด้วย 
และที่สำคัญตรวจไปตรวจมา คุณแม่ไม่ได้เป็นมะเร็งปากมดลูกค่ัะ !!!! แต่เป็น  
มะเร็งที่ช่องคลอดแทน Vagina Cancer ที่คนไทยเป็นน้อยมาก และที่จับดู 
ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ พอสมควร คุณหมอเลยแนะนำให้ไป CT Scan และตรวจปอดค่ะ 

ช่วงบ่ายคุณแม่ก็ต้องเข้าคิวในการเอ๊กซ์เรย์ปอด ตรวจคลื่นหัวใจ โดย 
วิธีการตรงนี้ก็รอนานเช่นเดียวกัน แต่ผลตรวจไม่มีอะไรผิดปกตินะค่ะ   ที่นี่เราก็ต้องไป
จองคิวการ CT Scan แต่คิวที่เร็วที่สุดที่ได้คือเดือน สิงหาคม (ตอนนี้นเดือนมิถุนายนเอง)


CT Scan  
หลังจากช๊อคกับการรอคิว CT Scan ทางพยาบาลก็แนะนำว่า ให้เราไปทำข้างนอก 
ถ้ามีเงิน โดยไปเอาผลจากเอกชนข้างนอกมาให้คุณหมอ ก็จะช่วยลัดคิวได้เร็วขึ้น 

เราก็เลยลองหาไล่ดูราคา ก็ได้ที่ ศูนย์ CT Scan ที่ประชาชื่นนะค่ะ ราคาอยู่ที่ 
17,000.- เฉพาะท้องส่วนล่าง เราก็รีบไปหา และรีบ CT Scan จะได้เห็นมะเร็งชัดขึ้น 

พอ CT Scan เสร็จ คุณหมอที่ดูฟิลม์ก็แจ้งย้ำอีกครั้ง ว่าคุณแม่มีมะเร็งที่ผนังช่องคลอด 
ด้านซ้าย โดยมีขนาดประมาณ 9 ซม. ซึ่งตรงกับการตรวจของ อ.หมอปิยะ นะค่ะ  



ตรวจเลือด + ปัสสาวะ + อุจจาระ 
การรักษาคุณหมอ ต้องการผลตรงนี้ด้วย และเนื่องจากคิวการตรวจที่ยาวนาน 
เราก็ตรวจที่ รพ.เอกชนเช่นเดียวกันค่ะ ก็ได้ผลเลย  

หลังจากได้ผลทุกอย่างเรียบร้อย ก็ถึงเวลานัดแพทย์ เพื่อทำการเริ่มต้นวินิจฉัยการรักษาแล้วค่ะ 
ซึ่งขั้นตอนทั้งหมด 1 เดือนพอดี 

อ่านต่อตอน 3 นะค่ะ 




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2556 17:59:45 น.
Counter : 575 Pageviews.  

เมื่อคนที่คุณรักที่สุดเป็นมะเร็ง ! สิ่งที่ต้องทำคือเผชิญหน้า Pt.1

 เมื่อคนที่คุณรักที่สุดเป็นมะเร็ง ! สิ่งที่ต้องทำคือเผชิญหน้า  


 คำว่า"มะเร็ง" คิดว่าใคร ๆ ก็ต้องรู้จัก และหวาดกลัวกันทั้งนั้น เพราะจากคำบอกเล่า
 บทความต่างๆ  หรือในภาพยนตร์ ทำให้ไม่แปลกที่พวกเราจะเกลียดคำนี้มาก  

 ซึ่งเราก็ยังเผชิญกับมัน และยังคงเผชิญอยููู่่นะค่ะ จะมาเล่าให้ฟังกันค่ะ 
 จะได้แชร์ประสบการณ์ในการดีลกับมันให้ได้ 

อาการออก
 เมื่อราว พ.ค. ปี 55 คุณแม่มีอาการเลือดออก ที่ช่องคลอด ทั้งๆ ที่คุณแม่
 เป็นวัยหมดประจำเดือนแล้ว โดยคุณแม่มีอาการเลือดออก และมีไข้ต่ำๆ 
  อยู่ประมาณ 2 สัปดาห์  

 เมื่อคุณแม่บอกเรา แว่บแรกก็คิดนะค่ะ ว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่ เพราะด้วยอายุ ด้วยอาการ
 ที่อ่านเจอ ผสมกับการที่คุณแม่ไม่ค่อยดูแลตัวเอง สูบบุหรี่ กินกาแฟ เราเลยฟันธง(ในใจ) 
 ไปแล้วว่าึคุณแม่ ต้องเข้าข่ายมะเร็งปากมดลูกแน่นอน แต่จะเป็นมากน้อยแค่ไหนนั้น 
 ต้องไปลุ้นกันดู  

 เราเลยพาคุณแม่ไปแผนกสูติ-นารีเวช ที่โรงพยาบาลเกษมราษฏร์ รัตนาธิเบศร์เพราะอยู่
 ใกล้บ้าน  ไปถึงก็ทำการตรวจภายใน และตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ โดยคุณหมอได้
 กระซิบบอกกับเราว่าำม่ค่อยดีเท่าไหร่นะค่ะ (คิดในใจ โป๊ะเชะ..!!! ) แต่ว่าขอดูผล Lab 
 ประมาณ 1 สัปดาห์ 

ผลตรวจ Lab ชิ้นเนื้อ 
 ในระหว่างรอ เราก็หาอ่านบทความถึงวิธีการรักษาต่าง ๆ บทความที่เกี่ยวข้อง
 เรียกว่าแน่นมาก ข้อมูล ต่างๆ นานา  (ช่วงนั้นบอกตามตรงถึงแม้จะเตรียมใจ 
  ถึงเวลาจริงๆ มันโหดมากค่ะ  และการที่เราเป็นลูกคนโต  ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง
  ทั้งเรื่องเงิน เรื่องเวลา ตอนนั้นหัวหมุนมากค่ะ รู้ไว้ว่า...ทำประกันไว้ดีเสมอค่ะ ) 
 ซึ่งแม่เราไม่ได้ทำ 

 กลับมาที่การไปรับผลแล๊ป เราก็ไปกับคุณแม่ พร้อมน้องชายและน้องสาวนะค่ะ 
 มีแค่นี้ค่ะ ตามประสาครอบครัว Single Mom คุณหมอก็แจ้งว่า คุณแม่เป็นมะเร็งปากมดลูก
 ขั้นที่ 3 (ณ เวลาตอนนั้น มันเกินบรรยายจริงๆ นะค่ะ นิ่งทั้งคุณแม่ น้องชาย และน้องสาว) 

 คุณหมอก็แนะนำว่า จะรักษาที่ไหนต่อ เพราะค่าใช้จ่ายสูง ทั้งการฉายรังสี การให้คีโม
 ผ่าตัด คุณหมอเลยแนะนำให้เข้าระบบ 30 บาท ของโรงพยาบาลรัฐฯ ดีกว่า เพราะนอกจาก
 จะเซฟค่าใช้จ่าย เครื่องไม้เครื่องมือยังพร้อมกว่าอีกด้วย 

 เราก็เลยขอผลตรวจเนื้อ ทุกอย่างมาจาก รพ.เกษมราษฏร์ รัตนาธิเบศร์ เพื่อนำมาวาง
 แผนต่อไป  

 วันนั้นเราก็ส่งคุณแม่กลับบ้านนะค่ะ ให้กำลังใจท่าน กอดท่าน บอกว่า ต้องสู้ไปด้วยกัน 
 มันเกิดมาแล้วก็ต้องรักษาต่อไป (ก็ปั้นหน้าเข้มแข็งไปตามเรื่อง ตามราวค่ะ) 

 พอแยกกับคุณแม่ เพราะต้องไปทำงานต่อ นั่งรถตู้ ร้องไห้เลยค่ะ ร้องจริงจังมาก
 คนข้างๆ มองเลย แต่ตอนนั้น มัน Weak แล้วค่ะ ปั้นหน้าไม่ไหว น้ำตามันไหลออกมาเต็ม
 ชนิดแฟนโทรหา ก็ไม่รับ  

 เข้าใจเพื่อน ๆ พี่ๆ ที่มีญาติเป็นมะเร็งขึ้นมา 100 % เลยค่ะ .... 

เดี๋ยวมาเล่าต่อนะค่ะ 





 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2556 17:57:55 น.
Counter : 365 Pageviews.  


Roundshady
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ชอบเที่ยว ชอบเล่น ชอบพูดคุย
ชอบแลกเปลี่ยนความเห็น ชอบเขียน

ดังนั้นจึงมี Blog
Friends' blogs
[Add Roundshady's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.