ภาคภาษาอังกฤษ English Version

สัมผัสรัก บ้านไร่

  การที่เรา ขะรักนั้น 
ครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว เราสามารถจะมีการรัก ความรู้สึกได้ 




 

Create Date : 17 ตุลาคม 2558    
Last Update : 17 ตุลาคม 2558 21:07:48 น.
Counter : 1540 Pageviews.  

โดม ทักษิณ มหาสนุก 1

 

      สวัสดียามเช้าคร้าบ แฟนคลับชาวดอกกุหลาบบลายน์เกอลล์ที่น่ารักทุก ๆ ท่าน

วันนี้ หนูจะมาเล่าเรื่อง “โดมทักษิณมหาสนุก” ให้พ่อแม่พี่น้องที่น่ารักทุก ๆ ท่านได้รับฟังค่ะ

      ก่อนอื่นหนูขอเท้าความคำว่า “โดมทักษิณ” ให้พ่อแม่พี่น้องแฟนคลับที่เพิ่งมาใหม่ได้รับทราบก่อนนะคะ

“โดมทักษิณ” เป็นชื่อของชมรมหนึ่งในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ค่ะ

เป็นชมรมของนักศึกษาธรรมศาสตร์ชาวใต้นั่นเอง คุณพ่อคุณแม่หนูก็เป็นสมาชิกชมรมนี้ทั้งคู่

เพียงแต่อยู่คนละคณะ

       เอาละค่ะ นอกเรื่องอีกแล้ว งานโดมทักษิณสัมพันธ์นี่เป็นงานที่นักศึกษารุ่นต่าง ๆ คณะต่าง ๆ

มาพบปะสังสรรค์กัน ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 10 แล้วค่ะ แต่ละปีแต่ละจังหวัด ซึ่งปีนี้ มาจัดที่สงขลา

ซึ่งเป็นถิ่นของครอบครัวถาวรรัตน์ จึงมาร่วมทั้งครอบครัวได้ ถ้าเป็นจังหวัดอื่น ๆ แม่กับหนูเท่านั้นที่จะ

ไปหลั่นล้ากับเขาค่ะ พ่อกับน้องสาวเฝ้าบ้าน 

      ปีนี้จัดในวันที่ 3-5 พ.ค. 57 หนูจะขอนำเสนอกิจกรรมในแต่ละวันให้แฟนคลับทุกท่านได้ทราบ ค่ะ

วันที่ 3 พ.ค. 57

       สถานที่แรกที่พวกเราไปหลังจากที่รวมพลสมาชิกเรียบร้อยแล้ว ก็คือสวนสาธารณะหาดใหญ่นั่นเองคะ

ไปเข้า Ice dome ที่หนูเคยเล่าไปแล้วว่าเป็นประติมากรรมน้ำแข็งรูปต่าง ๆ แล้วก็เหมือนเดิม

ไปเล่นสไลเดอร์คิงคอง หนูเกิดความผิดพลาดทางเทคนิค หน้าผากไปโขกกับน้ำแข็ง

โอย เจ๊บเจ็บ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ถึงหัวใจ

       แล้วก็นั่งรถขึ้นเขาไปขึ้นกระเช้าข้ามไปยังเขาอีกฝั่งหนึ่งเพื่อไหว้พระ

แล้วก็ลงรถไปยัง Ice dome อีกรอบ โชคดีที่เมื่อเรามาถึง ฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่

ดีนะเนี่ย ที่ตกตอนเราลงมาถึงข้างล่างแล้ว ไม่งั้นเปียกปอนแน่ ๆ  

       

         แห่งต่อมา คือ สถาบันทักษิณคดีศึกษาค่ะ ไปกันตอนบ่าย แดดเปรี้ยง ๆ เลย ร้อนมาก ๆ

สถาบันทักษิณคดีศึกษานี้เป็นพิพิธพัณฑ์แสดงสิ่งต่าง ๆ ที่สื่อออกมาเป็น “ ปักษ์ใต้บ้านเรา ”

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไม้สอย อาทิ กระต่ายขูดมะพร้าว และเครื่องครัวอื่น ๆ

 ตลอดจนตัวหนังตะลุง ผ้าทอเกาะยอ เป็นต้น

 กลุ่มผู้ใหญ่ต่างก็เดินชมและรับฟังคำบรรยายจากพี่มัคคุเทศก์

ส่วนพวกเราเหล่าวัยรุ่นก็วิ่งหาช่องแอร์กันจ้าละหวั่น

บ้างก็ซื้อน้ำส้มคั้นมานั่งดื่มแก้กระหายและดับร้อน หนูซัดน้ำส้มไป 2 ขวด ขวดแรกเป็นแบบซ่า

 ขวดที่สองเป็นแบบคั้น อูย ผิดพลาดทางเทคนิคอีกแล้ว ซดขวดที่สองหมด ปวดท้อง

เลยกินยา 1 เม็ดของคุณน้าไป กว่าลมจะออกหมด เฮ้อ

      แล้วหมู่เฮา เอ๊ย โหมเราก็นั่งรถรางชมเมืองไปยังที่พัก คือ โรงแรมบีพีสมิหลา

รถแล่นผ่านถิ่นเก่าชลเจริญของครอบครัวถาวรรัตน์ด้วย

ขณะนั่งชมวิว ไปก็ให้ความรู้สึกคิดถึงบ้านเก่าของครอบครัวเราไม่น้อย

ยิ่งช่วงนี้มีงานเทศกาลอาหารสองทะเลด้วย อยากมาเที่ยวจัง

        จบตอนนี้ก่อนนะคะ ไว้ต่อ ตอนหน้า ค่ะ 




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 13 พฤษภาคม 2557 10:34:30 น.
Counter : 3083 Pageviews.  

รดน้ำสงกรานต์รายทาง

 

สวัสดีวันปีใหม่ไทยค่ะ แฟนคลับชาวดอกกุหลาบบลายน์เกอลล์ที่น่าร้ากกกกก ทุก ๆ ท่าน

ทั้งเด็ก สตรี และที่สำคัญ คนชรา ค่ะ สงกรานต์ปีนี้ไปเที่ยวไหนกันบ้างคะ

สำหรับหนู น้องโรสคนไม่สวย ไปรดน้ำสงกรานต์รายทางตั้งแต่บ่ายโมงยันสี่โมงเลยค่ะ

จะเป็นที่ไหนบ้างนั้น เชิญรับชมได๋เลยค่า

 

 เวลาบ่ายโมง ครอบครัวถาวรรัตน์ทั้ง 4 คน ประกอบด้วย คุณพ่อผู้หล่อเหลา

คุณแม่ผมขาว น้องโรสหยิกหยอย และน้องรินหน้าหวาน

ออกเดินทางจากบ้านสวนอันสุขขีเข้าตัวเมือง ไปรดน้ำ

คุณป้าสุนันทา คุณป้าพวงน้อย และคุณป้าอรนิช อุธกพันธุ์

สามพี่น้องผู้มอบทุนการศึกษาให้แก่หนูตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นต้นมา

 ทุนนี้เป็นของคุณลุงชูเกียรติ อุธกพันธุ์ เจ้าของอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับบลิชชิ่ง จำกัด ค่ะ

คุณป้าทั้งสามก็ให้พรพอเป็นพิธี แล้วก็มอบขนมเค้กกล่องขนาดกลาง

และคุกกี้ถุงโต๊โตมาให้พวกเรารับประทาน

 ที่สอง คือ ศาลากลางจังหวัดค่ะ เนื่องจากคุณแม่มีประชุม

 เมื่อท่านเลิกประชุมแล้ว พวกเราก็มารดน้ำคุณป้าท่านหนึ่งซึ่งร่วมประชุมกับคุณแม่

เป็นรุ่นพี่สมัยธรรมศาสตร์ค่ะ คุณป้าท่านนี้อายุเกือบ 80 ปีแล้ว แต่ยังขับรถชเวี้ยวชว้าว

รับส่งคุณแม่อย่างคล่องแคล่วมาก และเป็นคนมีเมตตา อารมณ์ดี ยืดหยุ่นในทุก ๆ เรื่อง

จึงทำให้ท่านเป็นคนที่มีสุขภาพดีทั้งกายและใจเลยค่ะ

เมื่อรดน้ำและให้พรกันเสร็จ ท่านก็มอบรองเท้า 2 คู่ให้หนูค่ะ สวยม้ากมาก

  

แห่งที่สาม คือ บ้านของคุณลุงคุณป้าสองสามีภรรยาเพื่อนบ้านของครอบครัวเราเองค่ะ

เมื่อรดน้ำให้พรกันเสร็จก็นั่งกินมะม่วงแล้วก็คุยกันไป หัวเราะสรวลเสเฮฮาสนุกสนานมาก ๆ

แห่งสุดท้าย ก็ในสวนบ้านเราเองค่ะ รดให้คุณลุงคุณป้าของเราเอง

 รดกันในสวนอันร่มรื่น ลมเย็น ๆ พัดโชย แสงแดดยามเย็นส่องมาอบอุ่น

มีสุนัข 2 ตัวของพวกเรามาร่วมแจมด้วย งานนี้มีความสุขทั้งคนทั้งหมาเลย ฮิ ๆ ๆ

เมื่อรดน้ำให้พรกันเสร็จ คุณลุงก็แจกแบงค์พันให้ 1 ใบค่ะ

เรียกว่าได้ของกลับมาทุกที่เลย ทั้งของกินของใช้

 นาน ๆ ครั้งที่พวกเราครอบครัวถาวรรัตน์จะได้มีโอกาสรดน้ำผู้เฒ่าผู้แก่แบบนี้

 ครั้งสุดท้ายก็ตอนที่หนูยังเรียนชั้นมัธยม ตอนที่คุณตายังไม่จากโลกใบนี้ไป

พวกเราล้อมวงอาบน้ำให้คุณตาค่ะ สนุกมาก ๆ

 เมื่อคุณตาจากไปแล้วก็ยังคงไว้แต่ความคิดถึงคะนึงหา แต่ไม่เป็นไรค่ะ

พวกเราหลาน ๆ ก็ยังมีคุณลุงคุณป้าเป็นตัวแทนแทนคุณตา

  

เล่าเท่านี้นะคะ แล้วเดี๋ยวหนูจะให้คุณพ่อผู้ควบสองตำแหน่ง คือ ช่างภาพ และ บ.ก.

ช่วยลงรูปและลงบทความนี้ในบล็อกให้แฟนคลับทุกท่านได้ลิ้มชิมรสค่ะ

สำหรับวันนี้หยิกหยอยขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีวันสงกรานต์ค่ะ

  

ป.ล. ลืมไปค่ะ หนูเคยบอกกับแฟนคลับไปว่าจะกลับนครศรีธรรมราชใช่ไหมคะ

ไม่ได้กลับค่ะ เพราะคุณป้าซึ่งเป็นพี่ชายของพ่อจะลงมาจากนครศรีธรรมราช

มาผ่าตัดตาที่สงขลาค่ะ

ท่านเป็นต้อเนื้อ หรือต้อหินก็ไม่รู้

 ไว้ให้ท่านบ.ก. ชี้แจงแล้วกันนะคะ

 

 จบข่าว หยิกหยอยบลายน์เกอลล์ รายงาน




 

Create Date : 15 เมษายน 2557    
Last Update : 15 เมษายน 2557 10:59:49 น.
Counter : 779 Pageviews.  

กินข้าวนอกบ้าน

 กินข้าวนอกบ้านสวัสดีค่ะ แฟนคลับทุกท่าน สวัสดีค่ะ แฟนคลับชาวโรสบลายน์เกอลล์ที่น่ารักทุก ๆ ท่าน วันนี้ 20 มีนาคม 57 เป็นวันใหม่ที่อากาศดีมาก ๆ ท้องฟ้าแจ่มใส อยากรู้จุงว่า กทม. อากาศเป็นผั่นพรื่อมั่ง ( เป็นอย่างไรบ้าง ) แหม พูดใต้ใส่แฟนคลับอีกแล้วเราวันนี้ หนูจะมาเล่าเรื่องที่น่าประทับใจ สนุกสนาน แฮปปี้มาก ๆ สำหรับหนูให้แฟนคลับที่น่ารักทุกท่านได้รับฟังค่ะเมื่อวาน 19 มี.ค. 57 ในยามเย็น ครอบครัวถาวรรัตน์พากันออกเดินทางไปยังสวนสองทะเล เพื่อรับประทานอาหารเย็นกับเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนวรนารีเฉลิม ( โรงเรียนของน้องสาวสุดเลิฟของหนูเองค่ะ ปีนี้เธอกำลังจะเรียนชั้น ม. 6 แล้ว ) เมื่อพวกเราสี่คนไปถึง บรรดาครอบครัวของลุงป้าน้าอาที่เป็นเครือข่ายผู้ปกครองก็ค่อย ๆ ทยอยมากันทีละครอบครัว แล้วก็มานั่งปูเสื่อ ก่อไฟ บรรยากาศริมทะเลสาบสงขลา เสียงเรือแล่นไปมาไม่ขาดระยะ ลมพัดเย็นสบาย แต่ละคนก็นำอาหารที่ทำเองมาตั้งแล้วแจกจ่ายให้คนรอบวงรับประทาน อาหารก็ประกอบด้วย หมี่สั้ว ยำหอย แกงมัสมั่นปลา เนื้อวัวย่าง ต้มไก่ เป็นต้น แล้วก็มีมะพร้าวตบท้าย ( มะพร้าวหลายลูกนี้มาจากครอบครัวเราเองค่ะ ) น้ำมะพร้าวอร่อยมาก เนื้อก็อร่อย เรียกว่าอาหารทุกอย่างอร่อยหมดเลยหลังจากนั้น บรรดาผู้ชายก็ดื่มเหล้ากันพอเป็นพิธี ไม่มาก น้องหนูบอกพ่อว่า“พ่อ ลูกกำหนดให้พ่อดื่มได้แค่สองแก้วเล็ก ๆ นะ”ในวงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เสียงเพลงและมุขตลกจากผู้ปกครองที่เป็นดีเจ เด็ก ๆ วิ่งเล่นไปมาส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวสนุกสนานผสานกับเสียงเรือ บรรยากาศยามค่ำคืนไม่ค่อยน่าวังเวงเท่า ไร แหงล่ะ คนอยู่เยอะนี่ ถ้าลองมาคนเดียว บรื๊อประมาณสี่ทุ่ม พวกเราแต่ละครอบครัวก็แยกย้ายกันกลับเคหะสถานของตนเองค่ะหนูเป็นคนชอบเที่ยว ชอบออกนอกบ้าน เที่ยวในที่นี้คือ เที่ยวทะเล น้ำตก หรือสถานที่อื่น ๆ ที่สร้างความสุขแก่ตัวเรานะคะ ไม่ใช่เที่ยวในสถานที่อโคจรเล่าเท่านี้นะคะ แล้วจะให้คุณพ่ออัพรูปไปให้ค่ะ ไปก่อนนะคะ มีนัดกับรายการโปรดตอนแปดโมงทางช่อง 9 ค่ะ ไปก่อนนะ สวัสดีค่ะ




 

Create Date : 21 มีนาคม 2557    
Last Update : 21 มีนาคม 2557 5:54:53 น.
Counter : 771 Pageviews.  

เล่าเรื่อง โดนเด็กล้อว่า ตาบอด

 

สวัสดีค่ะ แฟนคลับที่น่าร้ากทุก ๆ ท่าน ช่วงนี้หนูใกล้จะสอบปลายภาคแล้ว

ยู้ฮู ดีใจจุงเบย ใกล้จะขึ้นปี 4 แย้ว อีก 1 ปีก็จะฝึกสอนแล้ว ตื่นเต๊น

เอาละค่ะ วันนี้หนูจะมาเล่าเรื่องใหม่ให้ฟัง แต่ ก่อนที่จะเล่า หนูได้เข้าไปทำการ “ย้อนอดีต” บล็อก

ที่หนูเขียนทั้งหมดทั้งมวลจากเน็ต ( พอดีว่าลงจากเขามาได้แล้วน่ะนะคะ )

แล้วก็เข้าไปอ่านคอมเมนต์ และกำลังใจจากแฟนคลับทุกท่าน

อยากทราบว่า แฟนคลับทุกท่านสบายดีกันบ้างหรือเปล่า หนูมีเรื่องเล่าตั้งเยอะเลย

แล้วก็เฝ้ากำชับคุณพ่อให้รีบ ๆ ลงหน่อย อยากให้แฟนคลับอ่านไว ๆ

แล้ววันนี้ 4 มีนาคม 57 หนูก็จะมาเล่าเรื่องใหม่ที่ได้ประสบมาค่ะ

คือว่า เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมานี่เอง

หนูและพี่เจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ในศูนย์การศึกษาพิเศษในมหาวิทยาลัย

พากันเดินออกจากตึกการศึกษาพิเศษเพื่อไปรับลูกสาวของพี่ค่ะ

ลูกสาวของพี่เจ้าหน้าที่ท่านนี้เรียนอยู่ชั้นอนุบาลในโรงเรียนสาธิต

ซึ่งเป็นโรงเรียนสมัยประถมของหนู

เมื่อเดินเข้าไปในโรงเรียนแล้ว ว้าว เปลี่ยนไปเยอะเลย หนูคิดในใจพลางรำลึกถึงอดีตสมัยที่ตนเองกำลังศึกษาอยู่

เมื่อไปถึงชั้นอนุบาล นักเรียนต่างเตรียมตัวกลับบ้าน

 โดยมีอาจารย์คอยประกบดูแล ขณะที่พี่เจ้าหน้าที่เข้าไปเซ็นชื่อรับลูกสาวกลับ

หนูก็ยืนหน้าซีดลง ๆ ทำไมถึงหน้าซีดน่ะหรือคะ ก็เพราะหนูได้ยินคำล้อจากน้องอนุบาลทั้งหลายว่า

“ไอ้พี่ตาบอด ไอ้ตาบอด ๆ ๆ “

ความจริงหนูควรจะชินสิ ใช่ไหม แต่ความที่หนูไม่ได้โดนล้อมาหลายปีดีดัก

แถมตอนที่โดนล้อบางครั้งจะเป็นเด็กคนเดียว ไม่ใช่เป็นฝูง ( ขออนุญาตใช้คำนี้นะคะ เพราะเด็กหลายคนมาก )

รุมล้อมเข้ามาล้อ และมีบางคนถามว่า

“ทำไมตาพี่เค้าถึงเป็นแบบนี้ครับ”

โชคดีที่พี่เจ้าหน้าที่ซึ่งเซ็นชื่อเสร็จแล้วมองเห็นเหตุการณ์เข้า จึงมาช่วยกู้สถานการณ์ว่า

“พี่เค้าตาเจ็บลูก”

น้องคนนั้นก็หยุดถาม และดูท่าทางจะเป็นเด็กที่เข้าใจอะไรง่าย

 และมารยาทดีมาก ๆ เสียด้วย เพราะดูดจาสุภาพและไม่ล้อ

แล้วเมื่อเด็กซาลง ( หมายถึงเสียงล้อเริ่มซาลง ) หนูเลยเดินเข้าไปบอกอาจารย์ว่า

“ครูขา เมื่อกี้น้องเค้าล้อว่าหนูตาบอดค่ะ”

อาจารย์ตกใจ เลยบอกว่า

“เดี๋ยวครูจะสอนน้องให้นะลูก”

ที่หนูบอกอาจารย์ไปอย่างนั้น หนูไม่ได้ฟ้องให้อาจารย์เห็นใจหรอกนะคะ

แต่หนูต้องการให้อาจารย์บอกน้องว่า ไม่ควรล้อผู้ที่พิการ เพื่ออนาคตของน้องค่ะ

ไม่ได้มีจุดประสงค์จะฟ้องเพื่อเรียกร้องความสนใจเลย แต่ต้องการให้น้องเข้าใจและเรียนรู้ว่า

สิ่งใดควรพูดหรือไม่ควรพูด เพื่ออนาคตของพวกเขาค่ะ

หนูเข้าใจค่ะว่า เด็ก โดยเฉพาะเด็กอนุบาลด้วยแล้ว เห็นอะไรก็มักพูดตามใจคิด

โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา หนูจึงไม่ถือโทษโกรธน้อง

แต่ที่หน้าซีดเพราะไม่เคยโดนล้อแบบประชิดตัวหลายคนแบบนี้

อย่างดีก็แค่หนูเดินผ่านไปและมีน้องแค่ 1 คนตะโกนว่า

“ตาบอด ๆ “ เท่านั้นค่ะ

นี่คือประสบการณ์ที่หนูอยากจะนำมาเล่าให้แฟนคลับที่น่ารักของหนูได้รับฟัง

เมื่อหนูกลับถึงบ้าน หนูถามคุณพ่อว่า

“พ่อ ทำไมเวลาเราว่าตัวเองว่า ตาบอด เราไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย รู้สึกเฉย ๆ

แต่เมื่อคนอื่นมาจี้ มาว่าเราว่า ตาบอด เรากลับสะดุ้ง”

พ่อตอบว่า

“ก็เหมือนกับเราเอามือตีตัวเองไง เมื่อเราตีเราก็รู้สึกเจ็บบ้าง เฉย ๆ บ้าง

 เพราะอยู่ที่ระดับการลงน้ำหนักมือ บางทีที่เราเฉย ๆ เราอาจจะตีเบา ๆ

แต่ถ้าเราตีแรงเราก็จะรู้สึกเจ็บ แต่ที่ลูกรู้สึกเฉย ๆ เวลาลูกพูดถึงตัวเองด้วยคำว่า ตาบอด

 ก็เพราะลูกตีตัวเองอย่างเบา ๆ แต่ถ้ามีคนมาว่าเราว่า ไอ้ตาบอด แล้วลูกรู้สึกสะดุ้ง

 ก็เปรียบเหมือนกับว่า ลูกโดนคนอื่นตี จึงรู้สึกเจ็บ”

บางทีหนูอาจจะเขียนวกไปวนมานะคะ เพราะคุณพ่อเปรียบเทียบแบบนั้น

และหนูก็เข้าใจแจ่มแจ้งแดงแจ๋

เท่านี้ก่อนนะคะ ไว้สอบปลายภาคเสร็จเมื่อไร หนูจะมาคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ทุกวันเลยค่ะ

 เพราะมหาวิทยาลัยเปิดอีกทีก็ 11 สิงหาคมโน่นแน่ะ

ดีใจจังเยย วิกวี่ว

ไปก่อนนะคะ จุ๊บ ๆ




 

Create Date : 05 มีนาคม 2557    
Last Update : 5 มีนาคม 2557 14:17:47 น.
Counter : 825 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  

Valentine's Month


 
คนตาพิการ
Location :
สงขลา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




คนตาพิการ

ชื่อจริง นุ่นนิจ ถาวรรัตน์
ชื่อเล่น โรส

ปัจจุบัน อายุ 23 ปี ตาพิการทั้ง 2 ข้าง กำลังเรียนหนังสือ ณ สถาบันราชภัฏ สงขลา คณะ ครุศาสตร์ ปีที่ 3 โปรแกรมภาษาไทย

โรส ชอบเขียนเรื่องราวต่างๆที่ได้ประสบ พิมพ์เป็นตัวอักษรปกติบนคอมพิวเตอร์ แล้วพ่อจึง copy นำมา Post ที่นี่

ข้อความต่างๆส่วนใหญ่เป็น ความคิด
ความเข้าใจ และจินตนาการ บนพื้นฐานของความเป็น คนตาพิการ ของ น้องโรส ทั้งหมด


E-mail คุยกับน้องโรส คนตาพิการ
Your Link HTML Free Code

english version
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add คนตาพิการ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.