คิดเขียนวันละนิด เพื่อจิตที่แจ่มใส อ่านเขียนเพียรไป หวังใจได้รื่นรมย์
Group Blog
 
All Blogs
 
นิราศเวียงพิงค์ ตอนที่ ๙ (อึ้ง ทึ่ง ตะลึงสาวคอยาว)

..


/font>


ขอตัดตอนย้อนเข้าสู่แม่ฮ่องสอน....................................ทิ้งบังอรไว้เบื้องหลังกลางหุบเขา

วาสนาพี่ได้แค่ชื่นชมเงา..................................................ขออวยพรให้สาวเจ้าจงโชคดี

ให้ได้พบชายงามดั่งใจฝัน...............................................ทุกข์โศกศัลย์อย่าได้ใกล้ให้หมองศรี

บุญพี่ชายน้อยเหลือเกินในชาตินี้.....................................พบคนดียามขวานบิ่นสิ้นเชิงชาย

พี่นั้นเปรียบโก๋แก่แหลจีบสาว ..........................................หญิงรุ่นราวคราวหลานยังขวนขวาย

ได้สติตริตรองมองรอบกาย.............................................นึกละอายที่ตัณหามาบังใจ



...ฉันงัวเงียได้สติแล้วที่รัก...............................................อายตัวเองยิ่งนักที่เหลวใหล

สติมาปัญญาเกิดจึงเปิดใจ..............................................ดวงฤทัยพี่ละเมอเพ้อเรื่องราว

แต่งนิราศก็วาดฝันไปตามเรื่อง.........................................ให้ฟุ้งเฟื่องอรรถรสต้องจีบสาว

ทั้งรำพึงรำพันกันยืดยาว.................................................ขอให้สาวเข้าใจใช่หัวงู

โถ..นิราศถ้าให้ขาดบทบาทรัก..........................................เหมือนกินผักขาดน้ำพริกรสไม่หรู

ต้องเพ้อหารักดามใจใฝ่พธู...............................................เพียงหวังชูอรรถรสให้เรื่องราว


หนึ่งพันแปดร้อยหกสิบสี่โค้ง............................................ทางคดโค้งวกวนเลาะเหลี่ยมเขา

เลื้อยสลับซับซ้อนแทบมัวเมา..........................................เมื่อขุนเขาซ่อนเมืองกลางดงดอย

แม่ฮ่องสอนคือเมืองที่ทายท้า..........................................ชวนผู้คนให้ค้นหาสูงสุดสอย

สิ่งมีค่าซ่อนอยู่บนยอดดอย............................................ใจเลื่อนลอยดั่งขึ้นเขาหิมพานต์

ทางสลับเขาซับซ้อนเหมือนซ่อนรัก..................................ใจดวงใดไม่คึกคักคิดหักหาญ

ไม่ทุ่มจิตเทใจให้รักยืนนาน..............................................คงไม่ผ่านด่านทดสอบขุนเขาเอย


เข้าตัวเมืองแม่ฮ่องสอนอยากอ้อนรัก...............................ขอทายทักคนคอยาวหน่อยเพื่อนเอ๋ย

สาวกะเหรี่ยงคอย้าวยาวอยากชมเชย..............................โอ๋เพื่อนเอ๋ย..เราไปชมเป็นขวัญตา

พอไปถึงตะลึงจ้องแต่คอสาว..........................................ห่วงแวววาวคือทองเหลืองมั่นคงหนา

สอดเป็นวงไล่ระดับแสนตื่นตา........................................ขอเข้าไปพิจารณาอยากรู้จริง

เมื่อเด็กสาวห้าขวบให้เริ่มใส่...........................................ใครที่ไปเรียนหนังสือไม่สุงสิง

ยุดสมัยเปลี่ยนไปรวดเร็วจริง.........................................ใส่ผู้หญิงที่อยู่บ้านอย่างเดียวพอ

ถามไถ่แล้วเธอว่าใส่ชั่วชีวิต............................................ใครมีจิตผิดเพี้ยนเปลี่ยนไปหนอ

มีรักเดียวชายเดียวไม่เพียงพอ........................................กฎตั้งรอคือถอดห่วงคอหักเอย

แต่รู้ไหมคอที่ยาวไม่มีโทษ.............................................แต่กลับสร้างผลประโยชน์จนเหลือเอ่ย

สร้างชื่อเสียงก้องทั่วโลกแม่ทรามเชย.............................ทำเศรษฐกิจงอกเงยสู่บ้านตน

ทั้งกิริยาวาจาก็ประจักษ์................................................ความน่ารักใสซื่อช่วยส่งผล

อุทาหรณ์สอนใจนั้นแยบยล...........................................เอกลักษณ์แห่งตนเทิดบูชา

ดูประเทศของเราเป็นตัวอย่าง.........................................มนต์เสน่ห์อย่างรอยยิ้มเคยหรูหรา

มาบัดนี้เหือดหายสิ้นมนต์ตรา........................................ไปที่ไหนล้วนหันหน้าฆ่าฟันกัน

แบ่งเป็นสีแยกเป็นก๊กจนแตกซ่าน...................................ไล่ด่าทอระรานพล่านแปรผัน

เมืองสยามเคยแย้มยิ้มต้องประจัญ.................................ศึกคนไทยฆ่ากันไม่บรรเทา



ส่วนผู้ชายถามไถ่ไม่รู้ชัด................................................ความกำหนัดโทษแต่หญิงว่าโง่เขลา

เรื่องตัณหาพาใจให้มัวเมา............................................แต่กลับเอาโทษให้หญิงแต่ฝ่ายเดียว

ไม่อยากเข้าข้างผู้ชายหรอกเรื่องนี้.................................แต่อยากชี้มีมานานถ้าแลเหลียว

พวกผู้หญิงเธอระกำช้ำซีดเซียว.....................................ควรแลเหลียวทั้งป่าเขาและในเมือง

พวกผู้ชายพายเรือโอ้ละเห่.............................................แต่งตัวหล่อเรี่ยมเร้วางมาดเขื่อง

เที่ยวเกาะแกะหากำไรไปตามเรื่อง.................................ก็คุยเฟื่องว่าเป็นชายเสน่ห์แรง

พอผู้หญิงเบื่อผัวตัวเองเข้า............................................แม้สาวเจ้าไม่ทำอะไรแค่หน่ายแหนง

ว่าผู้หญิงยิงเรือเบื่อระแวง.............................................เอาแต่แช่งจับผิดคิดมั่วชาย

ความเป็นธรรมในสังคมทุกแห่งหน................................ทุกตำบลทั้งป่าเขามีมากหลาย

การเอาเปรียบผู้หญิงของผู้ชาย......................................มีมากมายให้ตริตรองลองพิศดู



...แม่ฮ่องสอนพอมาถึงตะลึงจ้อง.....................................เฝ้าแลมองคนคอยาวที่งามหรู

อยากมาชมเป็นบุญตาแม่โฉมตรู.....................................ยอดพธูคอยาวยาวอย่างไร

เมื่อไปถึงฉันต้องขออภัยด้วย..........................................แม่คนสวยพี่ปลื้มจิตสุดทนไหว

ขอถ่ายภาพมือเผลอกางโอบทรามวัย..............................น้องบอก..ม่ายต้อเกาะ..ก็ด้าย.. อ้ายเขินจัง

ความดีใจทำให้ฉันนั้นลืมตัว...........................................ใช่แกล้งมั่วอยากโอบกอดหรือแต๊ะอั๋ง

ความตื่นเต้นได้มาพบลืมระวัง........................................แม่ร้อยชั่งไม่โกรธพี่แสนดีใจ

...เห็นกีร์ต้าวางข้างตัวเลยยั่วน้อง...................................ให้หนูลองเล่นสักเพลงจะได้ไหม

แม่หนูบอก..อ๋อ..ได้ก้า..มะเป็นไร...................................จะ..ร้อ..ให้ ฟัง สะ..เพลง..เชิญ ฟางกัน

พลันกีร์ต้าแผ่วหวานกังวานแว่ว......................................เสียงเจื้อยแจ้วขับขานแสนสุขสันต์

พวกเรานั่งขนาบข้างปรบมือพลัน....................................ตะลึงงันเพลงสตริงฮิตติดลม

ทั้งสำเนียงเสียงสาวเจ้ามีเสน่ห์.......................................ท่าร้องเพลงดูกิ๊บเก๋แสนสุขสม

เสียงปรบมือเกรียวกราวพราวชื่นชม.................................งามคู่สมแม่ฮ่องสอนชั่วนิรันดร์...




พลันกีร์ต้าแผ่วหวานกังวานแว่ว......เสียงเจื้อยแจ้วขับขานแสนสุขสันต์
พวกเรานั่งขนายข้างปรบมือพลัน....ตะลึงงันเพลงสตริงฮิตติดลม



หนึ่งพันแปดร้อยหกสิบสี่โค้ง......ทางคดโค้งวกวนเลาะเหลี่ยมเขา<


Create Date : 27 ตุลาคม 2553
Last Update : 27 ตุลาคม 2553 8:32:22 น. 2 comments
Counter : 301 Pageviews.

 
วันนี้แวะมาอ่านซะค่ำเลย ไปประชุมที่ชลบุรีมาค่ะ
นอกจากกลอนนิราศชมเมืองแม่ฮ่องสอนแล้ว ยังมีคำกลอนสอนใจชายอีกด้วย อิอิ


โดย: kapeak วันที่: 27 ตุลาคม 2553 เวลา:20:10:38 น.  

 
ขอบคุณครับ นึกว่าเบื่อเสียแล้ว


โดย: รณบุตร สุดสะเหล่อ วันที่: 28 ตุลาคม 2553 เวลา:4:25:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

รณบุตร สุดสะเหล่อ
Location :
ศรีสะเกษ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นชายหัวใจนุ้มหนุ่ม ส่วนร่างครึ่งศตวรรษนิดๆ ชอบความรื่นรมย์ทุกอย่าง แม้สิ่งนั้นจะจุดจุดจุด...ก็ตาม
เขียนวันละนิด จิตแจ่มใส อ่านวันละนิด จิตก็ใสแจ่ม
Friends' blogs
[Add รณบุตร สุดสะเหล่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.