คิดเขียนวันละนิด เพื่อจิตที่แจ่มใส อ่านเขียนเพียรไป หวังใจได้รื่นรมย์
Group Blog
 
All Blogs
 
นิราศเวียงพิงค์ ตอนที่ ๓ (กำลังมันจ้า)



เดินชมหมู่มวลดอกไม้ดอยอ่างขาง............................เหมือนลอยคว้างบนวิมานสรวงสวรรค์

มวลไม้ดอกตระการตาสุดจำนรรจ์............................. หลายหลากพันธุ์หลากสีสันบรรเจิดใจ

บางกลีบดอกเหมือนหนึ่งเทพแต้มประดิษฐ์..................เฝ้าเพ่งพิศอย่างใกล้ชิดคิดสงสัย

กะหล่ำปลีแต่สีสวยแปลกเหลือใจ..............................ใครต่อใครเมื่อได้ชมตะลึงลาน

แปลงดอกไม้ปลูกเรียงรายไต่ระดับ............................ดูลี้ลับทุกซอกมุมสุดไขขาน

ในซอกเขามองมุมไหนก็ตระการ...............................มีดอกไม้เบ่งบานอยู่ทั่วไป

ทั้งบอนไซตะบองเพชรก็หลายหลาก..........................มีของฝากจากผลผลิตมาวางขาย

ผลิตภัณฑ์จากดอกไม้ก็มากมาย................................ทั้งหญิงชายเดินขวักไขว่ไปเยี่ยมชม

ชมดอกไม้อุราไหวใคร่ครวญคิด................................ใครมีจิตแข็งขืนฝืนทับถม

ชอบรังแกวางอำนาจอ้างอวดคม................................ได้ดอมดมชมดอกไม้ใจคงดี




ฤทัยชื่นดื่มด่ำในดวงจิด...........................................ไปนั่งพิศบนม้านั่งใกล้สาวศรี

ชมเด็กสาวชาวดอยน่ารักดี........................................นำสินค้ามากมีวางเรียงราย

ทั้งสองสาวอายุคราวรุ่นกระเตาะ.................................ยังเอ๊าะเอ๊าะหยอกเย้ากันนั้นสุขหลาย

มีมือถือเปิดฟังเพลงไม่เดียวดาย................................เธอเอนกายร้องเพลงคลอเพลินอุรา...



เสียงเพลงแว่ว..น้อ..เรีย..แค่..ชะ..มอ..สา....................น้อ..ยา...ม่าย..คิ..มี..แฟ...หรอก..หนา..

มุ..เดอ..ต่อ..ปาย..ข้า..หน้า......................................จา..ไขว่....ขว่า...ควา...ฝัน...มา..ครอง

ฉันสะดุ้งนิ่งขึงตะลึงจิต.............................................โอ้ความคิดสาวชาวเขาเจ้าลอยล่อง

ฝันเจ้านั้นเลิศล้ำเหลือนวลละออง................................สมใจปองในฝันเถิดหนูเนื้อเย็น



....ถึงอ่างขางพี่ก็เห็นแต่อ่างขาง.................................อกอ้างว้างอ่างขาพี่ไม่เห็น

เจ้าหลบลี้หนีไกลไปซ่อนเร้น.....................................เลยขอเต้นกับเสียงเพลงช่วยบรรเทา

ยามค่ำคืนชวนกันร้องคาราโอเกะ...............................เสียงเอะอะมะเทิ่งบนหุบเขา

ในป่าลึกบนยอดดอยไร้ตัวเจ้า....................................พร่ำวอนเว้าฝากเสียงเพลงสายลมมา

เจ้าอยู่ไหนโปรดรับรู้พี่คิดถึง......................................ยังติดตรึงซึ้งรักเสน่หา

ทั้งติดใจในฝีมือหุงข้าวปลา.......................................เจ้าห่วงหาอาทรพี่นี้เกินใคร

พี่ร้องเพลงคารากลางขุนเขา.....................................แต่หัวใจมีเพียงเจ้าน้องรู้ไหม

รักคนอื่นรักผิวเผินไม่เพลินใจ...................................รักเกินใครคือรักเธอเพียงหนึ่งเดียว

มองดอกไม้ก็คลับคล้ายใบหน้าเจ้า..............................มองขุนเขาก็เหมือนเจ้าเฝ้าแลเหลียว

มองสาวดอยหัวใจพี่ยิ่งซีดเซียว..................................แทบหมดเรี่ยวแรงใจให้โบยบิน

เจ้าอยู่ไกลเกินใจจะไขว่คว้า......................................จะมองหาคนอยู่ใกล้กลัวติฉิน

มากับเขาแอบมองเขาเฝ้ายลยิน.................................สุดถวิลหวนหักใจให้กลับคืน



....ค่ำคืนที่อ่างขางอ้างว้างจิต.....................................คู่ชีวิตหนีไกลข่มใจฝืน

นอกสุขล้นแต่ข้างในใจกล้ำกลืน.................................แกล้งระรื่นกับเพื่อนยาเฮฮาไป

เพื่อนแก๊งซ่าส์ชวนปาร์ตี้จนมันหยด.............................ใจระทดซดสุราพาหลับใหล

ยิ่งเมาเหล้ายิ่งรักเจ้าเศร้าฤทัย....................................กรรมอันใดหนอน้องพี่จึงตัดรอน

ทุกทุกคนทั้งร้องเต้นกันคึกคัก...................................ดูน่ารักแสนสุขสโมสร

อยู่ต่างถิ่นต่างแดนดินมาร่วมจร.................................ร่วมตะรอนออนทัวร์กันได้ไง



...งานนี้ได้พี่เถียรเป็นพี่เบิ้ม........................................มาช่วยเติมความสนุกให้สุขใส

แต่เสียฟอร์มมีเสียงแซวมาไม่ไกล..............................ลุงหรือไรชายหนึ่งเดียวในโลกา

....บ๊ะ..จิ๊กโก๋จากไหนแซวพี่ฉัน...................................รู้ไหมนั่นนักเลงเก่ารู้บ้างหนา

เห็นแก่แก่อย่านึกว่าไร้น้ำยา.......................................พี่ข้าบ้าขึ้นมาจะร้องออย...

การมาเที่ยวคือการมาหาความสุข................................อย่ามัวขลุกแต่ในห้องทำเหงาหงอย

กอดแฟนสาวลูบคลำทำสำออย..................................ถ้าโลกน้อยแค่นี้ไม่ควรมา

ท่องเที่ยวคือหากำไรให้ชีวิต.......................................ดัดจริตว่าคนอื่นไม่ควรหนา

พี่ตื่นเช้าร้องปลุกเพื่อนล้างหน้าตา................................ชวนกันมาชมเมฆหมอกนั่นสิดี

ถ้าอยากนอนแต่ในห้องควรอยู่บ้าน..............................ถ่อสังขารมาแสนไกลทำไมนี่

ไม่เข้าใจหนุ่มสาวสมัยนี้............................................อารมณ์ชื้ไม่รู้กาลควรไม่ควร

แค่เสียงเรียกปลุกเพื่อนในยามเช้า...............................อารมณ์เจ้าหงุดหงิดคิดผันผวน

พี่ไม่ได้หมายใจไปก่อกวน..........................................น่าจะคิดใคร่ครวญก่อนโวยวาย

  1. ยิ่งเมาเหล้ายิ่งรักเจ้าเศร้าฤทัย......กรรมอันใดน้องพี่จึงตัดรอน




Create Date : 21 ตุลาคม 2553
Last Update : 24 ตุลาคม 2553 4:40:22 น. 3 comments
Counter : 217 Pageviews.

 
เยี่ยมจริงๆ ค่ะ


โดย: kapeak วันที่: 21 ตุลาคม 2553 เวลา:11:10:48 น.  

 
หวัดดีครับคุณกะเปี๊ยกที่แวะเยี่ยม
ผู้เต็มเปี่ยมด้วยความเศร้านั่งเหงาหงอย
หรือว่าเธอแกล้งอำทำสำออย
ใครหนอปล่อยให้เธอเหงาใจร้ายจัง...

ขอบคุณกับคำชมครับ...มาอ่านนิราศเวียงพิงค์ฯ บ่อยๆ นะครับ จะได้หายเหงา...


โดย: รณบุตร สุดสะเหล่อ วันที่: 21 ตุลาคม 2553 เวลา:12:33:32 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่

แล้วจะแวะมาบ่อยๆ ค่ะ


โดย: kapeak วันที่: 21 ตุลาคม 2553 เวลา:13:02:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

รณบุตร สุดสะเหล่อ
Location :
ศรีสะเกษ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นชายหัวใจนุ้มหนุ่ม ส่วนร่างครึ่งศตวรรษนิดๆ ชอบความรื่นรมย์ทุกอย่าง แม้สิ่งนั้นจะจุดจุดจุด...ก็ตาม
เขียนวันละนิด จิตแจ่มใส อ่านวันละนิด จิตก็ใสแจ่ม
Friends' blogs
[Add รณบุตร สุดสะเหล่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.