คิดเขียนวันละนิด เพื่อจิตที่แจ่มใส อ่านเขียนเพียรไป หวังใจได้รื่นรมย์
Group Blog
 
All Blogs
 
นิราศเวียงพิงค์ ตอนจบ ฝากคำร่ำลากัลยาณมิตร



....มาเวียงพิงค์ได้น้ำใจชาวเพียงพิงค์...............................ที่เคยกริ่งเคยเกรงพลันสิ้นสูญ

เพราะเจ้าถิ่นได้ต้อนรับพร้อมเกื้อกูล................................ทั้งเพิ่มพูนอาหารเลี้ยงข้าวปลา

แม่เลี้ยงสาวสามีเป็นหัวหน้าหน่วยฯ................................จึงได้ช่วยเจียดที่พักไร้ห่วงหา

บนยอดเขาสงบเงียบสุขอุรา............................................ศูนย์ควบคุมไฟป่าในภาคเหนือ

มีน้ำใจให้ที่พักยังไม่พอ...................................................เปิดตู้เย็นเบียร์แช่รอโอ..เหลือเชื่อ

เจ้าภาพท่านเทน้ำใจอารีเอื้อ...........................................สุขล้นเหลือเมื่อได้มาเยี่ยมยล

ทุกทุกคนสดชื่นและเอิบอิ่ม.............................................หน้าเปื้อนยิ้มไร้ริ้วรอยความหมองหม่น

ตกย่ำค่ำยังพาทุกทุกคน.................................................ไปเวียนวนหาร้านทานข้าวปลา

พาเข้าร้านบุปเฟ่ต์ชาวเวียดนาม......................................กินได้ตามสบายทั้งหรูหรา

แค่คนละหกสิบเก้าคือราคา............................................ใครตักมาแล้วกินเหลือต้องปรับกัน

ร้อยเก้าเก้าปรับคนกินไม่หมด.........................................ฉันต้องก้มหน้าซดไม่หุนหัน

ถึงแม้พุงจะแน่นก็ชั่งมัน..................................................ด้วยนึกหวั่นไม่อยากเสียค่าปรับไป

เฝ้าตักเล็มฝืนกินจนเกลี้ยงจาน.......................................ทรมานจนสุดจะทนไหว

เพราะล่อเบียร์เข้าไปก่อนแล้วไง......................................อืดแค่ไหนก็จำใจต้องฝืนกิน

เกิดต้องเสียค่าปรับร้อยเก้าเก้า........................................แม่ขมองอิ่มน้องเจ้าคงติฉิน

ทำแกล้งเฉยวางมาดค่อยค่อยกิน.....................................แท้พุงแน่นแทบปลิ้นจนอยากตาย

เมื่อหมดจานหายใจได้โล่งอก...........................................เหมือนจับยกภูเขาทุกข์เหือดหาย

จำบทเรียนบอกตัวเองต่อนี้ไป...........................................เข้าร้านไหนต้องมองป้ายให้ดีดี

หนึ่งเป็นคนต้องหูไวตาไว.................................................เพื่อการกินเราจะได้รสสุขี

แบบต้องฝืนกินให้หมดเหมือนคราวนี้................................โอ้..ชาตินี้อย่าได้เจออีกเลยเชียว...



....หวนรำลึกถึงที่พักดับไฟป่า...........................................ในอุรากลุ้มจิตคิดห่อเหี่ยว

ห้าหกวันที่ดั้นด้นชวนกันเที่ยว...........................................ถึงพรุ่งนี้คงเปล่าเปลี่ยวเมื่อลากัน

เป็นธรรมดาไม่มีงานเลี้ยงใด.............................................ที่จะไม่มีเลิกราพาสุขสันต์

เมื่อมีพบต้องมีจากเข้าสักวัน............................................อดรู้สึกไหวหวั่นใกล้วันลา

ค่ำคืนนี้จึงเป็นคืนสุดท้าย..................................................คืนที่มีความหมายให้ห่วงหา

พรุ่งนี้เช้าเราต้องโบกมือลา...............................................ขอเก็บสิ่งที่มีค่าติดตัวไป

เก็บน้ำใจเก็บไมตรีของพี่เพื่อน..........................................กี่ปีเดือนคงเวียนมาพบกันใหม่

อีกไม่นานคงได้ชวนกันท่องไป............................................ขอลาไกล..เวียงพิงค์..ตรงนี้เอย.....๐



ขอฝากคำร่ำลากัลยาณมิตร

...เล่านิราศเวียงพิงค์กับมิ่งมิตร...........................................ได้ใกล้ชิดสนิทใจชวนใฝ่หา

เกือบอาทิตย์สุขซึ้งใจในอุรา................................................วันเวลามีกำหนดต้องจากกัน

ทั้งเที่ยวท่องเก็บตกนำมาแต่ง.............................................อยากจะแบ่งสิ่งในใจให้สุขสันต์

ทั้งพี่เพื่อนจงมีสุขทุกคืนวัน.................................................เราจากกันแต่เพียงกายใจมั่นคง

แต่งนิราศเก็บตกมาหมดแล้ว..............................................หัวใจแป้วเมื่อต้องจบหวั่นลืมหลง

เก็บไม่หมดเก็บไม่ถูกอาจงวยงง..........................................อย่าพะวงจับผิดฉันนะเอย

...คิดเสียว่านำมาเล่าสนุก..................................................เพื่อความสุขให้คิดหวนชวนเฉลย

จะแหย่บ้างก็อย่าว่ากันเลย................................................หากเปรียบเปรยไม่ถูกใจอภัยกัน

มาบัดนี้เรื่องนิราศจบลงแล้ว..............................................สุขเพริศแพร้วพบกันใหม่ตามใจฝัน

ขอมิ่งมิตรเป็นสุขทุกคืนวัน.................................................ความผูกพันไม่เหือดหายจากห้วงใจ

มีอะไรจะนำมาเล่าไขขาน..................................................เพื่อสื่อสารถึงเพื่อนพี่ไม่ไปไหน

เล่าเป็นกลอนให้อ่านเล่นจดจำไว้........................................หวังให้ใจเรากลมเกลียวเหนี่ยวสัมพันธ์

ถ้าวันไหนไม่ได้มาอย่าว่ากล่าว...........................................มีเรื่องราวให้เที่ยวจรใช่แปรผัน

ไปทอดแหหาปลาเข้าป่ากัน................................................ทางที่ฝันอิสระแห่งเสรี



...แต่ไปแล้วก็หาใช่จะไปลับ...............................................ใจคอยนับวันเวลาหาน้องพี่

ถึงเวลาจะต้องมาหาคนดี...................................................มารอรับไมตรีที่ทักทาย

เพื่อนหลายคนห่วงฉันเรื่องกินเหล้า.....................................ฉันก็จะกินเบาเบา ไม่เสียหาย

จะกินแค่แก้วเดียวไม่มากมาย.............................................แต่ตอนรินแจกจ่ายอาจหลายที

...โอ๊ะ..ฉันพูดเย้าหยอกหรอกเพื่อนเอ๋ย...............................ฉันไม่เคยเมามายให้เสื่อมศรี

ซาบซึ้งใจในความรักและหวังดี...........................................มิตรไมตรีที่ให้มาลืมไม่ลง

จะจดจำคำพี่เพื่อนที่เตือนจิต.............................................เก็บไว้จำนำมาคิดไม่ลืมหลง

จะกี่วันกี่เดือนยังมั่งคง.......................................................รักยืนยงแด่พี่เพื่อนนานเท่านาน

ทั้งคนอ่านขอยกมือขึ้นนอบนบ...........................................แล้วคอยพบกันใหม่เพื่อขับขาน

ครูเออร์ลี่ใช้ชีวีให้สราญ.....................................................ตรากตรำงานมานานนักขอพักเอย...๐









...เจ้าภาพท่านเทน้ำใจอารีเอื้อ สุขล้นเหลือเมื่อได้มาเยี่ยมยล...






...ขอลาไกลเวียงพิงค์ตรงนี้เอย...



Create Date : 02 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2553 10:50:33 น. 10 comments
Counter : 288 Pageviews.

 
จบซะแล้ว มาดเข้มจริงๆ อิอิ


โดย: kapeak วันที่: 2 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:53:35 น.  

 
เป็นไงครับ คุณกะเปี๊ยก หนุกไหม

ต่อไปก็คงสัพเหระไปพลางๆ นะครับ


โดย: รณบุตร สุดสะเหล่อ วันที่: 2 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:42:42 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณรณบุตรฯ

มาแอบตามไปเที่ยวเวียงพิงค่ะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 2 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:01:43 น.  

 
หวัดดียามเช้าค่ะ พี่


โดย: kapeak วันที่: 4 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:20:46 น.  

 
อรุณสวัสดิ์เช่นกันครับ คุณกะเปี๊ยก(แม้จะคนละวันก็ตาม)

กลอนแบบนิราศเวียงพิงค์ รออีกสักนิดนะครับ ตอนนี้อ่านกลอนเพื่อชีวิตไปก่อนก็แล้วกันนะ...


โดย: รณบุตร สุดสะเหล่อ วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:6:15:21 น.  

 
Photobucket


โดย: kapeak วันที่: 28 ธันวาคม 2553 เวลา:10:20:33 น.  

 
ดีใจที่แวะมาค่ะ
หนูเองก็ไม่ได้มาเยี่ยมพี่เหมือนกัน แหะๆ
หนูแต่งกลอนนิราศค่ะพี่ ไปอ่านในเมนู อยากเขียนเป็นกลอน(บ้าง) แต่ยังไม่จบเลยค่ะ คิดไม่ออก


โดย: kapeak วันที่: 28 มกราคม 2554 เวลา:8:53:36 น.  

 
ตามไปอ่านแล้วครับ สุดยอดครับ
แบบนี้ต้องลุ้นให้แต่งจนจบ จนกลับถึงบ้านเลย
จะคอยติดตามอ่านครับ


โดย: รณบุตร สุดสะเหล่อ วันที่: 28 มกราคม 2554 เวลา:10:21:13 น.  

 
หวัดดีปีใหม่ค่ะ...พี่ชาย
ไม่เจ๊อะกันนาน...คิดถึงจังเล๊ยยยยย

ฉลองสงกรานต์ที่ไหนครับพี่ท่าน...ลืมน้องเลย

......มีงอน....


โดย: go far far วันที่: 15 เมษายน 2554 เวลา:21:53:17 น.  

 
ดีใจครับ ที่คิดถึงผู้ชายสะเหล่อๆ คนนี้

ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ มัวไปคร่ำเคร่งกับการหัดเขียนนิยายอยู่นะครับ


โดย: รณบุตร สุดสะเหล่อ วันที่: 3 พฤษภาคม 2554 เวลา:11:01:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

รณบุตร สุดสะเหล่อ
Location :
ศรีสะเกษ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นชายหัวใจนุ้มหนุ่ม ส่วนร่างครึ่งศตวรรษนิดๆ ชอบความรื่นรมย์ทุกอย่าง แม้สิ่งนั้นจะจุดจุดจุด...ก็ตาม
เขียนวันละนิด จิตแจ่มใส อ่านวันละนิด จิตก็ใสแจ่ม
Friends' blogs
[Add รณบุตร สุดสะเหล่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.