All Blog
**Review** The New Hunger (Warm Bodies 0.5) - Isaac Marion
 The New Hunger (Warm Bodies 0.5)




Title : The New Hunger (Warm Bodies 0.5)
Author : Isaac Marion
Genre : YA / Horror / Zombies
Published : October 24th 2013 by Vintage

Review

หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อน Warm bodies เนื้อเรื่องติดตามคน 2 กลุ่ม กับซอมบี้อีก 1 กลุ่ม 55 กลุ่มแรกเป็นแก๊งค์ซอมบี้ของพระเอก เล่าว่าอยู่ดีๆ R ก็ตื่นขึ้นมาท่ามกลางศพมากมายในป่า R รู้ว่าตัวเองตายไปแล้ว แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงยังสามารถเคลื่อนไหวได้ เดินได้ แล้วก็รู้สึกหิวด้วย R พยายามข่มสัตว์ร้ายที่กำลังเติบโตอยู่ภายใน แล้วเฝ้าติดตามเด็ก 2 คน เพราะเขารู้ว่าเขาต้องตามหาใครสักคน...

อีกกลุ่มนึงเป็นกลุ่มของเด็กพี่น้อง 2 คนที่ถูกพ่อแม่ทิ้งให้อยู่ตามลำพังแล้วหนีไป นอร่าต้องคอยปกป้องแอดดิส น้องชายวัย 6 ขวบ เพราะพวกเขาเหลือกันเพียงแค่สองคน ทั้งคู่ออกเดินไปเรื่อยๆเพื่อหาคนที่ยังรอดชีวิต แล้วระหว่างทางก็พบกับ R เข้า นอร่ารู้สึกได้ว่า R ไม่เหมือนกับซอมบี้ตัวอื่น เพราะ R เพียงแต่เฝ้ามองนอร่าและแอดดิสอยู่ห่างๆ แทนที่จะกลัว นอร่ากลับรู้สึกผูกพันกับ R อยู่นิดๆ เพราะในเมืองไม่มีใครที่เธอจะสามารถคุยด้วยได้เลย... 

นอร่าและแอดดิสเข้าไปหลบอยู่บนชั้นสองของบ้านร้าง ส่วน R ก็ยังเฝ้าเธออยู่ที่สนามหญ้า แต่ขณะที่นอร่ากำลังคุยกับ R อยู่ๆก็มีซอมบี้คลานลงมาจากหลังคาและกัดเข้าที่นิ้วของเธอ จนน้องชายต้องช่วยเอาขวานตัดนิ้วนั้นทิ้ง ทั้งคู่รีบหนีออกจากบ้าน แต่ก็พบว่าเจ้าของบ้านที่พวกเขาคิดว่าตายไปแล้ว ก็กลับกลายมาเป็นซอมบี้ไล่จับทั้งคู่ จนในที่สุดแอดดิสถูกพวกซอมบี้จับได้ R ตรงเข้ากัดแอดดิส แต่เขาไม่ได้ต้องการจะกินเด็กชาย เขาเพียงอยากจะเพิ่มสมาชิกให้กับแก๊งค์ซอมบี้เท่านั้นเอง 55 (คิดว่าแอดดิสน่าจะเป็นลูกซอมบี้น้อยๆของ R ในเล่ม Warm bodies) นอร่าได้แต่จ้องมองภาพที่น้องชายถูกซอมบี้รุมทึ้งด้วยความเจ็บปวด แต่เธอก็ต้องหนีออกมาโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย...

กลุ่มสุดท้าย เป็นกลุ่มครอบครัวของจูลี่ (นางเอกในเล่ม Warm Bodies) ครอบครัวของจูลี่ต้องหนีจากนิวยอร์ค แล้วตามหาแคมป์ผู้อพยพ แต่ไปกี่เมืองๆ แคมป์พวกนั้นก็ถูกซอมบี้โจมตีไปหมดแล้ว จนมาถึงเมืองๆนึง รถของจูลี่ขับผ่าน R เธอรู้สึกว่าซอมบี้ตัวนี้มันแปลกกว่าตัวอื่นๆ แล้วจูลี่ก็ไปพบกับนอร่าเข้า เธอขอให้พ่อของเธอจอดรับนอร่า แต่พ่อเธอก็ไม่ยอมจนจูลี่ต้องกระโดดหนีออกจารถมาหานอร่า จูลี่พยายามพูดชวนนอร่าให้ไปด้วยกัน แต่นอร่าก็ไม่ตอบสนอง พ่อของเธอกลัวว่านอร่าอาจจะถูกกัดมาเลยรีบพาเอาจูลี่ออกห่าง แต่ก่อนไปเธอก็ได้บอกให้นอร่าไปที่แคมป์หลบภัยที่คิดว่ายังไม่ถูกโจมตี นอร่ายังคงช็อคกับเรื่องของแอดดิส แต่เธอก็ได้ยินทุกคำพูดของจูลี่ และรู้ว่าตัวเองจะต้องไปต่อ...
การเล่าเรื่อง : เล่าในมุมมองของ R นอร่า แล้วก็จูลี่สลับกัน
ภาษา : ศัพท์ปานกลาง - ยาก เปิดดิกเยอะเหมือนกัน สงสัยโง่ 555
ความรู้สึกหลังอ่าน : เนื้อเรื่องตอนแรกก็เนิบๆ เเล้วก็เริ่มเครียด เพราะเราคิดว่าถ้าไปอยู่ตรงนั้นจะอยู่ยังไงวะเนี่ย 55 แล้วก็ยิ่งเครียดอีกตอนที่พวกนอร่าโดนโจมตี แอบรำคาญแอดดิสด้วยนิดนึง ไม่ดูสถานการณ์เลยจะกินนู่นกินนี่ แม่งจะไปหาจากไหนฟะ - -* แต่เราชอบมุมมองของ R นะ นั่งลุ้นว่า  เมื่อไหร่ R มันจะโดนความรู้สึกของซอมบี้เข้าครอบงำ ตอนจบก็เหมือนจะมีแสงแห่งความหวัง(แบบริบหรี่)โผล่มานิดนึง 55
คะแนน : 3.5/5



Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2558
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2558 22:42:10 น.
Counter : 600 Pageviews.

4 comment
**Review** The One That I Want - Jennifer Echols
 The One That I Want - Jennifer Echols



Title : The One That I Want
Author : Jennifer Echols
Genre : YA / Contemporary / Romance
Published : December 6th 2011 by Simon Pulse

เรื่องย่อ : 

เจ็มม่าแทบไม่เชื่อตัวเองเลยว่าจะมีนักฟุตบอลดาวเด่นมาจีบเธอ แม็กซ์ทั้งฉลาดและสามารถเข้าใจมุขตลกแปลกๆของเจ็มม่าได้ แต่เมื่อแม็กซ์ชวนแอดดิสันเพื่อนสนิทของเธอออกเดท เจ็มม่าเลยต้องหัวใจสลาย...

ต่อมาแอดดิสันกดดันให้เจ็มม่าเดทกับเพื่อนสนิทของแม็กซ์เช่นกัน แต่ยิ่งเจ็มม่าอยู่ใกล้กับแม็กซ์มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งหลงรักแม็กซ์มากขึ้นเท่านั้น เจ็มม่าอดคิดไม่ได้ว่าแม็กซ์ก็มีใจให้เธอเหมือนกัน แต่เธอจะทำอะไรได้ เพราะตอนนี้แม็กซ์กับแอดดิสันก็คบกันไปเสียแล้ว...
แล้วเจ็มม่าจะทำยังไงต่อไปเพื่อห้ได้ผู้ชายที่เธอต้องการจริงๆ โดยที่เธอไม่ต้องทรยศเพื่อนสนิทของตัวเอง??

รีวิว+ สปอยล์ : 

เจ็มม่าและแอดดิสันเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรียนประถม ถ้าพูดให้ถูกน่าจะบอกว่าเป็นลูกไล่เสียมากกว่าเพราะแอดดิสันชอบดูถูกเธอสารพัด และมักบังคับให้เจ็มม่าทำอะไรก็ตามที่แอดดิสันต้องการ รวมทั้งการที่สมัครเข้าเป็น majorette นี่ก็เป็นความต้องการของแอดดิสันด้วยเช่นกัน เพราะแอดดิสันไม่กล้าเข้าคนเดียว เเละต้องการคะแนนโหวตจากเจ็มม่าให้ตัวเธอได้เป็นหัวหน้าของ majorette

ในวันเข้าค่ายฝึกซ้อม majorette เจ็มม่าได้พบกับเด็กหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่กำลังฝึกซ้อมอเมริกันฟุตบอลอยู่ในสนาม เธอรู้สึกว่าคนๆนั้นช่างดูโดดเด่นกว่าใครๆ เธอจ้องเขาไม่วางตา และเขาเองก็มองมาที่เธอตลอดเช่นกัน เมื่อฝึกซ้อมเสร็จ แอดดิสันพาเจ็มม่าเข้าไปคุยกับกลุ่มนักกีฬา และพยายามจีบคนที่เจ็มม่าหมายตาไว้ หลังทำความรู้จักกัน เจ็มม่าก็ได้รู้ว่าคนที่เธอสนใจนั้นชื่อว่า แม็กซ์ ฮิรายามะ ย้ายมาอยู่อเมริกา เพราะพ่อกับแม่มาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยในเมืองนี้ และเชื่อเรื่องโชคลางจนเข้าขั้นอาการหนัก (แม็กซ์ชอบใส่กกน.นำโชคตัวเดิมทุกแมทช์ที่ลงเเข่ง - -*)

เจ็มม่า แอดดิสัน แม็กซ์ และคาร์เตอร์เพื่อนสนิทของแม็กซ์พากันไปกินอาหารเย็นที่ร้านใกล้ๆ แอดดิสันพยายามทำตัวน่ารักต่อหน้าแม็กซ์ ขณะเดียวกันก็คอยจิกกัดเจ็มม่าให้รู้สึกอับอายอยู่ตลอดเวลา เจ็มม่าลุกจากโต๊ะเพื่อหนีจากสถานการณ์ยุ่งยากแต่แอดดิสันก็ตามเธอออกมาพื่อตกลงอะไรบางอย่างกัน

แอดดิสันบอกว่าแม็กซ์ชวนเธออกเดท และขอให้เจ็มม่าออกเดทกับคาร์เตอร์ ทั้งสองคู่จะได้ไปเที่ยวด้วยกัน เจ็มม่ายอมตามเพราะเธอไม่เคยขัดแอดดิสันได้อยู่เเล้ว เรื่องราวดำเนินไป เจ็มม่าได้พบกับแม็กซ์บ่อยขึ้นเพราะบ้านของแม็กซ์ไปทางเดียวกับเจ็มม่า เพราะฉะนั้นแม็กซ์จะต้องแวะรับเจ็มม่าทุกครั้งที่ดับเบิ้ลเดทกัน นับวันเจ็มม่าก็ยิ่งหลงรักแม็กซ์มากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเธอทนไม่ไหวที่จะต้องมาดูแม็กซ์กับแอดดิสันจู๋จี๋กัน เจ็มม่าเลยไปหาแม็กซ์ที่บ้านเพื่อบอกลา และจะไม่เดทกับคาร์เตอร์อีก เพราะคนที่เธอชอบมาตลอดก็คือแม็กซ์นั่นเอง

ยิ่งคุยกันเจ็มม่าก็รู้สึกว่าแม็กซ์มีใจให้เธอเช่นกัน และสุดท้ายแม็กซ์ก็หลุดออกมาว่า ในวันที่นัดกินข้าวหลังซ้อมเสร็จ แอดดิสันบอกว่าเจ็มม่าชอบคาร์เตอร์และอยากออกเดทด้วย และแม็กซ์ไม่เคยชวนแอดดิสันออกเดท คนที่แม็กซ์ชอบมาตั้งแต่แรกคือเจ็มม่าต่างหาก ที่เขายอมเดทกับแอดดิสันเพราะเขาอยากอยู่กล็เจ็มม่า ทั้งหมดเป็นแผนของแอดดิสัน เมื่อความจริงเปิดเผยก็ถึงเวลาที่เจ็มม่าจะเอาคืนแอดดิสันบ้างแล้ว...!

การเล่าเรื่อง : เล่าในมุมมองของเจ็มม่าคนเดียว แรกๆเนื้อเรื่องดำเนินช้าหน่อย หลังๆก็โอเคขึ้น พล็อตก็ดูน้ำเน่าดี แต่เราว่าก็สนุกนะ หมั่นไส้นังแอดดิสัน 555 ในหนังสือแสดงให้เห็นว่า คนเอเชียที่ไปอยู่แถบอเมริกาเทือกๆนั้นนี่ก็โดนดูถูกเหมือนกันนะ เพราะพระเอกในเรื่องเป็นคนญี่ปุ่นที่ค่อนข้างเก่งอเมริกันฟุตบอล แต่คนอื่นๆในทีม หรือกระทั่งแฟนฟุตบอลก็ไม่ค่อยจะยอรับเท่าไหร่เลย
ภาษา : ศัพท์ยากนะ เปิดดิกบ่อยเหมือนกัน มีบางย่อหน้าที่ไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย สงสัยเราจะโง่ไป 555
ความรู้สึกหลังอ่าน : ไม่มีไรมาก แค่อยากตบนังแอดดิสัน 555 แล้วก็ลุ้นดีว่าตกลงพระเอกชอบใครกันแน่ อิอิ
คะแนน : 4.5/5 ก็ฟินดีนะ แต่หักความน้ำเน่าหน่อย 555






Create Date : 04 มกราคม 2558
Last Update : 4 มกราคม 2558 17:18:52 น.
Counter : 561 Pageviews.

2 comment
**Review** Far From You - Tess Sharpe
Far From You - Tess Sharpe




Title : Far From You
Author : Tess Sharpe
Genre : YA / Contemporary / GLBT
Published : March 27th 2014 by Indigo (first published March 10th 2014)

เรื่องย่อ :

Sophie Winters เกือบตายมาแล้วถึง 2 ครั้ง

ครั้งแรก เมื่อตอนอายุ 14 ปี เธอรอดพ้นจากอุบัติเหตุทางรถยนต์มาอย่างหวุดหวิด แต่มันก็ทิ้งไว้ทั้งรอยแผลเป็น ขาที่ไม่สมประกอบ และอาการเสพติดยาแก้ปวดซึ่งต้องช้เวลาบำบัดเป็นปีๆ

ครั้งที่สอง เมื่อตอนเธออายุ 17 ปี แต่ครั้งนี้..มันไม่ใช่อุบัติเหตุ โซฟีและมินะ เพื่อนรักของเธอ ต้องเผชิญหน้ากับชายสวมหน้ากากในป่าลึก โซฟีรอดมาได้ แต่มินะไม่ได้โชคดีเหมือนอย่างเธอ ตำรวจเชื่อว่าฆาตกรที่ฆ่ามินะคือพวกค้ายา ดังนั้น ใครๆต่างก็พากันโทษโซฟี ไม่มีใครเชื่อความจริงที่ว่า เธอเลิกยาไปตั้งนานแล้ว และเป็นมินะเองต่างหากที่พาเธอเข้าไปนป่าคืนนั้นเพื่อพบกับปริศนาบางอย่างที่ซ่อนอยู่

หลังจากกลับจากสถานบำบัด โซฟีต้องพบเจอกับความจริงอันเจ็บปวดที่ว่าพี่ชายของมินะไม่ยอมพูดคุยกับเธอ พ่อแม่ก็ต่างกลัวว่าเธอจะทำผิดซ้ำอีก เพื่อนก็กลายเป็นศัตรู โซฟีต้องเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่โดยปราศจากมินะ และคอยตามล่าหาตัวฆาตกรด้วยตัวของเธอเอง แต่ทุกย่างก้าว ยิ่งเธอเข้าใกล้เท่าไหร่ ความจริงก็ยิ่งเปิดเผยออกมา ทั้งเรื่องของเธอ มินะ และความลับของพวกเธอทั้งสองคน...

รีวิว+สปอยล์ 
บอกก่อนว่าเรื่องนี้อ่านนานมากแล้ว อาจจะตกหล่นบ้างก็ขออภัยนะคะ อิอิ เรื่องนี้เริ่มเรื่องเมื่อโซฟีกลับจากสถานบำบัดเพราะอาการเสพติดยาแก้ปวด (เพราะอาการเรื้อรังจากอุบัติเหตุครั้งแรก ทำให้ขาเธอยังเจ็บอยู่ตลอด) พ่อและแม่ของเธอพยายามจะพาเธอไปพบจิตแพทย์เพราะคิดว่าเธอคงเสียใจเรื่องเพื่อนที่ถูกฆ่า แต่โซฟีก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือซักเท่าไหร่ เนื่องจากเธอมุ่งมั่นจะตามหาตัวฆาตกรที่ฆ่ามินะให้ได้ เธอพยายามคุยกับเทรฟ พี่ชายของมินะ แต่เทรฟเอาแต่หลบหน้าเธอตลอด ทั้งๆที่เมื่อก่อนเทรฟเคยบอกว่าชอบเธอด้วยซ้ำ โดยเทรฟให้เหตุผลว่าเห็นหน้าโซฟีแล้วนึกถึงมินะ มันทำให้เค้าเจ็บปวด โซฟีพยายามอธิบาย จนสุดท้ายเทรฟยอมร่วมมือกับเธอในการตามหาตัวฆาตกร บวกกับความช่วยเหลือจากเพื่อนและแฟนเก่าของมินะทำให้โซฟีเข้าใกล้ความจริงมากยิ่งขึ้น...

โซฟีและเพื่อนพบflash driveของมินะ ในนั้นมีข้อมูลการหายตัวไปของเด็กสาวคนนึงที่มินะกำลังตามหาอยู่ และไฟล์เสียงบทสัมภาษณ์ของมินะกับคนรู้จักของเด็กสาว โซฟีจึงตามรอยจากคนเหล่านั้น จนกระทั่งวันหนึ่งเธอก็ได้รับจดหมายขู่ฆ่าเช่นเดียวกับมินะ เทรฟเห็นว่าเรื่องชักจะเกินกำลังเด็กวัยรุ่นอย่างพวกเขาเเล้ว เทรฟจึงเสนอตัวไปแจ้งตำรวจ ส่วนโซฟีก็ตามไปสมทบก็เพื่อนที่เหลือที่ปาร์ตี้ริมหาด ที่นั่นโซฟีได้พบกับเพื่อนชายคนนึงที่คอยช่วยเหลือเธอตั้งแต่กลับจากสถานบำบัด แต่ในขณะที่นั่งคุยกัน อยู่ๆเธอก็เกิดอาการง่วงงุน และล้มพับไปเสียเฉยๆ โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังจะได้เจอฆาตกรตัวจริง...

โซฟีตืนขึ้นมาในรถในสภาพถูกมัดแขนมัดขา ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ เธอพยายามโทรหาเทรฟแต่เพื่อนที่พาตัวเธอมาก็ยกปืนขึ้นขู่ โซฟีไม่มีทางเลือก ถ้าไม่ทำอะไรเสียตั้งแต่ตอนนี้เธอก็อาจจะต้องถูกฆ่าทิ้งเหมือนมินะ โซฟีพยายามต่อสู้จนรถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบ เพื่อนที่พาเธอมาเจ็บหนัก นั่นจึงเป็นโอกาสดีที่เธอจะหนี เธอเฝ้าย้ำกับตัวเองให้หนี แต่ขาเจ้ากรรมของเธอก็แทบจะไม่ขยับ โซฟีพยายามลากสังขารตัวเองเข้าไปหลบในป่าข้างทาง และได้แต่ภาวนาว่าขอให้ตำรวจมาถึงเร็วๆ เพราะที่เกิดเหตุยังไม่ไกลจากปาร์ตี้มากนัก อย่างน้อยก็น่าจะมีใครสักคนรู้บ้างว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่คนที่มาถึงก่อนกลับไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็นโค้ชของรร.ของเธอเอง...

โซฟีถูกพบตัวในที่สุด แต่เธอก็พยายามถ่วงเวลาด้วยการถามคำถามเกี่ยวกับการหายตัวของเด็กสาวที่มินะตามหา โค้ชบอกกับเธอว่าที่จริงเด็กสาวคนนั้นท้องกับตัวโค้ชเอง ไม่ใช่แฟนของเด็กสาวนั่น เธอจะเก็บเด็กไว้ เขาเลยต้องฆ่าทิ้งซะ และเมื่อมินะพยายามจะขุดคุ้ยหาความจริงเค้าก็เลยต้องปิดปากเธอเช่นกัน และโซฟีเองก็เป็นรายต่อไป...

โค้ชยกปืนขึ้นจ่อศีรษะของโซฟี และเพียงแค่ชั่วอึดใจเสียงปืนก็ตามมาหลายนัด แต่ตัวเธอกลับไม่เป็นอะไรเลย แต่เป็นโค้ชที่ล้มพับอยู่ข้างเธอ ตำรวจกรูเข้าคุมสถานการณ์ ในที่สุดความจริงก็ถูกเปิดเผย มินะของเธอจะได้หลับอย่างสบายเสียที...

หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายจบลง เทรฟไม่ได้สานต่อความสัมพันธ์ระหว่างเขาและโซฟี เพราะเขารู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่าโซฟีกับมินะนั้นต่างมีควารู้สึกพิเศษให้กัน และในสายตาของโซฟีไม่เคยมีเขาอยู่เลย...

การเล่าเรื่อง : เล่าสลับระหว่างก่อนมินะตายกับหลังตาย แอบรำคาญนิดนึง แต่ก็ลุ้นดีนะ อยากรู้ว่าใครเป็นฆาตกร แอบหักมุมด้วย เดาผิดหมดเลย 555+
ภาษา : ศัพท์ไม่ยาก ไม่เก่งอังกฤษก็อ่านได้สบายบรื๋ออออ 
ความรู้สึกหลังอ่าน : ยอมรับเลยว่าเลือกอ่านเรื่องนี้เพราะชอบหน้าปก อ่านไปได้ครึ่งเรื่อง ทำไมมันแปลกๆว้า โซฟีจูบกับมินนะเพื่อ?! เลยกลับไปดูGenre แทบกรี๊ดดด มันเป็นเลสเบี้ยน - -* อยากจะวางหนังสือลงซะเดี๋ยวนั้น 555 แต่ว่ามันก็สนุกดีอะ เลยตัดสินใจอ่านต่อ 55+
คะแนน : 4.5//5 (หักเพราะเรื่องมันยาวไปหน่อย เล่าสลับอดีตกับปจบ.บ่อยเก๊นนน)






Create Date : 17 ธันวาคม 2557
Last Update : 17 ธันวาคม 2557 0:44:57 น.
Counter : 598 Pageviews.

2 comment
**Review** Shadow and Bone - Leigh Bardugo
Shadow and Bone - Leigh Bardugo



Title : Shadow and Bone (Grisha Trilogy #1) / ตำนานกรีชา : ตอน แดนมรณะแห่งพยับเงา
Author : Leigh Bardugo
Genre : YA / High Fantasy
First published : May 17th 2012

เรื่องย่อ : 
ณ ราฟกา ดินแดนที่ถูกแบ่งแยกด้วยความมืดมิดแห่งแดนพยับเงาและ "โวลครา" สัตว์ร้ายกินคนในตำนาน'อาลินา สตาร์คอฟ' เด็กสาวผู้ไม่มีอะไรพิเศษได้ค้นพบพรสวรรค์ที่ซ่อนเร้นเป็นครั้งแรก เจ้าแห่งความมืด ชายหนุ่มลึกลับผู้นำเหล่า "กรีชา" นักรบเปี่ยมพรสวรรค์ พาเธอเข้าสู่ราชสำนักเพื่อฝึกฝนและลิ้มลองรสชาติชีวิตแปลกใหม่ เบื้องหน้าคืออนาคตของราฟกาที่มีเธอเป็นแสงแห่งความหวัง ทว่าสิ่งที่อาจต้องทิ้งไว้เบื้องหลังคือ 'มัล' มิตรภาพหนึ่งเดียวในวัยเยาว์ พรสวรรค์นี้นำมาซึ่งโชคชะตา อำนาจ ความรัก หรือสิ่งใดกันแน่?

รีวิว + สปอยล์ :
อาลินา และ มัล โตขึ้นมาด้วยกันในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เมื่อตอนอาลินายังเด็กเคยมีกรีชาทดสอบตัวเธอเพื่อคัดหาคนที่ความสามารถพิเศษไปฝึกเป็นกรีชา ในตอนนั้นอลินารู้สึกถึงพลังบางอย่างในตัวเธอ แต่เธอก็พยายามข่มไว้ไม่ให้พลังนั้นเปิดเผยออกมา เพราะเธอกลัวที่จะต้องแยกจากมัล ต่อมาเมื่อตอนอายุ 17 ปี ทั้งมัลและอลินาต่างเข้าเป็นทหารของกองทัพ และถูกส่งเข้าไปใน Shadow Fold ซึ่งมี โวลครา อาศัยอยู่ เรือของกองทัพแล่นไปได้ไม่นานก็ถูกพวกโวลคราโจมตี มัลถูกทำร้ายจนเจ็บหนัก แม้แต่พวกกรีชาก็สู้โวลคราไม่ไหว อาลินารู้สึกสิ้นหวังและคิดที่จะตายไปพร้อมมัล แต่ในชั่วขณะนั้นเธอก็ได้แสดงพลังของ Sun Summoner ออกมา แสงสว่างที่ระเบิดออกจากตัวเธอไล่พวกโวลคราไป และเธอก็ได้ช่วยทหารบนเรือเอาไว้หลายชีวิต

หลังจากกลับเข้าฝั่งอาลินาถูกส่งตัวให้The Darkling เพื่อทดสอบว่าเธอเป็นSun Summoner ในตำนานจริงหรือไม่ เมื่อผลออกมาเป็นที่ประจักษ์แก่เหล่ากรีชา อาลินาก็ถูกส่งตัวเข้าวังเพื่อไปฝึกให้เป็นกรีชาที่สมบูรณ์แบบ ในระหว่างนั้นเธอขาดการติดต่อกับมัล และThe Darklingก็เข้ามาทำให้เธอหวั่นไหว The Darklingพยายามเข้าหาอาลินาและเล่าว่าเธอคือความหวังของราฟกาที่จะทำลาย Shadow Fold และ พวกโวลคราได้ และในขณที่ใจเธอกำลังเอนเอียงให้The Darkling ความจริงก็เปิดเผยว่า ที่จริงแล้วThe Darklingเองนั่นแหละคือคนที่สร้างShadow Foldขึ้นมา และโวลคราเหล่านั้นก็เคยเป็นชาวบ้านธรรมดาที่ถูกพลังของThe Darklingทำให้กลายเป็นสัตว์ประหลาด

เมื่อรู้ความจริงอาลินาจึงหนีออกจากวังด้วยความช่วยเหลือจากแม่ของThe Darkling เพราะทนไม่ได้ที่เห็นลูกชายจะทำลายโลกนี้ อาลินาพยายามหนีเพื่อออกไปยังเขตชายแดน และระหว่างทางนั้นก็ได้พบมัลเข้า และรู้ว่ามัลกำลังออกตามหากวางตัวผู้เพื่อล่าเอาเขาของมันมาทำสร้อยคอให้อาลิน่าตามคำสั่งThe Darkling ทั้งคู่เลยตกลงกันว่าจะหากวางตัวนั้นให้ได้ก่อนทหารของThe Darkling เพราะเขานั้นมีคุณสมบัติเป็นAmplifierที่สามารถช่วยเพิ่มพลังของกรีชาได้ และเมื่อเธอได้มันมา เธอก็จะใช้พลังนั้นต่อกรกับThe Darkling

แต่เรื่องก็ไม่ง่ายตามที่อาลินาคิด แม้ว่าเธอจะเจอกวางตัวนั้นก่อนก็ตาม แต่ The Darklingก็ชิงตัดหน้าเธอไปได้ และบังคับให้เธอกลับไปด้วยกัน ไม่ยังงั้นจะฆ่ามัลทิ้งซะ อาลินาจำต้องยอมตาม แต่เธอก็ดันไปยั่วโมโหให้The Darkling (หึงล่ะมั้ง?) The Darkling เลยมีคำสั่งว่าจะเข้าไปในShadow Fold และจะจับมัลโยนให้โวลครากินซะ 

ในขณะที่เรือแล่นอยู่ในShadow Foldอาลินาได้ใช้พลังของเธอไล่พวกโวลคราจนมาถึงอีกฝั่งของShadow Foldจนได้ และที่นั่นเองThe Darklingก็ได้ตอกย้ำความโหดร้ายให้เธอเห็นกับตาตัวเอง โดยการฆ่าชาวบ้านในหมู่บ้านฝั่งนั้น และเปลี่ยนให้เป็นโวลคราเพื่อเป็นการขู่ให้ฑูตจากเมืองอื่นที่โดยสารมาในเรือด้วยเกิดความเกรงกลัว ไม่กล้าต่อต้านราฟกาอีกต่อไป

และมาถึงตอนสำคัญ The Darklingสั่งให้กรีชาคนสนิทจับมัลโยนลงในShadow Fold และแล่นเรือออกไป โดยทิ้งให้มัลเป็นเหยื่อของโวลคราอยู่ที่นั่น อาลินาโมโหมาจนแสดงพลังออกมาจนไม่มีกรีชาคนไหนกล้าต่อต้าน เธอกระโดดลงจากเรือเพื่อไปช่วยมัล และทิ้งให้พวกทหารบนเรือถูกพวกโวลคราเล่นงานแทน

หลังจากนั้นมัลและอาลินาก็หนีขึ้นฝั่ง และปลอมตัวเป็นชาวบ้านทิ้งเรื่องกรีชาไว้เบื้องหลัง และแล่นเรือออกไปในTrue Seaด้วยกันสองคน...

การเล่าเรื่อง : เล่าในมุมมองของอาลินาคนเดียว อ่านแล้วลื่นไหลดี ไม่ติดขัด
ภาษา : ศัพท์แปลกๆเพียบ ศัพท์ยากด้วย แรกๆเปิดดิกมันนนส์เลย ฮ่าๆ พอหลังๆเริ่มชินเลยอ่านได้สบายหน่อย 
ความรู้สึกหลังอ่าน : OMGGGGG สนุกมากกกกกก ชอบบบบบ โดยเฉพาะท่านดาร์คลิงของนู๋วววว ถึงท่านจะเป็นคนไม่ดีแต่เราฟินนนนตลอด อร๊ายยยย เปลี่ยนพระเอกจากมัลมาเป็นท่านดาร์คลิงได้มั้ย กรี๊ดดดด *ชูป้ายไฟ* ตอนอ่านนี่ไม่แน่ใจว่าท่านดาร์คลิงชอบนางเอกรึเปล่า เพราะท่านมีแผนร้าย แต่พอความจริงเปิดเผยแล้วมีหึงออกนอกหน้าอ้ะ! กรี๊ดดดด แอบสงสารท่านดาร์คลิงนึดนึงตอนที่อาลินาทิ้งเรือไปช่วยมัล อูยยย เจ็บปวดแทน ฮ่าๆ
คะแนน : 10++/5 (คะแนนเยอะเพราะฟินท่านดาร์คลิง ไม่ต้องสนใจเรา 555+)






Create Date : 10 ธันวาคม 2557
Last Update : 7 มีนาคม 2558 14:21:11 น.
Counter : 915 Pageviews.

2 comment
**Review** The Shock of the Fall - Nathan Filer
The Shock of the Fall



Title : The Shock of the Fall
Author : Nathan Filer
Genre : Fiction / Contemporary / Mental Illness
Published : May 9th 2013 by Harper Collins

เรื่องย่อ : 
ผมจะเล่าให้คุณฟังว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะมันคงเป็นวิธีที่ดีที่จะแนะนำให้คุณรู้จักกับพี่ชายของผม เขาชื่อว่าไซม่อน ผมคิดว่าคุณต้องชอบเขาแน่ๆ ผมเองก็เหมือนกัน แต่อีก 2 หน้าต่อจากนี้..เขาจะตาย และหลังจากนั้น..เขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...

รีวิว + สปอยล์ : 
เพิ่งอ่านจบเมื่อกี้เลย รีบมารีวิวไว้ก่อนเดี๋ยวลืม ฮ่าๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของเด็กหนุ่มที่ชื่อ แมททิว เขามีปัญหาทางจิต(ยังไม่ถึงขั้นบ้าพูดจาไม่รู้เรื่อง) เพราะช็อคกับการสูญเสียพี่ชายของเขา เรื่องมันเกิดเมื่อแมททิวชวนพี่ชายออทิสติกออกไปเที่ยวเล่นตอนกลางคืนขณะฝนตก เพื่อไปดูศพของตุ๊กตาที่ถูกฝังอยู่ริมหน้าผา แล้วมันก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น แมททิวลื่นล้มจนไซม่อนต้องช่วยแบกกลับแคมป์ทั้งที่ตัวเองก็ร่างกายไม่แข็งแรง ในที่สุด..ไซม่อนก็จากไปเพราะเหตุการณ์คราวนั้น แมททิวโทษตัวเองมาตลอดว่าเขาเป็นสาเหตุให้ไซม่อนตาย และรู้สึกผิดเพราะว่าตอนนั้นเขาไม่ได้ร้องไห้เสียใจอย่างที่ควรจะเป็น เรื่องยิ่งแย่เมื่อเจคอบเพื่อนสนิทคนเดียวของแมททิวขอย้ายออกจากหอเพื่อไปดูแลแม่ที่ป่วย อาการของแมททิวเริ่มหนักขึ้น เขาเริ่มเห็นภาพหลอนของไซม่อน ได้ยินเสียงในหัวตลอดเวลา ในที่สุด..เขาก็ถูกจับส่งร.พ. แมททิวได้รับการรักษาด้วยการให้ยา แต่เขาก็อ้วกออกมาทุกครั้ง อาการภาพหลอนก็ยิ่งเป็นบ่อยขึ้น เขาเห็นไซม่อนอยู่ทุกๆที่ ทั้งใต้เตียง ริมหน้าต่าง ในห้องน้ำ จนวันหนึ่ง..เขาตัดสินใจจะจบเรื่องโดยการหนีออกจากร.พ.ไปที่หน้าผาแห่งนั้นเพื่อฆ่าตัวตาย เขาจะไปอยู่กับไซม่อน แล้วพวกเขาก็จะได้เล่นด้วยกันตลอดไป...

อีกเพียงก้าวเดียว..แมททิวก็จะได้ไปอยู่กับไซม่อน แต่โชคยังเข้าข้าง เมื่อแอนนาเบลเด็กสาวที่ฝังศพตุ๊กตาไว้เมื่อหลายปีก่อนมาช่วยไว้ และเล่าให้ฟังว่าที่ฝังไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับแม่ที่ตายไป และนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกปล่อยวาง เมื่อฟังจบแมททิวจึงเกิดความคิดที่จะจัดงานเพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบ 10 ปีการจากไปของไซม่อนบ้าง หลังจากกลับจากหน้าผานั้น แมททิวถูกรักษาในระบบที่เข้มข้นกว่าเดิม แต่คราวนี้เขายอมกินยาตามที่หมอสั่ง แล้วภาพหลอนไซม่อนก็ค่อยๆหายไป แมททิวจัดงานอนุสรณ์ให้ไซม่อนด้วยตนเอง แม้จะไม่ใช้งานที่เพอร์เฟ็กท์ แต่ก็เป็นงานที่ดีที่เดียว ทุกคนต่างพูดถึงเรื่องเมื่อสมัยเด็ก มีทั้งเสียงหัวเราะ หยดน้ำตา และความเงียบที่ยังคอยติดตามมมาไม่ห่าง...

แมททิวได้รับการรักษาอย่างจริงจัง และแล้ว..เขาก็ได้กลับบ้านอย่างที่หวังไว้ แต่แมททิวก็รู้ว่าสักวัน..ยังไงเขาก็ต้องกลับเข้าไปอีก เพราะโรคนี้และตัวเขาต่างก็หมุนวนไปไม่มีวันจบ...

ประโยคจบ (เราชอบมาก) : 
So I’ll stack these pages with the rest of them, and leave it all behind. Writing about the past is a way of reliving it, a way of seeing it unfold all over again. We place memories on pieces of paper to know they will always exist. But this story has never been a keepsake – it’s finding a way to let go. 

I don’t know the ending, but I know what happens next. I walk along the corridor towards the sound of a Goodbye Party. But I won’t get that far. I’ll take a left, then a right, and I will push open the front door with both hands.

I have nothing else to do today.

It’s a beginning.

การเล่าเรื่อง : เล่าในมุมมองแมททิว เริ่มต้นตั้งแต่แมททิวยังเหมือนคนปกติ จนเริ่มเพี้ยนสติแตก ตอนอ่านนี่แบบ..นี่กูกำลังอ่านไดอารี่ของคนบ้าอยู่ใช่มั้ย - - เรารู้สึกว่ามันเรียลจริงอะไรจริง 55+ ถ้าใครชอบ The Perks of Being a Wallflower แนะนำให้อ่านค่ะ คล้ายๆกัน แต่เครียดกว่าเยอะ
ภาษา : ศัพท์ไม่ยาก แต่ว่าแต่ละประโยคมันลึกซึ้ง (หรือว่าแมทมันบ้าก็ไม่รู้ 55+) ต้องใช้เวลาในการอ่าน และทำความเข้าใจเยอะหน่อย แล้วๆๆ..ที่ใช้ฟอนต์พิมพ์ดีด เพราะว่าในหนังสือแมทก็ใช้พิมพ์ดีดเหมือนกัน พอใช้คอมฟอนต์ก็เปลี่ยน พอเป็นจดหมายฟอนต์ก็เป็นลายมือ
ความรู้สึกหลังอ่าน : T^T มันสะเทือนใจอะ 55+ ไม่คิดว่าคนๆนึงจะเสียใจกับการจากไปของคนที่รักได้ขนาดนี้(เรายังไม่เคยมีฟีลนี่)ตอนอ่านนี่เครียดตลอด ไม่รู้ว่ามันจะจบยังไงกันแน่ ถ้าจบเศร้านี่ช็อคเลยนะ 555+
คะแนน : 5/5 

**แมททิวป่วยเป็นโรคschizophrenic  เป็นความผิดปกติทางจิตอย่างหนึ่งซึ่งทำให้มีการแตกแยกของกระบวนการคิดและการตอบสนองทางอารมณ์ ส่วนใหญ่แสดงอาการเป็นหูแว่ว หวาดระแวง หลงผิดแบบแปลกประหลาด หรือมีการพูดและการคิดที่เสียโครงสร้าง และมักนำไปสู่การสูญเสียความสามารถในการเข้าสังคมหรือการประกอบอาชีพ มักเริ่มแสดงอาการในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น โดยมีความชุกตลอดชีวิตอยู่ที่ประมาณ 0.3-0.7% การวินิจฉัยทำโดยการสังเกตพฤติกรรมและรายงานประสบการณ์ที่ได้จากตัวผู้ป่วยเอง





Create Date : 29 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2557 21:31:45 น.
Counter : 623 Pageviews.

2 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  

Caymen51
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



Hi guys! My name is Geegee. I'm a book lover. Feel free to add me on goodreads. Let's be friends!

ฝากร้านหนังสือหน่อยจ้า https://goo.gl/e1jVlt

G.'s bookshelf: read

In the Shadow of Blackbirds
really liked it
4.5/5
tagged: fantasy and own
The Bunker Diary
really liked it
3.5/5 SHIT! The ending was too heartbreaking. I couldn't stand it!
tagged: own and contemporary
Malice
really liked it
tagged: japanese and own
Practice Makes Perfect
liked it
3.5/5 This was a funny and fluffy story with two guys who have a secret agreement. Their relationship started with with an awkward situation which surprisingly turned out to be hilarious. I really like geeky Dev. I think it's cute when...
tagged: contemporary
Strangers
liked it
tagged: japanese and own

goodreads.com