All Blog
**Review** The Dandelion Girl - Robert F. Young


The Dandelion Girl
(Tanpopo Musume)
by Robert F. Young



(ปกฉบับภาษาญี่ปุ่น)

Title : The Dandelion Girl
Author : Robert F. Young
Genre : Science Fiction / Romance
Published : April 1st, 1961

รีวิว + สปอยล์ :

มาร์ค แรนดอล์ฟ ชายวัย 44 ปี เดินทางมาพักผ่อนตามลำพังที่ Cove City เนื่องจากภรรยาและลูกชายต่างติดธุระด้วยกันทั้งคู่ วันหนึ่ง เขารู้สึกเบื่อกับกิจวัตรประจำวันเดิมๆ จึงเดินขึ้นเนินเขาไปอย่างไร้จุดหมาย มาร์คได้พบกับหญิงสาวชื่อว่า จูลี่ แดนเวอร์ส เธอมีผมสีดอก dandelion และสวมชุดเดรสสีขาวทำจากวัสดุที่ไม่น่าหาได้ในยุคนี้ จูลี่เล่าว่า เธออาศัยอยู่ที่เมืองนี้ แต่ในอีก 240 ปี ข้างหน้า

มาร์คไม่เข้าใจ และไม่เชื่อในสิ่งที่จูลี่เล่า แต่เขาไม่อยากจะหักหน้าเธอ จึงนั่งฟังเรื่องราวของเธออย่างตั้งใจ

จูลี่มาที่นี่ด้วย time machine ที่พ่อเป็นคนประดิษฐ์ขึ้น แม้ว่าเธอสามารถย้อนเวลากลับมาในวันเดิมๆได้ แต่เธอก็เลือกที่จะกลับมาในวันถัดไป เพราะเธอต้องการที่จะได้เจอกับสิ่งใหม่ๆ และวันนี้ เธอก็ได้พบมาร์ค

จูลี่ชอบความเงียบสงบของ Cove City ในอดีต แต่เธอไม่อาจอยู่ที่นี่ได้ตามปรารถนา เพราะเธอยังมีพ่อที่พิการต้องดูแล อีกทั้ง เธอยังเสี่ยงต่อการถูกตำรวจกาลเวลาจับกุม เนื่องจากการย้อนเวลาสงวนไว้แต่ชนชั้นสูงเท่านั้น

วันแล้ววันเล่า มาร์คและจูลี่นัดพบกันที่เนินเขา ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างถูกคอ ที่ผ่านมา มาร์คไม่เคยรู้สึกสนใจผู้หญิงคนไหน แต่กับจูลี่ ที่พบกันแค่ไม่กี่วัน เขากลับเกิดความรู้สึกรักขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

แต่แล้ววันหนึ่ง จูลี่ก็ไม่มาตามสัญญา มาร์คเกลียดตัวเองที่มานั่งหงอยเหงาเหมือนเด็กวัยรุ่น ความหวังว่าเธอจะกลับมาค่อยๆเลือนหายไปทีละนิด จนกระทั่งสี่วันผ่านไป เขาได้พบเธออีกครั้ง ท่ามกลางแสงอาทิตย์ และชุดเดรสสีดำ 

พ่อของจูลี่เสียแล้ว และเธอไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร มาร์คทำได้เพียงปลอบโยนเธอ และไม่อาจสัมผัสเธอได้มากไปกว่านั้น

มาร์คเอ่ยถามว่า วันพรุ่งนี้ เขายังจะได้พบจูลี่อีกหรือไม่  แต่เธอกลับเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า time machine ใกล้จะหยุดทำงานแล้ว และเธอไม่รู้วิธีซ่อมมันเสียด้วย แต่ถึงอย่างไร เธอจะพยายามมาให้ได้ และอยากให้มาร์คจำไว้ว่า เธอรักเขา

มาร์คเที่ยวตามหาจูลี่ แต่บุรุษไปรษณีย์กลับบอกว่า ไม่มีคนนามสกุล เเดนเวอร์ส ในเมืองนี้ และไม่มีงานศพมาเป็นปีแล้ว แต่กระนั้น มาร์คก็ยังไปรอเธอที่เนินเขาทุกวัน จนกระทั่งวันหยุดพักผ่อนจบลง จูลี่ก็ไม่เคยกลับมา..

หลังมาร์คกลับจากหยุดพักผ่อน เขาพยายามปฏิบัติต่อแอนนี่ ภรรยาของเขา อย่างดีที่สุด ให้เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในนาทีที่เธอเห็นเขา เธอคงรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนั้น แม้จะไม่เอ่ยถามออกมา แต่เเอนนี่ก็ยิ่งพูดน้อยลงทุกที

ทุกบ่าย วันอาทิตย์ มาร์คมักกลับไปที่เนินเขาแห่งนั้น เขานั่งจ้องจุดที่จูลี่หายตัวไปอยู่หลายชั่วโมง และเฝ้านึกถึงคำพูดของเธอ

Day before yesterday I saw a rabbit, 
and yesterday a deer, 
and today, you.

ในคืนฝนพรำ กลางเดือนพฤศจิกายน มาร์คพบกระเป๋าเดินทางของแอนนี่โดยบังเอิญ เขาจำได้ว่าภรรยาไม่ยอมบอกว่ามีอะไรอยู่ภายใน และเก็บเป็นความลับตลอดมาตั้งแต่แต่งงาน 

มาร์คสังเกตเห็นชุดเดรสสีขาวโผล่พ้นขอบกระเป๋าออกมา และเป็นวัสดุแบบเดียวกับชุดของจูลี่ ในวินาทีนั้น เขารู้สึกว่าตัวเองเกือบจะร้องไห้ออกมา

มาร์คออกวิ่งจากห้องใต้หลังคา เพราะในอีกไม่กี่นาที รถบัสจะมาส่งภรรยาของเขาตรงหัวมุมถนน 

แท้ที่จริงแล้ว แอนนี่ ภรรยาของเขามีชื่อเต็มว่า จูเลียน (Julianne) มาร์คคิดว่าการที่เธอใช้ชื่อ แอนนี่ เป็นเพราะต้องการหลบเลี่ยงตำรวจกาลเวลา เขาเข้าใจแล้วว่า ทำไมเธอถึงไม่ชอบถ่ายรูป และทำไมเธอถึงดูหวาดกลัวนัก ตอนมาสมัครงานที่สำนักงานของเขา เธอต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในยุคสมัยที่เธอไม่คุ้นเคย และไม่รู้เลยว่า ผู้ชายวัย 44 จะยังรักเธอหรือไม่ เมื่อตอนที่เขาอายุ 20 (จูลี่กลับมาหามาร์คตามสัญญา แต่ย้อนไปตอนที่เขาอายุ 20 กว่าๆ)

ในที่สุด มาร์คก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด เขาเดินไปรับภรรยา และยื่นมือไปสัมผัสผิวแก้มที่เปียกฝนของเธอ แอนนี่ หรือ จูลี่ รับรู้ได้ว่า ต่อจากนี้ คงไม่เป็นไรแล้ว และความกลัวในดวงตาของเธอก็ค่อยๆจางหายไป ทั้งสองคนเดินกุมมือกลับบ้านด้วยกันท่ามกลางสายฝนโปรยปราย...

คำศัพท์ : กลางๆ มีศัพท์ยากโผล่มาบ้าง

ความรู้สึกหลังอ่าน : บอกก่อน เรื่องนี้ เราหามาอ่านหลังจากดู Biblia จบไป เห็นซีรีย์บอกว่าเหมาะกับคู่ที่กำลังจะแต่งงานไรงี้ เราเลยสงสัยว่ามันเป็นยังไงน้ออ (ถึงแม้ว่าตัวเองกำลังจะขึ้นคานก็เหอะนะ 55) 

อืมมม... เราอ่านเรื่องนี้ไปสองรอบได้ รอบแรกก็รู้สึกเฉยๆนะ บวกกับงงๆเรื่องย้อนเวลาด้วย พอดีว่าเราไม่ค่อยถูกกับนิยายข้ามเวลาเท่าไหร่ แต่รอบสองนี่ตั้งใจอ่าน แล้วก็ดันชอบขึ้นมาซะงั้น ประมาณว่า เออ มันก็ซึ้งดีนะ 555 ถึงแม้ว่า พล็อตแบบนี้ ปัจจุบันจะมีเยอะแล้วก็เถอะ แต่ต้องดูด้วยว่า เรื่องนี้ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1961 นู่น เราคิดว่ามันคงเป็นรุ่นออริของนิยายแนวนี้ล่ะมั้ง สรุปว่า ดีงามจ้ะ เล่มนี้ อยากได้ hard copy จัง แต่ไม่รู้จะไปหาจากไหน เฮ่อออ... Smiley

คะแนน : 4/5

ช่วงนี้รีวิวแต่เรื่องสั้น เพราะขี้เกียจอ่านเล่มยาวๆ หยิบเล่มไหนมาอ่านก็ไม่สนุกเลย เฮ่อออ...






Create Date : 19 พฤษภาคม 2559
Last Update : 19 พฤษภาคม 2559 1:05:43 น.
Counter : 830 Pageviews.

2 comments
  
หาอ่านจากไหนหรอคะ อยากอ่านมั่งค่ะ
โดย: Saily IP: 182.53.244.84 วันที่: 20 เมษายน 2560 เวลา:16:58:20 น.
  
ฟังตอนจบจากที่เขียนแล้วแล้วอยากได้หนังสือจังค่ะ.....😍😍😍แต่แอบแปลกใจพระเอกนี่จำภรรยาตัวเองตอนสาวๆมิได้หรือเจ้าคะ😶😶😶
โดย: มุ้งมิ้ง IP: 1.47.134.170 วันที่: 14 เมษายน 2561 เวลา:21:52:10 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Caymen51
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]



Hi guys! My name is Geegee. I'm a book lover. Feel free to add me on goodreads. Let's be friends!

ฝากร้านหนังสือหน่อยจ้า https://goo.gl/e1jVlt

G.'s bookshelf: read

In the Shadow of Blackbirds
really liked it
4.5/5
tagged: fantasy and own
The Bunker Diary
really liked it
3.5/5 SHIT! The ending was too heartbreaking. I couldn't stand it!
tagged: own and contemporary
Malice
really liked it
tagged: japanese and own
Practice Makes Perfect
liked it
3.5/5 This was a funny and fluffy story with two guys who have a secret agreement. Their relationship started with with an awkward situation which surprisingly turned out to be hilarious. I really like geeky Dev. I think it's cute when...
tagged: contemporary
Strangers
liked it
tagged: japanese and own

goodreads.com