Group Blog
 
All blogs
 

Hong Kong at first sight



เป็นสิ่งที่แปลกที่ฉันมักจะตกสำรวจสถานที่ที่คนส่วนใหญ่จะต้องเคยไปแล้ว อย่างในเมืองไทย เช่น เกาะเสม็ด (ที่เมื่อก่อนถือว่าฮิต หรือว่าปายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปในตอนนี้) และสำหรับต่างแดน สิงคโปร์ ฮ่องกง
ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง ก็เช่นกัน

จริง ๆ แล้วสิงคโปร์หรือฮ่องกง ไม่ได้อยู่ในลิสต์รายการท่องเที่ยวต่างแดนที่ตั้งใจจะไป เพราะฉันชอบแนวทัวร์วัฒนธรรม ชมสถาปัตยกรรมที่สวยงามและแตกต่าง ส่วนสิงคโปร์และฮ่องกง ฉันรู้สึกว่ามันคือเมืองใหญ่ เฉกเช่น กรุงเทพ
ปัจจุบันก็เห็นอยู่แล้ว

แต่แล้วล่าสุดฉันก็ได้ไปเยือน และพบว่าไม่เสียดายที่ได้ไป เพราะต้องยอมรับกับระบบคมนาคมที่ยอดเยี่ยมของเขาจริง ๆ รถไฟใต้ดิน MTR (Mass Transit Railway) สามารถเดินทางไปได้ทั่วบ้านเมืองของการเชื่อมโยง ใช้เวลาไม่นาน

ฉันซื้อแพคเก็จฮ่องกงในรูปแบบตั๋วเครื่องบิน + ที่พัก + ทริปมาเก๊า 1 วัน รวมอาหารที่ให้ 2 มื้อคือติ่มซำที่ฮ่องกง และมื้อกลางวันที่มาเก๊า ซิตี้ทัวร์ 1 วัน รวมค่ากระเช้าและค่าเข้าชม Ngong Ping รถราง Peak Tram เรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก
ไปมาเก๊า นอกนั้นฉันแวะซื้อ Octopus Card สำหรับการท่องเที่ยวด้วยตัวเองโดย MTR และจ่ายค่าอาหารเองในมื้ออื่น ๆ

ฉันแวะซื้อบัตร Octupus Card ที่สนามบิน Chek Lap Kok ด้วยราคาขั้นต่ำ 150 HK$ (ฉันแลกเงินฮ่องกงไปด้วยอัตรา 4.28 บาทต่อ 1 HK$ ซึ่งเขาจะรวมค่ามัดจำบัตรไว้ 50 HK$ ดังนั้นมูลค่าที่ใช้ได้จริงคือ 100 HK$ บัตรนี้สะดวกมากสามารถใช้ได้กับ MTR, รถบัส , Airport Express ร้าน 7-11)

เบ็ดเสร็จแล้ววันสุดท้ายของการเดินทาง ฉันไปแลกคืน เราจะถูกหัก refund fee ไป 7 HK$ สรุปแล้วฉันจ่ายค่าเดินทางไปประมาณ 50 HK$ หรือราว 214 บาท ซึ่งถือว่าถูกมาก ๆ เพราะไปโน่นมานี่อยู่หลายสถานีเหมือนกัน




.....นั่งรถรางขึ้น The Peak.....



เขาบอกว่าความสวยงามด้านบนของ The Peak ในยามกลางวันและกลางคืน
แตกต่างกัน

จริง ๆ แล้วโปรแกรมซิตี้ทัวร์ในวันถัดไปจะพาไปตอนกลางวัน แต่เนื่องด้วยอยากเห็นตอนกลางคืน คืนแรกจึงเดินทางไปเที่ยวเอง และใช้บริการ MTR เป็นครั้งแรก

ฉันเดินทางด้วย MTR จากสถานี Tsim Sha Tsui เดินไม่ไกลจากโรงแรมที่พัก ไปลงสถานี Central ราว 1 ทุ่ม









เดินออกจากสถานี ทำไมน้อ! บริเวณแถบนั้นมันเงียบ ๆ จัง แต่เขาว่าฮ่องกงเป็นเมืองปลอดภัยติดอันดับของโลก ฉันและบัดดี้ 1 คน เจอชายหนุ่มฮ่องกงคนแรกที่หน้าตาดีเชียว จะเข้าไปถามทาง ปรากฏว่าชายหนุ่มคนนี้ยกมือปัด
แล้วรีบจ้ำอ้าวไป (จะรีบไปไหน ๆ ) ทำเอารู้สึกเซ็งไปนิดนึง


เหยื่อรายต่อไปของการถามทาง คือชายหนุ่มอีกคน แต่ว่าท่าทางเขาจะพูดภาษาจีนได้ดีกว่าภาษาอังกฤษ เพราะว่าหลายประโยคพูดภาษาจีน (ซึ่งเราฟังไม่รู้เรื่อง ) แต่ก็เห็นว่าเขาตั้งใจที่จะสื่อสารภาษาอังกฤษ พร้อมบอกชื่อตึกหนึ่งให้สังเกตเป็นทางผ่าน ให้เราเดินไปเรื่อย ๆ

ระหว่างทางก็มีถามชาวฮ่องกงเป็นระยะ ๆ
มาเห็นป้ายบอกทางไป The Peak ทีหลัง









แล้วในที่สุดความสำเร็จก็เป็นของเรา เมื่อเดินมาถึงจุดรถราง

Peak Tram เป็นรถรางที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ ค.ศ. 1888 ให้บริการขึ้นสู่ยอดเขา Victoria Peak ที่นี่เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในฝั่งฮ่องกง ระดับความสูง 554 เมตรจากระดับน้ำทะเล ระหว่างทางจะมองเห็นบ้านของ
คนรวยชาวฮ่องกงตามไหล่เขา































ด้านบนเป็นเหมือนเมืองในหมอก หมอกลงจัดทีเดียว ที่นี่ฉันเข้าร้านไอศกรีม
ฮาเก้นดาส มาชิมครั้งแรกที่ฮ่องกง เพราะว่าอยู่เมืองไทยจะซื้อยี่ห้อนี้ทีไร รู้สึกว่าเอาตังค์จำนวนนั้นไปซื้อของกินอย่างอื่นดีกว่า เพราะถ้าเทียบกับราคาในไทยจะแพง แต่ที่ฮ่องกง scoop ละ 30 HK$ กว่านิด ๆ หรือลูกละ 150 บาท แต่ถ้าเปรียบเทียบดูแล้วจะไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับราคาอาหารอื่น ๆ ในฮ่องกง




.....รัชชี่.....
In Hong Kong at the end of Feb


ขอบคุณป้าเดซี่แห่ง Bloggang สาวไทยที่ใช้ชีวิตในฮ่องกง ที่แนะนำสถานที่ 2 แห่งที่น่าไปให้ คือแหล่งช็อปปิ้งรองเท้า (กำลังลดราคา) และร้านอาหาร (ได้เข้าไปอ่าน comment ที่บล็อกฉันเมื่อช่วงที่อยู่ฮ่องกง) แต่สรุปด้วยเรื่องเวลา
เลยไม่ได้ไปตามที่แนะนำเลย


รีวิวที่พัก โรงแรม Milra อยู่ย่าน Tsim Sha Tsui



ห้องน้ำซีทรู สามารถมองเห็นเตียงนอนผ่านกระจกใสจากห้องน้ำได้ แต่ไม่ต้องตกใจ มีปุ่มเลื่อนให้ม่านลงมาปิด

ถูกใจที่สามารถดูได้ทั้งทีวี และต่ออินเตอร์เน็ต (ฟรี) ที่แน่ ๆ คืนวันที่ 26 ก.พ. ต้องเช็คก่อนว่ามีปัญหาอะไรที่เมืองไทยหรือเปล่า เป็นห่วงสนามบินปิด

ประทับใจกับสายการบิน Emirates






 

Create Date : 06 มีนาคม 2553    
Last Update : 6 มีนาคม 2553 18:02:00 น.
Counter : 1101 Pageviews.  

ลัดฟ้าไปมาเลเซีย ตอน 6



ที่กัวลาลัมเปอร์

มูลค่าในการสร้างตึกปิโตรนาส 20,000 ล้านบาท ใช้เวลาสร้าง 3 ปี เคยเป็น
ตึกที่สูงที่สุดในโลก แต่ตอนนี้พ่ายยกตำแหน่งให้ Taipei 101 แล้วล่ะค่ะ ไกด์ชาวมาเลเซียบอกว่าปิโตรนาส คือ ปตน. ก็เปรียบเสมือน ปตท.บ้านเรานั่นเอง


มุมมองตึกตอนอยู่ในรถ





.....เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของตึกแฝด....


ตึกนี้มีความสูงถึง 452 เมตร หรือสูงกว่าตึกใบหยกบ้านเรา 148 เมตร ออกแบบโดยชาวอเมริกัน Cesar Pelli ก่อสร้างโดยบริษัทจากญี่ปุ่น และบริษัทเกาหลี
รับผิดชอบกันคนละตึก และต่างก็ต้องแข่งขันกันด้วย เพราะหากใครสร้างเสร็จก่อนก็จะเป็นผู้สร้างสะพานเชื่อมตึกทั้งสองในชั้นที่ 42

ปรากฏว่าแรกๆเกาหลีสร้างได้เร็วมาก แต่หลังจากญี่ปุ่นตั้งหลักได้ก็แซงเกาหลีและเสร็จก่อนประมาณ 1 เดือน....

ส่วนเจ้าของตึกมีชื่อว่า Kuala Lumpur City Center Holdings Sdn. Bhd. ตัวตึกสร้างด้วยสแตนเลสและติดกระจกทั้งหลัง

.....ขอบคุณเรื่องราวของตึก ที่หยิบยกมาเอ่ยถึง
แต่ขออภัยจำไมได้แล้วว่ามาจากแหล่งใดค่ะ........


มุมมองตึกแฝดตอนยืนอยู่บนท้องถนน





เขาว่าถ้าจะขึ้นตึกปิโตรนาสล่ะก็ ต้องไปรับบัตรคิวด้วยค่ะ 1,000 คน/วัน
แต่พวกเราไม่ได้ขึ้นหรอกค่ะ


โคลสอัพ



ขณะอยู่ตรงนั้น จู่ ๆ ก็คิดขึ้นมาว่า ตามตึกต่าง ๆ ในกรุงเทพ เราเคยเห็น
นักท่องเที่ยวต่างชาติมายืนถ่ายรูปกับตึกต่าง ๆ มั้ยน้อ ...... ไม่เคยแฮะ....



ฉันเคยเดิน ๆ อยู่แถว ๆ รถไฟฟ้าตรงพระพรหมเอราวัณ แล้วเจอนักท่องเที่ยว (คาดว่าเป็นฮ่องกง เกาหลี หรือจีน) ยืนถ่ายรูปกันบนทางเดินตรงรถไฟฟ้า โดยตรงพระพรหมเป็นวิวข้างหลัง

อดชมจตุรัสเมอร์เดก้าค่ะ เพราะวันนั้นมีการปิดถนนบริเวณที่จะไป สงสัยเขามีงานค่ะ ไกด์บอกว่าจตุรัสนี้ก็เปรียบเสมือนสนามหลวงบ้านเรานั่นล่ะค่ะ

พระราชวังค่ะ เห็นไกด์ว่ามีช่วงเวลาที่ให้ม้าพักค่ะ เพราะยืนนิ่งมานานให้
นักท่องเที่ยวชมและถ่ายรูป ช่วงที่ฉันไปยืนถ่ายรูป เห็นมั้ยคะม้าเริ่มหันมามองแล้ว







เก็บตกมาเลเซียมุมอื่น ๆ

Rest area เมืองมาเลเซีย ชิมกาแฟท้องถิ่นแก้วละ 1.4 ริงกิต (14 บาท)












เหมือนเขาใช้คำทับศัพท์คล้าย ๆ ภาษาอังกฤษ (Restaurant ร้านอาหาร)






....เก็บตกป้ายหน้าห้องน้ำชายและหญิง....






....ตามไกด์ไปร้านช็อปปิ้ง....

เป็นธรรมเนียมที่ต้องไปแวะร้านช็อปปิ้งที่ไกด์จะพาไป มีร้านช็อคโกแลต
ร้านนาฬิกาค่ะ











สติ๊กเกอร์แปะแขนเสื้อพวกเราก่อนเข้าร้าน พอออกจากร้านก็ดึงออก





...ไกด์มาเลเซีย....

ไกด์ท้องถิ่นชอบแซวว่าคนไทยภาษาอังกฤษไม่ดี แถมเวลาพูดทับศัพท์ภาษาอังกฤษก็พูดแบบไทย ไม่ออกเสียงตัวเอส เขายกตัวอย่างห้างเซ็นทรัล เราก็ออกเสียงแบบไทย ๆ ในขณะที่จริง ๆ แล้วต้องออกเสียงแบบฝรั่ง

ถ้าไกด์แซวรอบเดียว เราก็ไม่ว่ากัน ก็ถือว่าตลก ๆ ขำ ๆ สร้างความเฮฮา แต่เนื่องจากไกด์พูดหลายรอบเลย จนทำให้ช่วงสุดท้ายของทริป ที่ไกด์ไทยเชิญลูกทัวร์ให้ความเห็น มีพี่ท่านหนึ่งกล่าวว่า หลายช่วงของการเดินทาง ผมพยายามหาโอกาสคุยกับไกด์ท้องถิ่นตลอด เพื่อไม่อยากให้เขาเข้าใจอะไรคนไทยผิด ๆ

จริงอยู่คนไทยอาจจะมีสำเนียงการออกเสียงภาษาอังกฤษแบบไทย ๆ แต่บางอย่างเป็นความตั้งใจของเราเองที่จะเรียกชื่อแบบไทย อย่างเช่นห้างเซ็นทรัล ไม่ได้เรียกให้เป็นสำเนียงฝรั่งว่า “เซ็นทรัลลลลลลล” ขนาดนั้น เป็นต้น

.....บ่นอีกรอบ....

ว่าแต่ลูกทัวร์ 32 คน ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นว่ามีฉันเพียงคนเดียวที่อารมณ์ติ๊สท์หาซื้อโปสการ์ด เขียนส่งกลับตัวเองและคนรอบข้างรวมทั้งหมด 5 ใบ แต่ด้วยหาร้านขายแสตมป์ไม่เจอ ไกด์ท้องถิ่นเลยบอกว่า งั้นฝากโปสการ์ดกับเงินค่าแสตมป์ไว้ เดี๋ยวไกด์จะส่งมาให้ ..........

... และแล้วโปสการ์ดก็ล่องหน ไม่กลับมา



......รัชชี่......

Brief in English....by Ratchee

At Kuala Lumpur

Cost of Petronas Building is around 20,000 Million Baht, construction within 3 years, once here was the world ‘s tallest building but now Building Taipei 101 is the tallest.

This building is 452 meters high , designed by American “Cesar Pelli” and constructed by Japanese and Korean company. There’s a bridge at floor 42 connection between this twin buildings .








 

Create Date : 16 กันยายน 2552    
Last Update : 17 กันยายน 2552 21:04:23 น.
Counter : 1539 Pageviews.  

ลัดฟ้าไปมาเลเซีย ตอน 5




.....เส้นทางสู่เก็นติ้งไฮแลนด์.......

ชมสวนสตอเบอร์รี่กัน





ฟาร์มเลี้ยงผึ้ง บ้านของผึ้ง ผึ้งใช้ชีวิตอยู่ในกล่องนี้ล่ะค่ะ




....นักท่องเที่ยวที่มาชม....




...กิ๊ฟท์ช็อป....











เนื่องจากฉันไม่แน่ใจว่าเสื้อที่เตรียมมาจะพร้อมสู้อากาศเย็นที่เก็นติ้งหรือเปล่า เพราะเขาว่าที่เก็นติ้งจะเย็นกว่าที่คาเมรอน ไฮแลนด์ เพราะตอนแรกคิดว่ามาเลเซียกับไทยอยู่ไม่ห่างกัน ดังนั้นแม้จะไปเจอจุดที่เย็น แต่เนื่องจากเป็นช่วงหน้าร้อน จึงเตรียมมาแค่แจ็คเก็ต 1 ตัวกับผ้าพันคอ 1 ผืน

ฉันผู้เป็นคนขี้หนาว เลยต้องไปหาซื้อผ้าพันคอไหมพรมมาอีก 1 ผืนที่ตลาดนี้เอง









พบหนุ่มน้อยน่ารัก ตอนแรกเขิน ๆ จะไม่ยอมให้เราถ่ายรูป





เดินตลาดข้างทางค่ะ ข้าวโพดนี่ฝักละ 30 บาทนะคะเนี่ย









ฉันว่ามาเลเซียยังดูแลทรัพยากรป่าไม้เป็นอย่างดี (สำหรับเส้นทางที่ฉัน
เห็นด้วยตาผ่านการเดินทาง) เมื่อเปรียบเทียบกับเวลาฉันนั่งรถไปต่างจังหวัดในไทยบางจุดแล้วรู้สึกว่าต้นไม้ส่วนหนึ่งมันถูกตัดไปเยอะทีเดียว

ช่วงที่นั่งรถกระเช้าขึ้นเก็นติ้ง มองลงไปด้านล่าง ป่าไม้เขาอุดมสมบูรณ์จริง ๆ เรานั่งกระเช้าประมาณ 3.5 กม. เก็นติ้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล

ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีของการนั่งกระเช้า (ไกด์บอกว่าถ้าขับขึ้นไปใช้เวลาราว 25 นาที แต่ถนนบางช่วงจะค่อนข้างชัน) บนนั้นเปรียบเสมือนเป็นเมือง
เป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่โต ที่มีทุกอย่าง มีสวนสนุก คาสิโน











ไกด์เล่าว่าค่าขึ้นกระเช้าครั้งละ 5 ริงกิต ไปกลับ 10 ริงกิต แต่ถ้าใครขึ้นมาเล่น
คาสิโน แล้วนำใบเสร็จมาโชว์ ค่าขึ้นกระเช้าก็ไม่ต้องเสียค่ะ

ตอนแรกฉันละหวั่น ๆ ว่าจะมีจุดหวาดเสียวของบางช่วงที่นั่งกระเช้า แต่ไม่มีค่ะ ราบเรียบดี

เห็นแล้วนับถือผู้สร้างเก็นติ้งนี้เหมือนกัน กว่าจะสร้างเมืองทั้งหมดบนนั้น รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลาย

ใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว เริ่มเห็นโรงแรมลิบ ๆ แล้วไหมคะ









ฉันพักที่นี่ล่ะค่ะ โรงแรม First world สีสันเขาสุดยอดเลยล่ะค่ะ มองแล้วคิดไปถึงสวนสนุกที่อยู่ไม่ไกล สีสันกลมกลืนกันเลย




เข้าไปเดินดูในคาสิโนเหมือนกัน แต่ไม่ได้ทดลองเล่นอะไรหรอก เพราะไม่ชอบ ไกด์บอกว่าถ้าใครอยากเล่น ให้ไปเจอกันที่หน้าคาสิโนตอนสองทุ่มครึ่ง ที่นั่นเขาจะให้เงินนักท่องเที่ยวที่มากับกรุ๊ปทัวร์คนละ 10 ริงกิต (หรือ 100 บาท)

หลายคนในกรุ๊ปทัวร์นี้เข้าไปเล่น บ้างก็เสียเป็นหลักพัน ที่ได้มาเยอะที่สุดก็ราว 6,000 บาท(เอาเงินที่ได้มาเป็นค่าทัวร์ส่วนหนึ่งเลยนะเนี่ย)

แต่พอดีฉันเองเป็นคนไม่นิยมเรื่องการพนันเลย ก็เลยเดินเข้าไปดูอย่างเดียว ด้วยความเพลินลืมตัว ถ่ายรูปตรงมุมด้านหน้าไป 1 รูป แต่จริง ๆ เขาห้ามถ่าย ถ้างั้นก็ไม่เอามาเผยแพร่แล้วกันนะคะ เดี๋ยวผิดจรรยาบรรณ













ส่วนใหญ่บนเก็นติ้ง ก็จะเดินดูมากกว่าค่ะ ปรากฎว่าเดินไปเรื่อย ๆ จนไปเจอทางออกเป็นพวกสถานีรถทัวร์ของเขา
สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะใช้บริการไปเมืองอื่น






เก็นติ้งเป็นเสมือน City of entertainment จริง ๆ แต่จะว่าไปแล้วฉันไม่ประทับใจนัก เพราะให้ความรู้สึกเหมือนเดินห้างเมืองไทยยังไงยังงั้น













นี่เป็นถนนสำหรับผู้ที่จะขับรถขึ้นมาเก็นติ้งแทนการนั่งกระเช้าค่ะ แต่เขาว่าบางจุดชันเหมือนกันค่ะ







ห้องพักค่ะ (คนละเรื่องกับที่ คาเมรอน ไฮแลนด์ จากลัดฟ้าไปมาเลเซีย ตอน 4) เราได้ key card เป็นที่ระลึกด้วยค่ะ ถ้าอยากเก็บไว้ แต่ถ้าไม่อยากเก็บก็คืนโรงแรมไป




.......รัชชี่.........







The way to Genting Highland ..... By Ratchee....



As I’m not sure about the weather at Genting, because I went Malaysia in the end of April and because Malaysia and Thailand is not far away so I have only 1 jacket and 1 scarf.

At Cameron Highland the weather is rather cold and going to Genting is more higher than Cameron Highland so I bought a new scarf at the market.

While I was on the cable car around 3.5 Km, 15 minutes to Genting , I saw beautiful environment of Malaysia , Genting is at level 2000 metre above sea level. Genting looks like “City of Entertainment” : department store, theme park , casino.

For me , I was not interested in this place so much as I thought that it’s not much different when I’m going to any department store in Thailand. So most of the time I was there , I only walked and saw some areas , just went casino for only seeing as I don’t like gambling.







รับโค้ดเพลง Trouble Is A Friend คลิกที่นี่




 

Create Date : 08 สิงหาคม 2552    
Last Update : 8 สิงหาคม 2552 20:59:23 น.
Counter : 1882 Pageviews.  

ลัดฟ้าไปมาเลเซีย ตอน 4



เส้นทางสู่คาเมรอน ไฮแลนด์

คาเมรอน ไฮแลนด์ เขาว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์มาเลเซียน่ะค่ะ
บนนั้นอากาศเย็นสบาย (เป็นการพักร้อนจากเมืองไทยปลายเดือนเม.ย.
ไปเจออากาศเย็นที่นั่น)

ผ่านน้ำตก “อีสกานด้า” จอดรถ เดินนิดเดียวก็ถึง
(อันนี้สวยสู้น้ำตกเมืองไทยไม่ได้ค่ะ confirm)


ร้านค้าแถว ๆ น้ำตกก็ทำเอาฉันนึกถึงบรรยากาศการไปเที่ยวตามบ้านเรา
นั่นแหละค่ะ อาจจะมีบางผลิตภัณฑ์ที่แปลกตาไปบ้าง






















ต้องมุมนี้สิ ฉันประทับใจวิวทิวทัศน์ไร่ชา สวยงามมาก ๆ แถมอากาศก็สบาย
กำลังดีทีเดียว
















ที่แน่ ๆ ประทับใจสุกี้มาเลเซีย streamboat ชอบค่ะ ผักสดอร่อยมาก เป็นคนชอบทานผักกาดแก้วค่ะ เนื่องจากส่วนใหญ่อากาศบนนั้นจะเย็น ดังนั้นผักจึงสวยงาม กรอบอร่อย เราทานสุกี้บุฟเฟต์ค่ะ เสริฟได้ไม่อั้น (เฉพาะผัก)





ร้านนี้ล่ะค่ะ อร่อย











กับประทับใจที่พักที่ Stawberry park ค่ะ ห้องพักดีเกินความคาดหมายค่ะ ที่พักสวยค่ะ มีพื้นที่ส่วนกลาง กับห้องนอนอีก 2 ห้อง อยากนอนบนนั้นสัก 2 คืน แต่ได้นอนคืนเดียวก็ต้องเก็บข้าวของแล้ว ที่นี่อากาศเย็นตลอดปีค่ะ
ห้องพักไม่มีแอร์แต่อยู่ได้สบาย ๆ


















คืนนั้นเป๋อเหลอกันเล็กน้อย เพราะเวลาที่นั่นเร็วกว่าเมืองไทย
1 ชม. เขามี morning call อยู่แล้ว ไกด์บอกว่าจะปลุก 6.30 น. (เวลาท้องถิ่น) แต่เรากะกันว่าเดี๋ยวจะตื่นก่อนหน้านั้นคือตื่น
6 โมงเช้าเพื่อออกไปชมวิวทิวทัศน์กันค่ะ ฉันเลยตั้งเวลาปลุกจากโทรศัพท์มือถือ ปรากฎว่าเกิดความผิดพลาดของการตั้งเวลาของทั้ง 2 คน มาได้ยิน morning call จริง ๆ เวลา 6.45 น.

เอ๊! ทำไมมือถือฉันไม่ปลุก

เลยมีเวลาชื่นชมธรรมชาติด้านนอกโรงแรมไม่เท่าไหร่








ไม่ไกลจากที่นี่ เขาว่ามีที่พักที่จิมป์ ทอมสัน (ราชาไหมไทย) มาพักที่นี่อยู่บ่อย ๆ ค่ะ (นานมาแล้ว ก่อนที่เขาจะหายไป) ขนาดห้องอาหารที่ทานกันตอนมื้อเช้า ยังตั้งชื่อห้องจิมป์ ทอมสันเลย




โรตีที่นี่อร่อยค่ะ แต่ฉันทานแบบไทยแลนด์เลยล่ะค่ะ ขอนมข้น + เติมน้ำตาล อร่อยจริง ๆ ค่ะ

โรตีฝีมือพ่อครัวคนนี้ล่ะค่ะ











มุมสวย ๆ ด้านหน้าที่พักค่ะ

















มา update ข่าวต่อค่ะ โปสการ์ดจากมาเลเซีย
ที่ฝากคุณไกด์ส่งให้ ก็ยังไม่มาจริง ๆ ค่ะ

โกรธ ๆ


สงสัยต้องเอาประโยคที่ป้ากุ๊กไก่ฝากไว้เมื่อบล็อกก่อนว่า

“อย่าจำ….. ถ้าเรื่องนั้นมันทำให้เจ็บ
แต่เก็บ …..ถ้าเป็นเรื่องที่เจ็บแบบน่าจดจำ”


....รัชชี่......









 

Create Date : 06 มิถุนายน 2552    
Last Update : 6 มิถุนายน 2552 21:00:04 น.
Counter : 1362 Pageviews.  

ลัดฟ้าไปมาเลเซีย ตอน 3



เมืองใหม่ “ปุตราจาย่า”

ความที่ประทับใจเมืองนี้มาก เลยนำมาเล่าต่อค่ะ

มัสยิดสีชมพู ปุตรา ตั้งอยู่ริมทะลสาปเทียมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเสริมทัศนียภาพให้สวยงาม เป็นมัสยิดที่สร้างด้วยหินอ่อน สลักลวดลายตามศิลปะศาสนาอิสลาม เลียนแบบมัสยิด Sheikh Omar Mosque ในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก สามารถรองรับผู้ร่วมพิธีละหมาดได้ 15,000 คน













ใกล้ ๆ มัสยิด คือทำเนียบรัฐบาลหลังใหม่ เป็นรูปโดมเขียวปลายแหลมคล้าย
หอมหัวใหญ่ เป็นที่ทำงานของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่าง ๆ และหน่วยงานสำคัญอีกหลายแห่ง







อีกมุมหนึ่งจะเห็นธงชาติมาเลเซียและธงของ 13 รัฐ




มาเลเซียประกอบด้วยรัฐ 13 รัฐ โดยมีสุลต่านเป็นผู้ปกครองในแต่รัฐ (ยกเว้น
รัฐกลันตันและตรังกานู ที่ปกครองโดยรัฐบาลท้องถิ่น)

ประมุขของประเทศคือพระราชาธิบดี โดยมีสุลต่านของแต่ละรัฐผลัดเปลี่ยน
หมุนเวียนขึ้นมาเป็นพระราชาธิบดีคราวละ 5 ปี

มาเลเซียได้รับเอกราชจากการตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษมา 52 ปีแล้ว







ถ่ายรูปขณะอยู่ในรถและฟังไกด์บรรยายไปพร้อมกัน ที่ว่าข้าราชการมาเลเซียจะมีที่พักที่นี่แปรตามระดับตำแหน่ง รัชชี่ถ่ายรูปมาอันนี้เดาว่าน่าจะเป็นคอนโดมิเนียมมุมหนึ่งของข้าราชการค่ะ











ฝั่งตรงข้ามมัสยิด มองออกไปเป็นทะเลสาปที่เราจะเตรียมล่องเรือค่ะ










ล่องเรือเมืองใหม่ปุตราจาย่าประมาณ 40 นาที ที่ทะเลสาปที่สร้างขึ้นมา


คนส่วนใหญ่เขานั่งชมกันในเรือ แต่มันจะไปเห็นอะไร


ฉันเลยสวมวิญญาณเข้าชมรมถ่ายภาพของกรุ๊ปทัวร์ ออกมาด้านนอก ออกไปชมวิวทิวทัศน์พร้อมเก็บภาพถ่าย



สรุปว่าตลอดเวลา 40 นาที ฉันอยู่ด้านนอกตลอดเลย
ทำไม 40 นาทีเวลามันเร็วอย่างนี้


กล้องฉันมี memory อยู่ 2 GB ฉันถูกแซวว่าถ่ายรูปไม่ครบ 2 GB ไม่ต้องกลับไทย แหม! มันไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ไปมาเลเซีย ถ่ายรูปมาแค่เกือบ 600 รูปเอง

(ถ่ายคนนิดเดียว นอกนั้นถ่ายวิวทิวทัศน์)


มุมมองมัสยิดและทำเนียบรัฐบาล รวมถึงอาคารต่าง ๆ เมื่ออยู่ในเรือแล้วค่ะ


















เห็นบางจุดกำลังก่อสร้างด้วยค่ะ





ปุตราจาย่า ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2001 มีการวางผังเมืองที่เป็นระบบ รัฐบาลมาเลเซียเนรมิตขึ้นมาจากป่าดงป่าปาล์ม โดยขุดดินทำให้มีทะเลสาป รวมถึงสร้างสะพานขึงอีก 5 สะพาน

มุมมองภายในเรือ













.....มาเลเซียในความคิดเห็น.......

มาเลเซียเป็นดินแดนที่ประกอบด้วยชนหลายเชื้อชาติ
หลากศาสนา ดังนั้นการอยู่ร่วมกันมาอย่างสันตินั่นเพราะการเรียนรู้และยอมรับในความแตกต่าง

ไทย ปรากฎการณ์เหลืองแดงที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อความสามัคคีของชนในชาติในระยะยาว ฉันว่าคิดเห็นแตกต่างนั้นไม่เป็นไร แต่เราคนไทยด้วยกันต้อง
ไม่ทำร้ายกัน ไม่ต้องถึงกับมารักกันแบบฝืน ๆ แต่ต้องสามัคคีกันถึงจะอยู่รอดได้


กัวลาลัมเปอร์มีประชากรแค่ 2 ล้านคน ในขณะที่กรุงเทพมีประมาณถึง
10 ล้านคน การที่มาเลเซียวางแผนแยกเมืองที่เป็นศูนย์ราชการออกไป ทำให้
ความหนาแน่นของประชากรในเมืองลดลง และพัฒนาเมืองได้เต็มที่



.....Vision ของอดีตนายกมหาเธร์.........

ว่ากันว่ากระทรวงแรกที่ ดร.มหาเธร์ขอพรรคที่ตัวสังกัดเป็นรัฐมนตรี ก็คือ กระทรวงศึกษาธิการ โดยให้เหตุผลว่า


"ชาติสร้างตัวเองไม่ได้ ถ้าต้องการจะสร้างชาติ ก็ต้องสร้างคนเป็นอันดับแรก"



ขอบคุณภาพจาก //th.wikipedia.org/wiki

จะสร้างคนก็ต้องไปเริ่มสร้างที่กระทรวงศึกษาธิการ ทันทีที่ดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ดร.มหาเธร์ก็วางระบบการศึกษาของมาเลเซียซะใหม่ หันมาให้
กำลังใจครู พัฒนาหลักสูตร จนการศึกษาของมาเลเซียแข็งเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากสิงคโปร์เท่านั้น


เห็น "คุณซองขาวเบอร์ 9" ชาวนราธิวาสบอกฉันว่าครูในมาเลเซียเงินเดือนสูง


ไม่ต้องเปรียบเทียบอะไรมาก ก็คงมองเห็นภาพแล้วนะคะ

"ฉันถึงเขียนไว้ในตอน 2 ว่าจะไม่ว่ากระไรเลยถ้าเก็บภาษีแพง ขอแต่ให้สวัสดิการที่ดีกลับมาสู่ประชาชน ไม่ใช่ไปอยู่ในมือใครก็ไม่รู้"







นำรูปภาพธนาคารในมาเลเซียมาฝากกัน















ขอบคุณข้อมูลประกอบจากหนังสือ "ใคร ๆ ก็ไปเที่ยวมาเลเซีย" โดย
อดิศักด์ จันทร์ดวง
ข้อมูลประกอบจาก"วิกิพีเดีย"



Note : ขอเมาท์ไกด์ชาวมาเลเซียนิดนึงค่ะ ด้วยความที่ฉันเป็นสมาชิกชมรมคนรักโปสการ์ด ไปไหนจะเขียนโปสการ์ดส่งกลับตัวเอง

งวดนี้ฉันเขียนโปสการ์ดทั้งหมด 5 ใบ เป็นของตัวเอง 1 ใบและคนรอบข้าง 4 ใบ แต่ไม่สะดวกในการหาซื้อแสตมป์

ไกด์ชาวมาเลเซียบอกว่าฝากเงินเขาไว้ก็ได้ เดี๋ยวจะส่งมาให้

นี่ฉันกลับมาตั้งแต่แถว ๆ ปลายเดือนเมษายน
โปสการ์ดยังไม่เดินทางมาเลยค่ะ

....โกรธจริง ๆ......

ขออภัยหากโปสการ์ดเดินทางช้า แล้วมาได้รับภายหลัง
หากคุณไกด์ถูกรัชชี่เมาท์ไปแล้ว .....

......รัชชี่ ณ มาเลเซีย......








 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2552 21:04:13 น.
Counter : 1668 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  


Valentine's Month


 
รัชชี่
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




พี่มานิต ประภาษานนท์ เป็นผู้ชักชวนเข้าสู่วงการการเขียนบล็อก ด้วยประโยคว่า
“จ๊ะเขียนบล็อกซี"

เริ่มเขียนบล็อก : 24 ก.ย. 51




สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539 ห้ามละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน นำรูป ข้อความที่เขียนไว้หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในบล็อกแห่งนี้ ไปเผยแพร่อ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก






Setting program for counting visitors since 7 Nov. 2009
free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add รัชชี่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.