Group Blog
 
All blogs
 

อิสระในฮ่องกง



วันสุดท้ายในฮ่องกงเป็นวันอิสระ อยากจะไปไหนก็ไป วันนี้ละได้ใช้บัตร Octopus อย่างจริงจังซะที เราวางแผนกันว่าจะไป ตลาดดอกไม้ , Mong Kok ,
วัดหวังต้าเซียน , สำนักชีฉีหลิน , หาร้านอาหารกลางวัน (ที่หนังสือแนะนำว่าอร่อย) และกลับมาเดินแถวโรงแรมอีกที เพื่อรอรถโค้ชมารับพาไปสนามบินในตอนเย็น

ช่วงเช้าเช็คเอาท์จากโรงแรมให้เรียบร้อย พร้อมฝากกระเป๋าไว้ก่อน เราไป MTR ที่สถานี Prince Edward เพื่อเดินดูตลาดดอกไม้ แต่ดูแล้วก็ไม่เยอะเท่าไหร่นะ
คนไม่พลุกพล่าน เดินเล่นได้สบาย ๆ

โผล่จาก MTR ก็มองเห็นปั๊มอยู่ไม่ไกล



ตลาดดอกไม้














เดิน ๆ ต่อหาร้านอาหารมื้อเช้า สรุปว่าได้ปาท่องโก๋คู่โต น้ำเต้าหู ก๋วยเตี๋ยวหลอด และขนมอีก 1 อย่าง สั่งมา 1 ชุดแบ่งกัน ยังกินกันไม่หมดเลย ปริมาณอาหารที่ฮ่องกงนี่น่ากลัวมาก

ความหมายน่ากลัวของฉันคือเยอะ บะหมี่มาเต็มชาม แอบมองโต๊ะข้าง ๆ ที่สั่งข้าวนี่ สำหรับฉันพออิ่มนี่คือปริมาณข้าว 1 ใน 4 ของจานนั้น

ปาท่องโก๋คู่ยักษ์



ดังนั้นผู้ใดที่ทานอาหารปริมาณไม่มาก แนะนำว่าควรสั่งมาแบ่ง ๆ กันดีกว่า

มีเรื่องเกือบตื่นเต้นเล็กน้อย ก่อนออกจากร้านอาหาร เราคุยกันว่าเดี๋ยวจะไปสถานี Diamond Hill เพื่อไปสำนักนางชีฉีหลิน ช่วงเดินเข้า MTR มัวแต่คุยเพลิน ลืมสังเกตไปว่าประตูรถไฟใต้ดินเปิดไว้สักพักแล้ว
พอบัดดี้ฉันเข้าประตูปุ๊บ ประตูปิดปั๊บ


แอบตกใจนิดนึง เพราะเราไม่ได้ซื้อซิมที่นั่นเพื่อใช้กับโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นก็เลยไม่รู้จะสื่อสารกันอย่างไร ยืนอยู่คนเดียวในต่างแดน แต่ก็สักแป๊บก็คิดว่าไม่เป็นไร ถ้าไม่เจอกัน ยังไง ๆ เดี๋ยวก็หาทางกลับโรงแรมได้น่ะ มาที่นี่ฉันพกหนังสือท่องเที่ยวติดกระเป๋าไว้เลย เพราะเราต้องรู้ว่าหลังจากออกจาก MTR แล้วเราต้องออกที่ช่องไหน เพราะถ้าออกคนละช่อง มันอยู่คนละจุดกันไปเลย

ปรากฏว่าป้ายถัดไป เจอบัดดี้เดินเข้ารถไฟฟ้า บัดดี้ฉันลงป้ายถัดไป แล้วก็กะจะมอง ๆ หาฉัน หรือคาดเดาว่าฉันก็อาจจะลงป้ายหน้าเหมือนกัน แต่ถ้าไม่เจอจริง ๆ ก็จะไปสถานี Diamond Hill ตามที่คุยกันไว้แต่แรก

Recommend เลยกับที่นี่ถ้าใครมาเที่ยวฮ่องกง สถาปัตยกรรมสวยงามคุ้มกับการมา โชคดีที่ช่วงก่อนเดินเข้า เจอกรุ๊ปทัวร์ใหญ่อยู่กรุ๊ปหนึ่งกำลังเดินออก ดังนั้นจึงเดินที่นี่ได้อย่างสบาย ๆ ทีเดียว ไปถึงเขากำลังสวดมนต์กัน แบ่งเป็น 2 มุม
มุมหนึ่งคือแม่ชี และฆราวาสอีกมุมหนึ่ง


สำนักชีฉีหลิน









ที่สังเกตอีกอย่างของสถานที่ท่องเที่ยวในฮ่องกง หลังจากเข้าไปแล้ว ทางออกจะเป็นอีกจุด ไม่ให้ย้อนกลับ คงจะเป็นเรื่องระบบความเรียบร้อย ความเป็นระเบียบ

สำนักชีฉีหลินเป็นสถาปัตยกรรมย้อนยุคของศิลปะจีนสมัยราชวงศ์ถัง สร้างจากไม้ท่อนใหญ่ หลังคามุงด้วยกระเบื้องที่คัดสรรมาอย่างดี โดยสุดยอดช่างฝีมือจีน เป็นสถานที่ที่มีความสวยงาม Classic ที่ควรแวะมาชม ฝั่งตรงข้ามคือ
สวนหนานเหลียน เป็นการจัดสวนแบบจีนในสมัยราชวงศ์ถัง

จากนั้นเราไปรถไฟใต้ดินต่อ แวะที่สถานี Wang Tai Sin เพื่อไปวัดหวังต้าเซียน (Sik Sik Yuen Wong Tai Sin Temple) เป็นวัดที่ชาวฮ่องกงและนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่มักเดินทางมาสักการะขอพร









มีตำนานความเชื่อว่าเทพเจ้าหว่องไทซิน ผู้เคยเป็นคนเลี้ยงแกะ ได้พำเพ็ญเพียรภาวนาจนได้เป็นพระโพธิสัตว์ สามารถดลบันดาลให้ได้ตามพรที่ขอทุกประการ

วันที่ฉันไป เจอมหาชนหลั่งไหลไปสักการะ (มานึกขึ้นได้เมื่อกลับมาแล้วว่าหรือเป็นเพราะวันนั้นเป็นวันมาฆบูชาของชาวพุทธ)

Tip : สำหรับผู้ที่แพ้ควันธูป หรือไม่ชอบฝ่าฝูงชนเยอะ ๆ อาจจะอยู่แสดงความเคารพที่ด้านล่าง ไม่ขึ้นไปไหว้ที่ด้านบน

วันนั้นฉันเดินตามมหาชนไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่เขาจุดธูปกันเป็นกำ ๆ (ฉันไม่ได้จุดธูป) ยิ่งเข้าใกล้จุดที่ไหว้ ควันธูปเริ่มลอยมาเข้าตา ปกติฉันจะแพ้ควันธูป
เยอะ ๆ แบบนี้ จะน้ำตาไหล แต่ทว่า…ตามหลักที่นี่ ทางขึ้นมีทางเดียว ทางลงก็อีกทาง เข้ามาแล้ว The show must go on


ในที่สุดฉันก็ได้หยิบ mask (ที่ติดตัวไปเผื่อใช้เรื่องหวัด 2009) จากกระเป๋าออกมาคาดหน้า พร้อมหลับตาเดินไหลตามผู้คน และระวังหลังของคนด้านหลังที่ถือธูปเป็นกำ (ก่อนที่เขาจะเอาธูปมาจี้หลัง)

ไปต่อที่สถานี Mong Kok เดินต่อดูแถวนั้นสักพัก












แล้วย้อนกลับไปที่สถานที่ Tsim Sha Tsui ใกล้โรงแรมที่พักอีกครั้ง เพื่อกลับไปช็อปปิ้งร้านค้าแถวนั้นอีกครั้ง ก่อนบินกลับไทยในคืนนั้น


บ๊ายบาย ฮ่องกง มีโอกาสจะกลับมาช็อปปิ้งใหม่


จุดพักรอที่สนามบิน




.....รัชชี่....
In Hong Kong at the end of Feb.




ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ “ได้เวลาเที่ยว ฮ่องกง-มาเก๊า” โดย
“อดิศักดิ์ จันทร์ดวง”

ขอบคุณป้าเดซี่ จากบล็อกแกงค์ สาวไทยที่ใช้ชีวิตในฮ่องกง ที่แนะนำข้อมูลไว้ในบล็อกฉันว่าร้านอาหารไหนที่น่าไป และแหล่งช็อปปิ้งรองเท้า มีเทศกาลลดราคา (ถ้าสนใจ) แต่สรุปว่าเวลาไม่ลงล็อก เลยไม่ได้แวะไป







 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2553 19:20:36 น.
Counter : 677 Pageviews.  

ตะวันตกพบตะวันออกที่"มาเก๊า"




....ตะวันตกพบตะวันออกที่มาเก๊า.....


ถ้ามามาเก๊า ที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดก็คงจะเป็นวัดอาม่า ตามประวัติบอกว่าสมัยก่อน การข้ามเรือจากฝั่งฮ่องกงมายังมาเก๊าลำบากมาก เพราะมีพายุบ่อย ๆ

ว่ากันว่ามีหญิงสาวชาวฟูเจียนชื่อ หลิงม่า วันหนึ่งนึกอยากจะข้ามฝั่งมาที่
คาบสมุทรเอ้าเหมิน ซึ่งหมายถึงดอกลิลลี่ขาว เธอจึงขอโดยสารมากับเรือเล็ก ๆ
ลำหนึ่งของชายชราชาวประมง

แต่พอเรือมาถึงกลางทะเลก็เกิดพายุใหญ่ทำให้เรือหลายลำล่มจมลง แต่เรือของหลิงม่าก็มาถึงฝั่งได้อย่างปาฏิหาริย์

เมื่อเธอก้าวเท้าเหยียบฝั่ง เธอก็ตัวลอยขึ้นและหายลับไปในฟากฟ้า ชาวประมงทั้งหลายก็เลยเชื่อว่าเธอคือเทพธิดาแห่งท้องทะเล เลยเรียกดินแดนตรงนี้ว่า
A-Ma Goa หมายถึง อ่าวของอาม่า นาน ๆ เข้าเสียงก็เปลี่ยนไปเป็น มาเก๊า




















อีกจุดหนึ่งที่ว่าถ้ามามาเก๊าแล้วไม่ได้แวะ เหมือนมาไม่ถึง ก็คือ ซากประตูโบสถ์เซ็นต์ปอล ในปี 1835 ได้เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่จนทำให้ตัวโบสถ์และวิทยาลัยที่อยู่ติดกันถูกทำลายลง เหลือแต่ฐานโบสถ์และด้านหน้าที่ยังอยู่

มีเรื่องเล่าว่า สมัยก่อนมาเก๊ามีพายุบ่อย แล้วยุคนั้นยังใช้ตะเกียงกันอยู่ พอพายุมา บาทหลวงก็กลัว วิ่งหนีกัน ลืมดับไฟที่ตะเกียง ก็เลยเป็นสาเหตุให้ไฟไหม้















เดินต่อจากโบสถ์เซ็นต์ปอลไปอีกหน่อย มหาชนล้นหลามอีกตามเคย แวะซื้อ
ขนมทาร์ตไข่ร้อน ๆ (Egg-Tart) กันคนละชิ้น (ชิ้นละ 5 HK$)





การเดินทางในมาเก๊า ไกด์บอกว่าส่วนใหญ่แท็กซี่จะมีไว้สำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนคนมาเก๊าไม่ขึ้นกันหรอก ส่วนใหญ่จะไปใช้รถรับส่งของคาสิโนมากกว่า


















อ่านข้อมูลตามหนังสือ เขาบอกว่าแม้ว่าเราไม่ได้ตั้งใจไปยังแหล่งคาสิโน แต่รถรับส่งเหล่านี้จะยอมให้ขึ้นกันทุกคน เพราะถือหลักว่าลูกค้าจะไปใช้บริการที่
สถานที่ของตน แต่ถ้าเป็นขาออก บางแห่งอาจขอดูตราประทับที่แสดงว่า
ได้เข้าไปใช้บริการ

แต่ของ The Venetian จะให้บริการกับทุกคน (ขาออก) โดยไม่ขอดูเอกสารอะไรเลย เพราะถือว่ารับมาได้ ก็ส่งกลับได้เหมือนกัน ดังนั้นจงทำตัวให้เนียน แต่อย่าเผลอบอกคนขับว่าขอลงกลางทางก็แล้วกัน
เพราะรถเหล่านี้วิ่งรวดเดียวไปจอดที่ปลายทาง



....ที่ The Venetian.....


เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2007 นี่เอง เป็นทั้งโรงแรม แหล่งช็อปปิ้ง และคาสิโน เป็นคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดเท่าสนามฟุตบอล

ไม่ได้เดินไปที่มุมคาสิโนค่ะ เขาว่าที่จุดนั้นบนเพดานกลางห้องโถงใหญ่ มี
ภาพวาดศิลปะโรมัน ตามหลักฮวงจุ้ยของเขา เป็นการนำสิ่งอัปมงคลไปค้ำหัว
นักพนันไว้ คือ เล่นยังไงก็ไม่มีทางได้ (หรือถูกกิน) สรุปคือหลักการหาทางดูดเงินจากกระเป๋าคนเล่นให้มากที่สุด ว่างั้น




มาดูในส่วนของช็อปปิ้งมอลล์ที่จำลองรูปแบบบรรยากาศของเมืองเวนิส (โชคดีเคยเห็นเวนิสของจริงแล้ว เป็นสถานที่หนึ่งที่ประทับใจมาก) ด้านบนจำลองเป็นท้องฟ้า คล้ายของจริง มีเรือกอนโดลาให้บริการ พร้อมขับกล่อมเพลงสไตล์
โอเปร่าของฝีพาย จำลองมุมนาฬิกา และสัญลักษณ์แบบเมืองเวนิส
บริเวณรอบข้างก็เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมทั้งหลาย






















ขากลับที่นั่งเรือเฟอร์รี่กลับฮ่องกง ยังหวั่น ๆ ว่าเวลาในการเดินเรือจะเป็นเหมือนขาไปมั้ย โชคดีได้เวลา 1 ชม.พอดี (เพราะขาไปใช้เวลาตั้งเกือบ 2 ชม.
เนื่องจากสภาพอากาศไม่ดี)

ค่ำคืนที่สามในฮ่องกง คราวนี้หละตั้งใจเดินช็อปปิ้งบริเวณใกล้โรงแรมอย่าง
จริงจังซะที สรุปว่าได้จ่ายค่าเสียหายช็อป G2000 กลับเมืองไทย (กลับเมืองไทยแล้วไปเช็คราคาตามห้าง สรุปว่าช็อปมาได้ด้วยราคาครึ่งหนึ่งของเมืองไทย) แอบติดใจแจ๊คเก็ต Bossini ราคาน่าคบ 150 HK$ แต่ลองแล้วขนาด size S ก็ใหญ่ไป ถ้ามี xs คงได้ช็อปแน่


...รัชชี่...

In Hong Kong at the end of Feb.







 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 1 พฤษภาคม 2553 14:52:00 น.
Counter : 590 Pageviews.  

Symphony of light v.s. ข้ามฝั่งไปมาเก๊า




ชม Symphony of Light ที่มีในเวลา 2 ทุ่ม เป็นการแสดงแสง สี เสียง การแสดงนี้ใช้เวลาประมาณ 15 นาที โดยเริ่มจากการแนะนำให้รู้จักตึกต่าง ๆ ของ 2 ฝั่งเกาลูนและฮ่องกง เมื่อกล่าวถึงตึกใด ตึกนั้นก็จะมีการกระพริบไฟตอบ และยิงแสงเลเซอร์ขึ้นไปบนท้องฟ้า โดยมีเสียงดนตรีประกอบ เป็นสีสันอันหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยว

ตรงบริเวณแถบนั้นเรียกว่า Avenue of Star ตามทางเดินมีรอยฝ่ามือพร้อมลายเซ็นต์ของดาราคนดังฮ่องกงประทับไว้หลายคน เช่น เฉินหลง จางม่านอี้ เห็นหนูน้อยก้มลงวางฝ่ามือเล็ก ๆ แนบกับรอยดังกล่าว เลยเก็บภาพมา

ขากลับโรงแรม เราเดินลัดเลาะเส้นทางไปเรื่อย ๆ มาถึงจุดหนึ่งที่ต้องการจะข้ามถนน ปรากฎว่าหาแยกที่มีทางม้าลายไม่เจอ เห็นป้ายบอกว่าให้ไปทาง Subway แล้ว Subway มันอยู่ที่ไหนนี่ ระหว่างทางเจอชาวฮ่องกงเพื่อถามหาทางไป Subway กันอีกที









ฉันซื้อแพ็คเก็จมาเก๊า 1 วัน ประกอบด้วยค่าเรือเฟอร์รี่ไปกลับข้ามฟาก ค่ารถ และรวมอาหารกลางวันให้ 1 มื้อ

แพ็คเก็จส่วนเพิ่มไปมาเก๊านี้ เราต้องจ่ายตังค์เพิ่ม 2,900 บาท

ราคาตั๋วเรือเฟอร์รี่ ทั้งไปและกลับ สรุปคร่าว ๆ ก็คิดเป็นเงินไทยก็หนึ่งพันกว่าบาท บัดดี้ฉันบอกว่าเดี๋ยวจะลองดูอาหารกลางวันที่มีให้รวมถึงทั้งหมดของวันที่ไปมาเก๊าว่า สรุปว่าจัดการเอง หรือซื้อแพ็คเก็จดี ฉันบอกว่าเอาเหอะน่า ให้กำไรคนจัดทัวร์เขาหน่อย เขาก็อำนวยความสะดวกมีรถรับส่งพาเราจากโรงแรมมายังท่าเรือ แล้วก็มีคนไปซื้อตั๋วเรือเฟอร์รี่ให้ พออยู่มาเก๊าก็มีรถบริการพาไปนั่นนี่

ผลสรุปออกมาเมื่อจบทริปมาเก๊าแล้วว่าโอเคนะกับราคาทัวร์ที่จ่ายไป เพราะว่าการเดินทางในมาเก๊า ไม่สะดวกนักเมื่อเทียบกับฮ่องกง ยิ่งไปน้อยคน แล้วต้องใช้บริการแท็กซี่ คิดไปคิดมาอาจจะยิ่งแพงขึ้น

อ่านตามหนังสือเขาบอกว่าใช้เวลาเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ไป ๆ มา ๆ ใช้เวลาตั้งเกือบ 2 ชั่วโมง ระหว่างทางเจอหมอกจัด มาได้ความตอนหลังว่าเพราะทัศนวิสัยไม่ดี เรือจึง delay ช่วงขณะที่เรือวิ่งเร็ว ฉันก็โอเคนะ แต่ช่วงที่เรือจอดนิ่ง ๆ หรือขับช้า ให้อารมณ์ที่มึน ๆ เรือเล็กน้อย

ช่วงจุดรอคิวที่ Immigration ประชากรหนาแน่นมาก (บอกตัวเองอย่างมั่นใจว่าเทศกาลใด ๆ อย่าไปท่องเที่ยวเลยดีแล้ว อยู่บ้านดีกว่า )


เจอสาวนางหนึ่ง (สวยด้วย แต่งตัวดี บุคลิกดีด้วย)เริ่มทำเนียนอีกแล้ว ทำเนียนจะแซงคิวบัดดี้ฉัน บัดดี้ฉันเลยหันไปมองแล้วบอกว่าให้เข้าคิวด้วย เธอตอบกลับมาเป็นภาษาจีน (ว่าอะไรก็ไม่รู้) แต่ก็ยังคงทำท่าแซงฉันเดิน ฉันเกาะท้ายบัดดี้อย่างแน่น ไม่ยอมให้เธอแซง ก็เราเข้าคิวมาอย่างถูกต้องนี่นะ แหม ถ้าเธอรีบ ทุกคนเขาก็รีบเหมือนกัน

สรุปว่าเธอไม่สามารถฝ่าด่านเรา 2 คนมาได้ แต่สามารถแซงคิวได้หลังฉัน แอบมองตรงกระจกเจ้าหน้าที่ ตม. มาเก๊า ผู้หญิงด้านหลังฉันปล่อยให้เธอผ่านไป แต่ทำหน้าตาเซ็งเหมือนกัน








....รัชชี่....

In Hong Kong at the end of Feb.








 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 14:52:50 น.
Counter : 498 Pageviews.  

Ngong Ping 360 องศา



เรามาที่เกาะลันเตา (Lantau Island) เพื่อขึ้นกระเช้า Ngong Ping 360 องศา แต่ก่อนจะขึ้นกระเช้า เดินข้ามสะพานไปยังห้าง City Gate เพื่อไปทานอาหารมื้อกลางวัน (ที่ค่อนข้าง late ประมาณใกล้บ่ายสามมั้ง) ที่ Food center ของ City Gate ก่อนหน้านั้นยังโชคดีที่แวะ 7&11 ซื้อน้ำและขนมปังรองท้องไปก่อน

ที่ 7&11 ในฮ๋องกง หรือบางร้านจะช่วยกันรณรงค์ลดโลกร้อน คือถ้าขอถุงใส่ของ จะต้องจ่ายตังค์ใบละ 50 เซ็นต์ฮ่องกง (หรือราว 2 บาท) เข้าท่าดีเหมือนกัน (เจอที่ร้าน Watsan ตอนซื้อน้ำเหมือนกัน ถ้าจะขอถุง ใบละ 50 เซ็นต์) แต่แอบสงสัยนิดนึง ถ้าชาวฮ่องกงซื้อของโดยไม่ขอถุง แล้วเขาใส่อะไร เพราะว่ามอง ๆ ไปไม่ค่อยเห็นใครหิ้วถุงผ้านะ




โชคดีที่ขาขึ้นกระเช้า คนไม่เยอะเลยไม่ต้องรอคิวนาน ใช้เวลาขึ้นกระเช้าประมาณ 25 นาที มองเห็นวิวทิวทัศน์ได้รอบ 360 องศา
มองเห็นสนามบินด้วย

ฉันเดินไปเรื่อย ๆ ตามทางหมู่บ้านวัฒนธรรม Ngong Ping จริง ๆ แล้วหมู่บ้านนี้ไม่ได้เป็นหมู่บ้านโบราณของจริง แต่สร้างขึ้นเลียนแบบสถาปัตยกรรมจีนโบราณ เพื่อดึงดูดกระเป๋านักท่องเที่ยวซะมากกว่า

ที่นี่หมอกลงจัดตามเคย อากาศเย็น ๆ กำลังสบาย เดินไปจนถึงบันไดทางขึ้นไปไหว้พระใหญ่แห่งวัดโปหลิน ยกพระหัตถ์ขวาและแนบพระหัตถ์ซ้ายไว้บนตัก เนื่องด้วยหมอกจัด จึงมองไม่เห็นพระพักตร์เต็มที่ บันไดเดินขึ้นไปสักการะมีทั้งหมด 268 ขั้น เดินไปไม่เหนื่อยนัก

เจอหนุ่มน้อยกระโดดขึ้นบันไดอยู่ บอกหนุ่มน้อยให้หันกลับยิ้มหน่อย ก็เลยได้รูปภาพตามที่เห็นนี่แหละค่ะ







ด้านนอกรอบองค์พระ จะประติมากรรมรูปนางฟ้า 6 องค์
หันหน้าเข้าหาองค์พระ

ขากลับลงกระเช้า ประชากรหนาแน่นมากช่วงรอคิวลงกระเช้า อ้อ! มาฮ่องกงแล้วพบว่าการเข้าคิวที่เมืองไทยกลายเป็นเรียบร้อยเลย เพราะว่าบางครั้งเจอบางคนทำเนียนจะมาแซงคิว ช่วงที่ฉันยืนต่อคิว มีครอบครัวด้านหลัง ทั้งชายหญิง ลักษณะเหมือนนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ จะทำเนียนหลายรอบแซง … แต่เราไม่ยอมหรอก


....รัชชี่....

in Hong Kong at the end of Feb







 

Create Date : 24 มีนาคม 2553    
Last Update : 29 มีนาคม 2553 16:58:07 น.
Counter : 409 Pageviews.  

City tour in Hong Kong



วันนี้เป็นคิวของ City tour 1 วันตามแพ็คเกจที่ซื้อ

ฝั่งตรงข้ามโรงแรม เป็นสวนสาธารณะ Kowloon Park เราข้ามถนนไปเดินเล่นก่อนเวลาทัวร์นัด อากาศกำลังดีเชียว อ้อ! ช่วงที่อยู่ฮ่องกง อุณหภูมิ 23-27 องศา อากาศกำลังสบาย ๆ แต่ยามเช้านี่หมอกเยอะเหมือนกัน







ที่นี่เขาเข้มงวดเรื่องการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะบางแห่งมากเลยค่ะ เห็นป้ายที่สนามบินเหมือนกัน ค่าปรับถึง 5,000 HK$ เชียว (20,000 บาทเชียวนา)





มื้อเช้า ไกด์พาไปทานติ่มซำที่ภัตตาคารแห่งหนึ่ง มีอาหาร 8 อย่าง แต่ละอย่างมาปริมาณน้อย ๆ คนทานน้อยอย่างฉันยังพอโอเค แต่พูดถึงแล้วฉันว่าปริมาณน้อยไปนะ (ยิ่งถ้าคนทานจุแล้ว ไม่น่าจะอิ่ม)

เป็นธรรมดาของทัวร์ที่ต้องพาไปร้านช็อปปิ้ง (ตามสั่งของทัวร์) เขาพาแวะร้านจิวเวลรี่ร้านหนึ่ง ตอนนี้ที่กำลังฮิตคือ แหวนหรือจี้ทำเป็นรูปกังหัน ตามความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย ปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป ที่คณะของเรามีพี่คนหนึ่งได้ช็อปแหวนเพชรรูปกังหันนี่แหละ ราคาประมาณสองหมื่นบาท

สิ่งที่ไม่ถูกใจนิดนึงคือเจ้าหน้าที่ของร้านจิวเวลรี่แห่งนี้ตามประกบจัง ไม่ว่าเราจะไปเดินดูของตู้ไหน จะมีเจ้าหน้าที่หญิง 2 ท่านตามประกบทุกจุด
พร้อมคำบรรยายสรรพคุณชวนซื้อ

เวลาผ่านไปชักเบื่อ เราอยากเดินลงไปข้างล่างเพื่อออกไปรอรถข้างนอก หรือข้ามถนนไปสำรวจร้าน 7-11 ฝั่งตรงข้าม ปรากฏว่าเจอเจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนหนึ่ง (หน้าตาค่อนข้างเหี้ยมโหด ) บอกว่าไม่ได้ค่ะ ลงไปก็ไม่เจอรถจอดข้างหน้า ข้างหน้ารถจอดไม่ได้ ให้รออยู่ที่นี่ ชักเริ่ม ๆ โกรธเล็กน้อยเหมือนถูกกักบริเวณ

ฉันกับบัดดี้ชักเซ็ง เลยหามุมยืนคุยกัน สักพักเจ้าหน้าที่ (คนที่ชอบตามประกบ) เดินเข้ามาทักทายว่าเป็นอย่างไรบ้างในฮ่องกง คุยนั่นคุยนี่ เสร็จคุณเธอเริ่มเนียน ทำเป็นแนะนำว่าในฮ่องกงมีของที่ระลึกเป็นพวงกุญแจ เผื่อซื้อเป็นของฝากนะ เดิมก็เข้าใจว่าเธอแนะนำเผื่อให้ไปซื้อที่อื่น ผ่านไปสักพักเริ่มลงล็อก เธอบอกว่าเดินไปชมมั้ย มีตู้ที่วางของที่ระลึกเป็นพวงกุญแจนะ เป็นนักขายจริง ๆ


ฉันมาชม The Peak ภาคกลางวันอีกรอบ (จากที่คืนก่อนมาเองด้วย MTR)
ยามกลางวันหมอกก็ยังลงจัดเช่นเดิม ขำตัวเองอีกเหมือนกัน
ไปซื้อฮาเก้นดาสรอบที่ 2 (ต่อจากคืนก่อน) อยู่เมืองไทยไม่กิน

บรรยากาศ The Peak ยามกลางวัน ที่เห็นตึกเอียง ๆ เพราะเรากำลังนั่ง
Peak Tram ขึ้นไปด้านบน ส่วนตู้ไปรษณีย์ที่เห็นคือที่ส่งโปสการ์ด
รอบแรกกลับถึงเมืองไทย




ไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่ Repulse Bay วัดเจ้าแม่กวนอิมอยู่ที่ริมหาด มีรูปปั้น
องค์เจ้าแม่กวนอิม และเจ้าแม่ทับทิม ตั้งหันออกหน้าสู่ทะเล

ที่สะพานสีแดงนี่ เรียกว่า สะพานต่ออายุ มีความเชื่อว่าถ้าข้ามไปครั้งหนึ่ง อายุจะยืนยาวไปอีก 3 ปี แต่มีเคล็ดว่าไม่ให้เดินย้อนกลับ เพราะอายุจะสั้นลง 3 ปี
ให้เดินผ่านไปแล้วอ้อมกลับมาอีกทาง




แถบ ๆ นี้ก็จะมีเป็นถิ่นที่อยู่ของเศรษฐี เพราะว่าชาวฮ่องกงส่วนใหญ่จะอยู่เป็นตึกสูง ๆ มีทั้งของเอกชนหรือรัฐบาล ถ้าเป็นของรัฐบาลก็จะดูรายได้ของผู้อยู่ว่าต้องไม่เกินระดับเท่านั้นเท่านี้

เนื่องจากฮ่องกงมีระบบคมนาคมที่ดีมาก สามารถไปไหนได้สะดวกสบายด้วยรถไฟใต้ดิน อีกทั้งเป็นประเทศที่มีเนื้อที่ราวหนึ่งพันตาราง กม. ถ้าทุกคนมีรถ การจราจรคงไม่ไหวแน่ ราคารถที่ฮ่องกงไม่แพง แต่ค่าเลี้ยงดูแพง ถ้ามีต้องจ่ายค่าที่จอดรถแถวบ้าน หรือค่าที่จอดรถในเมือง ซึ่งมีอัตราสูงมาก

ฉันติดอกติดใจทางม้าลายที่นี่จัง ช่วงจังหวะไฟเขียว จะมีเสียงสัญญาณดังเร็ว ๆ ส่วนสีแดงจังหวะช้า (น่าเอามาใช้ที่บ้านเรา) ฉันพบว่า 90% ที่ผู้คนมีวินัยในการข้ามทางม้าลาย แม้ว่าจะไม่มีรถ เขาก็ไม่ข้ามกันถ้าตอนนั้นเป็นสัญญาณไฟแดง เราพยายามปฏิบัติตัวเป็นนักท่องเที่ยวที่ดีที่เคารพกติกา หลายครั้งที่มีคนส่วนน้อยข้ามถนนช่วงไฟแดง ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเรายืนเป๋อเหลอรอช่วงสัญญาณไฟเขียว


จากประสบการณ์ในการเดินทาง ฉันพบว่าการข้ามถนนที่ฮ่องกงง่ายที่สุด (ง่ายกว่าที่เมืองไทยหลายจุดเสียอีก) ส่วนอียิปต์ และเวียดนาม ฉันขอยกให้เป็นประเทศที่ข้ามถนนยากที่สุด







....รัชชี่...

In Hong Kong at the end of Feb.








Ratchee’s grateful Journal
วันจันทร์ 22 มี.ค.

ไม่ได้เขียนอะไรมานานเลย บันทึกเหตุการณ์ซะหน่อย ช่วงนี้เป็นฤดูเรียนพิเศษของเด็ก ๆ จากที่ใช้บริการ BTS มาเกือบ 3 เดือน ปกติหลังจากสถานีสยามแล้ว คนจะออกจาก BTS เยอะมาก แต่เดือนนี้แปลก ๆ จนมีอยู่วันหนึ่ง เพิ่งสังเกตว่าสถานีพญาไท มีเด็กวัยรุ่นใส่กางเกงขาสั้นเดินออกจาก BTS พอสายตามองตามไป ก็เห็นเด็ก ๆ เดินกันเพียบที่ด้านนอก ก็เลยมาถึงบางอ้อ! นี่เอง

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว จากการนอนไม่เพียงพอของคืนก่อน พอครึ่งบ่ายวันศุกร์ไปแล้ว ฉันมีอาการเบลอ ๆ งง ๆ หาเรื่องเดินบ้างก็แล้ว มันก็ยังตื้อ ๆ หัว พอหลังเลิกงาน กลับถึงบ้าน ไมได้ทำอะไร ก่อนอื่นพอหัวถึงหมอน หลับยาวโลดไป 2 ชม. สรุปว่าชาร์จแบตตัวเอง ตื่นขึ้นมาค่อยยังชั่ว ยังไง ๆ คนเราก็ต้องการการชาร์จแบตทั้งกายและใจเนาะ

ฉันเพิ่งได้ CD จากเพื่อนมา เป็นละครเรื่อง “สี่แผ่นดิน” ที่จินตหราเล่นเป็นแม่พลอย ไม่เคยดูละครเลย เพิ่งจะได้ดูนี่แหละ ก็พบว่าสมแล้วล่ะที่เคยได้ยินว่า จินตหรา สมกับเป็นแม่พลอยในเรื่องมาก

การดูละครหรือภาพยนตร์ในอดีตทำให้สะท้อนประวัติศาสตร์ในอดีต พลอยในเรื่องเกิดเมื่อปี 2425 และพลอยเริ่มเข้าวังเมื่ออายุ 10 ขวบ ช่วงพลอยเริ่มสาว สาว ๆ ในวังเริ่มฮิตการขี่จักรยาน ก็คงเป็นช่วงนั้นที่จักรยานเข้ามาในบ้านเรา

ได้ของเล่นใหมเมื่อวานนี้ คือ มือถือ iPhone เป็น smart Phone เครื่องแรกที่ฉันใช้ ปกติใช้มือถือเพื่อการโทรศัพท์เท่านั้น อยากลองดู smart ของมือถือซะหน่อย ลองเล่น net ผ่านมือถือแล้ว และ set email yahoo รวมถึง email บริษัท สามารถเข้าได้แล้ว

...รัชชี่...








 

Create Date : 13 มีนาคม 2553    
Last Update : 22 มีนาคม 2553 16:45:16 น.
Counter : 863 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

รัชชี่
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




พี่มานิต ประภาษานนท์ เป็นผู้ชักชวนเข้าสู่วงการการเขียนบล็อก ด้วยประโยคว่า
“จ๊ะเขียนบล็อกซี"

เริ่มเขียนบล็อก : 24 ก.ย. 51




สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539 ห้ามละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน นำรูป ข้อความที่เขียนไว้หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในบล็อกแห่งนี้ ไปเผยแพร่อ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก






Setting program for counting visitors since 7 Nov. 2009
free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add รัชชี่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.