The more I read, the more I love.

ไวรัสโรต้า ภัยร้ายที่แฝงอยู่ในสิ่งแวดล้อม

เห็นเพื่อนๆหลายคนเข้ามาถามเรื่องวัคซีนไวรัสโรต้า เลยอยากจะขอเข้ามาแชร์ประสบการเฉียด!เกี่ยวกับไวรัสโรต้า ของน้องภูเขาหลานเราให้ฟังบ้าง (ช่วยประกอบการตัดสินใจเรื่องวัคซีนค่ะ)

น้องภูเขาหลานของเรา (จขกท.) ได้รับเชื้อไวรัสโรต้าเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ตอนนั้นน้องอายุ 7 เดือน แข็งแรงและทานเก่งมาก (ตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้จักเชื้อตัวนี้สักเท่าไร) มีอาการดังต่อไปนี้

- ท้องเสียง่าย ถ่ายบ่อย – ไปหาหมอที่คลินิก หมอฉีดยาและให้ยามาทาน
- ปาก + รูก้น (ass hole) --เปื่ิอยและแดงช้ำ ทราบจากหมอโรงพยาบาลทีหลังว่าเนื่องจากขาดน้ำและอุจจาระมีสภาพเป็นกรด
- เรียกทานแต่น้ำตลอดเวลา พอทานน้ำไปก็จะอาเจียนออกมา แล้วก็จะเรียกทานน้ำอีก แล้วก็อาเจียนอีก

มีอาการตอนแรก พาไปหาหมอที่คลินิกเด็ก พอได้สัปดาห์ อาการยังไม่ดีขึ้น จึงพาไปที่โรงพยาบาล หมอจับตรวจเลือด ตอนนั้นน้องเลือดหนืดมากเนื่องจากขาดน้ำอย่างรุนแรง (ทั้งๆที่น้องดื่มน้ำบ่อยมาก) หากมาช้ากว่านี้สักหน่อย น้องอาจช็อกและเสียชีวิตได้ (ฟังแล้วเข่าอ่อนเลย)

หลังจากนั้นเราจึงได้ทำความรู้จักกับเชื้อ ไวรัสโรต้า

- ไวรัสโรต้าทำให้เกิดอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง(ถ่ายเหลว) + อาเจียน + เป็นไข้สูง ในเด็ก อายุต่ำกว่า 5 ขวบ อาการท้องร่วงและอาเจียน จะเกิดวันละเป็น 10 ครั้งทีเดียว
- เมื่อเด็กท้องเสียอย่าให้ดื่มน้ำเปล่า แต่ให้ดื่มน้ำเกลือแร่แทน อย่าให้ดื่มเร็วนักเพราะเด็กจะอาเจียนได้ ถ้าเด็กอาเจียนมาก จนปากแห้งเพราะขาดน้ำต้องส่งโรงพยาบาลทันที ไม่เช่นนั้นเด็กอาจช็อกและเสียชีวิตได้
- ความรุนแรงจะแตกต่างกันไปตามอายุของเด็ก เด็กเล็กต่ำกว่า 1 ขวบ จะเป็นแรงกว่าเด็กที่โตกว่า
- ไวรัสโรต้ามีหลายสายพันธุ์ เด็กสามารถรับเชื้อได้หลายครั้ง และเป็นได้ซ้ำๆ แต่ความรุนแรงจะลดลงมากกว่าครั้งแรกๆค่ะ
- หมอบอกว่าไวรัสแบบนี้มันลอยอยู่ในอากาศ บางครั้งเราดูแลเป็นอย่างดีก็ยังไม่สามารถป้องกันได้ เด็กเล็กเป็นง่าย เพราะเห็นอะไรก็มักหยิบเข้าปากทันที
- ปัจจุบันมีวัคซีนชนิดหยอด ซึ่งจะหยอด 2 ครั้ง ตอนอายุ 2 เดือน และ 4 เดือน ซึ่งอาจจะป้องกันได้ประะมาณ 70% แต่สามารถลดความรุนแรงของโรคได้ ราคาประมาณ 2,000 บาทค่ะ (แต่หลานเข้าโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา ครั้งนึงจ่ายไม่ต่ำกว่า 15,000)
- ไวรัสนี้จะทำให้ระบบการดูดซึมแล็คโตสในน้ำนมไม่ดีเท่าไร ควรลดปริมาณนมลงและให้ทานข้าวบดหรือน้ำข้าวแทน อาจใช้น้ำนมที่ไม่มีแล็คโตสแทนก็ได้ค่ะ
- ประเทศไทยพบไวรัสโรต้าได้ตลอดทั้งปี จะพบมากในช่วงที่อากาศเย็นคือเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์
- อุจจาระร่วงก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเชื้อไวรัสโรต้าเสมอไปนะคะ แต่ก็ควรระวัง เพราะในแต่ละปี เด็กที่เข้ารับรักษาโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสโรต้า 45% ค่ะ


เมื่อปลายมกราคมที่ผ่านมาน้องภูเขาเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง เพราะไปได้รับเชื้อมาอีกจากแถวๆชายแดนไทยเขมร (อย่าพาเด็กๆไปเลยนะคะ แถวนั้นเชื้อเยอะมาก) เข้าโรงพยาบาลอีก 3 วัน แต่ไม่อกสั่นขวัญแขวนเท่าครั้งแรก แต่คราวนี้น้องปากเปื่อยมากเลยค่ะ ทานอะไรไม่ได้เลย อยากทานขนมก็ต้องดมเอา (- -“สงสารหลาน) แล้วเมื่อวานก็มีอาการท้องเสียนิดๆ

เด็กเล็กๆเวลาเป็นอะไรเค้าจะบอกเราไม่ได้ มีอาการอะไรก็พาไปหาหมอก่อนเลยนะคะ ถ้าให้วัคซีนก่อนได้ ก็ให้เถอะค่ะ เป็นไปแล้วจะไมุ่้คุ้ม ยิ่งถ้าเป็นไวรัสโรต้า จะไม่หายขาดค่ะ เป็นแล้วก็สามารถเป็นอีกได้

ถนอมสุขภาพนะคะเตรียมตัวต้อนรับ สิ่งที่จะมากับหน้าร้อนต่อไป...

PS.
- ขอบคุณคุณหมอพริม แห่งโรงพยาบาลกรุงไทย (ปากเกร็ด) ที่ดูแลน้องภูเขาเป็นอย่างดี และให้ความกระจ่างเรื่องไวรัสโรต้า
- ขอบคุณนิตยสารดวงใจพ่อแม่ที่ให้ความรู้เรื่องไวรัสโรต้าเพิ่มเติมมาอีกหลายเรื่อง




 

Create Date : 11 มีนาคม 2552    
Last Update : 11 มีนาคม 2552 14:15:19 น.
Counter : 151 Pageviews.  


Risa_ka
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Risa_ka's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.