Rational Investment
Group Blog
 
All Blogs
 
ความเห็นของผมเกี่ยวกับ Beta (β)

Beta (β) เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดความผันผวนของผลตอบแทนของหลักทรัพย์เทียบกับผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ ดังหากหลักทรัพย์ยิ่งมาความผันผวนมาก ก็จะยิ่งมาค่า Beta มาก ซึ่งความถึงหลักทรัพย์ตัวนี้มีความเสี่ยงมาก
และเนื่องจากการคำนวณ Beta นั้นจะใช้ความแปรปรวนที่มาจากการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์ทั้งขึ้นและลง ซึ่งในการลงทุนนั้น นักลงทุนจะกังวลว่าราคาหลักทรัพย์จะลงมากกว่า จึงมีนักการเงินบางกลุ่มเห็นว่า ความใช้เพียงการผันผวนของราคาที่ลดลงเท่านั้นในการคำนวณ Beta ซึ่งเรียกทฤษฎีนี้ว่า Semi Variance
หากเรามองเพียงผิวเผินอาจคิดว่าวิธีนี้ดูมีเหตุผล แต่จากความเห็นของผมแล้วการคำนวณความเสี่ยงวิธีนี้ เป็นวิธีที่ไม่มีเหตุผลเลย “ทำไมผมจึงคิดเช่นนั้น”
เรามาลองคิดดูว่า การซื้อหลักทรัพย์ A ที่ราคา 10 บาท กับการซื้อที่ราคา 5 บาท อันไหนมีความเสี่ยงมากกว่ากัน โดยมีสมมติฐานว่า ปัจจัยอื่นๆเหมือนเดิม แน่นนอน คำตอบของผมคือ “ที่ราคา 10 บาทมีความเสี่ยงสูงกว่า”แต่ถ้ากรณีนี้ ราคาตอนแรกของหลักทรัพย์ A ค่อนข้างคงที่ ที่ราคา 10 มาโดยตลอด จากนั้นราคาตกลงมาที่ 5 บาท ถ้าเราใช้ Beta ในการคำนวณความเสี่ยงจะพบว่า หลักทรัพย์ A ที่ 5 บาท มีความเสี่ยงมากกว่าที่ 10 บาท
ลองคิดดูสิว่า หากเราใช้ทฤษฎี Beta ในการตัดสินใจลงทุนละก็ เราอาจซื้อหลักทรัพย์ A ที่ราคา 10 บาท เนื่องจากมันมีความเสี่ยงต่ำ และเราจะขายมันออกไปในราคา 5 บาท เนื่องจากมันมีความเสี่ยงที่สูงขึ้น ผลก็คือ การขาดทุน 50%
หากเราลองพิจารณาดูดีๆแล้ว จะพบว่า การที่ราคาหลักทรัพย์สูงขึ้น หลักทรัพย์นั้นจะมีความเสี่ยงที่สูงขึ้น และการที่หลักทรัพย์มีราคาลดลง จะทำความเสี่ยงลดลงไปด้วย
ซึ่งผมคิดว่าการที่มุมมองเรื่องความเสี่ยงของผมกับทฤษฎี Beta แตกต่างกัน น่าจะมาจากมุมมองของความเสี่ยงที่แตกต่างกัน โดยทางทฤษฎี Beta มองว่าเสี่ยงเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงราคาในปัจจุบัน (กรณี Semi Varian เป็นผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน) แต่ในมุมมองของผมนั้น ความเสี่ยงคือโอกาสที่เราจะกำไรลดลงหรือขาดทุนในอนาคต
ดังนั้นหากให้ปัจจัยอื่นคงที่แล้ว ความเสี่ยงน่าจะมาจาก ความผันผวนในด้านที่ราคาหลักทรัพย์สูงขึ้นเท่านั้น เนื่องจากหากราคายิ่งขึ้นไปสูงมากเท่าไหร่ โดยปัจจัยพื้นฐานบริษัทเหมือนเดิม โอกาสที่ราคาหลักทรัพย์จะลงยิ่งสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับคำพูดของ Buffet ที่ว่า”จงกลัวในเวลาที่คนอื่นกำลังโลภ และจงโลภในขณะที่คนอื่นกำลังกลัว” แต่หากจะนำทฤษฎีนี้ไปใช้จริงละก็ ควรพิจารณาผลประกอบการของบริษัทควบคู่ไปด้วย



Create Date : 01 มีนาคม 2553
Last Update : 1 มีนาคม 2553 14:23:21 น. 4 comments
Counter : 573 Pageviews.

 
ตามทฤษฎีของ CAPM การวัดความเสี่ยงคำนวณโดยวิธีทางสถิติ คือวัดจากความผันผวนของราคาหุ้นเทียบกับดัชนีตลาด แต่ไม่ได้พูดถึงปัจจัยพื้นฐาน ดังนั้นความเสี่ยงของวิธีนี้กับความเสี่ยงของนักลงทุนแบบ value investor จึงเป็นคนละตัวกันครับ

warren buffet ก็เคยพูดเรื่องนี้ไว้เหมือนกันเมื่อหลายปีก่อน บัฟเฟตพูดว่าความเสี่ยงของธุรกิจอยู่ที่ว่าเรารู้จักธุรกิจนั้นดีรึเปล่า ถ้ารู้จักดีก็มีความเสี่ยงต่ำ เป็นต้น ซึ่งนักลงทุนแบบนี้จะลงทุนแบบ focus investment คือลงทุนเฉพาะตัวที่รู้จัก แต่ถ้าตามทฤษฎี CAPM คุณก็ต้องซื้อหุ้นเยอะๆเพื่อกระจายความเสี่ยง

สรุปก็คือไม่มีวิธีไหนที่ถูกหรือผิด มันอยู่ที่วิธีการลงทุนของแต่ละคนครับ แต่สำหรับผม ผมเชื่อแบบ value investor มากกว่า


โดย: Rhythm of Love IP: 203.144.144.165 วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:9:24:53 น.  

 
ผมว่าใช้ความผันผวนของ ROE น่าจะเหมาะ


โดย: yagle วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:22:26:50 น.  

 
สวัสดีครับ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ แล้วอย่าลืมแวะเข้าไปฟังเพลงด้วยกันอีกนะครับ


โดย: Nanatakara วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:21:36:54 น.  

 
แนวคิดทางทฤษฎีของ beta นั้นยอมรับได้
มีเหตุมีผล และน่าสนใจอย่างยิ่ง
เป็นทฤษฎีการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี
แต่ทฤษฎีก็มีปัญหา
ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเวลาที่จะเอาไปใช้จริง
ปัญหาของ beta นั้น จะมาจากปัญหาว่า
ทฤษฎี CAPM อาจจะใช้ไม่ได้ในหลายๆประเทศ
โดยเฉพาะประเทศที่ตลาดการเงินยังไม่พัฒนาเต็มที่
ทำให้สมมุติฐานของทฤษฎีผิดไป
อีกอย่างเป็นปัญหาจากตัว BETA เอง
เวลาเราคำนวนหาค่า จะหาด้วยข้อมูลในอดีต
ทำให้ได้ค่าBETA ในอดีต
ซึ่งพอเอามาใช้ในปัจจุบัน ซึ่งต้องคาดการณ์อนาคต
ค่าที่ควรใช้ต้องเป็นค่าที่คงที่ในอนาคต
ทำให้ค่าBETAจริงผิดไปจากที่คำนวนได้
และที่สำคัญมาก
คือข้อมูลที่มาหาค่า beta มักจะมีปัญหา
สรุปแล้ว
ทฤษฎ๊ดีมาก นำไปใช้ได้
หากตลาดทุนพัฒนากว่านี้
และสามารถหาค่า beta ที่ถูกต้องได้

เมืองไทยยังไม่น่าจะใช้ได้เต็มที่นะครับ
ใช้เป็นแนวทางบอกทิศทางได้
แต่ใช้เพื่อคำนวนหาตัวเลขผลตอบแทนอนาคต
ผมว่ายังใช้ไม่ได้ครับ


โดย: เด็กใหม่ IP: 124.120.94.18 วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:4:57:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

yagle
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




http://th-th.facebook.com/Finance.Delivery
Friends' blogs
[Add yagle's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.