ไหว้พระ 9วัด ปีสอง
เหมือนซีรีย์เลยเนาะ มีปีสองด้วย
ช่วงหลังปีใหม่มานี้ เราได้มีโอกาสไปไหว้พระมา เลยเอามาบันทึกไว้กันลืม เริ่มจาก วันที่ 15มกราคม 2552 เราต้องไปหาหมอที่ศิริราช เลยข้ามฟากไปไหว้ พระแก้วด้วย คนเยอะ แต่รู้สึกเหมือนจะบางตากว่าทุกครั้งที่ไป
อันนี้รูปที่วัดพระแก้ว





จากวัดพระแก้วเดินไปอีกนิดเพื่อไปไหว้ศาลหลักเมือง คนไม่เยอะเท่าไหร่ นี่เป็นครั้งแรกที่ไปไหว้ เพราะมีพี่คนนึงที่ทำงานแนะนำว่าควรไปไหว้ จะได้มีหลักชัยในชีวิต





จากนั้นก็เดินไปวัดโพธิ์หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (เขียนถูกป่าวน้อ)
เดินไกลพอสมควร เล่นเอาเมื่อยเลย ดีนะอากาศเย็น ไม่งั้นเป็นลมแน่
เราชอบพระนอนที่วัดโพธิ์มากๆ สวยจริงๆ แต่เราถ่ายรูปไม่ค่อยสวย กล้องอันที่เอาไปเจือกใช้ไม่ค่อยเป็นซะอีก







เรามาวัดโพธิ์ 2-3ครั้งแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นยักษ์วัดโพธิ์เลย ก็เลยไปถามพนักงานที่นั่งอยู่ตรงประตูโบสถ์ว่ายักษ์วัดโพธิ์อยู่ตรงไหน เค้าก็ยิ้มๆและก้บอกทางมา ไม่รู้ว่าเค้าจะคิดว่าเราบ้าป่าว

เดินหาไปตามทางที่เค้าบอกก็ยังไม่เห็นยักษ์ พอดีมีคุณป้าคนนึงกวาดใบไม้อยู่เลยเข้าไปถาม คุณป้าบอก นี่ไงหนูยักษ์วัดโพธิ์ หา คุณป้าขานี่หรอคะ ทำไมตัวเล็กจัง คุณป้าเลยบอกว่ายักษ์วัดโพธิ์น่ะตัวเล็ก ยักษ์วัดแจ้งถึงจะตัวใหญ่ ตัวเล็กไม่พอยังถูกขังอยู่ในตู้ซะด้วย อย่างนี้ตำนานที่ว่ายักษ์วัดโพธิ์ กับยักษ์วัดแจ้งตีกันตรงท่าเตียน ก็แปลว่ายักษ์วัดแจ้งรังแกเด็กละซินี่
แต่ยักษ์วัดโพธิ์ ก้คงจะร้ายไม่เบา เลยถูกจับขังตู้ไม่ให้ออกไปก่อเรื่องอีก 555 คิดไปได้

นี่ยักษ์วัดโพธิ์






ดูหน้าเศร้าจังเนาะ จากวัดโพธิ์ เราไปข้ามเรือที่ท่าเตียน ข้ามฝั่งไปวัดแจ้ง วัดแจ้งหรือวัดอรุณราชวราราม เป็นวัดที่เราเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก บรรยากาศในวัดค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว หรือว่าช่วงที่เราไปอาจจะยังไม่ใช่เวลาที่นักท่องเที่ยวมากันก็ได้ วัดนี้เราเห็นอับเฉาเรือเยอะมากๆ เอามาล้อมโบสถ์ไว้เลย และนี่คือยักษ์วัดแจ้ง ดูต่างกับยักษ์วัดโพธิ์มากๆ







เราเคยเห็นพระปรางค์วัดอรุณจากในรูปหลายๆครั้ง แต่ไม่เหมือนแบบที่เห็นด้วยตาตัวเองเลย ก่อนหน้านี้เราเข้าใจว่าพระปรางค์จะเป็นปูนเปลือย แต่ของจริงประดับด้วยกระเบื้อง มีคนขึ้นไปด้วย แต่เราไม่กล้าขึ้น ดูสูงชันมากกลัวตายไกลบ้าน






ดูเวลา เที่ยงแล้วสมควรแก่การกลับไปศิริราช ก็เลยออกจากวัดแจ้ง นั่งรถตุ๊กๆไปศิริราช ตอนแรกเราคิดว่าถ้าเวลาพอจะไปวัดระฆังที่อยู่ใกล้ๆกัด้วย แต่ไม่เป็นไรไว้คราวหน้า

วันนี้เราได้ไหว้พระ 3วัด กับอีก1ศาล

แล้วก็วันอาทิตย์ที่ 17 เรานัดกับเพื่อนที่ทำงานไว้ 3คนว่าจะไปไหว้พระ 9วัดในอยุธยากัน รอบนี้เอากล้องไปแต่ไม่มีรูปมาให้ดูเลย เจือกฟอร์แมทการ์ด รูปหายเกลี้ยง เลยต้องเล่าแห้งๆ

วัดที่ไปปีนี้ บางวัดซ้ำกับปีที่แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นวัดดัง และพี่ที่เป็นคนคิดโปรแกรม เค้าก็เลือกวัดที่อยู่ในละแวกเดียวกันด้วย เพื่อสะดวกในการเดินทาง ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา เล่าคร่าวๆละกันเนาะ ไม่ลงรายละเอียด เดี๋ยวจะยาวไป
วัดแรกในทริปนี้คือ วัดใหญ่ชัยมงคล นักท่องเที่ยวที่มากับทัวร์ค่อนข้างเยอะ

วัดที่สอง วัดพนัญเชิง คนเยอะมาก มีเด็กนักเรียนที่โรงเรียนพามาทัศนศึกษาเยอะมาก น่าจะเป็นเด้กมัธยมเล่นกันเสียงดังมากๆ เป็นเรื่องหงุดหงิดใจที่เจอในวัด

วัดที่สาม วัดกล้วย อยู่ตรงทางรถไฟ ไม่ไกลจากวัดพนัญเชิงมากนัก แต่บรรยากาศต่างกันสุดๆ วัดนี้เงียบมาก แทบไม่มีคนเลย อาจจะเพราะไม่ใช่วัดดัง เราชอบแบบนี้มากกว่า

วัดที่สี่ วัดสุวรรณดาราราม ต้องข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่ง อยู่ตรงทางจะไปป้อมเพชร หน้าวัดมีร้านอาหารผักหวานอยู่ (เห็ดทอดอร่อยมาก ) วัดนี้เจอนักท่องเที่ยวจากหนุ่มสาวทัวร์ด้วย แต่คนไม่มากเท่าไหร่ เจอทัวร์แค่กรุ๊บเดียว โบสถ์ที่วัดนี้เป็นรูปโค้งๆ เห็นเขาว่าเป็นลักษณะ ของเรือสำเภา เสียดายไม่มีรูปให้ดู


จากวัดนี้ก็ขับรถเข้าในเมืองวัดที่ห้า วัดธรรมมิกราช วัดนี้เค้าเปิดเพลงที่เราว่าไม่เข้ากับวัดเลยเปิดเพลงเหมือนเดินในงานวัดมากกว่า
เราได้ไปยกพระเสี่ยงทายที่วัดนี้ด้วย จะมีพระพุทธรูปเสี่ยงทายให้เรายก มีพระเสี่ยงทาย 4องค์ การเงินโชคลาภ,การงาน,ความรัก,สุขภาพ เรายกพระสุขภาพก่อนเป็นองค์แรก อธิษฐานขอให้หายป่วย แต่ยกไม่ขึ้น เลยลองยกอีกองค์หนึ่ง เป็นพระเสี่ยงทายด้านความรัก อันนี้ยกขึ้นแฮะ เลยใจชื้นขึ้นมาหน่อย พอเจอแบบนี้วัดหลังๆเพื่อนชวนยกช้างอธิษฐาน เราไม่กล้ายกเลย กลัวจิตตก

วัดที่หก วัดหน้าพระเมรุ วัดนี้คนอ่านผิดเยอะ เพื่อนเราหลายคนอ่านว่าวัดหน้าพระเม-รุ แต่จริงๆต้องอ่านว่าวัดหน้าพระเมน คนเยอะมากกกกกก เจอกรุ๊ปทัวร์
พอเข้าไปในโบสถ์ ก้ไปเจอพระรูปนึงนั่งอยู่ มีคนไปรุมล้อมกันแน่น ได้ความว่าท่านแจกพระ เราเลยแทรกเข้าไปมั่ง อยู่ๆท่านก้บอกว่า ไม่แจกและ พอ แล้วลุกไปเลย เราเลยอึ้งไปนิด อ้าวเรามาปุ๊บวงแตกเลยหรอเนี่ย แป๊บเดียวท่านก็เดินกลับมาใหม่ บอกว่าแจกปลัดดีกว่า ใครอยากรวยเปิดกระเป๋าตังค์มา เราก็รีบเปิดเลยครับ ท่านก็โยนปลัดใส่มาในกระเป๋าตังค์ให้เราแล้วก็บอกว่ารวย! เราก็เลยมีท่านปลัดพกอยู่ในกระเป๋าตังค์ ด้วยประการฉะนี้

วัดนี้พระพุทธรูปสวยงามมาก นัยว่าเป็นวัดเดียวในอยุธยา ที่ไม่ถูกพม่าเผาทำลายตอนเสียกรุง

วัดที่เจ็ด ไม่ใช่วัด แต่เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา ไปไหว้พระบรมสารีริกธาตุ เสร็จแล้วก็เดินดู ของเก่าที่จัดแสดง มีพระพุทธรูปอยู่องค์หนึ่ง ใหญ่มากเหมือนกัน เราจำไม่ได้ว่าปางอะไร แต่นั่งห้อยขา พระองค์นี้ ท่อนบน อยู่ในจังหวัดอยุธยา แต่ท่อนล่างตั้งแต่พระชานุ จนถึงฐานดอกบัว ถูกพบที่นครปฐม ไปได้ไง จากตรงนี้ จะอยู่ใกล้ศาลหลักเมืองอยุธยา เราก็เลยไปไหว้ศาลหลักเมืองอยุธยาด้วย

วัดที่แปด วัดกษัตราธิราช คนเยอะเจอกรุ๊ปหนุ่มสาวทัวร์อีกแล้ว สงสัยจะทำบุญร่วมกันเลยได้เจอกันอีก วัดนี้อยู่ติดแม่น้ำ เลยซื้อเต่าที่ตลาดไปปล่อยด้วย

วัดที่เก้า วัดท่าการ้อง วัดนี้เพิ่งมาดังในช่วงหลังๆ ห้องน้ำไฮโซมากกก ปูพรมติดแอร์ คนเยอะที่สุด เราทำบุญข้าวสารไปได้วย จะได้ไม่อดไม่อยาก เสร็จจากวัดนี้ก็เย็นมากแล้วสี่โมงเย็นได้ เลยแยกย้านกันกลับบ้าน เหนื่อยแต่สุขใจ

ข้าพเจ้าขอแผ่บุญบารมีที่เกิดจากการทำบุญเก้าวัดนี้ให้แก่ เพื่อนๆที่เข้ามาเยี่ยมชมบล็อกนี้ด้วยเทอญ



Create Date : 28 มกราคม 2552
Last Update : 28 มกราคม 2552 8:52:56 น.
Counter : 1926 Pageviews.

19 comment
ไหว้พระเก้าวัด อยุธยา
วันนี้ไปไหว้พระเก้าวัดมาค่ะ
เราออกจากบ้านตอน8โมงเช้าก่อนไปไหว้พระ ก็ไปหาหมอฟันก่อน เนื่องจากฟันกรามซี่นึง วัสดุอุดมันกระเทาะออกมา เลยต้องไปอุดใหม่
หลังจากอุดฟันก็ไปรอเพื่อนที่จะไปด้วยกัน สรุปได้ฤกษ์ ออเดินทางตอนสิบโมงพอดี

เราไปติดต่อเหมารถตุ๊กตุ๊ก ตรงหน้าตลาดเจ้าพรหม เค้าคิดค่าเช่ารถ ชั่วโมงละ 150บาท ใจจริงเราคิดว่าแพงไปหน่อย แต่บังเอิญว่าไม่ได้เช็คราคาไปก่อน เลย ตกลงตามนั้น
ก่อนหน้านั้นเราเคยขึ้นหลายครั้งรถตุ๊กพวกนี้จะขับเร็วมากทุกครั้ง แต่วันนี้ ขับช้ามากเลยอ้ะ วัดแรกที่ไปไหว้คือ วัดประดู่ทรงธรรม คนไม่เยอะเท่าไหร่ มีบ้างพอประมาณ ได้ยินเค้าคุยกันประมาณว่ามาจากกรุงเทพ มาตระเวณไหว้พระเก้าวัดเหมือนกัน

วัดที่สอง คือวัดสมณโกฐาราม วัดนี้ก็คนไม่เยอะเท่าไหร่เหมือนกัน ที่วัดนี้มีศาลพระเจ้าตากด้วย นัยว่าเป็นวัดที่พระเจ้าตากทรงเคยมาผนวชอยู่ที่นี่ วัดนี้มีน้ำให้ดื่มฟรีด้วย มีแก้วมีน้ำแข็งตั้งไว้ มีน้ำอัดลม ใครอยากกินอะไรเชิญได้เลย ฟรีค่ะ แต่กินเสร็จแล้วล้างแก้วด้วยนะ มีน้ำไว้ให้ล้างแก้วด้วย

วัดที่สาม วัดพระญาติการาม วัดนี้นอกจากเรากะเพื่อนสองคนแล้ว ไม่มีใครไปไหว้เลย แปลกจัง วัดนี้มีพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่อยู่หน้าโบสถ์ด้วย

วัดที่สี่ วัดใหญ่ชัยมงคล วัดดัง คนเยอะมากกกกกกกกกกก วัดนี้ได้ถ่ายรูปด้วย 1รูป วัดที่ผ่านมาไม่ได้ถ่ายเลย 555 เนื่องจากว่าข้าพเจ้าลืมว่าเอากล้องมาด้วย น่าเบิ้ดกะโหลกจริงๆ เพื่อนเราเลยบอกว่าไม่ได้ถ่ายแต่แรกก็ไม่ต้องถ่ายแล้วไหว้เฉยๆพอ ไว้วันหลังมาอีกค่อยถ่ายวันนี้เช่ารถมาต้องทำเวลา

วัดที่ห้า วัดพนัญเชิง วัดดังอีกเช่นกัน ก่อนไปถึงวัด เราแวะซื้อ ปลาไหล ปลาหมอ หอยขม ไปปล่อยด้วย ราคา 3ถุงร้อย เขาจะมีกระดาษเขียนไว้เลยว่าปล่อยปลาชนิดไหนจะดีอย่างไร เราก็ดูๆไปงั้นแหละ ปลาอะไรก็ได้ ทำบุญเหมือนกัน แต่จริงๆแล้วเราไม่ค่อยชอบการซื้อปลาตามร้านที่ขายแบบนี้เท่าไร คิดว่าเหมือนสนับสนุนให้เขาทำบาปไงไม่รุ ปกติถ้าเราจะปล่อยปลาเราจะไปซื้อที่ตลาดสด แต่วันนี้ไม่ได้เตรียมตัว คุณเพื่อนเธออยากปล่อยปลา ก็เลยต้องซื้อ
ไปถึงวัดคนเยอะอีกแล้ว ที่สำหรับนั่งไหว้พระแทบไม่มีเลย เรารู้สึกว่าเหมือนวัดแคบลงกว่าเมื่อก่อน ไม่รู้คิดไปเองป่าว ช่วงนี้เขากำลังบูรณะหลวงพ่อโตกำลังจะปิดทองใหม่ หลวงพ่อเลยมีองค์เป็นสีดำ

ออกจากวัดพนัญเชิงแล้วเราก็ไปที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา
ที่นี่เรามาไหว้พระบรมสารีริกธาตุค่ะ พระบรมสารีริกธาตุนี้ได้มาจากวัดพระมหาธาตุ ประดิษฐานอยู่บนชั้นสองของพิพิธภัณฑ์ค่ะ แล้วในพิพิธภัณฑ์ก้ยังมีพระเก่าๆหลายสมัยให้เราได้ชมด้วย มีอยู่องค์หนึ่งเราจำไม่ได้ว่าพระปางอะไร ความจำปลาทองจริงๆ เป็นพระนั่งห้อยขาแล้วยกพระหัตถ์ขึ้นข้างนึง องค์ใหญ่มากดูแล้วน่าจะทำจากหิน หรือไม่ก็ปูน แปลกตรงที่ว่าเขาเขียนไว้ว่า ช่วงบนตั้งแต่พระเศียร ลงมาครึ่งองค์ ถูกพบที่อยุธยา แต่ช่วงล่างตั้งแต่พระชานุลงมาจนถึงฐานดอกบัว พบที่นครปฐม งงไหมล่ะ ไปได้ไงน่ะ
ในตู้ยังมีพระพุทธรูปกลุ่มนึงประมาณ10องค์ (ประมาณเพราะจำจำนวนไม่ได้ 55) เค้าเขียนไว้ว่าถูกพบอยู่ในพระอุระข้างซ้ายของหลวงพ่อมงคลบพิตร ไม่รู้ว่าเขาใส่ไว้ทำไมเหมือนกัน

วัดที่เจ็ด วัดหลวงพ่อมงคลบพิตร วัดนี้เราไม่ได้มาไหว้นานแล้วสภาพบริเวณวัดเปลี่ยนแปลงไปเยอะจำแทบไม่ได้เลย คนไม่เยอะมาก มีของขายเยอะแต่ไม่ได้เดินดูของเลย ต้องทำเวลา

วัดที่แปด วัดหน้าพระเมรุราชิการาม เรียกสั้นสั้นว่าวัดหน้าพระเมรุ(เมน) เคยได้ยินคนเรียกวัดนี้ว่าวัดหน้าพระเม-รุด้วยหละ วัดนี้คนเยอะพอสมควร พอดีไปเจอรถทัวร์นำเที่ยวไหว้พระเก้าวัด แต่โชคดีตรงที่เขากำลังกลับกัน ในโบสถ์เลยคนไม่เยอะ วัดนี้เป็นวัดเดียวที่ไม่ถูกพม่าเผาทำลายตอนเสียกรุงครั้งที่สอง องค์พระเลยยังสมบูรณ์อยู่ วัดนี้มีช้างเสี่ยงทายด้วย ให้อธิษฐานก่อนแล้วลองยกช้างดู ผู้หญิงใช้นิ้วนางยก ผู้ชายใช้นิ้วก้อยยก อธิษฐานครั้งแรกว่าถ้าเป็นดังที่เราต้องการขอให้ยกขึ้น ครั้งที่สอง ขอให้ยกไม่ขึ้น แปลกมากเลยแหละ เราลองอธิษฐานดูครั้งแรกยกขึ้นได้ พออธิษฐานอีกครั้งก็ยกไม่ขึ้นจริงๆ สาธุขอให้เป็นจริงดังคำอธิษฐานด้วยเถอะ แต่ไม่บอกหรอกนะว่าอธิษฐานอะไร 555 แต่จะเผาเพื่อนแหละ ขานั้นเขาอธิษฐานขอให้เจอเนื้อคู่ สงสัยจะเจอแล้วมั้ง ยกช้างขึ้นด้วยนี่ 55

วัดที่เก้า วัดธรรมิกราช อยู่ไม่ห่างจากวัดหน้าพระเมรุเท่าไหร่ วัดนี้มีพระนอนด้วยค่ะ แล้วก็มีรอยพระพุทธบาทด้วย ไม่แน่ใจว่ารอยพระพุทธบาทจริงหรือรอยพระพุทธบาทจำลอง
ครบเก้าวัดแล้วค่ะ ใช้เวลาไปเกือบสี่ชั่วโมง แต่ว่าไม่ค่อยได้ลงรายละเอียดเท่าไหร่ ไหว้พระแล้วก็ออกมาเลยไม่ได้เดินชมความงามรอบวัดเลย ไม่ได้ถ่ายรูปด้วย ไม่รู้จะเอากล้องมาไม ให้หนักเปล่าๆ ไว้คราวหน้าจะไปอีก ลองเปลี่ยนไปวัดอื่นบ้างที่ยังไม่ได้ไป อยุธยายังมีอีกหลายวัดเลยค่ะ แล้วคราวหน้าจะไม่ลืมถ่ายรูปมาอวดแล้วหละ



Create Date : 12 มกราคม 2551
Last Update : 12 มกราคม 2551 20:37:59 น.
Counter : 2322 Pageviews.

4 comment

Rinsei
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]