กำไลข้อมือ

คุณภรรยามีกำไลข้อมืออยู่หลายอัน เราเห็นก็บอกไปว่าเราก็ทำได้ ก็เลยเป็นที่มาของการทำกำไลให้กับภรรยาสุดที่รักครับ
ขั้นแรกก็ต้องทำการวัดขนาดของกำไลที่จะทำก่อนว่าเศษไม้ที่จะนำมากลึงนั้นมีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะขึ้นรูปไหม ง่ายๆก็คือขนาดของกำไลต้องเล็กกว่าไม้ที่จะนำมากลึงประมาณนึงเผื่อเราหาจุดกึ่งกลางพลาดขนาดของกำไลจะยังคงได้ขนาดตามที่เราต้องการ ไม้ที่จะนำมากลึงกันวันนี้ก็เป็นไม้ white oak เช่นเดิม เป็นเศษไม้ที่เหลือจากการตัดขาโต๊ะ คานโต๊ะ ต่างๆ ความหนาของไม้ประมาณ 1.5 นิ้ว ซึ่งเราจะต้องทำการเชื่อม 2 ชิ้นเข้าด้วยกันด้วยกาวเพื่อให้ความหนาเพิ่มเป็น 3 นิ้ว

กาวที่ใช้เชื่อมเหมือนเดิมครับกาวแดงเวสวูด

หลังผสมเสร็จก็นำมาละเลงลงบนไม้จ๊ะ

ทาให้ทั่วชิ้น เงาแว๊ปเชียว

กดด้วย f-clamp รอจ๊ะรอ ประมาณ 24 ชม.

นี่คือเครื่องกลึงที่เราจะนำมาใช้กันวันนี้ครับเป็นเครื่องกลึงที่หาซื้อง่ายที่สุดในท้องตลาดนั่นคือแท่นกลึงยี่ห้อ KT จ๊ะ อาจจะเพราะราคาถูกก็ได้ครับที่ทำให้ได้รับความนิยม(ที่ผมบอกว่าได้รับความนิยมนี่ไม่ได้มั่วขึ้นมาเองน๊ะครับ ลองไปเสริชใน google ดูก็ได้เกือบทุกเวปที่ขายเครื่องกลึงนี่ต้องมียี่ห้อนี่แน่ๆ)แน่นอนว่าถูกและดีไม่มีในโลก มันต้องมีข้อเสียแน่นอนแต่ข้อเสียนั้นเรารับได้ไหม และข้อเสียของเครื่องนี้ก็คือมันไม่ค่อยได้ศูนย์เท่าไหร่ครับ ตัวยันหลังเมื่อกดหนักๆเข้าแท่นยังหลังก็เอียงซะงั้น สวิตไฟของแท่นกลึงนี้พังไปแล้วครับผมได้โมสวิตโดยใช้เบรคเกอร์แทนก็ใช้งานได้ดีเหมือนกันครับ

หลังจากติดกาวเป็นที่เรียบร้อยแล้วและรอเป็นระยะเวลาเกิน 24 ชม.ก็ถึงเวลาลงมือลงไม้กันแล้ว

ขั้นแรกหาจุดศูนย์กลางก่อนเพื่อให้เสียเนื้อไม้น้อยที่สุดและประหยัดแรงมากที่สุดครับ

เอาไขควงจิ้มตรงตำแหน่งจุดศูนย์กลางแล้วเอาแป้นยันหน้าของเครื่องกลึงวางลงบนด้านหลังไม้ที่จะกลึง

ใช้สกรูขนาดเล็กอย่าเกิน 5/8 นิ้วน๊ะครับไม่อย่างนั้นจะ...........เหนื่อยเวลาตอนขันสกรูเข้าไปในเนื้อไม้

ขันสกรูเรียบร้อยทั้ง 4 ตัวแล้ว

โชว์ด้านข้างให้เห็นว่าไม้สนิทแนบแน่นกับแป้นยึดหน้าเรียบร้อย

จากนั้นเอาแป้นไปขันเกลียวเข้ากับเครื่องกลึงไม่ต้องกลัวว่าระหว่างกลึงแป้นจะหลุกกระเด็นออกมาจากเกลียวน๊ะครับเพราะเครื่องมันวิ่งสวนทางกับเกลียวครับ

หมุนเสร็จเรียบร้อยแล้วจ๊ะแนบแน่นเชียว

อีกด้านของเครื่องจะเป็นตัวทดเกียร์ของเครื่องโดยมู่เล่ย์ด้านล่างจะเป็นแกนมอเตอร์กำลังของเครื่องส่วนมู่เล่ย์ด้านบนจะต่อกับแกนแป้นจับที่ยึดกับไม้เรียบร้อยแล้วนั่นเอง

เพื่อความปลอดภัยและความง่ายในการกลึงผมจึงเลื่อนสายพานมายังมู่เล่ย์เล็กสุดของมอเตอร์กำลัง(ด้านล่าง)และเป็นมู่เล่ย์ตัวใหญ่สุดของแกนหมุน(ด้านบน)ซึ่งจะทำให้แกนหมุนหมุนด้วยความเร็วต่ำที่สุดนั่นเอง แน่นอนว่าถ้าอยากให้แกนหมุนเร็วที่สุดก็ต้องเลื่อนสายพานที่มู่เล่ย์กำลังมาที่อันใหญ่สุดและมู่เล่ย์แกนหมุนมาที่ตัวเล็กสุดนั่นเอง

สภาพมีดกลึงที่จะนำมาใช้ในการกลึงไม้เก็บไว้นานไปหน่อยเลยสนิมเขรอะเชียว

เมื่อเอามีดกลึงไม้แหย่ไปเรื่อยๆมันก็จะค่อยๆกัดเนื้อไม้เข้าไปเรื่อยๆ

แหย่เข้าไปแบบนี้แหล่ะ ตอนแหย่ก็เสียวๆเหมือนกันเพราะมันจะกระดกๆเวลาตอนที่มีดเจอกับไม้ที่เป็นสัน

ไถไปสักพักเหลี่ยมคมของไม้เริ่มหดหาย

เริ่มกลมมนเข้าทุกทีแต่ต้องไถไปจนกว่าจะได้วงกลมครบรอบอันนี้เหลืออีกนิ๊ดเดียวก็ใช้ได้แล้วจ๊ะ

มีดกลึงหัวตัดแบบนี้เรียกว่า skew เอาไว้ทำให้ไม้ที่ผ่านการไถเรียบเนียนขึ้นครับ

สภาพไม้ก่อนการใช้ skew ไถ จะเห็นว่าไม้เป็นขุยและมีร่องรอยคมมีดมากมาย

พอเริ่มใช้ skew ไถก็จะเริ่มเรียบอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อด้านนอกเริ่มเรียบแล้วคราวนี้เรามาลองเจาะด้านในกำไลกันบ้างดีกว่า ตอนแรกก็ต้องเอาตัวยันศูนย์ท้ายออกก่อน
เลื่อนเหล็กวางมีดมาตรงตำแหน่งที่จะทำการขุด
กดมีดเข้าไปกินไม้เข้าไปเรื่อยๆหาระยะที่จะกัดไม้
เมื่อกัดไม้ได้สักระยะนึงแล้วก็เอากำไลตัวต้นแบบมาทาบดูว่าขนาดได้ไหมดูแล้วต้องเจาะรูให้ใหญ่กว่านี้แฮ่ะ
กัดไปเรื่อยๆ
ใช้ skew เก็บงานให้เรียบ
เริ่มเรียบแล้วขนาดก็ได้แล้วด้วย
เอากระดาษทรายพันด้วยไม้
กระดาษทรายเบอร์ 150 ถูไปกับกำไลขณะที่กำลังหมุนอยู่
คราวนี้เมื่อข้างนอกเริ่มเรียบแล้วเราก็มาขัดภายในกันต่อโดยเอากระดาษทรายพันบนแท่งไม้เล็กๆแล้วแหย่เข้าไปข้างในกำไล
เริ่มเรียบมากๆแล้ว
ตอนนี้มาถึงขั้นตอนการตัดเอากำไลออกจากก้อนไม้ ผมใช้ skew ตัดครับ โดยเอาด้านสันแหย่เข้าไปในร่องกดเข้าไปเรื่อยๆ
เมื่อกดเข้าไปในระยะนึงแล้วจะเริ่มเห็นไม้ถูกตัดออกมาจากก้อนไม้แล้ว
ตัดออกมาเรียบร้อยแล้วมีเศษไม้ติดอยู่ที่ด้านในของกำไลนิ๊ดหน่อย ผมเอากระดาษทรายเบอร์ 80 ขัดไม้ที่ติดมาออก จากนั้นตามด้วยกระดาษทรายเบอร์ 150 ก็จะได้ความเรียบเหมือนกันทั้งกำไล
หลังจากขัดเสร็จด้านในเรียบ
เรียบจริงๆเหลือแค่ลงเคลือบเท่านั้น
ด้านนอกก็เรียบแล้วเหลือลงเคลือบและขัดอีกนิ๊ด หลังจากทำเสร็จเอาไปให้ภรรยาลองสวมดู ดั๊นเล็กไปซะงั้น จริงๆแล้วเล็กกว่าตัวต้นแบบที่ผมวัดมาแค่ประมาณ 4-5 มิลเท่านั้นเองครับแต่ก็ทำให้การใส่ไม่สะดวกแล้วครับฉะนั้นขั้นตอนการวัดขนาดต้องวัดดีๆครับให้เป๊ะ ส่วนผมจะทำอีกอันเพื่อให้ขนาดพอดีกับข้อมือภรรยาครับ








 

Create Date : 09 ธันวาคม 2557    
Last Update : 12 ธันวาคม 2557 23:07:32 น.
Counter : 2038 Pageviews.  

11.white oak bench final

หลังจากลงแลคเกอร์เงาไปจนได้ความหนาที่พอใจแล้วสำหรับผมคือ  2 รอบ ก็ถึงขั้นตอนสุดท้ายคือลงแลคเกอร์ด้านจ๊ะ
แลคเกอร์ด้านบรรจุอยู่ในกระป๋องพลาสติกเช่นกันเพื่อความง่ายในการนำมาใช้งาน

หลังจากทารอบแรกเห็นได้เลยว่าความเงาหายไปทันตาเหลือเพียงความเงาของแลคเกอร์เงาเพียงบางจุดตามร่องไม้

เลยต้องลงอีกรอบเพื่อความเรียบเนียน ตอนทาก็จะเห็นมันเงาๆแต่พอแห้งแล้วสีมันก็จะด้านครับ

หลังจากแห้งแล้วก็เรียบเนียนเลย มีเคล็ดลับนิ๊ดนึงตอนทาแลคเกอร์ด้านรอบที่สอง รอบที่สองนี้ควรผสมทินเนอร์ในแลคเกอร์ด้านให้มากกว่ารอบแรก รอบแรกผมผสมแลคเกอร์ด้าน 1 ต่อ 1 แต่รอบที่สองนี่ผมผสม 1 ต่อ 2 เลย ทำให้ทาง่ายกว่ากันเยอะมากและเรียบเนียนสุดๆ อาจมีคำถามว่าแล้วอย่างนี้ทำไมไม่ผสมแบบ 1 ต่อ 2 ตั้งแต่ครั้งแรกเลยหล่ะ คำตอบคือถ้าผสมทินเนอร์ยิ่งมากความหนาของแลคเกอร์บนชิ้นงานก็จะยิ่งน้อยซึ่งจะต้องทำให้ต้องทาแลคเกอร์หลายรอบมากๆ สำหรับคนที่ต้องการงานที่ประณีตมากๆบางคนทากันทีเป็นสิบรอบเลย

หลังจากทาแลคเกอร์เสร็จแล้วผมก็ตอกรองขาพลาสติกลงใต้เก้าอี้เพื่อรองรับการลากถูของเก้าอี้ เพราะถ้าหากไม่มีรองขาพลาสติกนี่แล้วลากเก้าอี้ไปมาก็มีโอกาสที่ขาจะบิ่นหรือไม้ฉีกได้ง่ายๆเลย



ตอกเข้าไปที่ขา bench แล้วก็จะเป็นเช่นนี้จ๊ะ

อันนี้เป็นงานแก้ครับถ่ายมาให้ดูเป็นไอเดีย ขาโต๊ะกับท๊อปโต๊ะหลังจากทำเสร็จมาซักระยะนึงแล้วพบว่าไม้เกิดการแยกตัวกันเนื่องจากสกรูที่ยึดมีแรงดึงสู้กับไม้ไม่ได้จึงทำให้เกิดรอยแยก แต่ไม่ต้องตกใจไปครับปัญหานี้แก้ไขได้ไม่ยากเพียงแค่ตัดไม้ตามแนวท๊อปด้านบนให้ได้ความหนาที่ใกล้เคียงและตอกเข้าไปในร่อง หยอดกาวร้อนเข้าไปในร่องรอยต่อแล้วจากนั้นก็ขัดๆๆๆ ผมใช้กระดาษทรายน้ำเบอร์ 150 จากนั้นตามด้วย 320 

หลังจากขัดแล้วก็จะได้ผลงานประมาณนี้ครับ จากนั้นก็ลงแลคเกอร์เงาซัก 2 รอบแลัวตามด้วยแลคเกอร์ด้านอีกซัก 2 รอบ ก็เป็นอันจบพิธีครับ




 

Create Date : 05 ธันวาคม 2557    
Last Update : 5 ธันวาคม 2557 22:17:44 น.
Counter : 931 Pageviews.  

10.white oak bench ลงแลคเกอร์

เมื่อถมร่องเสี้ยนไม้ต่างๆด้วย sanding sealer แล้วจะทำให้ผิวไม้เรียบเนียนมากขึ้นแต่ข้อเสียของ sanding sealser คือ มันไม่แข็งดังนั้นเราจึงต้องหาอะไรมาเคลือบแข็งผิวไม้เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน ผมใช้แลคเกอร์ครับ ราคาถูก หาง่าย ใช้งานง่าย ผลงานเป็นที่น่าพอใจผมต้องการจะทำให้ bench ตัวนี้จบด้วยผิวสัมผัสที่ด้านแต่การที่จะใช้แลคเกอร์ด้านอย่างเดียวทาจนได้ความหนาที่ต้องการนั้นจะต้องใช้จำนวนการทาหลายรอบมาก ดังนั้นผมจึงแลคเกอร์เงาเคลือบก่อน 2 รอบแล้วจึงเคลือบด้วยแลคเกอร์ด้าน 2 รอบสุดท้าย

ผมใช้แลคเกอร์เงาของ TOA เทใส่ขวดนมเมจิเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน ผสมอัตราส่วนแลคเกอร์เงา 1 ส่วนต่อทินเนอร์โอเชี่ยน 1 ส่วนแต่พอถึงรอบหลังหลังอัตราส่วนทินเนอร์ต้องมากกว่า 1 ส่วนซึ่งจะทำให้แลคเกอร์ทาง่ายขึ้นความหนืดลดลงและความเรียบเนียนก็จะมากขึ้นด้วย

เทแลคเกอร์และทินเนอร์ลงในกระป๋องเพื่อความสะดวกในการจุ่มแปรง

อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยคือกระดาษทรายและแป้นจับกระดาษทราย ในทุกรอบที่จะทาแลคเกอร์ทับจะต้องใช้กระดาษทรายน้ำลูบก่อนผมใช้เบอร์ 320 

หลังจากทาแล้ว 2 รอบก็จะได้สีประมาณนี้

ได้ความเรียบเนียนประมาณนี้ครับ




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2557    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2557 20:27:02 น.
Counter : 1922 Pageviews.  

9.white oak bench ถมเสี้ยนด้วย sanding sealer

คราวนี้ก็มาถึงช่วงทำสีครับเป็นส่วนที่ผมว่าไม่ค่อยมีใครชอบเท่าไหร่เนื่องจากกลิ่น ฝุ่น และความเลอะเทอะต่างๆมันมารวมประดังกันอยู่ในขั้นตอนนี้แต่ในความเป็นจริงสีเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากเป็นสิ่งแรกที่จะเห็นเลยก็ว่าได้ งานไม้ถ้ามันหักๆแตกๆยังโป๊วยังปะได้แต่งานสีนี่เห็นๆเลย
ก่อนการทำสีก็ควรที่จะหาไม้มารองใต้ขา bench ก่อนเพื่อจะได้ทาสีได้จนถึงด้านล่างสุดของขา

เครื่องมือหลักของเราวันนี้คือแปรงทาชแล็คขนาด 6 ซม. โดยแปรงชนิดนี้เมื่อได้มาควรเอากาวร้อนหรือกาวตราช้างหยอดที่โคนของแปรงป้องกันขนแปรงร่วง หยอดกาวให้เยอะๆเลย ตอนหยอดอยู่จะเห็นควันขึ้นด้วยอย่าตกใจไปน๊ะจ๊ะ

sanding sealer ยี่ห้อ nyk ของ nagoya แต่ผมเอามาใส่ในบรรจุภัณฑ์ใหม่เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน ก่อนใช้แค่เขย่าขวดแรงๆซัก 10-20 ทีแล้วก็เปิดใช้ได้เลย สะดวกยิ่ง

เทออกมาใส่ขวดนมเมจิขนาด 2 ลิตรที่หั่นช่วงบนทิ้งเพื่อให้ง่ายต่อการเอาแปรงจิ้ม ถ้าหากคิดว่าน้ำยาข้นไปก็สามารถผสมทินเนอร์ได้ โดยปกติผมจะผสมทินเนอร์ประมาณ 20 เปอร์เซนต์

สภาพไม้ก่อนทา sanding sealer ดูเนื้อไม้ออกขาวๆซีดๆ

หลังทาเสร็จแล้วสีออกน้ำตาลอ่อนๆ

ทาให้ทั่วในตำแหน่งที่มือสามารถสัมผัสถึงได้ ผมว่าใต้ท้องไม่จำเป็นแต่ถ้าใครต้องการเนี๊ยบก็ไม่ว่ากัน

หลังทาเสร็จ

ลองเอามือลูบดูพบว่าไม่ค่อยเรียบเนียนเท่าไหร่ จริงๆมองจากภาพก็เห็นครับ ซึ่งเป็นเรื่องปกติจ๊ะ

รอให้น้ำยาแห้งก่อนใช้เวลาไม่มาก ประมาณ 15-20 นาที เท่านั้นแล้วเริ่มเอาเครื่องขัดกระดาษทรายแบบสั่นใส่กระดาษทรายน้ำเบอร์ 320 จัดการขัดได้เลย

หลังขัดเสร็จแล้วจะเกิดผงขาวๆเพียบ ลองเอามือลูบดูตอนนี้เรียบเนียนสุดๆ

มีบางจุดบนไม้ที่เป็นตำแหน่งตาไม้มีรูอยู่สามารถแก้ไขได้ด้วยกาวร้อน เอากาวร้อนหยอดลงไปในรูให้ล้นขึ้นมา รอประมาณ 2-3 ชม.ให้กาวแห้งแข็งแล้วใช้กระดาษทรายน้ำเบอร์ 320 ขัด รับรองเรียบเนียนสุดๆ




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2557    
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2557 21:08:13 น.
Counter : 1249 Pageviews.  

8.white oak bench ขัดหยาบ+ขัดละเอียด

    เมื่อติดแผ่นหน้าไม้ของ bench แล้วจะพบว่าด้านข้างของ bench จะยังไม่เรียบเสมอและยังมีรอยไหม้จากการใช้เลื่อยวงเดือนตัดเพื่อให้ได้ขนาดอีกด้วยวิธีแก้ไขก็คือการขัดครับ

แต่จะขัดยังไงให้ได้ขนาด ขัดยังไงให้ได้แนวระดับ หลังจากลองผิดลองถูกมาหลายชิ้นแล้วผมพบว่าต้องมีไกด์ครับมันถึงจะตรงเพราะมือใหม่แบบผมถ้าให้เล็งด้วยตาเบี้ยวชัวร์ๆ เริ่มแรกก็หาแนวก่อนโดยเอาไม้บรรทัด ระดับน้ำ หรืออะไรก็ได้ที่มันตรงๆมาลากเส้นแนวที่ต้องการจะขัดก่อนครับเป็นไกด์บอกเราว่าอย่าขัดเกินจุดนี้น๊ะ   

หลังจากนั้นก็เอารถถังมาไถครับใช้ผ้าทรายสายพานเบอร์ 80 แต่การที่จะจับรถถังให้ได้แนวตั้งฉากกับ bench นั้นผมใช้วิธีเอาม้านั่ง ikea มาวางให้ได้ความสูงใกล้เคียงกับตำแหน่งที่จะขัดแล้ววางรถถังไว้บนนั้น
มองจากด้านข้างจะพบว่าแนวของบานท๊อป bench อยู่ในตำแหน่งของผ้าทรายสายพานพอดี
หลังจากไถซักระยะนึงแล้วก็พบว่ารอยไหม้หายไปหมด แนวก็ได้ ฉากก็ได้แต่จะเห็นว่าตรงตำแหน่งขาไม้จะมีรอยแหว่งจากการถูกขัดไปอยู่

จากนั้นเราก็ลากเส้นแนวดิ่งตรงตำแหน่งขาขึ้นมาแล้วก็เอารถถังไถเช่นเดิม คือให้ตะแคง bench ก่อนไถน๊ะครับแล้วก็เอาม้านั่งของ ikea มาวางรถถังเช่นเดิม

เมื่อไถเสร็จแล้วก็จะเป็นฉะนี้แล

ก่อนไถอีกขา

หลังไถจ๊ะ

จากนั้นก็เอารถถังมาเปลี่ยนผ้าทรายสายพานเป็นเบอร์ 120 แล้วไถเก็บหน้าท๊อปของ bench ให้ได้ความเรียบเนียน

ส่วนด้านข้างของ bench ผมใช้มือจับกระดาษทรายติดกระดาษทรายน้ำเบอร์ 150 แล้วไถขอบด้วยมือครับ สาเหตุที่ผมไม่ได้ใช้รถถังเก็บงานเนื่องจาก 1.รถถังมันหนักมากควบคุมลำบาก 2.ขนาดของมันค่อนข้างใหญ่ไม่สามารถเข้าตามซอกต่างๆได้ดีนัก

เมื่อใช้กระดาษทรายขัดจนเหงื่อท่วมตัวแล้วก็จะได้ความเรียบเนียนประมาณนี้ครับ




 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2557    
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2557 20:45:54 น.
Counter : 862 Pageviews.  

1  2  3  

Rigidbuild
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Rigidbuild's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.