2.รื้อให้เรียบ


ผมมีเรื่องเล่าซึ่งมาจากประสบการณ์ตรงของผมเองหวังว่าคงเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆไม่มากก็น้อย


บ้านที่ปากช่องนี้เป็นบ้านที่คุณพ่อและคุณแม่ของผมตัดสินใจสร้าง จนถึงปัจจุบันนี้เวลาผ่านมาเกือบจะ 20 ปีแล้ว ก่อสร้างบนเนื้อที่ 500 ตรว เนื้อที่ใช้สอยประมาณ 400 ตรม ค่าก่อสร้างทั้งหมดในตอนนั้นประมาณ 6 ล้านบาทไม้ที่ใช้ตกแต่งภายในบ้านก็ซื้อมาจากคนแถวๆนั้นสุดท้ายหลังจากตัดสินใจรื้อบ้านทิ้งก็ได้ติดต่อไปยังบริษัทรับรื้อบ้าน ลองค้นหาตาม internet ค้นจาก google ซึ่งผมก็เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีนี้ในการค้นหาเหมือนกับผม ผมติดต่อไปทั้งหมด 3 บริษัท ทั้งหมดให้ราคามาประมาณ 200000 กว่า บาท คือบริษัทจะทำการรื้อบ้านและเอาทรัพย์สินต่างๆในบ้านไปประกอบไปด้วย ผนังไม้ พื้นไม้ กระเบื้องหลังคา เครื่องทำน้ำอุ่น ประตู วงกบ บานพับ ตกลงกับบริษัทว่าให้รื้อเอาฐานรากออกไปด้วย ทำสัญญากำหนดเสร็จคือ 1 เดือน ผมเลือกเจ้าที่ให้ราคาดีที่สุดคือ 260000 โดยคนที่ผมติดต่อชื่อ นุ๊ ชื่อบริษัท สุริยะxxx เบอร์ติดต่อคือ xxx5604392 และ xxx8077461 นุ๊ เอางานไปขายให้กับบริษัทอื่นอีกทีโดยคนที่มาซื้องานต่อจาก นุ๊ ชื่อ ปู เบอร์โทร xxx2546694 บริษัท สมหวังxxx อยู่แถวๆสะพานสูง แต่เชื่อไหมครับพอผมตกลงราคาเสร็จเจ้าที่ให้ราคาดีเป็นลำดับที่ 2 คือราคา 200000 บาท โทรมาบอกว่าถ้ามีคนให้ราคา 260000 เค้าให้ 300000 เลย แต่ผมปฎิเสธเค้าไปเพราะไม่อยากเสียคำพูดกับบริษัทของนุ๊
ช่วงแรกๆบริษัทเข้ามารื้อกระเบื้องหลังคา งานของเค้าเร็วมากประมาณ 4วัน ก็รื้อกระเบื้องหลังคาและเหล็กโครงหลังคาเสร็จหมด ขนของที่รื้อทั้งหมดกลับไปเรียบร้อย
จากนั้นบริษัทก็เริ่มรื้อผนังไม้ พอผนังไม้ถูกรื้อและขนกลับไปหมดเท่านั้นแหล่ะครับ หายยยยยยจ้อยเลยผมรีบติดต่อนุ๊ทันที ในตอนนั้นเองที่นุ๊บอกผมว่าเค้าขายงานให้กับปูไปให้ผมไปตามงานเอาเอง ผมจึงจำเป็นต้องโทรไปหาปูเพราะนุ๊ปฎิเสธความรับผิดชอบ ตอนคุยกับปูแรกๆปูก็แก้ตัวว่าคนงานไม่ว่างให้รอก่อนและนัดเวลาที่คนงานจะเข้ามา พอถึงเวลานัดแล้วไม่มีคนงานเข้างานผมก็โทรไปตามคราวนี้แก้ตัวว่ารถ backhoe ติดงานที่อื่น ผลัดเวลาผมไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาที่ผมจะต้องทำพิธี ผมก็ทำพิธีไปก่อนเพราะไม่อยากเสียฤกษ์ เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ผมก็โทรตามเรื่อยๆ แต่ก็ไม่มีคนงานเข้ามารื้อบ้านต่อ ปูก็ยังบอกว่าจะเข้างานให้แต่ก็ไม่เคยเห็นคนงานของปูอีกเลยหลังจากรื้อผนังไม้ไปแล้ว
ทำไมเค้าถึงไม่เข้าหรือครับเพราะราคาของสิ่งที่เหลืออยู่น้อยกว่าค่าแรงในการรื้อและขนทิ้งไงละครับ
เวลาผ่านไป เดือนครึ่ง ครั้งสุดท้ายโทรไปเค้าไม่รับสาย พอใช้โทรศัพท์เครื่องอื่นโทรตามไอ้คุณปูก็รับสายครับ แต่พอไอ้คุณปูรู้ว่าเป็นผมเค้าก็กดสายทิ้งโทรไปอีกก็ไม่รับสายรู้สึกแย่มากๆเสียความรู้สึกสุดๆ เหมือนถูกต้มหลายๆรอบเลย สุดท้ายต้องหาผู้รับเหมาเจ้าใหม่เข้ามาตีราคา สรุปค่ารื้อกำแพงและพื้นส่วนที่เหลือบวกกับค่าขนทิ้งคือ 80000 บาท ผมได้ความรู้มาว่า ถ้าจะจ้างผู้รับเหมารื้อถอนจะต้องกำหนดให้เค้าขนของที่มีค่าออกท้ายสุดหลังงานเสร็จแล้วเท่านั้น ไม่อย่างนั้นโอกาสที่ผู้รับเหมาจะทิ้งงานมีสูงมาก

เมื่อได้ผู้รับเหมาเจ้าที่ 2 มาแล้วผมจึงแบ่งจ่ายเป็น 3 งวดตามงานที่ทำได้(โดนมาทีนึงเข็ดคราวนี้เลยต้องรอบคอบหน่อย)โดยงวดแรกผมจ่าย 20000 เมื่อเห็นรถ backhoe และคนงานเข้ามาที่ site หลังจากนั้นก็ตามภาพที่บรรยายด้านล่างครับ

ภาพข้างล่างนี้เป็นภาพหลังจากผู้รับเหมารายที่สองเข้ามาดำเนินงานต่อ


หลังการรื้อพบว่ายังคงมีเศษหินเศษปูนอยู่มากมายรอการขนย้ายออกนอกพื้นที่


รถ backhoe ที่ใช้ในการขุดทำลายกำแพงและพื้น


ยังคงหลงเหลือต้นโมกป่าอยู่อีกต้นถ้าจะทำการย้ายโดยให้ยังคงมีชีวิตอยู่ก็ต้องทำการล้อมซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 25000 บาทประกอบไปด้วยค่าล้อมและค่าเครนที่จะใช้ในการยกซึ่งจะต้องยก 2 รอบคือ 1 รอบที่ยกออก และ 2 รอบที่จะนำไปปลูกลงในดิน ผมเลยตัดสินใจตัดทิ้ง


หลังจากจ่ายไป 2 งวด เหลืองวดสุดท้ายอีก 20000 บาท ผู้รับเหมาเจ้าที่ 2 เริ่มออกลีลา บอกว่าจะไม่รื้อบันไดเพราะไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของบ้านทั้งๆที่ตอนเข้ามารับงานก็มีคุยกันแล้วว่าให้รื้อโครงสร้างออกทั้งหมดจนถึงฐานราก บันไดอันนี้ก็บอกไปแล้วด้วยว่าให้รื้อออก งอแงอยู่พักใหญ่จึงยอมรื้อเพราะผมถือเงินงวดสุดท้ายอยู่ คงคำนวณดูแล้วพบว่ายังพอมีกำไรนิ๊ดหน่อยมั๊ง
v




 

Create Date : 05 กันยายน 2556    
Last Update : 16 กันยายน 2556 0:08:17 น.
Counter : 894 Pageviews.  

1.ทำใจก่อนทุบบ้าน

จะซ่อมหรือจะรื้อแล้วสร้างใหม่ดี เป็นคำถามที่อยู่ในใจใครหลายๆคนซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้น
บ้านพักตากอากาศขนาด 400 ตรม. บนเนื้อที่ประมาณ 500 ตรว.ในอำเภอปากช่อง ถูกสร้างมาแล้วเกือบ 20 ปี ทำการปรับปรุงมาแล้วก็หลายครั้งแต่ในบางส่วนก็ติดตรงโครงสร้างทำให้ปรับปรุงไม่ได้ ถ้ารื้อส่วนนี้ก็จะกระทบส่วนนั้น ถ้าจะต่อเดิมบางส่วนก็จะไม่เข้ากับอีกหลายๆส่วน วัสดุอุปกรณ์ต่างๆก็เริ่มเสื่อม สุดท้ายเลยตัดสินใจถล่มทิ้งแล้วสร้างใหม่ซะเลย


สภาพบ้านก่อนทำการรื้อ ถ้าดูจากระยะนี้ก็จะพบว่าสภาพยังดูดีอยู่ถึงแม้จะสร้างมาแล้วเกือบ 20 ปี เพราะมีการบูรณะซ่อมแซมหลายครั้งเพื่อให้คงสภาพอยู่


ตรงสวนหน้าบ้านมีบ้านต้นไม้อยู่ด้วยตอนแรกๆก็เห่อดีหรอกคับ แหม่ใครมาก็ขึ้นไปนอนทั้งที่จริงแล้วไม่ได้สบายเลยครับ ห้องก็เล็ก ไม่มีห้องน้ำถ้าจะใช้ห้องน้ำทีก็ต้องเดินลงมาเข้าในบ้าน ที่เห็นเป็นเหมือนลำต้นของต้นไม้ที่ใช้รองรับบ้านอยู่จริงๆปั้นขึ้นมาจากปูนดูไกลๆก็คล้ายๆต้นไม้ครับ


เปิดประตูหน้าบ้านขนย้ายของออกจากบ้านก่อนทำการรื้อถอน


ทีมงานที่ช่วยขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ไม้ออกจากบ้านแต่งตัวเซ็กซี่เชียว


ภาพหน้าบ้านที่ใช้เป็นพื้นที่ในการบรรจุข้าวของเครื่องใช้โดยจะทำการห่อด้วยพลาสติกป๊อกแป๊กก่อนที่จะใส่ลงลังกระดาษ


สภาพภายในบ้านตรงโถงกลางบ้านมีปล่องไฟที่ใช้หินก้อนกลมๆประดับอยู่ ช่วงหลังๆมานี่เริ่มมีก้อนหินร่วงลงมาบ้าง


ที่เห็นเป็นเสาไม้นั่นจริงๆก็คือปูนปั้นเหมือนกัน กิ่งก้านต่างๆทำเพื่อเอาไว้เกี่ยวห้อยประดับเวลาถึงหน้าเทศกาล นานๆถึงจะใช้สักที
ผนังต่างๆก็ประดับตกแต่งด้วยไม้


อีกฟากนึงที่อยู่ด้านตรงข้ามกับปล่องไฟก็ทำเป็นชั้นลอยเช่นกันมีห้องนอนพร้อมห้องน้ำอยู่ห้องนึงด้วยผนังเป็นผนังก่ออิฐฉาบปูนและกรุด้วยไม้ชิงชังซึ่งเค้าว่ากันว่าเป็นพญาไม้ที่มีราคาสูงเหมือนกัน


ด้านล่างมีแอร์ตัวใหญ่เพื่อให้ความเย็นกับห้องโถง แอร์นี่ขนกลับด่วนก่อนจะเสียหาย


ชานพักภายในตัวบ้านยกระดับขึ้นเล็กน้อย พื้นไม้ทำจากไม้มะค่าหน้าตั้งแต่ 12นิ้ว ถึง 18นิ้ว สั้นบ้างยาวบ้างตั้งแต่1เมตรจนถึง 6เมตรใช้วิธีการปูบนตงตอกไม้เข้าตงแบบไม่มีรางลิ้นเลย


หน้าต่างด้านหลังบ้านมองเห็นวิวไร่ข้าวโพด


ห้องนอนที่หนึ่งอยู่ชั้นหนึ่งด้านหน้าหลังจากยกเตียงออกไปแล้วดูโล่งโจ้งเชียว

สภาพภายในห้องครัวแบ่งกั้นไว้เป็นสัดส่วนแต่มีเจาะช่องส่งอาหารซึ่งไม่เคยใช้เลย เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างวางลอยเกือบทั้งหมดง่ายต่อการรื้อถอน

ห้องน้ำที่หนึ่งชั้นหนึ่งเป็นห้องน้ำรวมซึ่งคนที่พักอยู่ที่ห้องนอนแรกชั้นหนึ่งก็ต้องใช้ห้องนี้ในการอาบน้ำแต่งตัวไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่

ทางขึ้นบันไดอยู่หน้าห้องน้ำชั้นหนึ่งพอดี

บันไดทำจากไม้มะค่าแต่ราวบันไดทำจากไม้เนื้ออ่อน

บันไดแต่ละขั้นความสูงไม่ค่อยเท่ากันเท่าไหร่และแต่ละขั้นโดยเฉลี่ยก็ค่อนข้างจะชันทีเดียวเชียว

ข้างๆปล่องไฟมีเคาท์เตอร์บาร์ที่ไม่เคยได้ใช้งานเลย ขอย้ำว่าไม่เคยใช้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ข้างๆมีของที่กองไว้เพื่อย้ายกลับไปเก็บที่โกดัง

ห้องน้ำชั้นสองในห้องนอนที่สองมีฝ้าไม้วางเอียงๆอยู่ถ้าเดินไม่ระวังมีโอกาสหัวบวมได้

สภาพภายในห้องน้ำแบ่งแยกส่วนแห้งกับส่วนเปียกด้วยผ้าม่านพลาสติก แต่เอาเข้าจริงๆตอนอาบน้ำไม่เคยกั้นมันเลยเพราะ slope ของห้องน้ำไม่มากพอต่อให้กั้นผ้าม่านพลาสติกพื้นส่วนแห้งก็มีน้ำไหลนองเข้ามาอยู่ดี


ห้องนอนที่สองหลังจากเอาเตียงออกไปแล้ว

บันไดที่หนึ่งทางขึ้นมาที่ห้องนอนที่สองอันนี้ชันมากกกกกประมาณ 30 ซม ต่อขั้นได้มั๊ง ผู้สูงอายุหมดสิทธ์ใช้ห้องนอนที่สอง

ห้องนอนที่สามเป็น master bedroom มีห้องน้ำในตัวและมีประตูหน้าเปิดออกไปที่สวนด้านหน้าบ้านได้

ห้องน้ำของห้องนอนที่สาม

มุมมองที่เปิดประตูระเบียงของห้องนอนที่สามออกมา ของถูกนำมากองเตรียมขนส่งกลับโกดัง

ห้องนอนที่สี่อยู่ชั้นสองเป็นห้องนอนขนาดเล็กมีข้อดีตรงที่มีหน้าต่างที่ฝ้าไม้เมือเปิดออกตอนกลางคืนจะสามารถมองเห็นดาวได้

ห้องนอนที่ห้าเป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว รื้อแอร์ออกมาเรียบร้อยเตรียมเอาแอร์ให้เพื่อนบ้าน

ห้องน้ำของห้องนอนที่ห้ามีโถฉี่อยู่ด้วยแต่ขอบอกหน่อยเหอะโถฉี่ที่ไม่ได้ใช้ทุกวันเนี่ยตัวก๊อกมันจะเสียทางที่ดีใช้แค่โถส้วมอย่างเดียวดีกว่าดูแลง่ายกว่าเยอะ

ห้องนอนที่สาม master bedroom หลังจากรื้อไม้ออกมาแล้ว ที่เห็นขาโผล่มาข้างนึงเนี่ยแม่ผมเองครับยืนจังก้าอยู่เลย

ห้องนอนที่ห้าหลังจากรื้อไม้ออกมาแล้ว ที่พื้นไม่มีการวางพื้นคอนกรีต ใช้การวางตงลอยฝากกับคานโดยใช้อิฐเป็นตัวล็อคไม้ไม่ให้ขยับที่เห็นเป็นพื้นไม้นั่นคือฝ้าของชั้นหนึ่งนั่นเอง

ช่างกำลังทำการรื้อหลังคาอยู่พวกสันตะเข้ของหลังคาช่างทุบแตกหมดเก็บเฉพาะตัวแผ่นกระเบื้อง


ทีมงานช่างรื้อกระเบื้อง




 

Create Date : 05 กันยายน 2556    
Last Update : 16 กันยายน 2556 0:06:15 น.
Counter : 2469 Pageviews.  


Rigidbuild
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Rigidbuild's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.