Welcome to Ricola ร่าเริง Bloggang

...จ่ายด่อง ท่องแดน * ดาวแดง * ตอนที่ 2 ... เยือน เว้-ดานัง-ฮอยอัน

ตะลอนทัวร์กว่าพันกิโล...มาถึงเว้...มหานครยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์เหวียนแล้วค่ะ

สภาพการจราจร เต็มไปด้วยรถมอเตอร์ไซร์และจักรยาน นาน น๊าน จะมีรถเก๋งเสียที รถยนต์ส่วนใหญ่จะเป็นรถทัวร์ หรือไม่ก็รถสำหรับทำงาน เช่นรถบรรทุก รถขนส่ง รถแท็กซี่ รถตู้

ตามย่านท่องเที่ยวจะมีรถลากจอดรอรับบริการนักท่องเที่ยวนั่งชมเมือง



บ้านเรือนจะเป็นตึกบล้อคเหลี่ยม หน้าแคบแต่ลึก ในเมืองเป็นอาคารร้านค้า แต่ไม่มีตึกสูงระฟ้า อาคารใหม่ๆจะเป็นโรงแรมส่วนใหญ่
ชาวเวียดส่วนใหญ่แต่งกายสะอาด สุภาพ เรียบร้อย น้อยมากที่จะแต่งชุดอ๋าวหญ่าย งอบญวนนั้นมักจะเห็นคนแก่ใส่เมื่อต้องออกที่แจ้ง



ในเมืองมีสวนสาธารณะ ปลูกต้นไม้ ดอกไม้ สวยงาม อยู่ตามสถานที่สำคัญ
ส่วนการสัญจร ถือหลักว่า รถใหญ่ต้องระวังรถเล็ก รถเล็กต้องระวังคน


ที่เที่ยวแห่งแรกคือไปชมพระราชวังหลวงของจักรพรรดิ ด้านหน้าพระราชวังเป็นสระบัวขนาดใหญ่ และเป็นสวนขนาดใหญ่ร่มรื่น ภายในมีการจัดแสดงเครื่องใช้ต่างๆของจักรพรรดิ
มีต้นไม้อายุหลายร้อยปีที่กลายเป็นหิน
มีการจำลองเรือไม้โบราณสวยงาม



วัดเทียนหมุ วัดแห่งแรกของเมืองเว้ เมืองมรดกโลก ซึ่งภายในวัด มีรถออสตินสีเขียวคันหนึ่ง จอดอยู่ ซึ่งเมื่อ 45 ปีที่แล้ว รถคันนี้ได้นำพา พระภิกษุชื่อ ทิก กวาง หยุก ไปนั่งเผาตัวเองตายกลางเมืองไซ่ง่อน เพื่อประท้วงรัฐบาล โง ดินห์ เงียม ซึ่งเป็นคาทอลิก และใช้ความรุนแรงขัดขวางการฉลองวันวิสาขบูชาของประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นพุทธ



ด้านหน้าเจดีย์ เป็นแม่น้ำหอม
ซึ่งมีเรือท่องเที่ยวบริการนำนักท่องเที่ยวล่องเรือชมวิถีชีวิตชาวเวียดนาม



และเมื่อล่องเรือยามราตรี มีการแสดงดนตรีพื้นเมือง โดยคณะนักร้องสาวสวยในชุดอ๋าวหญ่ายประจำชาติ และยังร้องเพลงลอยกระทงเป็นภาษาไทย พร้อมทำกระทงกระดาษจุดเทียนให้นักท่องเที่ยวลอยกระทงอีกด้วย



แวะชมสุสานพระเจ้าไคดิงห์ กษัตริย์องค์ที่ 12 ของราชวงศ์ ที่ถือว่าเป็นสุสานที่สวยงามที่สุดของราชวงศ์เหงียน ซึ่งได้ออกแบบผสมผสานแบบฝรั่งเศสสวยหรูเลิศยิ่งใหญ่ตระการตา บนเพดานวาดภาพมังกรในม่านเมฆสุดอลังการ์ ภายนอกมีรูปปั้นตุ๊กตาหิน ทหารม้าคล้ายสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ เมืองซีอานประเทศจีน


เดินทางต่อค่ะ ...สู่ ดานัง และ ฮอยอัน ...ฉันรักเธอ...
โดยเดินทางลอดอุโมงค์ ยาว 6,000 เมตร เข้าอุโมงค์นานเหมือนกัน เสียวๆ จากการดูหนังประเภทเธออยู่ไหนเมื่อไฟดับ ...



ฮอยอัน ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก เป็นเมืองท่าเรือการค้าที่สำคัญ สมัยก่อนปู๊น มีชาวจีน ชาวญี่ปุ่นทำมาค้าขายกัน ปัจจุบันยังคงรักษาสภาพบ้านเมืองเก่าแก่ไว้ได้อย่างสวยงาม ลูกหลานสมัยหลังเปิดร้านค้าขายของพื้นเมืองมากมาย


มีศาลเจ้าของชาวจีนจากมณฑลกวางตุ้ง และกวางสี
ดอกไม้สีแดงบานอร่ามทั่วศาลเจ้าเลยค่ะ



มีสะพานญี่ปุ่น และบ้านญี่ปุ่นที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ ซึ่งมีภาพแสดงสมัยสมเด็จพระพี่นางเสด็จด้วย



บางบ้านปลูกมอร์นิ่งกลอรี่ เลื้อยคลุมหลังคา น่ารักมาก


บางบ้านปลูกไฮเดรนเยีย ดอกโตๆ...ในร้านมีการแสดงการปักผ้าที่ละเอียดสวยงาม เป็นลวดลายดังภาพวาด...



และแล้วก็ได้เข้าไปจับจ่ายซื้อของแบบ คนมีกะตังค์ ที่ตลาดพื้นเมืองดองบากันต่อค่ะ...555
พกเงินเป็นล้าน (ด่อง) เชียวนะคะ...
สินค้าที่นิยมซื้อ ก็พวกของก๊อป ทั้งหลายแหล่ กระเป๋าเดินทางนี่ถูกมาก พวกชุดนอนแพร หมวกเสื้อผ้า รวมถึงของพื้นเมือง ถูกมากกกกก อยู่ที่ความสามารถส่วนตัวในการต่อรอง



ช่วงเวลาแห่งการเป็นเศรษฐีหมดแล้วค่ะ
เดินทางกลับบ้านเฮาค่ะ...ปวดเมื่อยไป 3 วัน....บ๊าย บาย...
***********************************************




 

Create Date : 30 เมษายน 2551    
Last Update : 30 เมษายน 2551 22:33:11 น.
Counter : 512 Pageviews.  

...จ่ายด่อง ...ท่อง แดน * ดาวแดง *........ตอนที่ 1 ... คนรู

ขอเปิดภาพพาเที่ยว เวียดนาม Smiley 

ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา
ด้วยดอกคูนเหลืองอร่าม งามจับตา ริมแนวถนนสายเอเซีย

ช่วยคลายร้อนจากถนนที่เต็มไปด้วยรถ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ จาก กรุงเทพ ยันขอนแก่น....วิ่งได้ 20 กม.ต่อชั่วโมง....

ออก 8 โมงเช้า ถึง มุกดาหาร สี่ทุ่มค่ะ ท่านผู้ชม



ข้ามลำน้ำโขง ที่สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 2 สู่เมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว ...ถนนโล่งเรียบ และดีมาก แต่ถูกจำกัดความเร็วที่ 60 กม.ต่อ ชั่วโมง



เด็กๆเล่นน้ำสงกรานต์กันแต่ไม่ค่อยจะมีรถผ่านให้สาดเหมือนพี่ไทย สภาพบ้านเรือนลาว ที่เมืองพิณ เหมือนชนบทไทย เพราะไทยลาวก็พี่น้องกัน...แต่บ้านน้องลาวทุกหลังติดจานดาวเทียม ไฮเทค ซ๊ะ



ยิ้มแบบลาว เปิดเผย จริงใจ สดใส...
...พอรถเข้ามาจอดปุ๊บ เด็กๆกรูล้อมรถเลยค่ะ...เค๊ารุมกันขอขวดน้ำพลาสติคและกระป๋องน้ำอัดลมค่ะ ไม่ทราบเอาไปทำอะไร



ผ่านแดนลาว ใช้เวลาครึ่งวัน ถึงด่านลาวเบา เข้าสู่ประเทศเวียดนาม.....มีสาวนักค้าเงิน นำเงินด่องมาให้แลกบนรถ แลกได้ 1 บาท = 480 ด่อง จ๊ะ โอ๋...ในชีวิตนี้ ไม่เคยใช้เงิน ทีละแสน แบบไม่ยั้งคิดแบบครั้งนี้เลย ... จ่ายทีอย่างต่ำ เป็นหมื่นๆ...แสนๆ...สนุกดีเหลือเกิน ...



เดินทางเข้าสู่เมืองดองบา ริมน้ำเบนไห่ แนวเส้นขนานที่ 17 ที่แบ่งแยกเวียดนามเหนือและใต้ออกจากกัน...



ทิวน์ทัศน์สองข้างทางเขียวขจี เพาะปลูกทำนา เขียวชอุ่ม



จากนั้นเดินทางเข้าสู่หมู่บ้าน วินห์ม็อก ริมทะเล อันเป็นหมู่บ้านที่คนทั้งหมู่บ้านช่วยกันแอบขุดอุโมงค์หลบภัยใต้ดิน จากการทิ้งระเบิดอย่างหนักของทหารอเมริกัน



มีเพียงดอกหญ้าที่ยังให้ความชุ่มชื่นใจจากความทารุณโหดร้ายของสงคราม บ้านเรือนชาวบ้านถูกทำลายย่อยยับ



รอยยิ้มจากดอกไม้เหล็ก สร้างกำลังใจ สู้ เพื่อการมีชีวิตอยู่....



อุโมงค์ วินห์ม็อก มหัศจรรย์แห่งอุโมงค์คนรู

TO BE OR NOT TO BE…..



ชาวบ้านหาวิธีอยู่รอดด้วยการขุดอุโมงค์แคบๆ ตั้งแต่ปี 1966 ใช้เวลา 2 ปีกว่าจึงเสร็จ แอบขุดตอนกลางคืน หรือยามที่มีเสียงปืน เสียงระเบิด และ ขนดินทิ้งทะเล



และได้ลี้ภัยเข้าไปอยู่ในอุโมงค์ที่มีความชันถึง 3 ชั้น ความยาวกว่า 2,034 เมตร และมีความลึกต่ำสุดคือ 22 เมตร ข้อสำคัญคือมันเป็นอุโมงค์ขนาดเล็กและแคบชนิดที่ทหารอเมริกันซึ่งมีขนาดตัวใหญ่กว่าคนเวียดนามโดยเฉลี่ยมุดเข้าไปได้ลำบาก



ภายในอุโมงค์ยังมีการแบ่งซอยเป็นห้องขนาดเล็กๆ หลายห้อง มีประตูเข้าออก 13 ประตู โดยเป็นทางออก 7 ทางสู่ชายหาดริมทะเล

เล่ากันว่าเคยมีชาวบ้านเวียดนามอาศัยอยู่ในอุโมงค์แห่งนี้สูงสุดถึง 600 คน
ชาวบ้านหลายคนได้อาศัยฝากชีวิตไว้กับอุโมงค์คับแคบนี้เป็นเวลาถึง 6 ปี



ขอบคุณที่ได้เกิดเป็นคนไทยภายใต้ร่มพระบารมี ที่ไทยเราไม่ต้องพบเจอกับความโหดร้ายของสงครามแบบนี้...
เดินทางต่อค่ะ...สู่เว้..ตอนต่อไป....

************************************************




 

Create Date : 26 เมษายน 2551    
Last Update : 26 เมษายน 2551 19:09:31 น.
Counter : 452 Pageviews.  

*v* มาดู เมืองตุ๊กตา มารูโรดัมภาคจีน...ที่เซิ่นเจิ้น....

แบบว่า...ไม่ได้อัพบล้อคเสียนาน เขียนเรื่องไปเที่ยวเมืองจำลองวัฒนธรรมจีน (Spendid China) เสียหน่อย ดองไว้นานจนจำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้ว อิ อิ

เซิ่นเจิ้น ตั้งอยู่ตรงข้ามฮ่องกง จึงได้รับอิทธิพลความเจริญจากฝั่งฮ่องกงจนกลายเป็นเมืองที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจการค้าที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของจีน และได้รับการจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นเมืองที่มีภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมเป็นระเบียบสวยงามทันสมัย จนได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวสนใจมาเยือนกันเป็นอย่างมาก



ค้างเซิ่นเจิ้น 2 วัน เจอดาราสาวสวยน่ารัก และ หนุ่มอารมณ์ดี วันละคน น่ารักทั้งคู่



ถ่ายรูปกับดาราเรียบร้อยก็ออกไปเที่ยวกัน สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ก็คือ เมืองตุ๊กตา หรือเมืองจำลองวัฒนธรรมจีน ซึ่งจำลองสถานที่สำคัญต่างๆของประเทศจีน อาทิ เช่นกำแพงเมืองจีนพระราชวังโบราณในนครปักกิ่ง พระราชวังฤดูร้อน เมืองซีอาน เฉินตู สุสานฉินซีฮ่องเต้ หมู่บ้านมองโกล เมืองโปตาลา ธิเบต วัดเส้าหลิน ช่องแคบแยงซีเกียง และอื่นๆ รวม 74 แห่ง



มาถึงหน้าเมืองจำลอง ด้านหน้า ตกแต่งด้วยสีสันฉูดฉาดสดใส ด้วยร่มสีต่างๆ นักท่องเที่ยวก็วิ่งกันไปถ่ายภาพสีเจ็บๆ ฝั่งโน้นที ฝั่งนี้ทีกับร่ม อืมส์ ถ่ายเยอะๆไปทำไมฟ่ะ มีแต่ร่ม แล้วก็ ร่ม แล้วก้อ ร่ม...ร่มๆทั้งนั้น แต่ตากแดดหัวแดงอยู่นอกร่ม ...



ตีตั๋วเสร็จเรียบร้อย ก็ถูกต้อนให้ไปนั่งรถรางไฟฟ้า (Mono Train Ride) ชมเมืองจำลอง แบบรีบเร่ง เพราะเมืองจำลองมีพื้นที่จัดแสดงใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันใหญ่กว่าเมืองมารูโรดัม ของประเทศเนเธอร์แลนด์ เจ้าตำรับความคิดเมืองจำลองแห่งแรกของโลกถึง 20 เท่า



เมื่อมาสัมผัสเมืองจำลองนี้ เสมือนเราได้เที่ยวทั่วประเทศจีนในวันเดียวกัน ชมสถาปัตยกรรมที่สำคัญๆ และสิ่งก่อสร้างอันเด่นๆ ของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมอันเก่าแก่ของจีน โดยมีฉากหลังเป็นตึกสูงระฟ้า เก๋ไก๋ดีไม่น้อย



อ่ะ...พระราชวังต้องห้าม...กำแพงเมืองจีน...ฯลฯ ผ่านไปอย่างรวดเร็วๆ
มีการจอดรถให้นักท่องเที่ยววิ่งลงไปถ่ายรูปกัน 5 นาที โอ๊ยยส์.....
เมืองโบราณของเราที่สมุทรปราการ และ เมืองจำลองที่พัทยา เจ๋งกว่าเป็นไหนๆ




ผ่านอะไรบ้างก็ไม่รู้ นั่งแต่อยู่ในรถไฟฟ้าอ่ะ เห็นแต่สวนสวยๆ



และก็ได้ชมประดิษฐ์หัตถกรรมจีน โดยช่างฝีมือเยี่ยมของชนชาติกลุ่มน้อย



พร้อมชมการแสดงแสง สี เสียง ที่หมู่บ้านวัฒนธรรมชนกลุ่มน้อยที่ยิ่งใหญ่ตระการตา โดยจัดแสดง 2 ที่ ในรอบบ่ายและเย็น



โชว์ของเค๊าดีจริงๆ... อลังการ์หรูเลิศมาก เปลี่ยนฉากไว แว๊บๆ เหมือนโกหก



ใช้เทคนิคแสงสีเสียงสวยงาม ประทับใจ ตื่นตาตื่นใจทุกฉากงดงามจริง
จบการชมโชว์ก็ค่ำเสียแล้ว ตกลงเลยไม่ได้ลงไปชมเมืองจำลองเลย ได้แต่...มาดู ...มารูโรดัม ภาคจีน จริงๆค่ะ....................................................................



.........................................................................




 

Create Date : 19 ธันวาคม 2550    
Last Update : 19 ธันวาคม 2550 0:54:37 น.
Counter : 1593 Pageviews.  

'.' ลดวัยไป ดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง '.'

....ไ ป เ ที่ ย ว ดี ส นี ย์ แ ล น ด์ กั น มั๊ ย ค ะ....

ถ้าจะไปดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง....ต้องลดวัยให้เหลือซั๊กไม่เกินสิบขวบบบบ.....

เพื่อไปสัมผัสกับบรรดาตัวการ์ตูนเอกในโลกแห่งจินตนาการของ วอลล์ ดีสนีย์

เมื่อมาถึงหน้าประตู

ก็จะพบเจอเจ้าหนูมิกกี้เล่นกระดานสเก็ต ลอยตัวอยู่เหนือน้ำพุและปราสาทเจ้าหญิงนิทราฉบับย่อ

คอยต้อนรับ...ท่ามกลางอากาศร้อนทะลุองศาแบบเอเซีย
ที่ทุกท่านจะพบได้ที่นี่แห่งเดียวในโลก





เดินเข้าไปในเมนสตรีท.....

ผ่านเข้าโซน เดะ เดะ...เจอม้าหมุน ช้างบิน ถ้วยหมุน ฯลฯ
เหมือนเดินอยู่ในสวนสยามเลยละ
แถมคิวยาว แน่นเปรี๊ยะ กว่าจะได้เล่นแต่ละอันน่ากลัวไม่ต่ำกว่าชั่วโมง

ก็เอาเป็นว่าไปเข้าคิวถ่ายรูปกับมิกกี้และสหาย ตามซุ้มต่างๆที่ผ่าน
ให้ครบทุกตัวการ์ตูนก็แล้วกัน......





ไปดูโชว์ไฮไลท์ เดอะ ไลอ้อนท์ คิง ต่อดีกว่า

และไปดูหนังสามมิติ ก้อน่ารักดี
ปรากฏว่าถ่ายรูปไว้หลายรูป แต่เมมหมด ต้องดีลิสภาพที่ไม่ชัดทิ้ง
เลยลบเอาภาพสามมิติทิ้งไปด้วย เสียดายจริง

ทั้งสองพาวิลเลียน รอบนึงรับผู้เข้าชมได้เป็นพันคน
เลยไม่ต้องเสียเวลามากนัก





แล้วไปต่อแถวดู คุณหมีพูห์

ดูคิวคนเสียก่อน......

ประมาณชั่วโมงกว่า จึงได้เข้า ขึ้นไปนั่งรถไฟฟ้าเข้าชม
รถคันนึง นั่งได้ 4 คน

ประมาณ 5 นาทีต่อรอบอ่ะ...จบแล้ว.....




ไปนั่งเรือล่องแก่งต่อ

เข้าคิว เรือที่ใช้ภาษาอังกฤษบรรยาย คนไม่ค่อยเยอะ เลยได้ลงเรือเร็ว

เรือผ่านเกาะมหาสมบัติ

ผ่านดินแดนแห่งภูเขาไฟ และลาวา




ป่าดงดิบ อันมีฝูงม้าลาย แลโขลงช้างยืนทมึน

ช้างแม่ลูก พ่นน้ำได้ด้วยนะ น่ารักจัง

อ้อ อ้อ...คนป่าหนีแรดอยู่บนต้นไม้




อ๊ะ...เจอโจรสลัด ตัวเป็นๆเสียด้วย
ต้องต่อรองกันหน่อย จึงยินยอมปล่อยเรือให้ผ่าน

ทันใดนั้นเอง ก็เจอ ฮิปโป้.....
น้องช้างน้ำ.... อ้าปากกว้าง เห็นฟัน เห็นถึงลิ้นไก่
ทำเหมือน ซ๊ะ......

ผ่านบ้านทาร์ซานด้วย...
จบการผจญภัยล่องแก่งแล้วจ้า.....




ได้เวลาการแสดงพาเหรด หุ่นน้ำโชว์ เพื่อสยบอากาศฮีททะลุปรอท

ขบวนพาเหรดมาแล้วจ้า ๆๆๆ....

มาพร้อมกับเสียงเพลง ความสุข และความสนุกสนาน

บนใบหน้าของผู้แสดงทั้งหมด มีแต่รอยยิ้มอย่างสดชื่น




ในดินแดนแห่งความสุข สนุกสนานแห่งนี้

ขบวนรถทุกคัน การ์ตูนทุกตัว จะพกที่ฉีดน้ำ

เพื่อบรรเทาอากาศที่ร้อนระอุ

เหมือนเล่นสงกรานต์ในดิสนีย์เลยนะนี่.....






เจ้าหญิงคนงาม รวมทั้งตัวเอกจากเทพนิยายต่างๆ

มาร่วมโชว์ ร้องเพลงตามจังหวะอย่างร่าเริง

พร้อมสเปร์ยน้ำให้ความชุ่มฉ่ำใส่ผู้ชมคนละนิด คนละหน่อย




หลายขบวนมากเข้า ชักเปียกเหมือนกัน

ต้องระวังกล้องซุกใส่ถุงพลาสติค

นี่...มาเป็นรถดับเพลิงเลย......

.......................................

จบการแสดงโชว์ชุดหุ่นน้ำบนถนนสายสั้นๆแค่นี้




เดินต่อ ไปสู่ดินแดนแห่งอนาคต
ทู มอโร่ แลนด์ มีเครื่องเล่นที่สุดยอดแห่งความเสียวสยอง
สเปซเม้าท์เท่น.....ห้ามเด็กเล่น!!!!!
อดเล่นเลยยยยย...

ก็เรากำลังแปลงกายเป็น เดะ เดะ อยู่น๊า

ยานอวกาศก็คิวยาว

ช้างบิน หรือ ขับรถแข่ง ก็กลัว เขาไม่ให้ขึ้น ฯลฯ

ส่วน Buzz Light Year ไม่รู้จัก...เลยผ่านไป




หมดแล้ว....เที่ยวครบหมดแล้ว....

ใครที่เคยไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ที่ประเทศอื่นมาแล้ว
ต้องทำใจ เพราะที่นี่เล็กนิดเดียว และเครื่องเล่นมีไม่กี่อย่างเลย

เหมาะแก่การเที่ยวของน้องหนูแบบในภาพอ่ะ

สาวน้อยทั้งหลายเธอกวาดซื้อของที่ระลึกเรียบ

ส่วนอะฮั้นก็เดินออกมา บ๊ายบายดิสนีย์แลนด์
ไปชอปปิ้งเซิ่นเจิ้นของก๊อปแบบผู้ใหญ่ต่อดีกว่าค่ะ...อิ อิ...







.................................................




 

Create Date : 04 กันยายน 2550    
Last Update : 26 กันยายน 2550 10:50:12 น.
Counter : 1684 Pageviews.  

ปักใจ...ไป...ปักกิ่ง...(ตอน 6) พระนางซูสีไทเฮา

ปักใจ...ไป...ปักกิ่ง...(ตอน 6) พระนางซูสีไทเฮา

เมื่อได้เยือนสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจีนในกรุงปักกิ่งแล้ว... ก็เกิดความรู้สึกว่าพระนางซูสีไทเฮา คือใคร...พระนางจึงได้ครองแผ่นดินจีนยาวนานถึง 47 ปี กุมชะตาชีวิต 4 ฮ่องเต้ จวบจนราชวงศ์ล่มสลาย และทรงไว้ซึ่งอำนาจเหนือคนจีนหลายร้อยล้านคน…
พระนางต้องเป็นผู้หญิงที่มีประวัติพิสดารโลดโผนที่สุดคนหนึ่งของโลกแน่แท้เชียว !!!

เมื่อกลับมา จึงได้ซื้อหนังสือซูสีไทเฮาของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช มาอ่าน !!!!!




เรื่องย่อๆของพระนางซูสีไทเฮา...............................
ซูสีไทเฮา เดิมชื่อ เยโฮนาลาหรือนางดอกกล้วยไม้เป็นลูกสาวขุนนางบ้านนอกยากจนชาวเม่งจู เมื่อพ่อตายไม่มีเงินซื้อโลง ด้วยความสวยมากบวกปัญญาและตั้งใจว่าชีวิตนี้ลิขิตเอง ไม่ได้มาจากโชคชะตาฟ้าบันดาล...พร้อมทั้งสาบานต่อศพพ่อว่า ชาตินี้ ต้องมีอำนาจและทรัพย์ศฤงคารให้มากกว่าคนทั้งปวงให้จงได้...จึงพามารดาและน้องสาวชื่อนางดอกเบญจมาศเข้าปักกิ่งพร้อมศพพ่อเพื่อไปเผาที่นั่น...ด้วยปัญญาจึงสามารถลุถึงปักกิ่งได้ และพอดีเป็นช่วงที่ในวังคัดเลือกนางใน ด้วยปัญญาจึงติดสินบนแบบในอนาคต(เพราะไม่มีเงิน)กับขันทีลิเลียนยิงจนได้รับเลือกชื่อส่งเข้าวัง

(ขันทีลิเลียนยิงคนนี้ เดิมยากจนไม่อาจหาเลี้ยงลูกเมียได้ จึงเดินทางเข้าปักกิ่งหาเงิน เห็นว่าจะรวยได้ต้องใกล้ชิดฮ่องเต้ ซึ่งมีแต่พวกขันทีเท่านั้น จึงไปหาหมอตอน แต่ไม่มีเงิน หมอจึงไม่รับทำ เลยเจี๋ยนตอนตัวเองซ๊ะเลย แบบสดๆ เลือดสาด จนหมอต้องคารวะยอมรักษาแผลให้แบบไม่เอาตังค์ เมื่อแผลหายก็เข้าวังไปเป็นคนสนิทของหัวหน้าขันที)



นางเยโฮนาลาเมื่อเข้าวังแล้ว ก็คิดว่าการที่จะมีเงินมีอำนาจได้ก็จะต้องเป็นนางสนม ไม่ใช่เป็นเพียงนางในที่มีอยู่เป็นพัน ซึ่งไม่มีโอกาสได้พบฮ่องเต้เลย...



จึงวางแผนกับขันทีลิเลียนยิงให้ พระเจ้าเซียนเฝ็งฮ่องเต้ที่จะเสด็จชมสวนแล้วพบนางแบบบังเอิญ ที่ธารน้ำใกล้สวนสวยตำหนักต้นรัก โดยนางแต่งตัวสวยงามปล่อยผมสยายนั่งร้องเพลงดีดพิณชมสวนดอกท้อบาน ซึ่งแผนนี้ได้ผลมาก ทันทีที่ประสบพบพักตร์ ฮ่องเต้หลงใหลความงาม เมื่อได้เจรจาก็ชื่นชมในคารมและความมีปัญญาของนาง คืนนั้นฮ่องเต้เลยประทับค้างแรมเพื่อชมดอกท้อต้องน้ำค้างรับแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ ณ ตำหนักต้นรักนั้น... น้ำขึ้นให้รีบตัก...นางเยโฮนาลาเริ่มแสดงอำนาจสั่งการแทนฮ่องเต้ในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่งตั้งนางเป็นพระสนม หลังจากนั้น ก็มีบทบาทเป็นที่ปรึกษาเบ็ดเสร็จแก่ฮ่องเต้



ต่อมา นางเยโฮนาลาได้ถามลิเลียนยิงว่า ถ้าสิ้นฮ่องเต้องค์นี้แล้ว เราทั้งสองจะเป็นอย่างไร ลิเลียนยิงตอบว่าก็หมดอำนาจไปตาม นางถามว่าถ้ามีบุตรล่ะ ลิเลียนยิงตอบว่าต้องเป็นลูกชายเท่านั้น แล้วนางจะได้เป็นไทเฮา บริหารราชการจนพระโอรสอายุ 17 ปี ...นางเลยวางแผนมีลูกชายให้กับฮ่องเต้ ซึ่งไม่มีลูกกับฮองเฮาและสนมนางในคนใด...นางกราบทูลฮ่องเต้ว่ามีท้อง แล้วนางก็ทำเป็นป่วยแพ้ท้อง แล้วเอาผ้าพันท้องให้โตขึ้นเรื่อย ขณะเดียวกันก็คบคิดกับลิเลียนยิงให้เตรียมหาหญิงหม้ายสามีตายเริ่มมีท้องใกล้คลอดช่วงเวลาเดียวกับนางกำหนดคลอด เมื่อได้เวลาคลอดก็นำเอาทารกนั้นมานอนข้างๆ ทำเป็นคลอดง่ายหมอหลวงมาไม่ทัน เป็นความผิด เมื่อได้พระโอรสแล้วฮ่องเต้ปลื้มมาก แต่งตั้งนางขึ้นเป็นฮองเฮาฝ่ายตะวันตก ฮองเฮาเดิมเป็นฝ่ายตะวันออก(ชื่อนางสะโกตา เป็นญาติผู้พี่ของนางเยโฮนาลาด้วย)



ต่อมาเมื่อฮ่องเต้ชักไม่อยู่ในอำนาจ นางเริ่มวางแผนวางยาพิษฮ่องเต้จนสิ้นชีวิต แล้วพระโอรสก็ได้ขึ้นเป็นพระเจ้าตุงจี่ฮ่องเต้ โดยนางทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินแทนในตำแหน่งพระนางฮองไทเฮาซูสี คู่กับนางสะโกตาในตำแหน่งพระนางฮองไทเฮาซูอัน แต่นางคุมอำนาจเบ็ดเสร็จทุกประการ จนแม้ฮ่องเต้อายุ 17 ปีสามารถว่าราชการเองได้ก็เป็นเพียงกษัตริย์แต่ในนาม ... ต่อมาพระเจ้าตุงจี่กลับแข็งข้อขึ้นเรื่อยๆ เชื่อฟังเมียมากกว่าแม่ ในที่สุดก็เลยให้ขันทีลิเลียนยิงเอาแพรขาวรัดคอ ฆ่าพระเจ้าตุงจี่ฮ่องแต้ซ๊ะ...สองฮองเต้ไปแล้ว ที่จบลง...

ฮ่องเต้องค์ที่ 3 พระนางซูสีรีบรวบอำนาจแบบผิดประเพณี แต่งตั้งหลาน ซึ่งเป็นบุตรของนางเบญจมาสน้องสาวตัวเองกับ จุนอ๋องซึ่งเป็นน้องของพระเจ้าเซียนเฝ็งฮ่องเต้ ชื่อไตเทียน อายุ 4 ขวบเป็น พระเจ้ากวางสูฮ่องเต้...พระเจ้ากวางสูยังเป็นทารกนักแต่ก็กลัวพระนางซูสี มักจะร้องไห้บ่อยๆ และเข้าหาพระนางซูอันซึ่งรักเด็กมากกว่า ทำให้พระนางซูสีไม่พอใจ และกระทบกระทั่งบ่อยๆในเรื่องของการเป็นผู้สำเร็จราชการคู่กัน จึงถึงเวลาแล้วที่จะประทานซาลาเปาพิษแก่พระนางซูอันเสียที...ดังนั้น พระนางไทเฮาซูสี จึงเป็นผู้สำเร็จราชการแต่เพียงผู้เดียว จนพระเจ้ากวางสูฮ่องเต้มีพระชนมายุได้ 17 ปี พระนางจัดให้มีพิธีวิวาห์กับนางย่งลื้อผู้หลานซึ่งเป็นลูกสาวของไกวเสียงน้องชายตนเองเป็นฮองเฮา และให้ประกาศว่าพระเจ้ากวางสูฮ่องเต้ยังต้องพึ่งพาอาศัยสติปัญญาความรู้ของพระนางฮองไทเฮาซูสีอยู่ แลในแผ่นดินทั้งปวงนั้น จะหาผู้ใดมีสติปัญญาเสมอมิได้...



พระนางซูสีได้ย้ายไปอยู่ที่พระราชวังฤดูร้อน ที่สร้างขึ้นใหม่ ใหญ่โตสวยงามยิ่งกว่า
ในปีที่พระนางอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ได้ตระเตรียมการฉลองใหญ่ และปรารถนาจะเขียนรูปพระนางล้อมรอบด้วยบุตรหลานที่ศาลาเย็นในทะเลสาบที่ทำด้วยหินอ่อนเป็นรูปเรือลอยอยู่กลางน้ำ ที่พระราชวังฤดูร้อน ซึ่งเป็นเวลาที่ทัพเรือจีนถูกญี่ปุ่นยิงจมลงหมด เนื่องจากพระนางเอาเงินมาซ่อมแซมพระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้ให้ตระการตา สวยงามกว่าเก่า จึงไม่มีเงินซื้อเรือรบเพิ่ม จนในที่สุดต้องหย่าศึกกับญี่ปุ่น ณ เมืองเกาหลี และเสียเกาหลีให้แก่ญี่ปุ่น และภายหลังเหตุการณ์บ้านเมืองได้มีการก่อการกบฏ นักมวยอันธพาลได้นำความพินาศมาสู่แผ่นดิน และต้องทำสงครามกับพวกฮวนต่างชาติประเทศต่างๆ จนพระนางและพระเจ้ากวางสูฮ่องเต้ต้องหลบหนีภัยระหกระเหินจากเมืองหลวงไปยังพระราชวังฤดูร้อน และขึ้นไปด้านทิศตะวันตก ตกระกำลำบากเป็นเวลาหนึ่งปี จนเจรจาหย่าศึกกับพวกฮวนตะวันตกและญี่ปุ่น และจ่ายค่าเสียหายจำนวนมากแก่พวกฮวน



เมื่อกลับถึงปักกิ่งได้ไม่นาน พระนางซูสีไทเฮามักป่วยไข้เป็นลมสลบแน่นิ่งอยู่เนืองๆ และได้กล่าวแก่ขันทีลิเลียนยิงว่าเกรงจะเป็นอันตรายไม่มีผู้ใดคุ้มครองหากพระนางตาย พระนางจึงประทานยาพิษให้ลิเลียนยิงนำไปผสมน้ำให้พระเจ้ากวางสูฮ่องเต้เสวย จนสวรรคต....แล้วเรียกประชุมขุนนางแต่งตั้ง ปูยี่ ทารกน้อย บุตรจุนอ๋อง ทรงพระนามว่า พระเจ้าซวนตุงฮ่องเต้ หลังจากนั้นไม่กี่วันพระนางซูสีไทเฮาก็เจ็บหนัก ประกาศตั้งจุนอ๋องเป็นผู้สำเร็จราชการ และได้ถึงแก่ความตายเมื่ออายุได้ 74 ปี และได้ปกครองแผ่นดินจีนทั้งปวงมาถึงสี่สิบเจ็ดปี.....

บทสรุปท้าย มรว.คึกฤทธิ์ ได้กล่าวว่า
ครั้นพระนางฮองไทเฮาซูสีถึงแก่ความตายได้แล้วสามปี พวกเก๊กเหม็งก็คิดการใหญ่สำเร็จ ล้มวงศ์กษัตริย์ลงสิ้น สมกับคำทำนายแต่ก่อนที่มีไว้ว่า แม้สตรีแซ่เยโฮนาลาได้ปกครองแล้วไซร้ วงศ์กษัตริย์จะสิ้นไปจากแผ่นดินจีนทั้งปวง.......


************************************




 

Create Date : 14 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 14 กรกฎาคม 2550 9:00:07 น.
Counter : 1910 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

Ricola ร่าเริง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





























/* This script has been disabled for Netscape 6 due to ugly scrollbar activety. Could probably be fixed with a clipped container div but can't be bothered. */ if (!isNetscape6){ num=5; //Smoothness depends on image file size, the smaller the size the more you can use! stopafter=240; //seconds!
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Ricola ร่าเริง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.