Welcome to Ricola ร่าเริง Bloggang
My way… Norway # 1... ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน ...(((ออสโล...ชมสวนวิกเกอแลนด์)))

Smiley Smiley ... ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน ... Smiley Smiley 


(((ออสโล...ชมสวนวิกเกอแลนด์)))


นอร์เวย์ "ดินแดนแห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืน"
สมญานาม ที่เป็นดังนี้ เพราะว่าในช่วงหน้าร้อน โลกจะเอียงเอาขั้วโลกเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์ ทำให้ขั้วโลกเหนือได้รับแสงสว่างตลอด 24 ชั่วโมง และชาวนอร์เวย์จะเห็นดวงอาทิตย์เหนือขอบฟ้า แม้ในยามเที่ยงคืน..................

พระอาทิตย์ ตก ทาง ซ้าย แล้ว ย้าย ไป ขึ้น ทาง ขวา...

แหม....อยากเห็น ๆ ๆ ๆ ๆ



Smiley ไปกันค่ะ ไปเที่ยวนอร์เวย์กัน แม้ว่าช่วงนี้จะไม่ได้ชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน เพราะหนาวแล้ว...ก็ตาม

เราออกเดินทางด้วยเครื่องเพชรบูรณ์ค่ะ... ลำนี้ค่ะ...ที่นั่งว่างมาก ผู้โดยสารคนนึงครอง 3 ที่นั่ง นอนสบายไปเลย



อ๊า...ถึงแล้ว...หลายงีบเหมือนค่ะ...ถึงที่หมายแบบ...เอ้อ....???

11 ชั่วโมง ... ออกจาก กทม. ตีหนึ่ง ถึงออสโล 7 โมงเช้า กัปตันซิ่งมาถึงก่อนเวลานัดหมาย แถม ผ่านตรวจคนเข้าเมืองแป๊บเดียว... กระเป๋าก็มาไวดีจัง



ดังนั้นจึงต้องนั่งรอรถบัสซึ่งยังไม่มารับ ที่หน้าอาคารสนามบินไปก่อน...

หนาวดีค่ะ... เปิดกระเป๋าใหญ่ หยิบเครื่องให้ความอบอุ่นขึ้นมาสวมใส่ได้หลายชิ้น พร้อมถ่ายรูปเล่นกัน...มีเวลาเหลือเฟือทีเดียว...



เงินนอร์เวย์ เรียกว่า โครนเน่อร์ นอร์เวย์ (NOK)

1 โครนเน่อร์ ของ นอร์เวย์ วันที่แลกไป ตั้ง 6.17 บาทแน่ะค่ะ...



ทิวทัศน์ สองข้างทางของกรุงออสโล



จากทุ่งนา ป่าเขา เริ่มเข้าสู่ตัวเมืองแล้วค่ะ...



เข้าสู่ตัวเมือง ก็เจอป้ายโฆษณาตามตึกเป็นธรรมเนียม...แต่สวยคลาสสิคนะคะ...



เมื่อเข้ากรุงออสโล...เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ก็นั่งรถชมเมือง ไซด์ ซีอิ้ง สภาพบ้านเมืองของเขาค่ะ...เช่นอาคารที่ทำการรัฐบาล อนุสาวรีย์บุคคลสำคัญ ฯลฯ



บ้านเมืองก็น่ารัก บ้านเรือนของชาวเมืองมักทาสีสดๆ สวยงาม และยังคงไว้ซึ่งธรรมชาติ ไม่เน้นสิ่งปลูกสร้างเป็นตึกสูงระฟ้า



สิ่งปลูกสร้างแนวใหม่เป็นอาคารกระจก คือ โรงละคร โอเปร่าเฮ้าท์ ซึ่งสร้างอยู่บริเวณเดียวกันกับท่าเรือ



พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ นอร์เวย์เป็นฟยอร์ด ธารน้ำแข็ง ทะเลสาบ หุบเขา ภูเขา

ดังนั้น บ้านเรือนของชาวนอร์เวย์ก็จะนิยมปลูกอยู่ตามธารน้ำ และมีท่าเรือ มีเรือแบบชนิดต่างๆใหญ่น้อย จอดเรียงรายตามท่า มากมายจริงๆค่ะ



ที่ช้อบ ชอบ...รถมินิ ของออสโลค่ะ...คันเล็กติ๊ดนึง เหมาะเป็น ซิตี้คาร์มาก เขียนไว้ข้างรถว่า ผลิตในออสโล ...

และ...อุ้ย... รถราง...ที่เลือนหายไปจากเมืองไทยนานมากแล้ว ที่นี่ยังเปิดวิ่งบริการผู้โดยสารอยู่ค่ะ...แต่เป็นรุ่นใหม่ๆ น่าใช้บริการดี

ผู้คนส่วนใหญ่ นิยมใช้รถไฟฟ้า(ใต้ดิน)มาหานะเธอ ค่ะ...สะดวกรวดเร็ว

ส่วน แท็กซี่มีราคาค่อนข้างแพง เพราะเป็นเบนซ์ ชิมิคะ...คือเริ่มต้นที่ 80 NOK และ 160 NOK สำหรับช่วงกลางคืนวันสุดสัปดาห์จะมีแท็กซี่จอดรอตามที่สาธารณะต่างๆ หรือโทรเรียกได้โดยมีค่าบริการเพิ่ม

มิสเตอร์ไกด์ชอบขู่นัก ว่า ถ้าตกรถ ให้ขึ้นแท็กซี่ตาม เช่นจากโรงแรมไปสนามบิน แค่ 2,000 บาทเอ๊ง...



ออสโล ...ได้รับการกล่าวว่า แวดล้อมด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงาม...

ประกอบด้วย 2 ฤดู คือหนาว กับ หนาวมากที่สุด ค่ะ... สำหรับเราคนไทย น่ะค่ะ อิ อิ



คือ มีอากาศหนาวเย็น (ฤดูหนาวมากที่สุด) นานถึง 6 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน อุณหภูมิประมาณ 0 ถึง -40 องศาเซลเซียส



ฤดูร้อน (หรือ หนาว สำหรับเราคนไทย) จากเดือนมิถุนายน ถึง เดือนสิงหาคม อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวนิยมมาท่องเที่ยวมากที่สุด



ช่วงที่ได้ไปเยือนนอร์เวย์ ก็ ปลายเดือนตุลาคม แล้วค่ะ...

เริ่มหนาวมากกกแล้ว บางแห่ง -4 องศา มีหิมะตกแล้วค่ะ



แต่ในออสโล ยามนี้ ยังอยู่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่ เริ่มร่วง หล่น กร่น พื้น พลิ้ว ปลิว ไสว ลงแนบ คลุม พื้น แทนสนามหญ้า



ทั้งเมือง กอร์ป ด้วย แมกไม้ที่มีทั้งแดง เหลือง น้ำตาล และ เขียว แซมสลับต้นบางต้นที่ไร้ใบ เหลือเพียงกิ่งก้าน ที่เตรียมสู่นิทราหลับใหลแห่งช่วงเหมันต์...

งดงามเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์มากค่ะ



ที่ท่องเที่ยวมีชื่อเสียงในออสโล คือ อุทยานฟร็อกเนอร์ (Frogner Park) ย่านถนนคนเดิน คาร์ล โจฮัน เกท ...

สถานที่จัดแสดงผลงานประติมากรรมสมัยใหม่, การแกะสลักรูปเหมือนจากหินแกรนิต และการหล่อรูปคนด้วยสำริด กลางแจ้ง ในเรื่องราวเกี่ยวกับวัฎจักรชีวิตมนุษย์ กลางสวน วิกเกอแลนด์

จากฝีมือของ กุสตาฟ วิกเกอแลนด์ (Gustav Vigeland) ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1869-1947 จำนวน 212 ผลงาน ใช้เวลาสร้างถึง 22 ปี



จากทางเดินเข้าประตูหน้าสวน จะผ่านรูปปั้นโลหะสำริดผสมทองแดงและ เหล็ก ปั้นเป็นมนุษย์ในอิริยาบถต่างๆ เวียน ว่าย ตั้งแต่เริ่ม เกิด...จนถึง...แก่



เป็นประติมากรรมที่แสดงวงจร สภาพชีวิต และการดิ้นรนต่อสู้ของมนุษยชาติ

ภายใต้ปรัชญา “Burden of Life” ภาระที่ต้องแบกหามของชีวิต... จัดวางตั้งแสดงเรียงราย สองฟากทางเดินกลางสวนค่ะ



ทุกรูปปั้น ไร้เครื่องนุ่งห่มปกปิด คงจะสื่อให้เห็นว่ามนุษย์เรา เกิดมาก็มีแต่ตัวกระมังคะ ยามจาก ก็จากไปแต่ตัวเหมือนกัน...



โอ้โห...ถ่ายภาพกันใหญ่เลยค่ะ...เปลือยแบบศิลปะนี่คะ...



เนื่องจากไม่ค่อยเก็ตศิลปะ เลยเลือกถ่ายภาพแบบมุมมองของเราที่ชอบๆ มานิดๆหน่อยๆ

โลหะสำริดเหล็กผสมทองแดง นานๆเข้ากลายเป็นสนิมทองแดงออกเขียวๆ (เอ๊ะ ทำไมไม่เป็นสนิมสีแดง...)...ซึ่งสวยดีค่ะ เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของรูปปั้นแบบนี้...



ไม่ทราบความหมายของแต่ละตัวที่เขาต้องการสื่อ...
แต่พูดโดยรวมๆ...ก็น่าสนใจเหมือนกันค่ะ



กุสตาฟ วิกเกอแลนด์ เป็นประติมากรชื่อดัง ชาวนอร์เวย์ ที่ได้รับอนุญาตให้นำผลงานมาจัดแสดงอย่างถาวรในอุทยาน ฟรอกเนอร์ แห่งนี้



ในโซนรูปปั้นคือโซนของ Vigeland parken ส่วนบริเวณที่เป็นสวนและสนามมีชื่อเรียกว่า Frogner parken



หาตั้งนาน...เจ้าหนูขี้แย ผู้นี้...

สังเกต มือข้างซ้ายด่าง เพราะเจ้าหนูถูกขโมยไป ตามกลับมาได้ แต่เจ้าหนูถูกตัดข้อมือไป...(อย่างนี้ก็มี)...เลยต้องทำมือใหม่ขึ้นมาแทน สีเลยไม่เหมือนกัน



ดูหน้าตาของเจ้าหนูซิคะ...บ่ จอย ขนาดหนัก...วิกเกอ เค๊าปั้นได้เหมือนมนุษย์ในอารมณ์นั้นมากค่ะ



รูปหล่อสำริด ชื่อ Angry Little Boy เจ้าหนูเจ้าอารมณ์นี้ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์เป็นที่รู้จักกันดีทั่วไปของออสโลแล้วค่ะ...

ใครๆก็มาถ่ายรูปเจ้าหนูกันตรึม แต่ช่วงที่ไป ไม่เห็นมีนักท่องเที่ยวถ่ายรูปด้วย ปล่อยให้เจ้าหนูยืนขี้แยอยู่บนแท่นโดยไม่มีใครปลอบ อิ อิ...



เดินต่อไปกลางสวน ก็จะพบรูปปั้นนี้ก่อน เป็นมนุษย์ผู้ชาย 6 คน ช่วยกันแบกถาดยักษ์



แท้ที่จริงคือ น้ำพุกลางสวน ซึ่งฤดูนี้ไม่ได้เปิดน้ำพุ เลยเห็นแต่ประติมากรรมชัดๆ ...



รายรอบน้ำพุก็เป็นมุมนี้

เดินผ่านจุดนี้ ก็จะเห็นจุดเด่นของปาร์คนี้ค่ะ....



... เสาโมโนลิธ (Monolith)



... เสาโมโนลิธ เป็นเสาแกะสลักรูปคนจากหินแกรนิต พันต่อๆ กัน

ส่วนรูปปั้นที่เรียงรายรอบเสาเป็นหินแกรนิตแกะสลักเป็นมนุษย์ทุกเพศ ทุกวัย ในอิริยาบถต่างๆ ตั้งแต่เด็ก จน แก่...

เสาโมโนลิธ นี้ แกะสลักจากหินชิ้นเดียวกันเป็นรูปคน พันก่ายต่อกันตลอดเสา

คงสื่อให้เห็นถึงการต่อสู้ดิ้นรนของมนุษย์ที่จะขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุด



เปรียบเสมือนวัฏจักรของชีวิตมนุษย์ จำนวน 121 คน สูง 17 เมตร ใช้เวลา 14 ปี ในการแกะสลักและออกแบบ



เมื่อย้อนกลับไปทางด้านหน้าประตูสวน จะแลเห็นยอดโบสถ์ของออสโลอยู่ไกลๆ



นอกจากสวนวิกเกอแลนด์แล้ว ออสโล ยังมีสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะต้องไปเยี่ยมชม ที่ทุกคนรู้จักกันดี คือเรือไวกิ้ง ของมนุษย์ไวกิ้ง ไงคะ

ตอนต่อไปเราจะไปชมเรือไวกิ้งลำที่เก่าแก่ที่สุด ที่ยังสมบูรณ์มากที่สุด ค่ะ...



................................................................................................





Create Date : 26 ธันวาคม 2552
Last Update : 28 ธันวาคม 2552 21:40:52 น. 2 comments
Counter : 2269 Pageviews.

 
สวยดีครับ ได้ความรู้ด้วย น่าไปเที่ยว ขำๆ ที่ว่า ออสโลว์มี ๒ ฤดู คือ หนาวกับหนาวมากครับ


โดย: ผ่านมาดู IP: 125.26.228.152 วันที่: 26 ธันวาคม 2552 เวลา:19:16:13 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณผ่านมาดู
ฤดูหนาวเมืองไทย 27 องศา ยังร้อนกว่าฤดูร้อนของเขาเลยนะคะ เลยต้องบอกว่าฤดูร้อนเค๊าคือฤดูหนาวของไทย อิ อิ...
เชิญติดตามอ่านตอนต่อไปด้วยนะคะ...


โดย: Ricola ร่าเริง วันที่: 26 ธันวาคม 2552 เวลา:19:44:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Ricola ร่าเริง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





























/* This script has been disabled for Netscape 6 due to ugly scrollbar activety. Could probably be fixed with a clipped container div but can't be bothered. */ if (!isNetscape6){ num=5; //Smoothness depends on image file size, the smaller the size the more you can use! stopafter=240; //seconds!
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Ricola ร่าเริง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.