Welcome to Ricola ร่าเริง Bloggang
My way… Norway # 6... ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน ...((( เบอร์เก้น ... เมืองมรดกโลก)))

My way… Norway # 6...


Smiley Smiley  ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน ...   Smiley Smiley 


((( เบอร์เก้น ... Smiley เมืองมรดกโลก)))



เดินทางต่อค่ะ >>> ไปตามเส้นทางที่สวยงาม

มิสเตอร์ไกด์ให้จอดรถลงไปถ่ายภาพ โบสถ์ Dom Kirke (Dom Church )สวยๆ



ผ่านชมโบสถ์แห่งนี้ แล้วไปเที่ยวชมเมืองเบอร์เก้นค่ะ



ทิวทัศน์รอบโบสถ์สวยงามมากทีเดียวค่ะ



และแล้ว...

เราก็เดินทางมาถึงเมืองเบอร์เก้นแล้วค่ะ

เมืองเบอร์เก้น (Bergen) เป็น เมืองใหญ่ที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 2 ของนอร์เวย์



อุ๊ย...อุ๊ย...น่าร้ากกก....

คุณครูพานักเรียนอนุบาลไปไหนก็ไม่รู้ เดินผ่านมา จูงมือกันจับเป็นคู่ เดินเตาะแตะต้วมเตี้ยม เด็กนักเรียนอนุบาลที่นี่จะต้องใส่เสื้อกั๊กสีสะท้อนแสงทุกคน ค่ะ เพื่อความปลอดภัย และเตือนรถให้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น



อยากเข้าไปกอด จุ๊บส์ จุ๊บส์ แก้มใสๆ แดงๆจังเลยค่ะ...



นี่แหล่ะค่ะ เบอร์เก้น ฝั่งเมืองใหม่....



ออสโล เป็นเมืองหลวงของประทศนอร์เวย์ และเป็นเมืองขนาดใหญ่อันดับ 1 ....

ส่วน เบอร์เก้น นั้น เป็นเมืองใหญ่ น้องๆออสโล และในอดีตเบอร์เก้นก็เคยเป็นเมืองหลวงของนอร์เวย์มาก่อน (ระหว่าง ปี ค.ศ. 1110 ถึงปี ค.ศ. 1299)



เบอร์เก้น เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก เพราะมีศิลปะและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของบรรพบุรุษชาวนอร์ท ที่ยังคงสืบทอดรักษาไว้เป็นอย่างดี



ปัจจุบัน เบอร์เก้นเป็นเมืองศูนย์กลางสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้า และอุตสาหกรรมน้ำมัน รวมทั้งสำหรับการเพาะเลี้ยงพืชและสัตว์น้ำ อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร



อีกฟากหนึ่งของท่าเรือตรงข้าม มีอาคารไม้โบราณ สีสดสวย ที่สร้างทอดขนานไปกับท่าเรือ



อาคารไม้โบราณ ลักษณะเป็นห้องแถวสูง 3 ชั้น ทาสีขาว แดง เหลือง เขียว จั่วหน้าสามเหลี่ยมนี้เป็นส่วนเมืองเก่าของเบอร์เก้น มีชื่อเรียกว่า บริกเกน (Bryggen)...ซึ่งนับเป็นอาคารไม้ที่งดงามที่สุดในโลกก็ว่าได้



อาคารไม้หลากสีเหล่านี้ ได้กลายเป็นภาพสัญลักษณ์ของนอร์เวย์ เมื่อเห็นอาคารแบบนี้ ก็จะทราบว่าคือประเทศนอร์เวย์



ในอดีตอาคารเหล่านี้ เป็นโกดังสินค้า ที่ใช้เก็บสินค้าอาหารต่างๆ



พ่อค้าชาวเยอรมันได้มาตั้งรกรากทำการค้าขายที่บริเวณท่าเรือแห่งนี้ จึงได้สร้างบ้าน ร้านค้า และสร้างโกดัง เพื่อใช้เป็นที่ค้าขาย ใช้เป็นโกดังเก็บ ทั้งปลาสด ปลาคอดตากแห้ง เกลือ และอาหารต่างๆ ตั้งแต่ปลายปีศตวรรษที่ 12



เดินเข้าไปด้านหลังค่ะ จะเป็นโกดังสินค้า



แต่ในปัจจุบัน อาคารต่างๆได้ถูกดัดแปลงมาเป็นร้านอาหาร โรงแรม อาร์ตแกลเลอรี่ พิพิธภัณฑ์ ร้านค้าต่างๆมากมาย



อาคารไม้เหล่านี้ มีอายุราวๆ 300 ปี ด้านหน้าเป็นอาคารหลังคาจั่ว 3 ชั้น สร้างติดต่อกัน และทาสีสดๆ ขาว แดง เหลือง เขียว...ส่วนด้านหลังสร้างเป็นโกดัง ทาสีน้ำมัน



เดินเข้าไปชม รู้สึกเหมือนเดินในตลาดคลองสวนร้อยปีบ้านเราเลยค่ะ บ้านไม้มีใต้ถุนสูง



อาคารไม้ดั้งเดิม เมื่อสมัย 800 ปี ก่อนนั้น ได้ถูกไฟไหม้ไปหมด แต่ก็ได้มีการสร้างขึ้นใหม่ในรูปแบบเดิม เพื่อรักษาศิลปวัฒนธรรมโบราณ



แม้จะสร้างขึ้นมาใหม่ แต่อาคารเหล่านี้ก็มีอายุราว 300 ปี แต่ก็อยู่ในสภาพทรุดโทรม เมื่อความเจริญแผ่เข้ามา ทางการจึงต้องการรื้อทิ้งเพื่อสร้างสถานีรถโดยสาร



แต่ได้รับการคัดค้านจากนักโบราณคดี และการค้นพบการตั้งถิ่นฐานเดิมของเมืองเบอร์เก้น จนในที่สุดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกได้สำเร็จ ในปี 1979 ...

อาคารบริกเกนจำนวนถึง 61 หลัง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม อาคารไม้เหล่านี้จึงได้รับการอนุรักษ์ ไม่ถูกรื้อถอนไป



เมืองเบอร์เก้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง มานับแต่อดีตกาล คือเป็นศูนย์กลางทางการค้าของยุโรปเหนือ



จากความเก่าแก่ของเมืองที่มีประวัติความเป็นมากว่า 800 ปีแล้ว ทำให้เบอร์เก้นเป็นเมืองท่า ที่มีเสน่ห์คลาสสิกเมืองหนึ่ง ที่เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสเยี่ยมเยือน



เพราะบริเวณนั้นเป็นทั้งย่านตลาดปลา ตลาดนัดขายสินค้าพื้นเมืองดอกไม้ งานศิลปะ อาหารทะเล



สำหรับเราคนไทย บริกเกนยังมีความพิเศษที่ว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประพาสบริกเกน เมื่อกว่า 100 ปีที่แล้วด้วย ...



เสน่ห์น่ารักของอาคารไม้เหล่านี้ อยู่ที่ตรงด้านหน้าอาคาร จะตกแต่งด้วยไม้ แกะสลักเป็นรูปหัวกวาง ตัวแคปริคอน หรือ ม้ามังกร และรูปตุ๊กตาต่างๆ



และยังใช้สอยเป็น ร้านค้า แกลเลอรี ร้านขายสินค้าที่ระลึก งานศิลปะ ร้านอาหาร ตลอดจนพิพิธภัณฑ์



เดินออกมาจากย่านบริกเกน ถ่ายภาพรถเมล์สีเหลืองจัดสักภาพหนึ่ง ดูแล้วก็คุ้นๆเหมือนรถเมล์เมืองไทยเช่นกัน แต่ สวย สะอาดกว่ามากๆๆๆ



และก็เจอะเจอ น้องหนูอีกกลุ่มหนึ่ง โรงเรียนนี้ใส่เสื้อสีเขียวสะท้อนแสง เห็นแต่ไกลเช่นกัน



ขอคุณครูถ่ายภาพไว้อีกค่ะ น่ารักจริงๆ



..............................................................................................
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
..............................................................................................









::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

ตอนต่อไป จะเดินข้ามถนนไปเซอร์เวย์ตลาดปลาที่เป็นชีวิตดั้งเดิมของชาวเบอร์เก้น และชิมไข่ปลาคาเวียร์ค่ะ

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::



Create Date : 23 มกราคม 2553
Last Update : 23 มกราคม 2553 20:24:22 น. 5 comments
Counter : 1983 Pageviews.

 
ข้อมูลละเอียดมากค่ะอยู่ที่นี้มา2ปีเพิ่งรู้นะเนี้ยะ ขอบคุณมากค่ะ


โดย: eve IP: 80.203.60.146 วันที่: 29 มกราคม 2553 เวลา:3:42:17 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณeve

อยู่เบอร์เก้นหรือคะ... ตอนไปเที่ยวที่เมืองนี้ เจอคนไทยหลายคนเลยค่ะ... มีบางคนเดินผ่านยังทักทายกันเลยค่ะ


โดย: Ricola ร่าเริง วันที่: 31 มกราคม 2553 เวลา:8:59:58 น.  

 
ชอบโบสถ์ 2 หลังนั่นจังเลย น่ารักนะคะ เหมือนบ้านตุ๊กตา..


โดย: poongie วันที่: 1 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:10:06 น.  

 
อยากไปสักครั้ง สวยมากค่ะ ขอบคุณที่ลงรูปสวยๆให้ชม


โดย: เอื้อ IP: 113.53.36.58 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:03:55 น.  

 
อยากไปมากค่ะ สวยมากแต่คงไม่มีโอกาส ขอบคุณสำหรับภาพ ครั้งหน้าอยากได้ภาพ Bergen of University ช่วยหน่อยนะค่ะ จะขอบคุณมาก wonderful city


โดย: real_ray22 IP: 125.26.28.200 วันที่: 27 มีนาคม 2554 เวลา:21:23:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Ricola ร่าเริง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





























/* This script has been disabled for Netscape 6 due to ugly scrollbar activety. Could probably be fixed with a clipped container div but can't be bothered. */ if (!isNetscape6){ num=5; //Smoothness depends on image file size, the smaller the size the more you can use! stopafter=240; //seconds!
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Ricola ร่าเริง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.