Group Blog
 
All blogs
 

มีทางไหนที่เราจะอยู่กับตัวเองได้อย่างมีความสุข

มีคนใจดีตั้งคำถามนี้ให้
แต่ โอ้ คำถามนี้ยากจัง
คิดทั้งวันเลย
เพราะยังไม่แน่ใจว่าอะไรคือความสุข
คิดย้อนไป ตอนไหนน๊าที่เรามีความสุข
เอารูปมาดูตอนตัวเองยิ้มแก้มปริๆ
จริงๆ เราก็ยิ้มได้ มีความสุขได้นี่นา หลังจากความทุกข์ที่เกิดขึ้น
แล้วอะไรอ่ะ ทำให้เรามีความสุข
มันคือตอนเราไม่ได้คิดเรื่องความทุกข์
ใช่เลย... สมองเรามันปลอดโปร่งดีนี่ตอนที่เราไม่คิดถึงทุกข์
เราคิดทบทวนไปเรื่อยจนถึงตอนที่เราเด็กๆ
ตอนที่เรามีความทุกข์เป็นเด็กเก็บกด แล้วเราจัดการกับมันยังไง
ม.ต้น เป็นเด็กอารณ์แปรปรวน (เล็กน้อย) เซ้นซิทิฟจัด
แล้วเราทำยังไงอ่ะ
อืม เราเพิ่งเริ่มต้นสวดมนต์แบบจริงจังตอนประมาณขึ้นม.ปลาย
(จริงๆ เรียนสายอาชีพ เรียก ม.ปลายไปงั้นแหละ)
ตื่นตั้งแต่ตีห้า หรือเช้ากว่า เพื่อล้างถ้วยน้ำชา แล้วชงชาถวายพระ
สวดมนต์ไม่ต่ำกว่าครึ่งชม. รวมพาหุง และ ชินบัญชร
เราทำเป็นกิจวัตร มีนั่งสมาธิบ้าง
คงเป็นเพราะที่ร.ร. อากาศร่มรื่น สงบดีด้วย
ตอนนั่งรถเมล์กลับบ้าน ใช้เวลาประมาณหนึ่งชม.
เราไม่มีอะไรทำ จะเอาหนังสือมาอ่าน ก็อ่านไม่ไหว เราอ่านหนังสือบนรถแล้วเวียนหัว
ก็นั่งสมาธิ
เราทำจนมันกลายเป็นนิสัย จนเราไม่ต้องหลับตา แต่ทุกลมหายใจเข้าออกเรารู้
เราทำแบบนี้ทุกวันเป็นนิสัย
จนเราเริ่มฝัน เราคิดว่ามันเป็นพลังที่ทุกคนสามารถนะ
เราก็ไม่ได้ฝันอะไรเป็นเรื่องเป็นราว แต่เรื่องที่เราฝันมันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้น
(เราเริ่มออกนอกประเด็นไปไม๊เนี่ย แต่ไหนๆ เล่ามาถึงนี่แล้ว)
แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น เราพูดประโยคนี้กับใคร สั้นๆ ไม่ได้เป็นเรื่องเป็นราว
หรือบางทีก็ได้กินอาหารอะไร แล้วเราก็พูดประโยคอะไรออกไปแบบนี้อ่ะ
เราว่าหลายคนคงเคยเป็น
นี่คื่อเรื่องตอน ม.ปลายนะคะ
จนวันนึง เราเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนเราฟัง ว่าเราฝันแบบนี้ เดี๋ยวมันต้องเกิดขึ้นกับเราแน่ๆ วันนี้
เช่น เดี๋ยววันนี้ประจำเดือนเราจะมาแหละ เราฝันเมื่อคืน
และทุกเดือนจะเป็นแบบนี้
เราเล่าให้เพื่อนเราฟังเรื่องอื่นด้วย ตอนหลังเริ่มรู้สึกว่า เออ กรูแม่งแน่หว่ะ
แค่วันนั้นที่เราคิด เราไม่เคยฝันอีกเลย
แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไรนะ เฉยๆ อ่ะ ช่างมัน
แค่เรื่องเล็กน้อย ก็ไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรมากมาย
จนเข้ามหาลัย เราเริ่มขี้เกียจแล้ว มีเวลาให้กับตัวเองน้อยลง
แต่ให้เวลากับเพื่อนมากขึ้น กับเรื่องเรียนมากขึ้น กับเรื่องเที่ยวมากขึ้น
ไม่ค่อยไ้ด้ทำสมาธิ
ไม่ได้คิดอะไร ช่างมัน นิสัยเดิมๆ เรื่องการฝึกสติหายไป แต่ไม่ได้สนใจ ไม่ได้เอะใจ
จนได้เรียนต่อ คราวนี้แหละ ห่างบ้านไกลดี
ไม่มีห้องพระซะ้ด้วย มนต์ไม่เคยได้สวด สติไม่เคยเจริญเลย
มันหายไปเลย แบบเราไม่รู้ตัวด้วย
กลับบ้านมา เห็นห้องพระ แต่ขี้เกียจ ร้อน
แต่ก็อยากจะสวดมนต์บ้าง กลายเป็นสวดมนต์ตอนเย็นแทน ร้อน
สวดแบบ เป็นพิธี
แล้้วเราก็เจอกับความทุกข์อีก แบบกระหน่ำ แบบที่เราไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับเรา
แทบรับไม่ได้
ตัวคนเดียวคงหนีไปไหน คงบ้าบอไปแล้ว ไม่ก็ฆ่าตัวตายแน่เลย
แต่เรามีอีกคนที่ต้องดูแล และเค้าไม่ใช่คนผิด เค้าสมควรได้รับการดูแลจากเรา
ไม่กล้าไปไหน อยู่แต่บ้านทุกวันเป็นปีๆ
จนลืมไปแล้วว่าความสุขมันคืออะไร
ตอนนี้เรารู้แล้วว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร
ความสุขแบบทางโลก แค่ฉาบฉวย เดี๋ยวก็หมดไป ไม่จีรังเลย
ความสุขแบบทางธรรมต่างหาก ความสุขที่แท้จริง เกิดที่จิต
ไม่ได้เกิดจากสาเหตุภายนอกเลย
เมื่อจิตเรามีสติเมื่อไหร่ จิตอยู่กับปัจจุบัน ระลึกรู้สึกตัวกับอารมณ์ที่เกิด
เราจะไม่หลงไปกับความทุกข์เลย
ตอนนี้เราก็คิดได้นะ
เหอๆ แต่เราคงต้องใช้เวลาบ่มนิสัยเราก่อน
กว่าที่เราจะฝึกให้จิตเราไม่ฟุ้งซ่านอีก คงต้องใช้เวลา
เราว่าเราจะเริ่มต้นใหม่ ลืมก็เริ่มใหม่ ทำบ่อยๆ มันคงเป็นนิสัยได้อีก

ขอบคุณมากกับกำลังใจที่ทำให้เราได้คิด (อย่างมีสติ)
เรารู้แล้ว คนเราเลือกเกิดไม่ได้ เืมื่อกรรมมันให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เราคงทำกรรมอะไรไว้ เมื่อเหตุปัจจัยพร้อมเราก็ต้องได้รับผลนั้นอยู่ดี
แต่ขอให้เรามีสติไว้ อย่าหลงไปกับอารมณ์
เรารู้แล้วแหละว่าเราจะใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองอย่างมีความสุขได้ยังไง

ขอบคุณมาก




 

Create Date : 05 สิงหาคม 2553    
Last Update : 5 สิงหาคม 2553 10:37:40 น.
Counter : 113 Pageviews.  

ประโยชน์ของความทุกข์

วันนี้มีขี้เมาแก่ๆ คนนึงมาทัก
เหมือนรู้ว่าเรามีอะไรอยู่ในใจ จริงๆ มันก็มีหลายอย่างมากมาย
ไม่รู้จักหัดปล่อยหัดวางซะบ้าง
ทักมาประมาณเหมือนสงสารชีวิตเราจริงๆ
บอกเราว่า "จะบอกอะไรให้นะ อย่าคิดมาก ชีวิตคนเรามันเลือกเกิดไม่่ได้"
เราผ่านอะไรมาเยอะนะ ย้อนคิดดูก็ทุกข์ล้วนๆ
บางครั้งก็คิดอยู่ว่าจะมีผู้หญิงสักกี่คนที่เคยตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับเราบ้าง
ชีวิตที่เราคิดว่าเราเป็นคนมีปมด้อยตั้งแต่เราอยู่ป.หก
มันเป็นอะไรที่เราต้องปิดบังไม่อยากให้ใครรู้มาตลอดเวลา
จัดอยู่ประเภทเด็กซึมเศร้า (มั้ง)
จมอยู่ในความทุกข์ตลอดเวลา็
ช่วงที่เราจบมหาลัยแล้วเริ่มเรียนต่อเพิ่มเติม คงเป็นช่วงที่เีรามีความสุขที่สุด
แต่จริงๆ ก็มีทุกข์ปนเปบ้างแหละ
เิราเป็นคนเรียนดี ถึงขนาดได้เกียรตินิยม
แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเราได้เลย
เรายังคงเป็นทุกข์
จนถึงช่วงทำงานบ. เราเจอกับความทุกข์ ทุกข์ที่สุดในชีวิต
ถึงตอนนี้บางครั้งเรายังคิดสงสารตัวเอง
ทำไมถึงมีแต่คนที่คิดจะิทำร้ายเราทั้งร่างกายและจิตใจ เราทำอะไรผิด
อนาคตเรา หน้าที่การงาน ทุกอย่างพังหมดเพราะคนๆ เดียว
เราคิดว่าเราจะเริ่มต้นอะไรใหม่ ลืมทุกอย่างให้หมด
แต่พอมาโดนทักแบบนี้อีก มันแทงใจดำเรา
เราเสียใจอีกแล้ว ความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงที่ผ่านมาทั้งชีวิต กลับมาอยู่ในหัวสมองเราอีก
เราพยายามแล้ว ปลง อย่าคิดมาก ชีวิตเราคงทำกรรมไว้ อย่าคิดมาก อย่าคิดมาก
เราคิดว่าบางทีถ้าเราหาประโยชน์จากความทุกข์ได้ เราคงจะไม่ทุกข์
อืม ประโยชน์ของความทุกข์ พยายามนึก จะมีบ้างไม๊เนี่ย
นึกนานแล้วยังไม่ออก

1. ทำให้เราเห็นคุณค่าของน้ำใจที่หยิบยื่นให้แม้เพียงเล็กๆ น้อยๆ (เฮ้อ กว่าจะนึกออก)
2. ทำให้เรามองคนที่จิตใจมากกว่ารูปร่างหน้าตาภายนอก
3. คิดซิ เราแกร่งกว่าคนอื่นแค่ไหน ที่ทุกข์ซะขนาดนี้ยังมีชีวิตอยู่ได้
4. ไม่มีความคิดที่จะทำความชั่ว เพราะกลัวเหลือเกินกับบาป
5. ปลง หมดอีโก้บ้าๆ บอๆ ว่ากรูเก่ง กรูแน่ มันไม่ได้ช่วยอะไรกรูได้เล้ย
6. เพื่อนหายไปเยอะ แต่ได้ความสงบ ได้โอกาสค้นหาตัวเอง
7. ได้เข้าใจในข้อธรรมะลึกซึ้งขึ้น อัตตาหิ อัตโนนาโถ ตนนั้นแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

มีอะไรอีก มันน่าจะมีอีก แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกดีขึ้นแล๊ะ อืม
ใครนึกอะไรออก เขียนมาบอกกันมั่งนะคะ
^^




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2553    
Last Update : 3 สิงหาคม 2553 23:24:02 น.
Counter : 75 Pageviews.  

บางที บางอย่าง มันต้องเป็นอย่างนั้น คงฝืนอะไรไปไม่ได้

ผ่านวันเกิดมาแล้ววันนึง
แ่ก่ขึ้นอีกแล้ว
หน้าเริ่มเหี่ยวๆ
อุส่าห์ไปตัดผมสั้น แก้เคล็ด คิดเอาเองว่าตัดทุกข์ตัดโศกก่อนวันเกิดตัวเอง
แต่ก็ชอบนะ ดีกว่าผมยาว
เป็นคนชอบหมัก และ หมม
เส้นผมสุขภาพดีมาก (ช่างชม)
เพราะไม่ค่อยทำร้ายผม (ป่าวหรอก ความจิงขี้เกียจ นานๆ สระที)
จะเขียนเรื่องไรเนี่ย นอกประเด็นอีกแร๊ะ
ก็คิดเอาเองว่า เออ ตัดทุกข์ตัดโศกก่อนวันคล้ายวันเกิดเว้ย
แต่จริงๆ เอาตามหลักความจริงแล้ว เราจะไปแก้ไปเปลี่ยนอะไรให้มันดีขึ้นได้ว้า
แค่การตัดผม
แต่ก็ ช่วยได้เรื่องจิตใจระดับนึง
จริงๆ ความทุกข์มันก็อยู่ที่ใจทั้งนั้น
จิตใจเรานั่นเองที่ขุ่นมัน
จิตใจเรานั่นเองที่เศร้าหมอง
ไม่สามารถมีอะไรมาทำร้ายจิตใจเราได้เลยถ้าเรามีจิตใจที่เข้มแข็ง
บางที บางเรื่องที่เราไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ แบบนี้
แต่ถ้าเราถอนความคิดออกมาจากตรงนั้น
บอกตัวเองว่า บางที บางอย่าง มันต้องเป็นแบบนั้นของมันนั่นแหละ
จะทำให้เราปลงขึ้นได้อีกเยอะ
แต่ก็อย่าได้ลดละความพยายาม ความตั้งใจ ความมุ่งมั่น
แม้ว่าใครจะดูถูกเรายังไงก็ตาม จำไว้ ว่าอย่าได้แคร์สายตาคนรอบข้าง
เราเองรู้ตัวเองดีที่สุด เราไม่ได้โกงใครเขา
ไม่ได้ร่ำรวยมาด้วยเงินที่โกงชาวบ้าน อย่างนักการเมืองบางคน
ที่เสวยความสุข แต่ก็ได้แต่ลอยไปลอยมาไม่มีหลักแหล่ง
ใช้เงินที่ตัวเองโกงมาอย่างไม่อายใครหน้าไหน อย่างนั้นมันน่าดูถูกกว่ากันเยอะ
(เริ่มเข้าการเมือง เปลี่ยนโหมด เฮ้อ)
ถึงเราจะอยู่อย่างลำบากบ้าง มันก็เรื่องเล็กน้อย
หยุดความฟุ้งเฟ้อ รถเมล์ หรือ รถเบนซ์ ก็เป็นเสมือนแค่ยานพาหนะที่จะนำพาเราไปถึงจุดหมายได้ทั้งสิ้น
อย่าให้เราได้เสียชาติที่ได้เกิดเป็นมนุษย์
อย่าได้ทำจิตใจให้ตกต่ำเลยแม้แต่ความคิด
ถึงเราจะไม่ใช่คนที่สูงศักดิ์ แต่เราทำจิตใจให้สูงได้
เคยได้ยิน คำพูดของพระท่านนึง (เราไม่แน่ใจว่าใช่ท่านวอ ฯ รึป่าวนะ)
ว่าให้อยู่อย่างต่ำ แต่ทำตัวสูง
ฟังแล้วชอบมาก
บางอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดไว้
เหมือนมันไม่มีเหตุมีผลในชาตินี้ แต่เราก็ไม่รู้หรอกว่าชาติที่แล้วเราได้ทำอะไรไว้
อย่าคิดแค่ว่า เราเก่งกว่า เรานู่นนี่นั่นกว่า แต่ทำไมๆๆๆๆๆๆ
บางครั้งมันก็ตอบโจทย์ไม่ได้เหมือนกัน
ให้คิดแบบนี้แล้วสบายใจกว่า
เนอะๆ
เป็นกำลังใจให้ทุกคนจ้า สู้ๆ เนอะ





 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 31 กรกฎาคม 2553 23:03:59 น.
Counter : 113 Pageviews.  

ของที่ไม่ใช่ของตัวเอง ทำไมต้องเอาไปด้วย

คนเรานี่ก็แปลก
ของที่ไม่ใช่ของตัวก็เอาำไปเฉยเลย
คิดว่ามันแค่บาทสองบาท หรือสิบยี่สิบหรือไง
นั่นเป็นพันนะคุณ
คุณไม่สงสารคนที่เค้าทำมาหากิน เหนื่อยลำบากกว่าจะเก็บเงินซื้อของมาได้
แต่แล้วก็ไม่ได้ใช้
ให้คนแบบพวกคุณเอาไปฟรีๆ
เซ็งมากกกก เบื่อมากกกกก




 

Create Date : 29 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 29 กรกฎาคม 2553 10:52:08 น.
Counter : 90 Pageviews.  

ป้ำๆ เป๋อๆ ชั้นเองอ่ะ

โอ เป๋อ เข้าขั้นเลย
แบบว่าไม่ได้อัพบล็อกมานาน...... นานมาก นานจนลืมพาสเวิร์ดไปแว้ว
ทีนี้มาแบบว่า เอ่่อ ทำไงดีๆ กดให้ส่งพาสไปที่เมล์
อ่าว ปรากฏว่าเลิกใช้เมล์อันนั้นไปอีก
นึกพาสเวิร์ดเมล์เก่าอีก นึกไม่ออกๆ
เมล์เข้าก็ให้ใส่สถานที่ แล้วก็ตอบคำถาม
อีตอนที่สมัครเมล์แรกๆ สิบกว่าปีก่อน ก็อยู่เมืองไทยดีๆ แหละ
ไปๆ มาๆ ความจุมันน้อย เลยมีวิธีอัพความจุให้มันเยอะขึ้น แบบว่า ต้องแก้โลเกชั่นเป็นยูเอสก่อน
เราก็มั่วๆ ไป เออ ได้ความจุเยอะขึ้นจริงด้วย
มาตอนนี้ เลย ไม่รู้จะทำไงกับพาสเวิร์ดดี นึกไม่ออกอ๊าาาา
เลยต้องมาสมัครใหม่ ด้วยเมล์ที่ใช้อยู่ตอนนี้ เฮ้อ...
แวะๆ คุยกันได้นะคะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ




 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2553 12:50:00 น.
Counter : 85 Pageviews.  

1  2  3  

ResidentBeauty
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ResidentBeauty's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.