~ ประเมินตนเอง...ด้วยมาตรฐานของตัวเอง ไม่ใช่ด้วยมาตรฐานของคนอื่น ~
Group Blog
 
All blogs
 

กลับมายืนที่เดิม ที่ที่เคยคุ้นเคย ฮิ้ววว ~

หลังจากหายข้ามปี ณ วันนี้กลับมาแ้ล้วค่า
หน้าย่น เอ๊ยยย เครียดแบบปุ๊ด ๆ มาหลายเดือน (ปานนั้น)
ตอนนี้จบไปอีก 1 งานบิ๊ก ๆ ละ ค่อยชิล ๆ กับชีวิตหน่อย

ที่หายไป ที่จริงไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะ หลอนอยู่แถว ๆ นี้ล่ะ
เพียงแต่สมองและความคิดถูกบีบ ให้ไปสาละวนกับการเตรียมตัว
สารพัด สารพันสิ่งที่ต้องจัดการ จัดเตรียม

เรื่องราวบางอย่าง เราไม่สามารถที่จะหยุดไม่ให้เกิดขึ้นได้เลยเนาะ
สิ่งที่ทำได้ ก็เพียงนั่งนับถอยหลัง จนถึงวันที่ต้องเผชิญ

ใครไม่มาเป็นเราไม่รู้ว่าการที่ต้องไปประชุม กับผู้คนอีก 10 ประเทศนั้น
มัน "เครียด" แค่ไหน หูตูบเอาง่่าย ๆ เลยนะคะ

ถึงจะแค่ไม่กี่วัน แต่การเตรียมตัวเราเตรียมกันเป็นเดือน
กังวลไปหมด ทั้งอาหาร อากาศ เวลาที่ต่างกัน เงิน ผู้คน ภาษา ข้อมูล
เล่นเอาจิตตกมากมาย

แค่เจอค่ารถ taxi ก็แทบกระอักกันเลยที่เดียวค่ะ
ค่า taxi จากบ้านไปกลับสุวรรณภูมิ โดนค่ารถ 2 ขาเกือบ 800 บาท
แอบเคืองบ้านตัวเองว่าอยู่ห่างสนามบินจัง

พอไปถึงที่หมาย จากสนามบินไปโรงแรม ก็เฉี่ยว 3,000 บาทแล้ว
ตรงนี้เคืองมากมาย ทำไมเงินบาทไม่แข็งค่าขึ้นมามาก ๆ เนี่ย
งานนี้แลกเงินไป 5,000 บาท ไว้สำหรับจ่ายค่ารถอย่างเดียว
ส่วนคชจ.อื่น รูดการ์ดสถานเดียว

ตอนผ่านด่าน ทำเราเซ็งจิตได้อีก คือว่าก่อนออกจากบ้าน
ดันคว้ากล่องดินสอที่ใช้ประจำัยัดใส่กระเป๋ามาด้วย
ซึ่งในนั้นมีคัตเตอร์อันโปรด (ที่เอาไว้ตัดหนังข้างเล็บ) 555

พอเค้่าสแกนกระเป๋าปุ้บ โดนเรียกค่ะ จนท.ถามว่าเรามีคัตเตอร์ใช่มั้ย
เราก็...เอ่อ(นึก ๆ) ไม่มีนี่นา เอ๊ะ ...หรือว่า เอ๊ยยย ... มีจริง ๆ
ก็เลยหยิบกล่องดินสอออกมา ใช่เลยค่ะ ... คัตเตอร์จริงด้วย

อารมณ์ตอนนั้นคืออยาก(ตบ) กะโหลกตัวเองมาก
ทำแววตาอ้อนวอนจนท.ว่าไม่เอาไปได้มั้ย
เค้าบอกไม่ได้ มันเป็นกฎ ... แทบร้องไห้เลยค่ะ รักคัตเตอร์อันนี้มาก

ลองคิดดูนะคะว่า พอเค้ารับคัตเตอร์จากเราไป เค้าโยนลงถังทิ้งทันที
เราได้ยินเสียงมันหล่นไปกระทบของอื่น ๆ แล้วใจแทบสลายเลย
เลยบอกจนท.ว่า รู้มั้ยคะว่าคัตเตอร์แบบนี้หาซื้อยากมาก แล้วมาโดนทิ้งเนี่ย

หลังจากนั้นเค้าก็เอากระเป๋าไปสแกนอีก เค้าบอกมีอะไรคล้ายวัตถุน่าสงสัยอีก
เราก็เปิดกล่องดินสออีกครั้ง อ๋า... มันคือไขควงค่ะ (แล้วจะพกทำไมฟระ)
เลยบอกจนท.ว่า ไขควงไว้ไขขาแว่น จะเอามั้ยคะ เอาแว่นไปด้วยมั้ย
(ออกแนวประชดแล้วเรา จิตตกจากคัตเตอร์) 5555 เค้าบอกไม่เอาครับ
เฮ้อ.... เอาไขควงไป แล้วคืนคัตเตอร์มาไม่ได้เหรอ ... ชิส์~


วันแรกไปถึง มีการต้อนรับด้วยเนื้อแพะค่ะ อ๊ากกก.... ช้านจะบร้า
คือว่าจะั่นั่งกันแบบโต๊ะละ 6 คน แล้วอาหารจะถูกส่งเวียนมา
ไอเราก็ไม่ทานเนื้อสัตว์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ เลยจำยอมตักมาชิ้นเล็ก ๆ
คิดว่าโอ.. คงฝืน ๆ เคี้ยว ๆ ไป

ที่ไหนได้ .. คำแรก "อึ้ง" คือว่าเหม็นสาบมาก ถึงมากที่สุด
แล้วอาหารที่เวียนกันแต่ละอย่างในค่ำคืนต้อนรับนั้น
ทำเอาเราแทบตายแน่ะ ทำไมว๊า... ตั้งแต่มื้อแรกเลย

การประชุมออกแนวเครียดค่ะ ผู้บรรยายมาจาก UK เสียงแบบว่า
"พาง่วง" สุด ๆ เราคำนับไปหลายทีเลย

จะมาตื่นก็ตรงที่ต้องรายงานผลการทำงานของแต่ละประเทศ
เป็นการคั่นรายการที่ค่อนข้างเฮฮาค่ะ ตาโตช่วงนี้ทุก ๆ 1 ชั่วโมง ฮา~

ตอนที่ประชุม กลายเป็นว่าพวกเราได้ข่าวว่าที่ญี่ปุ่นเกิดสึนาิมิ
เป็นเรื่องเศร้ามากเลยค่ะ เพราะมีคนมาจากญี่ปุ่น 4 คนอยู่กับพวกเรา
คิดดูว่าถ้าเป็นเรา คงไม่มีกระจิตกระใจจะอยู่ประชุมต่อแล้วเนาะ
บ้านเกิดเมืองนอนเกิดเหตุการณ์ประมาณเนี้ย เห็นใจทั้ง 4 คนมากเลย

แต่ที่น่าแปลกที่ไปคราวนี้ มีหลายประเทศถามเราว่าเราเป็นคนจีนเหรอ
ฮ่วยยย ~ หน้าตาอะ.. อาจจะดูคล้าย แต่ข้อยซิเป็นไทย เข้าใจบ่

ส่วนขากลับออกแนวฮาค่ะ ที่ที่เรานั่งดันไปติดกับหนุ่มสาวจีนคู่นึง
เค้าพยายามส่งสายตามาหาเรามาก ประมาณว่าเจอชาติเดียวกัน(มั้ง)
เราก็เลยหันไปคุยกับเค้าแต่เป็นภาษาอังกฤษ เค้าก็ยิ้ม ๆ มา
สงสัยคิดว่าไอ้นี่ลืมกำพืดซะแล้ว ภาษาจีนมีไม่พูด ฮ่า ฮ่า

ทีนี้พอแอร์เอา Thai Immigration Card มาให้ เราก็หย่อนลงกระเป๋า
2 คนนี้ก็แบบว่ามอง แล้วทำหน้าเป็นเครื่องหมายคำถามว่าไม่เขียนเหรอ
เราก็ยิ้มให้ แล้วก็เริ่มหลับ 555

ดูเค้าสงสัยเราตลอดการเดินทาง จนสุดท้ายเราเลยแกล้งหยิบ Passport ออกมา
เค้าคงเริ่มคิดแล้วว่าอ้าวเราไม่ใช่คนจีนนี่หว่า แล้วเค้าก็คุยภาษาจีนกัน
ซึ่งเรา "ฟังไม่ออก"

หลังจากเสร็จทุกอย่าง เราก็เดินออกมา เจอ 2 คนนี่เอง
เราเห็นเค้าสะกิดกัน แล้วก็มองมาที่เรา คงยังสงสัยไม่เลิก
ถ้าสงสัยไม่ถามล่ะ จะได้บอกให้ว่า "ข้อยเป็นเจ้าของประเทศนี้นะ ฮ่า ~


มีสิ่งที่่น่าเซ็งอีกอย่างค่ะ เรื่องมือถือดันไปตายนอกโลก เอ๊ย..นอกประเทศ
ทำเอาเราเอ๋อไปเลย ติดต่ออะไรใครไม่ได้ เหมือนอยู่นอกโลกจริงๆ
ดีที่เอาไป 2 เครื่อง แต่เครื่องที่เสียเป็นเครื่องที่มีสมบัติบ้าอยู่เยอะมาก

รูปดี ๆ ก็อยู่เครื่องนั้น รูปที่พอดูถูๆ ไถๆ กลับอยู่อีกเครื่องที่ไม่เสีย
เลยไม่ค่อยมีรูปอะไรให้ดูมากค่ะ ประมาณว่าอารมณ์ของท้องฟ้าและอากาศ
ของแต่ละวันนั้นไม่เหมือนกัน ก็เลยได้รูปมาให้ดู... นิดหน่อยเองค่ะ

เรื่องมือถือเสีย พอเรากลับถึงเมืองไทยปุ้บ ก็รีบบึ่งกลับบ้านเปลี่ยนชุด
... อ๊ากกก คิดถึงเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะมั่ก มั่ก

แต่ที่สนามบินดันเจอนักร้องเกาหลีกลับประเทศ ทำให้ออกจากเครื่องไม่ได้
ต้องรอกลุ่ม VIP เสียเวลาไปอีก เฮ้อ~

แล้วรีบบึ่งไปเดอะมอล์ล งามวงศ์วาน วิ่งหูตูบเลยค่ะ เกือบทุ่มครึ่งแล้ว
ไม่รู้ว่าศูนย์ฯปิดกี่โมง พอไปถึงหน้าศูนย์วิ่งเข้าไปจะกดรับบัตรคิว

อ้าว ~ เค้าปิดแล้ว
ถามพนักงานเค้าก็บอกช่างไปแล้ว ถ้ารู้ว่าปิดเร็วแบบนี้ ไม่รีบหรอกนะเนี่ย


วันนี้เลยหยุดซักผ้า อย่างมหาศาลค่ะ ซักตั้งแต่ 8 โมงครึ่งตอนเช้า
มาเสร็จเอาตอน 5 โมงเย็น แบบว่าซักเอาโล่! กันเลย

ที่ซักนานขนาดนั้น เนื่องจากตอนรอเครื่องปั่นผ้า เราหลับไปหลายตลบค่ะ
เลยเสียเวลามากมายปานนั้น

ตอนนี้ยังง่วงอยู่เลยค่ะ 555 แต่ผ้าที่ต้องรีด ... เยอะมว๊ากกกกกกก !
บ้่านยังไ่ม่ได้กวาดเลยด้วย แต่ไม่ไหวล่ะ เหนื่อยสุด ๆ แล้ว

ที่โรงแรมมี Art Space ด้วยอะ


แสงสวยยามอาทิตย์อัสดง เป็นบ้านที่น่าอยู่มาก อยู่หน้าอ่าวเลยค่ะ
มองเห็นตรงเนี้ยจากหน้าต่างห้องนอนเลย


มีเรือส่วนตัว จอดหลายลำอยู่




ที่เนี่ย... อยู่ติดทะเล ไม่ซิ.. อ่าวหรือว่ามหาสมุทรก็ไม่รู้ค่ะ

รูปในมือถือเครื่องส่วนมากเป็นรูปในการประชุมค่ะ รูปเล่น ๆ มีแค่เนี้ย
ส่วนรูปสวย ๆ อีกเพียบ อยู่ในเจ้าเครื่องที่ตายไปแล้ว ยังเอาออกมาไม่ได้
อุตส่าห์ว่าไม่เอาคอมไป ไม่เอากล้องไป พกแต่มือถือ หวังพึ่งพาเต็มที่
ไว้ใจกันไม่ได้เล้ยยยยยยย!


บรรยากาศริมอ่าว... ดูเวิ้งว้างมาก ยิ่งตอนอาทิตย์อัสดง เหงาเป็นที่สุด
และยิ่งเหงาเป็นล้านเท่า เื่มื่อต้องอยู่ท่ามกลางผู้คน....
ที่ไม่ได้พูดภาษาเดียวกับเรา้เนาะ




 

Create Date : 14 มีนาคม 2554    
Last Update : 14 มีนาคม 2554 21:40:42 น.
Counter : 419 Pageviews.  

กลัวจริงอะไรจริง!

บนรถไฟฟ้าก็ไม่ได้แน่น.. ชนิดยืนแนบชิดกันซะหน่อย
แต่ไหงคนยืนข้างหลัง หายใจรดต้นคอตลอดเวลา... วุ๊ยยยย
หลบแล้วก็ยังตาม ไม่ได้สยิวกิ้วเลยนะ น่ากลัวมากกว่า!


ไอเราก็หันไปมองหน้า แล้วก็หาได้หวั่นเกรงไม่ ฮ่วย~
คุยกับเพื่อน ๆ บอกทำไมไม่หันไป ประจันหน้าล่ะ
แล้วหายใจฟืด ๆ ใส่ไปมั่ง เอาให้โรคจิตกว่าเลยนะ


ไม่กล้าพอ.. ยังเกรงใจคนรอบข้างคนอื่น
เดี๋ยวตรงที่ที่เรายืน จะว่างโล่งเพราะเราอ่ะดิ




 

Create Date : 14 ธันวาคม 2553    
Last Update : 14 ธันวาคม 2553 19:40:07 น.
Counter : 250 Pageviews.  

ปีนี้.. ต้องฉลองวันพ่อกับพ่อที่โรงพยาบาลแทน~

ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน พ่อประสบอุบัติเหตุต้องนอนโรงพยาบาล
ปีนี้เลยเป็นปีแรก (ครั้งแรกและขอให้เป็นครั้งสุดท้ายที่เกิดแบบนี้)
ที่ต้องมาฉลองวันพ่อ... กับพ่อที่โรงพยาบาลแทน

พ่อได้ผ่าตัดเอาน๊อตเข้าเชื่อมกระดูก ในวันที่ 3 ธันวาคม 2010
10 วันที่พ่อต้องทนเจ็บอย่างมาก และต้องทนกับการที่เคลื่อนไหวไม่ค่อยได้
เป็นครั้งแรกที่เห็นพ่อแสดงออกถึงความเจ็บปวด เห็นแล้วน้ำตาจะไหลให้ได้

ที่เราต้องรอถึง 10 วันกว่าจะได้ผ่าตัด เนื่องมาจากหมอบอกว่า..
พ่อเป็นลิ้นหัวใจรั่วด้วย ! ตอนแรกที่ได้ยินทุกคนอึ้ง ไม่อยากเชื่อ
พ่อผู้แข็งแรงของพวกเรา ทำไมถึงได้เป็นลิ้นหัวใจรั่วได้ เกิดอะไรขึ้น

หมอบอกว่าอาการนี้เป็นเพราะลิ้นหัวใจเสื่อมตามวัย !
เพราะงั้นเลยค่อนข้างเสี่ยงหากต้องผ่าตัด เรากับพี่น้องที่คริสตจักรจับมือกัน
อธิษฐานให้ทุกอย่างผ่านไปอย่างเรียบร้อย ไม่มีปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น

ขอบพระคุณพระเจ้า ~ ในที่สุดการผ่าตัดก็เรียบร้อยจริง ๆ

ตอนแรกหมอบอกว่าเมื่อพ่อออกจากห้องผ่าตัด ต้องนอน ICU ไปก่อน
ให้เราทำเรื่องคืนห้องก่อนก็ได้ แต่ด้วยความเชื่อว่าพระเจ้าจะรักษาพ่อแน่ๆ
เราบอกหมอว่าไม่คืนห้องหรอก เพราะพ่อผ่าตัดเสร็จเดี๋ยวก็กลับมานอนแล้ว

เราคิดว่าหมอคงไม่ค่อยจะเชื่อตามนั้น แต่เราเชื่อ!
ก็เป็นจริงดังนั้น พ่อผ่าตัด 8 โมงเช้า พอ 10 โมงกว่าเราไปที่ห้องผ่าตัด
หมอบอกว่าพ่ออยู่ในห้องพักฟื้นแล้ว คิดว่าซักเที่ยงก็กลับห้องได้

เย้~ ขอบพระคุณพระเจ้าค่ะ


เพิ่งเข้าใจเวลาได้ยินคนที่เป็นพ่อแม่พูดว่า ถ้าลูกเจ็บ พ่อแม่เจ็บมากกว่า
การเจ็บของพ่อในครั้งนี้ ทำให้เราเข้าใจอย่างถ่องแท้จริง ๆ ..
ถ้าเราสามารถรับเอาความเจ็บปวดของพ่อมาได้ เราขอรับแทนจริง ๆ

พ่อผู้ที่เข้มแข็งมาตลอด พ่อผู้ที่คอยดูแลห่วงใยครอบครัวไม่เคยขาด
บ้านเรา... จะชอบองุ่นกันมาก พ่อจะซื้อองุ่นมาเติมในตู้เย็นให้เสมอ

เราว่าน่าจะเป็นครั้งแรกของเราก็ได้ ที่ได้ซื้อองุ่นให้พ่อได้กินบ้าง
ตอนนี้พ่อยังเดินไม่ได้ แต่องุ่นในตู้เย็นที่โรงพยาบาลก็จะไม่ขาด
เราัยังแซวพ่อเล่นเลยว่า ตอนนี้เราสลับกันนะพ่อ ^^

วันพ่อ 5 ธันวาคม 2010 คงเป็นวันที่เราจะจำไปจนวันตายเลยว่า..
เราได้ฉลองวันพ่อในที่ที่เราและครอบครัวไม่เคยคิดมาก่อน

วันนั้นพ่อดูร่าเริง ดูมีความสุขมาก พ่อหัวเราะทั้ง ๆ ที่เจ็บแผล
พ่อกินของทุกอย่างที่ลูก ๆ ซื้อมาให้ พ่อยิ้มกว้่างตอนพวกเราถ่ายรูปกัน
เป็นภาพที่เราสามารถหัวเราะได้ทั้งน้ำตาเลย

ตอนนี้ถึงพ่อจะยังอยู่โรงพยาบาล แต่อาการของพ่อก็ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
พ่อบอกว่าอยากออกไปเดินข้างนอกแล้ว 55 ..


ภาพนี้เราถ่ายที่สถานี BTS สนามเป้า ในวันที่พ่อต้องผ่าตัด
วันที่ 3 ธันวาคม 2010 ตอน 6 โมงครึ่งตอนเช้า

วันนั้นดวงอาทิตย์เพิ่งขึ้น ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่มาก
อากาศเย็นสบาย มีนกตัวนึงบินมาได้จังหวะพอดีเลย
ภาพนี้จะเป็นภาพความทรงจำที่ดีของเราตลอดไป ~


ความหวังของเราใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ที่ขึ้นมาในเช้าวันนั้นอีก ^ ^




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2553    
Last Update : 10 ธันวาคม 2553 11:01:54 น.
Counter : 304 Pageviews.  

หรือเราจะเป็นแม่นาค ... เพราะ

เรา "รักพ่อมาก"



`*•.¸˚*•.¸`*•.¸ ː̗̀☀̤̣̈̇ː̖́¸.•*˚¸.•*´¸.•*˚ ː̗̀☀̤̣̈̇ː̖́¸˚*•.¸`*•.¸˚*•.¸.•*˚¸.•*´¸.•*˚


"ขณะนี้ Tag #hismajesty
ที่ชาวไทยทวิตเตอร์ทั่วประเทศ
ร่วมกันทวีตถวายพระพรในหลวง
ได้ขึ้นเป็นเทรน worldwide อันดับ 1 แล้ว
ตั้งแต่เวลา 22:11 น."





`*•.¸˚*•.¸`*•.¸ ː̗̀☀̤̣̈̇ː̖́¸.•*˚¸.•*´¸.•*˚ ː̗̀☀̤̣̈̇ː̖́¸˚*•.¸`*•.¸˚*•.¸.•*˚¸.•*´¸.•*˚


ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

~ รักในหลวงค่ะ ~




 

Create Date : 05 ธันวาคม 2553    
Last Update : 5 ธันวาคม 2553 23:49:58 น.
Counter : 262 Pageviews.  

มันเดย์ .. วันของมัน

Monday : มันเดย์



วันของมัน ... ไม่ใช่วันของเรา




 

Create Date : 29 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2553 18:26:38 น.
Counter : 261 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  

Valentine's Month


 
Chajatta
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เรียนโรงเรียนสตรีอยู่ช่วงนึง
ไม่ชอบใส่กระโปรงที่สุด
ไม่ชอบไว้ผมยาว ไม่หญิงจ๋า

ชอบรองเท้าแตะ รองเ้ท้าผ้าใบ
กระเป๋าผ้าอีกมากมาย แล้วก็พวกเป้
หรือกระเป๋าใบใหญ่ ๆ ของโปรดอีก

ในนั้นมีสมบัติทุกอย่าง โอ้วววว ~
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ....จะแบก
ไปไหน มาไหนมากมายเพื่ออะไร ?

ทุกวันนี้.. ช่วยลดโลกร้อน
ขี่จักรยานไปทำงานทุกวี่ ทุกวัน
วันไหนไม่อยากขี่จักรยาน ก็...
เบี้ยวงาน ..

มีคนบอก ... หน้าตาดูหยิ่งนะ
แต่พอได้คบหากัน กลับบอกว่า
ไอนี่จะตลกไปไหน อ้าว ~ ไหงเป็นงั้น

ถนัดซ้าย แต่ที่บ้านไม่ปลื้ม !
จับให้เขียนหนังสือมือขวาแบบคนอื่น
ตอนนี้เลยเขียนซะทั้ง 2 ข้างเลย
แม่บอก.. เอากะมันดิ .. ฮา~

เป็นคนที่กะระยะพลาดประจำ .....
เพราะงั้นการที่จะเดินแล้วตกบันได
ชนกระจก ชนนั่นนี่ ถือเป็นเรื่องปกติ
ของชีวิต ชิล ชิล ^___^

มีความขัดแยังในตัวเองสูง
ชอบงานช่าง แต่ก็ชอบถักนิตติ้งด้วย
ดูขัดกับบุุคคลิกอย่างมาก

ทำอาหารไม่อร่อย แต่ชอบทำ
ชอบทำขนมเค้ก แต่ทำขนมปังไม่สำเร็จ
ว่ายน้ำท่ากบได้ แต่ท่ากรรเชียงไม่เป็น

เน้นความสมบูรณ์แบบมากเกิ้น
ทุกอย่างต้อง ~ เป๊ะ !

ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง"มาก"
ชอบคือชอบ ไม่ชอบก็แสดงให้รู้
ไม่เก็บ ไม่แคร์ นิสัยแบบเนี้ย~แย่มั้ย

ชอบดูการ์ตูนและหนังตลก
ช่วงหลังดูซีรีย์เกาหลี ก็เพราะพี่สาว
อันยองฮาเซโย ~ โคมับซึมนีดา

ถึงจะเป็นคนฮา ... แต่เรื่องเพลงน่ะไม่ใช่
ชอบฟังเพลงเศร้า เพลงช้า บิ้วท์เข้าไป
เพลงบรรเลงเศร้า ๆ มีเก็บเป็นปี๊บ

ไม่ชอบพึ่งคนอื่น ชอบพึ่งพาตัวเอง
ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เป็นหญิงอึดไง

เล่นเทควันโด... จนสะบ้าหัวเข่าหลุด
อยากซื้อกระสอบทรายมาไว้ที่บ้านจัง
แต่ไม่มีใครเห็นด้วยซักคน ทำไมล่ะ

ไม่ค่อยจะอ่อนหวาน แต่อ่อนโยน ...
โดยเฉพาะกับสัตว์สี่ขา และมีครีบ
โปรดปรานหมี กับหมาเป็นพิเศษ

ชีวิตมีปัญหากับการหลงทิศทางประจำ
เรื่องทิศนี่คือปัญหาในชีวิตอยู่แล้ว แต่...
ตอนนี้ีดันมีปัญหาเรื่องทางเ้ข้ามาอีก
กลุ้มนะ ใครเป็นมั่ง~

มือขึ้นนะเี่นี่ย.. ใคร ๆ ก็บอกอย่างนั้น
... ปลูกต้นไม้งี้ ออกดอกออกผลตรึม
~ ว๊าวววว ~ อะไรมันจะขนาดนั้น

เป็นคริสเตียน เทใจรักพระเจ้าสุด ๆ
ชอบที่จะร้องเพลง แต่ร้องได้....
เฮ้อ... อ่อนเพลียจะพูด !
Friends' blogs
[Add Chajatta's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.