ปากกาไฮไลท์สีแดง
Group Blog
 
All Blogs
 
เที่ยวริมคลอง

วันนี้ที่เรารอคอยก็มาถึง วันที่จะได้ไปเที่ยวดูต้นไม้และเรียนรู้ชีวิตของชาวลุ่มน้ำเจ้าพระยา เราต้องเดินทางถึงที่หมายเวลาประมาณ 7 โมงเช้า เราจึงตื่นแต่เช้า เพื่อไปเจอพี่จิตรที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ตอน 6 โมง และนั่งแท็กซี่ไปพร้อมกัน

เราตื่นแต่เช้ามากๆ ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เดินออกมาฟ้าก็ยังคงมืดอยู่ เราก็คิดอยู่ว่าจะนั่งรถไฟฟ้าไปอนุสาวรีย์ดีมั้ย? หรือรถเมล์ดี แต่เคยขึ้นารถไฟฟ้าเวลานี้ แล้วต้องรอประมาณ 15 นาที เราจึงตัดสินใจ ขึ้นรถเมล์ แต่รอนานมาก ทั้งๆที่รถเมล์ฝั่งตรงข้ามผ่านไปแล้ว 4-5 คัน แต่ฝั่งที่เรารอก็ไม่มาสักที ก็เลยตัดสินใจขึ้นรถไฟฟ้า เพราะเดี๋ยวจะสาย ปรากฏว่า พอเดินจะถึงรถไฟฟ้า รถเมล์สายที่เราจะขึ้น ก็วิ่งผ่านหน้าเราไป -*- ซะงั้น

เราไปรอรถไฟฟ้า เกือบเท่าเวลาที่คิดไว้ตอนแรก แต่รอประมาณ 10 นาที -*- ทำให้คิดได้ว่า ไม่ควรลังเล จะเลือกอะไรก็เลือกสักอย่าง

เราไปเจอพี่จิตรประมาณ 6 โมงเช้า และนั่งแท็กซี่ไปยังที่หมาย พอไปถึงยังไม่มีใครมาเลย แต่อ.ยงยุทธ ก็มาถึงแล้ว พิ่จิตรจึงเข้าไปทักทาย อาจารย์ก็ชวนคุย และเล่าอะไรให้ฟังหลายๆอย่าง นี่ยังไม่เริ่มทริปก็เริ่มสนุกแล้วสิ

สักพักพี่ก้องก็มาถึง และคนอื่นๆก็ทยอยมากันเรื่อยๆ จนครบ พวกเราลงเรือ โดยอาจารย์ยงยุทธบอกว่า เราจะไม่มีข้าวกล่อง แต่จะเป็นข้าวใส่จาน จะมีแกง 1 และผัด 1 อย่าง ตักกินกันตามสบาย แต่ขอให้ทานให้หมด เพื่อไม่ให้เหลือขยะมาที่ฝั่ง

เมื่อเรือเริ่มออกจากท่า อาจารย์ก็เริ่มอธิบายอะไรหลายๆอย่างที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งอาจารย์อธิบายได้ทุกอย่างจริงๆ ถ้าอะไรที่ไม่รู้ถามอาจารย์ก็จะได้คำตอบ จะได้รู้ว่าสถานที่ต่างๆริมน้ำนั้น มีที่มาอย่างไร มีประวัติศาสตร์อย่างไร และต้นไม้ชนิดไหนเป็นอย่างไร แม้แต่เรือขนสินค้า หรือเรือเก็บขยะผ่านไป อาจารย์ก็สามารถนำมาอธิบายได้ (เก่งจริงๆค่ะ ขอชม)

พวกเราเริ่มแวะที่จุดแรกก็คือ “วัดกัลยาณมิตร” ก่อนเป็นที่แรก พอพวกเราลงจากเรือจนครบ อาจารย์ก็เริ่มอธิบายถึงความเป็นมาของวัดนี้ (แต่เรื่องที่มาไม่ขอพูดถึงมาจะดีกว่า กลัวข้อมูลจากการจดจะผิดพลาด เพราะเราจดไม่ค่อยทัน) หลังจากทราบที่มากันแล้ว พวกเราก็เข้าไปกราบพระในโบสถ์ พอออกมากันแล้ว อาจารย์บอกว่าเกิดปัญหากับเรือนิดหน่อย เพราะว่ามีผ้าใบผืนใหญ่ไปติดใบพัดของเรือ ทำให้เรือออกไม่ได้ และจะต้องให้คนดำน้ำลงไปนำออก อาจารย์พูดให้เห็นว่า เพราะพวกเราคิดว่าแม่น้ำเป็นที่ทิ้งขยะทำให้ขยะเต็มแม่น้ำไปหมด (ส่วนจะจริงหรือไม่ก็คงต้องคิดเอง)

อาจารย์บอกว่า ในสมัยรัชกาลที่ 3 สยามรวยมาก มีเงินเก็บเหลือเฟือ เพราะรัชกาลที่ 3 บอกว่า “การที่เราจะทำตัวให้รวย เราต้องทำตัวให้จน แล้วเราจะรวย” โดยอาจารย์ได้ขยายความคำว่า “วิธีอยู่อย่างจน” ว่า ก็คือ การใช้ทุกอย่างให้คุ้มค่า พร้อมทั้งยกตัวอย่างว่า เช่น เรามีกล้องดิจิตอลที่ซื้อมาในราคา 5000 บาท จะใช้ให้คุ้มได้ ก็เช่น ใช้5000 ครั้ง ก็จะเท่ากับเราใช้ครั้งละ 1 บาทเท่านั้น นี่แหละคือการใช้ให้คุ้ม

เราก็เริ่มเดินทางไปกันต่อยังสถานที่ต่อไปคือ “วัดนางชี” ซึ่งเป็นวัดที่มีต้นไม้เยอะมาก พวกเราลงจากเรือ อาจารย์อธิบายเรื่องต่างๆเกี่ยวกับต้นไม้ ว่าต้นไม้แต่ละชนิดเป็นยังไง ต่างกันตรงไหน ทำอะไรได้บ้าง อาจจะทำเป็นสมุนไพรได้อีกด้วย โดยอาจารย์อธิบายอย่างละเอียด หลังจากฟังคำบรรยาย และถ่ายรูปต้นไม้ (ที่จริงๆแล้วเราก็ยังแยกไม่ค่อยออกว่าเป็นต้นอะไรบ้างกันแน่) เสร็จแล้ว พวกเราก็เข้าไปกราบพระในโบสถ์ และก็กลับลงเรือ เพื่อมุ่งหน้าไปยังวัดต่อไป

ระหว่างทางจะไปวัดต่อไปนั้น เพื่อไม่ให้เสียเวลา เวลาแห่งการรอคอยก็มาถึง นั่นก็คือ เวลาอาหารกลางวัน (หิวจะแย่อยู่แล้ว) ทุกคนทยอยกันไปตักอาหาร และเราก็จำได้ว่า อย่ากินเหลือ ต้องกินให้หมด เราจึงบอกคนตักอาหารว่า ขอข้าวนิดเดียวพอค่ะ พี่ท่านก็ตักให้นิดเดียวจิงๆ แต่กับข้าวเยอะ และพอกินไปก็พบว่าใส่พริกมาเยอะมาก เผ็ดสุดๆไปเลย แต่ “ต้องกินให้หมด อย่าให้เหลือ” เราก็ต้องกินพริกเข้าไปเยอะมาก โดยหารู้ไม่ว่า ถ้าเหลือแค่เศษพริกแค่นั้น เทใส่ถังขยะก็ได้ ลืมไป -*- แต่ก็กินจนหมดซะงั้น และเผ็ดมากด้วย
เมื่อทานอิ่มและอาหารยังไม่ทันย่อย ก็มาถึง “ตลาดน้ำตลิ่งชัน” คือ เพิ่งอิ่ม ทานอะไรไม่ลงแล้ว พวกเราก็เลยมานั่งถ่ายรูปน้องละมุน (ตุ๊กตาสุดน่ารักของพี่ลิปดา นั่นเอง) โดยมีนายแบบรับเชิญ คือ พี่ก้อง (ใจดีจริงๆให้ทำอะไรก็ทำ และยังหวีผมให้ตุ๊กตาด้วย แบบขำๆกันไป) สักพักก็มีคุณลุงใจดี นำตุ๊กตามานั่งเป็นเพื่อนน้องละมุน บอกว่าให้ยืม (ใจดีสุดๆเลย) แล้วก็มีแม่ค้าแถวนั้น เข้ามาขอดูน้องละมุนด้วย และชวนคุยอย่างเป็นกันเอง เมื่อถ่ายรูปเสร็จเราก็นำตุ๊กตาไปคืน รู้สึกตื้นตันที่คนแถวนี้อัธยาศัย ดีมากๆ เป็นกันเอง หลังจากนั้นพวกเราก็ไปเดินในตลาดต่อ (แต่คงทานอะไรไม่ลงกันแล้ว) พวกเราจึงถ่ายรูปเก็บบรรยากาศไว้ สองข้างทางเต็มไปด้วยขนมที่ห่อด้วยใบตอง น่ารัก และน่าทานมากๆ แต่ทานไม่ไหวจริงๆ และยังมีของแปลกๆที่นำมาขาย แต่ที่ละลานตามากก็คือ ร้าน 2 ข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ เราเห็นแล้วอยากจะซื้อกลับจริงๆ แต่คงแบกไม่ไหว พี่ก้องก็บอกว่า ถ้าจะแบกกลับก็ดูจะแมนเกิน 5555

พวกเรารีบชมบรรยากาศ และถ่ายรูป เพราะเดี๋ยวจะขึ้นเรือไม่ทัน แต่ทริปนี้ทุกคนตรงเวลาดีมากๆ

หลังจากตื่นตาตื่นใจกับตลาดน้ำกันแล้ว พวกเราก็นั่งเรือมาจนถึง “วัดชัยพฤกษามาลา” พวกเราเข้าไปกราบพระในโบสถ์ ที่เก่าและเหมือนจะผุพังเต็มที แต่ก็มีรากไทร ที่ใหญ่และแข็งแรงหุ้มไว้ เห็นแล้วแอบขนลุก ว่าต้นไทรใหญ่มากๆ หลังจากออกจากวัดนี้แล้ว เราก็ล่องเรือไปเรื่อยๆ ได้เห็นวิถีชีวิตริมน้ำ แต่ที่เราสังเกตมากๆเลยก็คือ บ้านริมน้ำแทบทุกหลัง ต้องปลูกต้นไม้ไว้ และไม่ใช่แค่ต้นเดียว แต่มีเต็มไปหมด ละลานตาไปหมด ดูแล้วสบายตากว่าตึกสูงใหญ่ริมถนนหลายเท่านัก

เมื่อใกล้วนกลับมายังจุดเริ่มต้นแล้ว เราก็เข้าไปชมป้อมทับทิมไม่ได้ เนื่องจากมีเวลาไม่มากพอ ทำให้ต้องขึ้นฝั่ง ทั้งๆที่ไม่ได้ชมป้อมทับทิม

หลังจากขึ้นฝั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ไปหาอะไรกินกันต่อที่ท่าพระจันทร์ และก็แยกย้ายกันกลับ
วันนี้ได้อะไรกลับมาเยอะมากเลย อีกเรื่องที่อาจารย์ยงยุทธบอก และเราก็เห็นด้วยอย่างยิ่งเลย ก็คือ จริงๆแล้วคนไทยเก่งนะ มีภูมิปัญญาเยอะมาก แต่ใช้ไม่เป็น เราคิดว่า บางสิ่งบางอย่าง เป็นของคนไทยแท้ๆ แต่กลับไม่เห็นคุณค่า ทำให้อะไรหลายๆอย่างที่ควรจะเป็นของคนไทยอย่างถูกต้อง กลับกลายต้องเป็นของต่างชาติไปจากการจดสิทธิบัตร กลับกลายเป็นว่าชาวต่างชาติเห็นคุณค่ามากกว่าซะงั้น กว่าจะรู้ตัวก็โดนขโมยอะไรดีๆไปหลายอย่างแล้ว ยังไงก็อยากให้ภูมิใจในความเป็นไทย

ยังไงการเดินทางของวันนี้ก็สนุกมาก และก็ต้องขอบคุณอาจารย์ ยงยุทธ จรรยารักษ์ ด้วยที่ให้ความรู้ดีๆ ได้อะไรเยอะมากๆเลยค่ะ และที่ขาดไม่ได้จริงๆก็คือ คุณ ทรงกลด บางยี่ขัน ที่จัดทริปดีๆอย่างนี้ขึ้นมา (คราวหน้าจะไปแจมอีกนะค่ะ)


สุดท้ายๆ ก็ต้องมีเครดิตนิดนึง ติดตามผลงานของอาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ ได้ใน a day เล่ม 90 ปกต้นไม้ และก็มีเมล็ดแถมมาให้ปลูกด้วย ถ้าปลูกได้ก็ดี ช่วยลดภาวะโลกร้อน และก็สดชื่นด้วย




เรือที่เรานั่งไปเที่ยว


แม่ค้ากำลังขายขนม น่ากินมากๆ (แต่อิ่ม)


น้องละมุน และตุ๊กตาที่ลุงใจดีให้ยืมมาถ่ายด้วย



ร้านขายต้นไม้ ที่ตลาดน้ำตลิ่งชัน


พี่ก้องกับน้องละมุน


โบสถ์ที่มีรากไทรล้อมรอบไว้


Create Date : 21 มีนาคม 2551
Last Update : 21 มีนาคม 2551 23:47:02 น. 2 comments
Counter : 383 Pageviews.

 
อ่านแล้วได้บรรยากาศ+ความรู้เลยเนอะ ฮ่าๆๆ อิจฉาๆๆได้ไปเที่ยวด้วย

เที่ยวแบบนี้ก็ดีเนอะมีอาจารย์ดูแลและให้ความรู้ด้วย

แต่ไปเที่ยวกันเองก็มันส์ไปอีกแบบหนึ่งละนะ ไว้วันหลังไปเที่ยวกันเนอะจอม

ปล.ชอบรูปสุดท้ายนะ ขลังดี อิอิ



โดย: redtear IP: 58.10.65.104 วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:20:44:10 น.  

 
รูปสุดท้ายดูตรงมุมไหนอะ ทำไมพี่ไม่เห็นมุมนี้ แต่อย่างว่าล่ะ พี่ไม่ได้สนใจหามุมภาพเลยนี่นาสำหรับทริปนี้

พี่ชอบการได้เข้าวัด ไหว้พระและฟังประวัติความเป็นมาต่างๆส่วนการได้ล่องเรือตามลำน้ำ เย็นกว่าและไม่ติดเหมือนบนถนน

ที่สำคัญสุดพี่ชอบธรรมชาติและธรรมะที่อาจารย์นำมาเล่ามาอธิบาย ใครทิ้งธรรมชาติใครไม่สนใจธรรมะพี่ว่าร้อนด้วยกันทุกคนเพราะมันก็คือสิ่งเดียวกัน

แต่ทริปหน้าไม่รู้ว่าจะลาได้อีกไหมนะ รู้สึกเดือนมีนาคมพี่ลาทุกเสาร์เลยอะ เกรงใจออฟฟิศ


โดย: พี่จิตร IP: 124.120.159.106 วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:13:43:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ปากกาไฮไลท์สีแดง
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ปากกาไฮไลท์สีแดง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.