ปากกาไฮไลท์สีแดง
Group Blog
 
All Blogs
 
สิ่งที่ไม่อาจหวนคืน


เคยมั้ย ที่มีคนเดินเข้ามาบอกคุณว่าอยากเป็นเพื่อนกับคุณ?

เคยมั้ย ที่พอกลายเป็นเพื่อนที่เกือบสนิทกันแล้ว แต่กลับต้องเลิกคบกันไป ?

เคยมั้ย ที่เวลาที่รู้สึกดีๆต่อกัน กลับหายไป เพียงเพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำ?


เมื่อประมาณเกือบสองปีมาแล้ว เพื่อนสนิทของฉัน โทรมาเล่าเรื่องอัดอั้นให้ฉันฟัง ว่าทะเลาะกับเพื่อนอีกคน เธอโกรธที่เพื่อนพูดจาว่าเธอด้วยประโยคเพียงประโยคเดียว ฉันได้แต่รับฟัง ฉันรับฟังความทั้งสองฝ่าย ฉันแค่รู้สึกว่า คนนึงไม่ชอบอีกคน ฉันไม่จำเป็นต้องไม่ชอบด้วย เพราะการทะเลาะกันเป็นเพียงเรื่องของคนสองคน ที่คนนอก ไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วย

เมื่อฉันฟังความทั้งสองฝ่าย ฉันเข้าใจว่ามันเป็นความเข้าใจผิดกัน แต่ฉันไม่สามารถอธิบายให้ทั้งสองฝ่าย เข้าใจในสิ่งที่เข้าใจผิดได้ เพราะต่างคนต่างยืนยันว่าตัวเองถูก
ทั้งสองยืนยันจะเลิกคบกัน ฉันทำอะไรไม่ได้ ฉันพูดได้เพียงว่า "สักวันนึง เมื่อพวกแกโตขึ้น แกอาจจะพบข้อผิดพลาดบางอย่าง ว่าทำไมวันนั้นฉันถึงได้งี่เง่าขนาดนี้ อาจพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้น มันช่างเล็กน้อย เล็กน้อยเกินกว่าที่จะทำให้ความสัมพันธ์ที่เรียกว่าเพื่นอยุติไป" เพื่อนรับฟัง และเข้าใจในสิ่งที่ฉันพูด แต่มันยืนยันว่าตอนนี้ มันเสียความรู้สึกเกินกว่าที่จะรู้สึกผิดแบบนั้นได้

ในที่สุด ทั้งสองคนก็เลิกคบกัน แต่ไม่ใช่แค่สองคนนี้เลิกคบกัน กลายเป็นว่าเพื่อนของฉันออกไปจากกลุ่ม เพราะเพื่อนในกลุ่มเอาตัวเองเข้าไปยุ่งด้วย ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเข้าข้างกัน ในที่สุดก็กลายเป็นว่าหลายๆคนไม่มองหน้ากัน หลายๆคนเลิกคบกันไป ส่วนฉันยังคงยืนอยู่จุดๆเดิม ฉันยังคงคบทุกคนเหมือนเดิม...

เหตุการณ์ที่เล่ามา ฉันก็เคยผ่านมาแล้วหลายครั้ง ฉันเคยโกรธเพื่อนขนาดไม่พูดกันอยู่หลายเดือน แต่ในที่สุดเราก็กลับมาพูดคุยกันเหมือนเดิม

เหตุการณ์ที่เล่ามา ฉันจึงรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย และหวังว่าในอนาคตข้างหน้า เพื่อนๆทั้งหมด จะเห็นความจริง จะพูดคุยกันเหมือนเดิม

เมื่อหลายวันก่อน หลังจากต้องทำงานส่งอาจารย์ ก็ได้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นอย่างแรง ฉันสั่งยกเลิกการทำงานวันนั้น เพราะเห็นว่าหลายๆอย่างไม่พร้อม ถ้าทำวันนั้นไปก็เสียเวลา เปลี่ยนไปทำวันอื่นดีกว่า หลายๆคนที่อยู่กับฉันเห็นด้วย แต่หลายๆคนที่ไปถึงที่หมายแล้วกลับไม่เห็นด้วย ยืนยันว่ายังไงก็จะทำ

ระหว่างทางที่อยู่บนรถ ฉันและเพื่อนๆรีบไปให้ถึง ทั้งๆที่ในใจโกรธแทบเป็นบ้า แต่ยังมีสติอยู่ ฉันพยายามหาทางแก้ปัญหาให้ได้ เพราะมาถึงขนาดนี้จะยกเลิกก็ไม่ได้แล้ว เพื่อนๆเลือกให้ฉันตัดสินใจเกี่ยวกับงานนี้ ฉันกำลังทำหน้าที่ของฉันที่จะต้องรับหน้ากับปัญหาที่เกิดขึ้นและทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี แต่ในขณะที่อยู่ในรถอยู่นั้น โทรศัพท์ดังขึ้น เพื่อนโทรมาโวยวายหลายอย่าง ฉันพยายามหาทางแก้ปัญหาอย่างสุดความสามารถ ฉันบอกว่าสิ่งที่มันพูดมาสามารถทำได้ แต่มันเถียงว่าไม่ได้ ฉันโทรไปถามพ่อว่าสิ่งนี้ทำได้มั้ย พ่อบอกว่า ทำได้เลย ไม่มีปัญหาตามมาแน่ๆ มันกลับพูดมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า "ทำไมแกต้องเอาชนะด้วยว่ะ มีกรูทำงานอยู่คนเดียวไม่เห็นมีใครสนใจจะแก้ปัญหาเลย"

ทั้งๆที่ฉันรู้ว่าการโกรธเพื่อนมากๆด้วยประโยคๆเดียวมันงี่เง่ามากๆ แต่ฉันก็อดไม่ได้
ที่ฉันทำมาตลอดหกเดือน กลายเป็นว่าฉันไม่ได้ทำอะไรเลยใช่มั้ย ที่ฉันพยายามแก้ปัญหาให้ ทุกคนเลือกให้ฉันเป็นคนดูแลงาน เลือกให้ฉันเป็นคนตัดสินใจ แต่พอถึงเวลาจริง กลับไม่มีใครสนใจสิ่งที่ฉันได้ตัดสินใจลงไป ไม่มีใครเคารพการตัดสินใจของฉัน และคำพูดประโยคนั้นทำให้ฉันเลิกเชื่อมั่นในโปรเจคนี้ ในเมื่อบอกว่าฉันไม่ช่วยทำอะไร ฉันก็จะไม่ช่วยทำอะไร

ฉันตัดสินใจบอกเพื่อนๆว่า ฉันขอถอนตัว ไม่ใช่ถอนตัวเพราะฉันยอมแพ้ แต่ฉันถอนตัวเพราะคำว่าเพื่อน เพื่อนที่ฉันคิดมาโดยตลอดว่าไว้ใจฉัน ว่าเขาเคารพในการตัดสินใจของฉัน ไม่เคยเชื่อในตัวฉันเลย ไม่เคยไว้ใจฉันเลย ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าฉันไม่เหมาะกับสิ่งนี้

ที่ฉันตัดสินใจทำโปรเจคนี้ เพราะมีเพื่อนทำงานด้วยกัน ใช่ ฉันไม่ได้อยากทำมัน แต่ฉันทำมันเพราะว่าเพื่อนอยากทำ เพราะคำว่าเพื่อน แต่ถ้าคำว่าเพื่อน คำนี้ ไม่ไว้ใจฉันอีกต่อไป ฉันก็ไม่มีความสำคัญ ฉันก็ไม่มีความหมายกับโปรเจคนี้อีกต่อไป

คำบอกเล่าของเพื่อนเมื่อสองปีที่แล้วกลับเข้ามาในหัวของฉัน ฉันเพิ่งเข้าใจสิ่งที่เพื่อนเล่า ฉันเพิ่งเข้าใจว่า การเสียความรู้สึกมันเป็นยังไง และเมื่อมันเสียไปแล้ว มันยากที่จะเรียกกลับมา ฉันกับเพื่อนคนนั้น ณ ตอนนี้ เราไม่มีทางเป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะฉันไม่รู้สึกไว้ใจมันอีกต่อไป

สิ่งเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมได้ อาจเป็นเวลา

ฉันได้ข้อคิดกลับมาหนึ่งข้อ "คำพูดที่พูดออกไปแล้ว ไม่มีวันหวนกลับคืนมาได้"




Create Date : 05 เมษายน 2552
Last Update : 5 เมษายน 2552 23:32:57 น. 9 comments
Counter : 354 Pageviews.

 


มีนิทานเรื่องหนึ่ง

น้ำ ไฟ ความไว้วางใจ เป็นเพื่อนกัน วันนหนึ่งสามคนเดินป่าไปด้วยกัน น้ำบอกว่าถ้าหลงทาง "หากเห็นต้นไม้เขีนวขจี ฉันอยู่ที่นั่น" ไฟบอกว่า "เห็นควันที่ไหน ฉันอยู่ตรงนั้น"

ความไว้วางใจบอกว่า "พวกเธอต้องไม่ทำฉันหาย"

"เพราะเธอจะไม่มีวันได้ฉันหลับตืนมา"

...

ยังไงก็มีเพื่อนที่รักจอมนะ อะไรที่ผ่านมานั่นคือ สิ่งที่สอนเรา อดีตแก้ไขไม่ได้ คิดงี้นะ

แล้วทุกสิ่งจะผ่านไป

จากคนหนึ่งที่เคยผ่านจุดนั้นมา

สู้ๆนะเพื่อน เป็นกำลังใจให้เสมอมา


โดย: ออฟ IP: 58.10.65.147 วันที่: 6 เมษายน 2552 เวลา:17:13:04 น.  

 
กลับคืน* แก้ๆ พิมผิดครับ


โดย: อ๊อฟ IP: 58.10.65.147 วันที่: 6 เมษายน 2552 เวลา:17:16:03 น.  

 
ขอบใจมากเลยเพื่อน

"ความไว้วางใจ" ก็เป็นสิ่งน่ากลัวนะ เมื่อมันหายไปแล้ว มันยากที่จะกลับมา


โดย: ปากกาไฮไลท์สีแดง วันที่: 6 เมษายน 2552 เวลา:22:47:19 น.  

 
"ความไว้วางใจ ความเชื่อใจ" สำคัญ

ถ้าหมดใจเมื่อไหร่ล่ะน้องเอ๋ย อะไรก็ยื้อไว้ไม่อยู่

ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าคือสิ่งที่คนหมดใจคิด

ไม่ว่าจะเป็นงานหรือความสัมพันธ์ต้องระวังให้ดี

รักษาความสัมพันธ์แต่ไม่ใช่ระแวดระวังซะจนทำอะไรไม่ได้

วันนี้พี่จะพูดเรื่องที่เล่าให้จอมฟัง กับทีมงาน ทีแรกกังวลแต่ตอนนี้ พี่มีความสุขจัง ที่จะได้เป็นอิสระแล้ว

การเปลี่ยนแปลงมันน่ากลัวตรงไม่รู้อนาคต แต่ถ้าเราต้องทนกับปัจจุบันทุกขณะจิต พี่ว่า ไปลุ้นอนาคตหนุกกว่า

เอาใจช่วยพี่ด้วยนะจอม พี่อาจล้ม พี่อาจพลาด เอาใจมาช่วยพี่ด้วย

เอาใจช่วยน้องเหมือนกัน
สู้ๆ


โดย: พี่จิตร IP: 124.120.177.27 วันที่: 7 เมษายน 2552 เวลา:12:55:26 น.  

 
พี่ิจิตร จอมเอาใจช่วยพี่สาวคนนี้เสมอคร่าาา

บางทีการรอลุ้นอะไรบางอย่าง มันก็สนุกดีนะ ตื่นเต้น และไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

ดีใจนะที่พี่จิตรมีความสุขดี และรู้สึกอิสระ

จอมว่าพี่จิตรอยากทำอะไร ทำไปเถอะ ถ้าทำแล้วมีความสุข

เดี๋ยวนี้โลกมันแคบจะตาย โดยเฉพาะเมื่อมีอินเตอร์เน็ต

สู้ต่อไปนะพี่ จอมเอาใจช่วยอยู่



โดย: ปากกาไฮไลท์สีแดง วันที่: 7 เมษายน 2552 เวลา:13:45:53 น.  

 
ต้องไปกินเบียร์แก้เซ็งกันน :L


โดย: ออฟ IP: 58.10.64.222 วันที่: 8 เมษายน 2552 เวลา:16:39:33 น.  

 
รู้สึกว่าออฟจะนอกประเด็น

แต่ก็น่าสนนะ ฮ่าฮ่า

ไม่กินแก้เซ็งได้ปะออฟ

กินฉลองกันไปเล้ย ^^


โดย: พี่จิตร IP: 124.120.177.87 วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:17:05:21 น.  

 
โอ้ว พี่จิตรได้เลยครับฉลองๆๆๆ

นัดมาเลยดีกว่า

พี่จิตรเจ้ามือ เย้ๆๆ (เนียนนน) 555

ล้อเล่นครับ

แต่นัดมากินได้ครับ เรื่องเมาขอให้บอก



โดย: off IP: 202.28.12.47 วันที่: 12 เมษายน 2552 เวลา:13:11:13 น.  

 
อ๊อฟ พี่จิตรกลับบ้าน ไม่ได้เล่นเน็ตหรอก ฮ่าๆๆๆ

ว่าแต่ว่า คอมเม้นต์บล๊อคอ๊อฟเยอะขนาดนั้น ออกเป็นเล่มได้แล้วม้างงง ฮ่าๆๆๆๆ


โดย: ปากกาไฮไลท์สีแดง วันที่: 14 เมษายน 2552 เวลา:0:12:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ปากกาไฮไลท์สีแดง
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ปากกาไฮไลท์สีแดง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.