ชีวิต คือ การเดินทาง...
Group Blog
 
All blogs
 

<º))))>< °•.♥.•° ...เกาะนางยวน - หาดบ้านกรูด...°•.♥.•° ><((((º>

ทริปนี้ เริ่มการเดินทางตั้งแต่คืนวันที่ 20 พ.ค. 2551 กำหนดระยะเวลาเที่ยว 5 วัน ก่อนเดินทางอ่านพยากรณ์อากาศ บอกว่าจะมีพายุ และฝนตก แต่ตลอดการเดินทางไปเกาะ ราบรื่นดีมาก คลื่นลมสงบ ฝนไม่ตกซักเม็ด


เรือคาตามารันออกจากฝั่งประมาณ 7 โมง ใช้เวลาบนเรือราวชั่วโมงครึ่ง ก็มาถึงเกาะนางยวนแล้วค้าบบบบ ขอบคุณพี่ๆ บริษัทลมพระยามากๆ ช่วยอำนวยความสะดวกให้นู๋ทิปในการขึ้น-ลงเรือ ทั้งขาไป และขากลับ เราไปกันแบบแพ็คเกจ รวมอาหาร 6 มื้อ เริ่มมื้อกลางวันเป็นมื้อแรก เป็นบุฟเฟ่ต์ เดินไปตักเองเลยคับ เป็นอาหารไทย รสชาติกลางๆ ไม่ได้ขี้เหร่คับ


สภาพห้องพัก มีเครื่องเล่นดีวีดีให้ เพราะสัญญาณโทรทัศน์ไปไม่ถึง หากใครไม่ได้เตรียมแผ่นหนังไป ที่รีสอร์ทก็มีให้ยืม ไม่เสียตังค์


ของกินเล่นระหว่างมื้อ และบรรยากาศยามเย็นตอนพระอาทิตย์กำลังตกดิน


อาหารมื้อเย็นมีแกงจืดทะเล ไก่ผัดเปรี้ยวหวาน ฉู่ฉี่ปลา หมูผัดน้ำพริกเผา ( หมูผัดน้ำพริกเผา กับแกงจืดทะเล สามารถเติมได้เรื่อยๆคับ ) ข้าว-น้ำเปล่าไม่อั้น แล้วก็มีของหวานเป็นผลไม้สด อาหารแต่ละอย่างรสชาติดีใช้ได้คับ


มื้อเช้าและมื้อกลางวันเป็นบุฟเฟ่ต์ ทานได้เรื่อยๆ เวลาว่างระหว่างวันก็ทำกิจกรรมต่างๆที่มีบนเกาะนางยวน


วิวก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน ของวันที่ 2 บนเกาะนางยวน


อาหารมื้อเย็นวันที่ 2 เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วนัก


วันรุ่งขึ้น เดินทางกลับเข้าฝั่ง และไปหาดบ้านกรูดต่อ โดยขับรถเลียบชายหาดไปเรื่อยๆ หลงเป็นระยะ


ในที่สุดก็มาถึงจนได้...บ้านพักนานาชาติบ้านกรูด...

จองห้องไว้แบบ 2 เตียง ติดทะเล ไม่มีถนนคั่น ราคาสมาชิกคืนละ 2600 ถ้าไม่มีบัตร ก็มาสมัครที่นี่เลยก็ได้คับ เสียค่าสมัคร 200 ใช้ได้ทุกบ้านพักนานาชาติทั่วประเทศไทย บรรยากาศในรีสอร์ทก็ร่มรื่นดีคับ มีสระว่ายน้ำ สนามบาสเล็กๆ โต๊ะปิงปอง และเวทีสำหรับจัดกิจกรรมเล็กๆด้วย


มื้อเย็น...ขับรถวนหาร้านอาหาร แล้วก็ตัดสินใจทานที่ร้านนี้ " หนูโภชนา " เพราะเห็นคนพื้นที่มาทานกันเยอะ แล้วก็สมความตั้งใจ เพราะอาหารอร่อย(อีกแล้ว...แล้วจะไม่อ้วนยังไงไหว)
กับข้าว..
ปลากะพงสมุนไพร(หรือเปล่า?? กินอย่างเดียว จำบ่ได้ ) - ออกหวานไปนิด
ส้มตำทะเลจานใหญ่ - อร่อย
กุ้งอบวุ้นเส้น - เส้นแฉะไปหน่อยแต่รสชาติใช้ได้
ต้มยำกุ้งน้ำใส - กุ้งตัวใหญ่มากกกกก และน้ำต้มยำอร่อยสะใจดี ออกเปรี้ยวเล็กน้อย
กุ้งผัดเห็ดแชมปิญอง - อร่อยอีกแล้ว
ข้าวผัดกุ้ง - จานกลาง แต่เยอะมากๆๆ แถมกุ้งก็ตัวเบ้อเริ่ม รสชาติโอเคคับ
สรุป...มื้อนี้ อาหารทะเล 6 จานรวมน้ำเป๊บซี่ลิตร น้ำแข็ง กิน 4 คน 800 บาท ถือว่าถูกมากๆ


อาหารเช้าที่ทางบ้านพักจัดเตรียมไว้ให้


หลังจากอิ่มหมีพีมันแล้ว ก็เดินทางไปวัดทางสายฯ ที่สร้างถวายครบรอบ 80 พรรษา มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่หันหน้าเข้าหาทะเล ชื่อพระพุทธกิติสิริชัย และถ้าเดินขึ้นเขาไปอีกราวๆ 120 เมตร ก็จะเห็นเจดีย์มหาภักดีประกาศ ซึ่งด้านในสวยงามมาก วิวก็สวย แต่ห้ามถ่ายรูปด้านในคับ ถ่ายได้แต่วิวด้านนอก



มื้อกลางวัน กินที่ร้านอาหารติดริมทะเล ไม่โพสต์ละกันนะคับ รูปของกินเยอะมากๆ

มื้อเย็น...เนื่องจากติดใจร้านหนูโภชนามาจากเมื่อวานเย็น เลยกลับไปกินร้านเดิมคับ แต่เปลี่ยนเมนู
ต้มยำทะเลน้ำใส - งวดนี้ใส่มะพร้าวอ่อนมาให้ด้วย อร่อยดีคับ
ปลาผัดฉ่า - แซ่บสะใจมากๆ เนื้อปลาสดดี
กุ้งอบเกลือ - อร่อยๆ ตัวใหญ่เป้งๆ มีประมาณสิบกว่าตัว 300 บาท
ปูจ๋า - ตัวละ 15 บาท รสชาติใช้ได้
ปลาอินทรีย์ทอดกระเทียม - อร่อยอีกแล้ว ชอบน้ำจิ้มซีฟู๊ดของที่นี่มากๆ แซ่บดีเหลือหลาย
ข้าวเปล่า 1 โถ เป๊บซี่ 2 ขวดลิตร น้ำแข็ง รวมทั้งหมดมื้อนี้ 860 บาท แต่โชคดีได้บัตรส่วนลดมา เลยเหลือแค่ 780 บาท โอกาสหน้าจะไปกินที่ร้านนี้อีกค้าบบบ ติดใจในรสชาติมากๆ


เช้าอีกวัน เริ่มเดินทางกลับ ก่อนออกจากที่พัก ขอถ่ายรูปดอกไม้รอบๆซะหน่อย ต้นไม้เยอะมากๆ

จากนั้น แวะเที่ยวอุทยานวิทยาศาสตร์ หว้ากอก่อน
เก็บค่าเข้าแค่ 20 บาท สำหรับผู้ใหญ่ และ 10 บาทสำหรับเด็ก แล้วเข้าชมได้ทุกส่วนของพิพิธภัณฑ์หว้ากอ เดินเพลินมากๆ เพราะนอกจากจะมีส่วนที่เป็นอควอเรี่ยมแล้ว ยังมีส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ด้านวิทยาศาสตร์ สวนผีเสื้อและแมลง สวนหิน ฯลฯ ด้านหลังของพิพิธภัณฑ์ก็เป็นทะเล อากาศดีมาก ลมเย็นๆ






แวะเข้าตัวเมืองประจวบฯก่อนกลับเข้ากรุงเทพ ผ่านศาลหลักเมืองแต่ไม่สะดวกลงไป เลยยกมือไหว้ในรถแทนคับ


ร้านก๋วยเตี๋ยวหน่อไม้น้ำผึ้งรันเว อยู่ถ.สละชีพ ฝั่งตรงข้ามวัด หน้ากองพัน 5 สะดุดตาตรงคำว่า หน่อไม้+น้ำผึ้งเนี่ยแหล่ะ แล้วก็ไม่ผิดหวัง รสชาติน้ำซุปกลมกล่อม กินกัน 4 คน 6 ชาม ไม่รวมเกาเหลาเนื้อหมูชิ้นเป้งๆ อีก 1 ชาม เนื้อหมูเปื่อยนิ่มมากๆ อร่อย


ขากลับ แวะเยี่ยมคนป่วยที่หัวหิน แวะซื้อของฝากที่เพชรฯ แล้วก็รีบตีกลับกรุงเทพคับ มาถึงมหาชัยประมาณ 2 ทุ่ม แวะทานอาหาร ขอบพระคุณคนเลี้ยงอาหาร และคนทำอาหารเลี้ยง ทั้งวันไป และวันกลับ มากๆคับ




จบทริปด้วยประการฉะนี้....




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2551 10:42:05 น.
Counter : 876 Pageviews.  

<º))))>< °•.♥.•° ...ระนอง เกาะสน เกาะสอง...°•.♥.•° ><((((º>

สงกรานต์ปี 2551 ไปเที่ยวกับครอบครัว
อยากหนีเล่นน้ำในเมืองกรุงไปเที่ยวต่างจังหวัด
แต่สรุปแล้ว...เปียกเหมือนเดิมอยู่ดี เพราะข้ามฟากไปพม่าก็มีเล่นสงกรานต์ (เกาะสน เกาะสอง เป็นส่วนหนึ่งของพม่าจ้า)


เริ่มต้นการเดินทางที่สวนลุม ตอนสองทุ่ม


ไปสว่างที่ระนองเกือบๆ 6 โมงเช้า แวะล้างหน้า แปรงฟัน แล้วไปเที่ยวชมบ่อน้ำพุร้อนของระนองก่อน มี 3 บ่อ บ่อพ่อ บ่อแม่ บ่อลูก รู้สึกว่าคราวนี้จะร้อนสู้ที่เคยมาเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วไม่ได้


สวนสาธารณะรักษาวาริณ จะเห็นว่าน้ำเป็นสีขาว เพราะแร่ธาตุในดิน


จากนั้น ก็เตรียมตัวไปดำน้ำตื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะแหลมสน อันประกอบด้วยหมู่เกาะกำ เกาะค้างคาว วิวงามๆก่อนลงเรือ


มาถึงเกาะค้างคาวแล้ว ดำน้ำที่นี่น้ำทะเลใส และสีสวยมากๆ


ไปดำน้ำหลายเกาะ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาสักเท่าไหร่ ยิ่งรูปใต้น้ำไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่มีเลย 55555 หลังจากดำผุดดำว่ายจนหน้าดำ ก็กลับเข้าฝั่ง ไปแช่น้ำพุร้อนต่อ แต่เนื่องจากแช่น้ำทะเลมาทั้งวัน เย็นนี้เลยขอแช่แค่เท้าก็พอแล้ว เรามาที่นี่กันต่อ...น้ำพุร้อนพรรั้ง


จากนั้น ก็กลับเข้าที่พัก เตรียมตัวออกไปหาอะไรทานข้างนอก คืนนี้เราพักกันที่นี่ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส ระนอง

ห้องพัก


ของใช้ต่างๆภายในห้อง มีให้ครบหมด ทั้งไดร์เป่าผม หวี ตะไบ มีดโกนหนวด ฯลฯ มีน้ำเปล่าให้ 2 ขวดต่อวัน แต่ไม่มีน้ำร้อนชากาแฟให้นะคับ

วิวนอกหน้าต่าง จริงๆมองเห็นสระว่ายน้ำ กับบ่อแช่น้ำแร่ด้วย แต่ขี้เกียจแปะ ลืมบอกไปว่าที่โรงแรมนี้ น้ำร้อนทุกหยด เป็นน้ำแร่แท้ๆ จ้า


ตกเย็นก็ไปกินข้าวที่ร้านอาหารเคียงเล อยู่ติดกับรีสอร์ทเขานางหงส์ ใกล้ๆอันดามัน คลับ


อาหารอร่อยมากกกกกกก สดทุกจาน จากที่ไม่กินหอยแครงเลย ก็มากินที่นี่เป็นที่แรก ตัวใหญ่มาก และไม่คาว แกงเหลืองก็ถึงเครื่องถึงรส แทบจะยกซดจนหยดสุดท้าย ถือว่าเป็นร้านอร่อยที่สุดในทริปนี้เลย


จากนั้นก็ไปที่อันดามันคลับ เพื่อไปถ่ายรูปเตรียมทำเอกสารข้ามแดนไปฝั่งพม่า(เกาะสน เกาะสอง)ในวันพรุ่งนี้ เพราะถ้ามาตอนเช้า คนจะเยอะมาก ถ้าจำไม่ผิด ที่นี่เปิดถึง 4 ทุ่มมั้งคับ


ตารางเดินเรือ


รุ่งเช้า ทานอาหารที่โรงแรมเสร็จ ก็เดินทางมาอันดามัน คลับ ได้รับเอกสารแล้ว อ้อ...!! ตอนแรกเตรียมรูปถ่าย 1 นิ้ว 3 รูป กับสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนไปด้วย แต่พอถึงเวลาจริงๆ เขาให้ใช้แค่บัตรประชาชน(ตัวจริง)เท่านั้น แล้วมาถ่ายรูปที่นี่เลย


นั่งเรือข้ามฟากไปเกาะสนค้าบบบบ


ใช้เวลาเดินทาง 20 นาทีก็มาถึงแล้ว อันดามันคลับ เกาะสน


ดอกบัวชูช่อรอรับนักเสี่ยงโชค และนักท่องเที่ยว


ถ้าใครไม่คิดจะมาเสี่ยงโชค ก็เดินช็อปสินค้าปลอดภาษีได้คับ แต่จะบอกว่าที่นี่เล็กมาก ไม่ได้มีสินค้าให้เลือกเยอะมากมายนะคับ ทางเข้าไปช็อป กับทางเข้าคาสิโน เป็นทางเดียวกัน ช็อปเลี้ยวซ้าย คาสิโนเลี้ยวขวา


อาหารกลางวันที่เกาะสน ไม่ได้ไปกินที่ร้านอาหารคับ เพราะว่าแพงมาก ขนาดกินที่ฟู๊ดเซ็นเตอร์นะเนี่ย ข้าวหมูแดงจานละ 130 ก๋วยเตี๋ยวชามละ 120 น้ำแข็งไสถ้วยละ 40 เห็นราคาแล้วอยากกลับบ้านใจจะขาดดดดด (T-T)


จากนั้นก็นั่งเรือมาเกาะสอง หรือวิคตอเรีย พ้อยน์ต ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 10 นาที


ไม่รู้ว่าที่นี่คืออะไรเหมือนกัน แต่สวยดี ชอบๆ


แวะมาที่อนุสาวรีย์ท้าวบุเรงนอง พร้อมฟังประวัติความเป็นมาคร่าวๆของสถานที่แห่งนี้


ที่นี่คิดค่ากล้องด้วยนะคับ ยกถ่ายรูปปุ๊บ 10 บาท จะถ่ายกี่รูปก็ได้ ถือว่าเป็นค่าบำรุงสถานที่ เอาใบเสร็จมาให้ดู อ่านไม่ออกซักกะตัว


จากนั้นแวะไปนมัสการเจดีย์ชเวดากองจำลอง ไม่ได้เข้าไปดู เพราะมีเรื่องหงุดหงิดนิดหน่อย


ถนนหนทางในเกาะสอง


จากนั้นเดินทางกลับที่พัก แช่น้ำแร่ ว่ายน้ำในสระเรื่อยเปื่อย ทานอาหารเย็น แล้วก็นอน รุ่งขึ้นเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพ ก่อนกลับแวะตามรายทางก่อน แวะพระที่นั่งเพชรรัตนรังสรรค์ (มีความหมายว่า พระที่นั่งที่พระยารัตนเศรษฐีเป็นผู้สร้าง) เป็นที่รับเสด็จของกษัตริย์ 3 รัชกาล คือรัชกาลที่ 5-6-7 ที่เห็นเป็นของจำลองคับ เนื่องจากพระที่นั่งหลังเก่าได้รื้อทิ้งไปแล้ว หลังนี้ย่อมาในอัตราส่วน 1 : 100 พระที่นั่งรัตนรังสรรค์มีลักษณะเป็นกลุ่มเรือนไม้ขนาดใหญ่ มีทางเดินเชื่อมต่อกันโดยตลอด ลักษณะพิเศษ คือเป็นพระที่นั่งที่มีการเข้าสลักไม้แทนตะปู


หน้าพระที่นั่งมีรูปปั้น แสดงถึงเมืองระนอง ที่มีการทำเหมือง


ได้แต่มองด้านนอก เข้าด้านในไม่ได้ ลืมไป สงกรานต์ราชการหยุด ไม่มีเจ้าหน้าที่มาเปิดให้ชม



เดินทางไประนองแคนย่อนต่อ เป็นเหมืองเก่าคับ แต่ทางระนองเห็นว่าสวยงาม เลยนำมาทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่ง


คอคอดกระ จุดที่แคบที่สุดในประเทศไทย ในสมัยโบราณคอคอดกระ มีความสำคัญ เป็นเส้นทางที่สำคัญทางเดียว ที่พม่าใช้เป็นเส้นทางเดินทัพ ยกมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ฝั่งทะเลตะวันออก ในสมัย ร.4 เคยมีโครงการจะขุดคลองเพื่อการเดินเรือจะได้ไม่ต้องอ้อม ค้าขายได้สะวดวก แต่พระองค์สวรรคตไปเสียก่อน และ ร.5 ไม่ทรงโปรดให้ด้ามขวานของไทยต้องขาดจากกัน จึงยกเลิกโครงการนี้


ก่อนกลับบ้าน แวะซื้อซาลาเปาที่หมู่บ้านทับหลีก่อน ขายซาลาเปาทั้งหมู่บ้าน เป็น OTOP คับ เขาบอกว่าทุกร้านใช้สูตรเดียวกัน จริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ขนมจีบรสชาติไม่เหมือนกันอ่ะ


จบแล้วคับ สำหรับทริประนอง เกาะสน เกาะสอง โอกาสหน้าจะไปไหนอีกดีน๊า......




 

Create Date : 06 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2551 17:51:19 น.
Counter : 5600 Pageviews.  


red bike
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add red bike's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.