All Blog
ครอบครัวหมูสามตัวพาไหว้พระหลวงพ่อโสธร นั่งเรือเที่ยวตลาดบ้านใหม่


ที่จริง วัดหลวงพ่อโสธรก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านเราเท่าไหร่ แต่ครั้งสุดท้ายที่ไปวัดนี้คือตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ พอแม่เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนเคยพาเราไปไหว้หลวงพ่อโสธรบ่อยมาก เรายังเหวอ... เฮ้ย..จริงเหรอ เพราะความทรงจำของเราเกี่ยวกับวัดหลวงพ่อโสธรนี่ไม่มีอยู่ในหัวสมองเลย ความคิดอยากไปไหว้หลวงพ่อก็พอมีบ้าง แต่ก็จะ.. จะ.. อยู่นั่นแหละ ไม่ได้ไปจริงๆ จังๆ ซักที


 


jubmon.jpg picture by rambomom



จนเช้าวันอาทิตย์วันหนึ่ง เราเปิดดูรายการโทรทัศน์อะไรซักอย่างที่มีพาเที่ยว (ไม่แน่ใจว่าเป็นรายการที่น้องอิม อชิตะเป็นพิธีกรหรือเปล่า) เค้าพาไปเที่ยวตลาดบ้านใหม่ที่ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นที่ที่เราคุ้นชื่อมาพอสมควรจากห้องบลูฯ ว่าเป็นตลาดโบราณที่น่าเที่ยวมาก อ่านรีวิว ดูภาพถ่ายแล้วก็อยากไปนะ แต่ยังไม่เท่าไหร่ แต่พอเห็นภาพบรรยากาศที่เป็นภาพเคลื่อนไหวจากทางทีวีแล้ว..... โอ๊ยยย... ชั้นอยู่บ้านไม่ได้แล้ววันนี้... ว่าแล้วก็ใช้สิทธิ์ความเป็นผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในบ้าน Smiley เหนี่ยวคอสองพ่อลูกออกจากบ้านในทันที จุดมุ่งหมายคือวัดหลวงพ่อโสธร เพราะในโทรทัศน์เค้าบอกว่า สามารถนั่งเรือจากท่าน้ำหลังวัดไปถึงตลาดบ้านใหม่ได้ ไหนๆ ก็ไปทั้งที ก็เลยถือโอกาสไหว้พระขอพรจากหลวงพ่อด้วยเลยดีกว่า



ก่อนไหว้หลวงพ่อก็ต้องซื้อดอกไม้ธูปเทียนก่อนสิเนอะ ของเราซื้อของทางวัดค่ะ แต่ว่ารอบๆ บริเวณนั้นก็มีพ่อค้าแม่ค้าขายอยู่เยอะเหมือนกัน



P2282134.jpg picture by rambomom



ดอกไม้สีสดใส



P2282135.jpg picture by rambomom



ตรงที่จะเข้าไปไหว้หลวงพ่อ มีป้ายติดไว้อันบะเร่ง

.
.

.

.

.


.



.




เห็นแล้วอึ้ง โห... นี่ขนาดในวัดนะเนี่ย



P2282137.jpg picture by rambomom



พระอุโบสถหลังใหม่



P2282141.jpg picture by rambomom



วันที่ไปอากาศร้อนและแดดแรงมากค่ะ แต่ถึงจะอากาศร้อนยังไง สาวๆ ทุกคนก็ควรแต่งกายให้สุภาพด้วยนะคะ



หลายๆ คนที่เห็นก็แต่งกายเหมาะสมดี แต่ก็มีหลายคนที่ไม่น่ารักเลย ใส่เสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้นเลยเข่าเข้าไปไหว้หลวงพ่อด้วย


เวลาเห็นคนแต่งตัวไม่เหมาะสมเข้าวัดแล้วรู้สึกหงุดหงิดหัวใจจังเลยค่ะ แอบคิดไปว่า เรื่องพื้นฐานแบบนี้ ไม่เคยมีใครสอนเค้ามั่งหรือไงหนอ คนไทยด้วยนะนั่น ถ้าเป็นฝรั่ง จีน พี่ยุ่นก็ว่าไปอย่างว่าไม่ทราบธรรมเนียม



P2282142.jpg picture by rambomom



ไหว้พระเสร็จก็เดินไปที่ท่าน้ำหลังวัดค่ะ ที่นั่นจะมีเรือให้นั่งไปที่ตลาดบ้านใหม่ได้


ซื้อตั๋วไปกลับได้ที่ซุ้มตรงท่าน้ำเลยค่ะ

เรือจะมีออกเป็นรอบ ซื้อตั๋วแล้วถ้ายังไม่ถึงเวลาก็หาที่หลบแดดรออยู่แถวนั้นแหละ แต่เวลาขึ้นลงเรือต้องระมัดระวังมากๆ นะคะ เพราะว่าระดับพื้นที่ท่ากับเรือไม่เสมอกัน เค้าจะเอาแผ่นกระดานมาวางพาดแบบเทเอียงมากๆๆ ต้องเหยียบไปบนแผ่นกระดานที่เค้าทำ stopper ไว้ให้เท่านั้น ระวังอย่าเดินออกนอก stopper เพราะคุณจะลื่นปรู๊ดดดจนเกือบตกน้ำเหมือนเราค่ะ


ถึงเวลาเค้าจะประกาศเรียกให้คนที่ซื้อตั๋วไว้แล้วไปขึ้นเรือ

ซึ่งบนเรือก็จะมีคนมาถ่ายรูปเอาไปแปะบนจานให้เราซื้อตอนกลับเป็นที่ระทึก..ระลึก (คงเห็นกันบ่อยๆ ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ นะคะ)


มีน้องนักเรียนมาทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายระหว่างการเดินทางพร้อมหยอดมุกเป็นระยะๆ และมีน้ำหวาน (น้ำแดง) ให้บริการด้วยค่ะ

ไม่มีรูปบนเรือนะคะ ข้ามไปตลาดบ้านใหม่เลยละกัน



P2282175.jpg picture by rambomom



ท่าน้ำหน้าตลาดบ้านใหม่เล็กมากค่ะ โป๊ะก็เล็กนิดเดียว เวลาขยับขึ้นลงตามระดับคลื่นแม่น้ำ


คนไม่เคยชินอย่างเรารู้สึกกลัวและเมาโป๊ะค่ะ ไม่อยากอยู่บนนั้นนาน (มันหวาดเสียว) ต้องรีบเดินผ่านไปให้เร็วที่สุด ยังไงก็ระมัดระวังเวลาขึ้นและลงเรือด้วยนะคะ

วันนั้นตั้งใจจะไปหาซื้อตุ๊กตากระดาษ แล้วก็พวกของเล่นยุคแฟนฉันค่ะ และก็ไม่ผิดหวังเลย เพียงแค่ร้านแรกติดกับท่าน้ำก็เจอแล้วค่ะ



paperdolls.jpg picture by rambomom



ของเล่นแบบนี้หลายคนคงคุ้นเคย เห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้เลยค่ะ



P2282150.jpg picture by rambomom



มีขนมและของกินแนวโบราณๆ น่าอร่อยหลายอย่างให้เลือกซื้อค่ะ


เราก็ซื้อมาลองทานหลายอย่างเหมือนกัน บางอย่างก็อร่อย แต่บางอย่างก็ไม่อร่อยเท่าที่ควร คือรสชาติไม่ยักกะโบราณจริง ออกแนวเหมือนมือใหม่เพิ่งหัดทำมากกว่า

แต่ของกินละลานตาจริงๆ ค่ะ หิ้วของกินจนนิ้วเขียวเลยเรา



okashi.jpg picture by rambomom



อุดหนุนรองเท้าสานร้านนี้มาสองคู่ค่ะ เป็นรองเท้าทำจากเสื่อกก


ปกติเป็นคนชอบใส่รองเท้าแบบนี้อยู่แล้ว สบายเท้าดี



P2282151.jpg picture by rambomom



ขนมแบบนี้ใครเคยกินบ้างเอ่ย ตอนเด็กๆ เราชอบม้ากกกมากกกก (เดี๋ยวนี้ก็ยังชอบอยู่ อิอิ)



P2282152.jpg picture by rambomom



ร้านตัดผมแฟนฉัน (ตั้งชื่อให้เค้าเองเสร็จสรรพ อิอิ)


คิดถึงตอนเด็กๆ จัง จำได้ว่าเมื่อก่อนพ่อพาเราไปตัดผมร้านหน้าตาแบบนี้แหละ (เพราะตอนเด็กๆ ติดพ่อมาก พ่อทำนู่นทำนี่ให้ตลอด แล้วพ่อก็เลยพาไปตัดผมร้านผู้ชายด้วยกัน) ออกมาทรงกะลาครอบเลย เอิ๊ก...



P2282156.jpg picture by rambomom



เสื้อชั้นในทรงโบราณก็มี มีคนซื้อเยอะด้วย


ไม่รู้รุ่นนี้มีซิปใต้ราวนมไว้ใส่เหรียญเหมือนของคุณย่าคุณยายหรือเปล่านะ Smiley


P2282157.jpg picture by rambomom



ร้านนี้นอกจากขนมกับของเล่นแฟนฉันแล้วยังมีหนังสือความรู้เด็กแบบป๊อปอัพขายด้วยค่ะ


ราคาก็ไม่แพงเลยซื้อมาให้เจ้าลูกหมู ๒ เล่ม



P2282158.jpg picture by rambomom



ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ... เป็นยังไงก็ไม่ทราบ ไม่รู้เหมือนข้าวเกรียบปากหม้อไหม ใครเคยกินวานบอกที



P2282159.jpg picture by rambomom



ร้านขายของเล่น ร้านในรูปล่างมีตุ๊กตากระดาษสวยๆ ห้อยขายอยู่เยอะเลย


เราอยากได้แบบญี่ปุ่นตาหวานโบๆ วาดและลงสีด้วยมือคนมากกว่า แต่ตุ๊กตาของร้านนี้เค้าจะออกแนวโฟโต้เฉาะเกาหลี ก็เลยไม่ได้ช่วยอุดหนุนเลย (แต่ร้านไหนที่มีตาหวานญี่ปุ่นโบๆ ละก็เรากวาดมาเพียบ)



toys.jpg picture by rambomom



ตึกแถวไม้ๆ แบบนี้ บรรยากาศที่คุ้นเคย คิดถึงจัง



P2282163.jpg picture by rambomom



ผ่านไปเจอป้ายนี้ สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง เสียดาย ๒



P2282164.jpg picture by rambomom



บ้านสวยมากก พี่เจ้าของบ้านใจดีอนุญาตให้ถ่ายรูปด้วย ขอบคุณค่ะ



P2282165.jpg picture by rambomom



เดินต่อๆๆๆๆๆๆ ผ่านไปเจอกุ้งแม่น้ำ (หรือเปล่าหว่า..) เผา ตัวขนาดกำลังน่ากิน


ปกติเราชอบกุ้งเผามาก แต่ตอนนี้หิ้วของจนนิ้วเขียวแล้วเลยต้องตัดใจแบบน้ำลาย..เอ๊ย.. น้ำตาไหล



P2282170.jpg picture by rambomom



ที่นี่จะมีร้านขายขนมและของเล่นแฟนฉันหลายร้านมาก แต่ละร้านก็จะมีขนมแบบเดียวกัน ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่



P2282171.jpg picture by rambomom



แต่ขนมตังเม (เจ้าขนมแท่งๆ รูปร่างเหมือนแท่งไม้ทำจากน้ำตาลปี๊บหวานๆ หอมๆ) แบบนี้เท่าที่เห็นมีขายอยู่สองร้าน ขนมโปรดสมัยประถมเลยนะนั่น พลาดได้ไง กวาดดดดมาซะ...



P2282172.jpg picture by rambomom



กังหันลมหมุนๆ สีสันสดใส



P2282173.jpg picture by rambomom



น้ำเต้าปูปลา คุณสามีซื้อ (เหมา) มาให้ลูกชายแกะเล่นอยู่หลายแผง


(อดีต) เด็กชายแบบเค้าก็คงชอบน้ำเต้าปูปลา ส่วนเรา (อดีต) เด็กหญิงก็ชอบตุ๊กตากระดาษ อิอิ



P2282174.jpg picture by rambomom



ตอนที่มาถึงตลาดบ้านใหม่ ทางเรือจะให้เวลาเดินเที่ยวประมาณหนึ่งชั่วโมง ซึ่งถ้าใครจะไม่กลับกับเรือก็ให้แจ้งล่วงหน้า (จะได้ไม่ต้องรอ) แต่ถ้าใครจะกลับกับเรือ (อย่างพวกเรา เพราะต้องไปเอารถที่วัด) ก็ต้องมารอที่ท่าให้ตรงเวลาค่ะ

ระหว่างทางขากลับ เจอเจ้าต้นไม้ชนิดนี้ขึ้นอยู่ริมตลิ่งเต็มไปหมด ใครที่เคยไปนั่งเรือเที่ยวแถวตลาดน้ำอัมพวาหรือแถบแม่น้ำนครชัยศรีคงจะเคยเห็น... เจ้าต้นไม้นี้คือต้นลำพูค่ะ ส่วนตรงที่วงสีแดงๆ ไว้เป็นรากอากาศของมัน ซึ่งรากอากาศของต้นลำพูนี้ สมัยก่อนชาวบ้านเค้าจะมาตัดทำเป็นจุกก๊อกขวดน้ำปลากันจนหมด แต่ตอนนี้ไม่ได้ใช้จุกก๊อกแล้ว รากอากาศของต้นลำพูก็เลยมีให้เห็นเยอะแยะเช่นนี้



P2282177.jpg picture by rambomom



ใกล้ถึงวัดแล้วค่ะ


เลยจากบริเวณนี้ไปหน่อยจะเป็นแหลม ซึ่งมีวังน้ำวนขนาดใหญ่มากอยู่ ซึ่งผู้บรรยายบนเรือบอกว่า อันตรายมาก สามารถดูดคนหรือเรือทั้งลำลงไปได้ สมัยก่อนเคยมีเรือสำเภาจีนวิ่งผ่านมาก็โดนดูดจมไปทั้งลำเลย ดังนั้น เวลาจะแล่นเรือผ่านต้องพยายามเลาะริมๆ ตลิ่งเข้าไว้ อย่าเข้าไปใกล้บริเวณน้ำวนนั้นเด็ดขาด

เราอยากถ่ายภาพมาให้ดูแต่ไม่ทัน ใหญ่มากจริงๆ ขวางกลางลำน้ำเลย



P2282180.jpg picture by rambomom



สำหรับรีวิวพาเที่ยวตลาดบ้านใหม่คงจบเพียงเท่านี้ ยังเหลือรีวิวระยองต่อค่ะ โปรดติดตามตอนต่อไป ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมค่ะ 






Free TextEditor



Create Date : 15 พฤษภาคม 2552
Last Update : 15 พฤษภาคม 2552 10:46:59 น.
Counter : 3191 Pageviews.

5 comment
Share to Facebook
พาเที่ยวเมือง Kaga, สวนกระต่าย, Kamoike Katano : Ishikawa Japan
 

วันนี้นี้จะพาไปชมเมืองที่ไปทำงาน และเที่ยวที่ใกล้ๆ บริเวณนั้นกันค่ะ



เมือง Kaga เป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบในจังหวัด Ishikawa นอกจากโรงงานอุตสาหกรรมแล้วก็มีพื้นที่การเกษตรอยู่เยอะ สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักดูเหมือนจะเป็นออนเซ็น (ซึ่งอิชั้นใจกล้าไม่พอที่จะเข้าไป -"-) ภูมิประเทศจะเป็นภูเขาสูงเลียบทะเลญี่ปุ่น ผู้คนก็คล้ายๆ กับคนในชนบทของบ้านเราที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ใจดี๊ดี มีน้ำใจ แต่ค่อนข้างแตกตื่นกับคนต่างชาติพอสมควร ><

วันอาทิตย์ ไม่มีใครพาเที่ยว ต้องลุยด้วยตัวเอง ไม่รู้จะไปไหนดีก็เลยไปมันแถวๆ นั้นน่ะแหละ ขี้เกียจไปไหนไกล

ก่อนอื่นไปเดินเล่นรอบโรงแรมก่อน แถวนี้ช่วงใบไม้แดงสวยมาก แต่ตอนนี้ห่อเหี่ยว

ที่จริงเมืองที่อิชั้นพักเนี่ยเป็นเมืองที่เล็กและชนบทมากๆ เรียกว่ามองผ่านๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย แต่เค้าสามารถนำสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น (แม้จะดูธรรมดา) มาประยุกต์จนกระทั่งมีความน่าสนใจขึ้นมาได้

แทนที่จะให้นักท่องเที่ยวผ่านมาเที่ยวออนเซ็นแล้วก็จากไปเนื่องจากการคมนาคมที่ไม่สะดวก (นอกจากรถยนต์ส่วนตัว รถไฟฟ้าแล้วก็ต้องใช้แค่จักรยานหรือเดิน) เค้าก็จัดให้มีรถบัสนำเที่ยวประจำท้องถิ่น เรียกว่า CAN BUS ซึ่งทำให้คนที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวในบริเวณห่างไกลขนส่งสาธารณะได้ด้วยตัวเอง

ถ้าบ้านเรามีแบบนี้บ้าง คงดึงเงินจากนักท่องเที่ยวเข้าชุมชนแต่ละแห่งได้อีกโข



 



daishoji2.jpg picture by rambomom



ก่อนจะไปขึ้น CAN BUS ก็ต้องขึ้นรถไฟที่สถานี Daishoji ข้างๆ โรงแรมไปหนึ่งสถานี ลงที่ Kaga Onsen



 



daishoji1.jpg picture by rambomom



 



โล่งมากค่ะ เพราะเป็นวันหยุด แถมยังเช้ามากอีก



 



canbus1.jpg picture by rambomom


 



การโดยสาร CAN BUS ต้องไปขึ้นที่ออฟฟิศ CAN BUS ที่สถานี Kaga Onsen

การเดินทางจากเมืองต่างๆ มาถึงสถานี Kaga Onsen ก็ตามนี้ค่ะ

Tokyo – Kaga Onsen Station 4 hours
Osaka – Kaga Onsen Station 2 hours & 20 min.
Nagoya – Kaga Onsen Station 2 hours & 20 min.

ข้อมูลเกี่ยวกับ CAN BUS และเส้นทางเดินรถ
//www.tabimati.net/access/inkaga/canbus.php (ภาษาญี่ปุ่น ละเอียดสุด)

//www.tabimati.net/en/kaga.htm#kaga01 (ภาษาอังกฤษ ไม่ค่อยละเอียด)


หน้าตาสถานี Kaga Onsen เป็นแบบนี้ ตรงข้ามสถานีจะมีเนินเขาและมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ๆ อยู่บนนั้น สังเกตไม่ยากค่ะ



canbus3.jpg picture by rambomom



 



เดินออกจากสถานี Kaga Onsen เลี้ยวซ้ายมาทางห้าง Abio จะเจอออฟฟิศ CAN BUS



 



canbus4.jpg picture by rambomom



 



ค่าใช้จ่าย ตั๋ว 1 วัน ขึ้นลงกี่รอบก็ได้ 1,000 Yen (ตามค่าเงินวันนี้ประมาณ 380-390 B.) ตั๋ว 2 วันขึ้นลงกี่รอบก็ได้ 1,200 Yen

เส้นทางเดินรถมีสองสายคือ เลียบทะเลกับเลียบภูเขา วันที่ไปมีเวลาน้อยเลยได้แค่สายเลียบทะเลอย่างเดียว พอจ่ายตังค์ที่ออฟฟิศแล้วจะมีโบรชัวร์รายละเอียดแจกให้ว่ารถจะมาจอดที่แต่ละจุดกี่โมง (มีป้ายเฉพาะของ CAN BUS) ถึงจุดที่จะลงปุ๊บก็ลง แล้วพอจะกลับก็มาขึ้นรถที่ป้ายตามเวลาในตารางค่ะ

หน้าตา CAN BUS



 



canbus5.jpg picture by rambomom



 



โบรชัวร์จะมีทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ใส่ในซองของ CAN BUS ซึ่งต้องเก็บไว้ให้ดีๆ เพราะทุกครั้งที่จะขึ้นรถต้องโชว์ซองนี้ให้พนักงานดูด้วย แล้วก็จะมีคูปองรับของที่ระลึกฟรีตามจุดต่างๆ ที่แวะ อย่างเช่นที่ Tsuki Usagi no Sato วันที่เราไปแจกของที่ระลึกเป็นกระต่ายตัวเล็กๆ ร้อยด้วยลูกปัด 1 ตัวค่ะ

เอาล่ะ ขึ้นรถกันได้ เนื่องจากวันนี้เวลาน้อย และเราสนใจที่เที่ยวของสายทะเลกันมากกว่า วันนี้เราจึงจะไปสายทะเลกันอย่างเดียว สำหรับใครที่มีเวลาเหลือเยอะ ต้องการไปสายภูเขาด้วย หลังจากนั่งสายทะเลครบรอบแล้ว รถจะวนกลับมาที่ Kaga Onsen อีกครั้ง แล้วค่อยเปลี่ยนไปขึ้นรถสายภูเขาที่นั่นอีกทีค่ะ



รูปพวกนี้เอาไปลงหลายที่ ดังนั้นจึงต้องมีการอำพรางความสวยกันหน่อย ขาประจำดูหุ่นแล้วคงพอจะรู้กันใช่มะว่าคนไหนคืออิชั้น



 



canbus8.jpg picture by rambomom



canbus7.jpg picture by rambomom



 กะเหรี่ยงไทยสร้างผลงานในต่างแดนอีกแล้ว ไม่อายชาวบ้านกันซะมั่งเลย แต่ละคนอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะนั่น 



canbus6.jpg picture by rambomom



 




จะลงที่จุดไหนก็เลือกเอาจากตารางที่เค้าแจกตามอัธยาศัย  เลือกได้แล้วก็บอกพนักงานในรถแล้วก็ลงตามจุดที่เลือก ของเราเลือกลงที่ Tsuki Usagi no Sato //www.urusigura.com ค่ะ ความหมายชื่อสถานที่แห่งนี้ก็ตามนี้

Tsuki = พระจันทร์, ดวงจันทร์
Usagi = กระต่าย
Sato = Village, Home


ที่นี่ด้านหน้าจะมีเบเกอรี่อร่อยๆ ขายด้วยนะคะ เข้าประตูไปปุ๊บเจอภาพนี้เลยค่ะ



 



tsukiusagi6.jpg picture by rambomom



 



ตรงลานกว้างของที่นี่ มีฝูงกุเต่ยน่ารักน่ากอด วิ่งเล่นกันโดยอิสระเต็มไปหมด ตรงโน้นก็มี ตรงนั้นก็มี คนรักกุเต่ยเตรียมผ้าซับเลือดกำเดาได้เลย เพราะกระฉูดแน่ๆ


ก่อนสัมผัสกระต่ายต้องสวมถุงมือผ้าที่เตรียมไว้ให้ แล้วกุเต่ยทั้งหลายจะกรูกันเข้ามาหาคุณ... มีอาหารกุเต่ยหยอดเหรียญให้ด้วย



 



tsukiusagi8.jpg picture by rambomom



 



อาหารกุเต่ย 200 Yen ใช้เหรียญ 100 Yen ใส่ทีละเหรียญแล้วบิด จะมีอาหารกุเต่ยอยู่ในลูกบิดกลมๆ เหมือนไข่กาจาปองออกมาให้ ทีนี้ก็ก็เชิญหาที่นั่ง (หรือที่นอน หรือที่กลิ้งเกลือก) เลี้ยงกุเต่ยได้ตามชอบเลยค่ะ


ฝูงกุเต่ยที่อ้วนพี และหิวโหย (เหรอ... ชั้นเห็นพวกหล่อนกินตลอดเวลา ยังจะหิวอีกเหรอ) จะเข้ามากลุ้มรุมคุณราวกับเป็นซุปเปอร์สตาร์



 



tsukiusagi10.jpg picture by rambomom



 



ข้อห้ามของที่นี่ จะมีป้ายเขียนไว้เป็นภาษาญี่ปุ่น ตั้งไว้ใกล้ๆ ตะกร้าใส่ถุงมือก็คือว่า คุณสามารถสัมผัสกุเต่ยได้ แต่ห้ามอุ้ม!! ซึ่งอิชั้นไม่อุ้มก็ได้ (เชอะ..) แต่ใช้วิธีนั่งลงกับพื้นแล้วเอนตัวลง (ใช้อาหารล่อ) ให้น้องเต่ยปีนขึ้นมาบนพุงเราแทน อิ๊ๆๆๆๆ


ฟันกุเต่ยพวกนี้คมมาก (แต่คนเลี้ยงกุเต่ยคงทราบดีอยู่แล้วเนอะ) เวลาที่พวกกุเต่ยแย่งกันกินอาหารในมือเราบางทีฟันของเค้าก็จะกัดทะลุผ้ามาโดนมือด้วยอ่ะ เจ็บๆๆๆๆ


กุเต่ย (อวบอ้วนน่ากิน) ทุกตัวที่วิ่งพุงกระเพื่อมอยู่ตรงบริเวณลานเราสามารถเล่นได้ทุกตัวค่ะ แต่ห้ามจับห้ามเล่นกับกุเต่ยที่อยู่ในกรง ไม่รู้ว่าเพราะกำลังป่วยหรือว่าอะไร

อย่างไรก็ดี กระต่ายก็คือกระต่าย ที่ไม่ว่าจะเชื่องยังไงก็ยังไม่ค่อยไว้ใจมนุษย์ อย่างกุเต่ยที่ปีนขึ้นๆ ลงๆ อยู่บนพุงเราเนี่ย ถ้าไม่มีของกินของเค้ามาล่อหรือไม่ได้ใส่ถุงมือที่เตรียมไว้ให้เค้าก็จะไม่เข้ามาหาเราหรอกนะคะ คิดว่าที่ถุงมือจะมีกลิ่นอาหารหรือกลิ่นที่พวกเค้าคุ้นเคยติดอยู่แหละเลยวิ่งเข้ามากันใหญ่



tsukiusagi7.jpg picture by rambomom



 



อิชั้นเคยเลี้ยงแต่หมา (ถึก) ที่จริงกุเต่ยอิชั้นก็ชอบนะ แต่เกรงว่าความมือหนักของตัวเองจะทำให้เลี้ยงไม่ได้ รู้สึกว่ามันบอบบางเกินไป กลัวทำคอหักตายหมด แต่พอได้ไปเห็นไปสัมผัสตัวเป็นๆ ของน้องกุเต่ยแบบนี้ ความรู้สึกอยากเลี้ยงมันจี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ขึ้นมาเหมือนกัน เลยยกให้กุเต่ยเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่ชอบมากที่สุดรองจากน้องหมาในทันที

มาดูของที่ระทึกที่ขายที่นี่กันบ้าง หน้าตาของร้านเป็นแบบนี้



 



tsukiusagi5.jpg picture by rambomom



 



ของที่ขายในร้านเกือบทั้งหมด จะมีแต่ของที่เกี่ยวกับกุเต่ย กุเต่ย และกุเต่ย

แบบนี้



 



tsukiusagi1.jpg picture by rambomom



 



คูปองรับของที่ระลึกจาก CAN BUS เราสามารถนำมารับของที่ระลึกได้ที่ร้านขายของแห่งนี้แหละค่ะ


ของในร้าน (ต่อ)



 



tsukiusagi2.jpg picture by rambomom



 



การรับของที่ระลึก ก็ฉีกคูปองของที่นี่แล้วยื่นให้พนักงาน แล้วพนักงานก็จะให้เราเลือกของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ ที่อยู่ในตะกร้าค่ะ

แอบมีของเล่นเด็กปน แต่คอนเซ็ปต์กุเต่ยก็ยังคงอยู่



 



tsukiusagi3.jpg picture by rambomom



 



มีอุปกรณ์จำเป็นในการเลี้ยงกุเต่ยและอาหารสำหรับกุเต่ยขายด้วย (มีหนังสือเด็กแจมนิดหน่อย)



 



tsukiusagi4.jpg picture by rambomom



 



คนเที่ยวที่นี่จะเป็นแนวครอบครัว พาลูกๆ มาเที่ยว หรือเป็นคนที่รักกุเต่ยโดยเฉพาะเลยค่ะ อยู่ที่นี่แล้วมีความสุขจริงๆ ไม่อยากกลับเลย กว่าจะตัดใจจากกุเต่ยออกมาได้ ใช้เวลานานมาก


ออกจากสวนกระต่าย เราไปต่อที่ดู Kamoike ค่ะ สำหรับสถานที่นี้บังเอิญว่าอิชั้นไม่ใช่คนที่ชอบดูนกหรือเป็ดห่านอะไรมากนักเลยไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เข้าไปแป๊บๆ แล้วก็ออกมาค่ะ แต่สำหรับนักดูนกน่าจะชอบ


หยอดเหรียญซื้อตั๋วค่าเข้าก่อนนะคะ ประมาณสามร้อยเยนถ้าจำไม่ผิด ไม่มีคนเฝ้าและไม่มีคนตรวจตั๋วด้วยค่ะ ถ้าเป็นบ้านเราสงสัยมีคนทำเนียนเข้าฟรีเยอะ




kamoike1.jpg picture by rambomom




ตอนแรกอิชั้นก็ไม่อยากจะแวะที่นี่หรอกค่ะ เพราะไม่สนใจเรื่องเป็ดเรื่องห่านอะไรแบบนี้เท่าไหร่ แต่ว่าที่แวะเพราะงก อยากได้ของที่ระลึกจาก CAN BUS พอเข้าไปปุ๊บก็ตั้งหน้ามุ่งไปที่เค้าท์เตอร์เลย



แต่แว่.... พอไปถึง คุณลุงคุณป้าที่เฝ้าตรงนั้นทำหน้างงๆ พลิกคูปองหน้าเอบีสลับกันส่องๆ ดูแล้วบอกว่า... เอ่อ... นังหนู ของที่นี่มันไม่มีระบุอยู่นี่นา.... มีแต่ของที่อื่นน่ะ...



เง่อ... เพล้งงงงงงง หน้าแตก งกจัดไปหน่อย ไม่ได้ดูก่อนว่าที่ไหนมีรับของที่ระลึกที่ไหนไม่มี



รีบเดินออกมาด้วยความอ๊ายยย อายยยย แต่พอเดินมาที่ป้าย CAN BUS แล้วปรากฏว่าเหลืออีกตั้งสิบกว่านาที กว่ารถจะมา อุณหภูมิเลขตัวเดียว พวกอิชั้นก็ยืนสั่นกันอยู่อย่างนั้น



ซักพักก็มีน้องผู้ชาย (หน้าตาน่ากินด้วย อ๊ายยย) วิ่งมาจากข้างในแล้วบอกว่าขอเชิญคุณลูกค้าเข้าไปรอข้างในดีกว่าครับ เพราะมันหนาวมาก กว่ารถจะมาก็นาน



เข้าไปนั่งเฉยๆ ก็ได้ ไม่จ่ายค่าเข้าก็ไม่เป็นไร เข้าไปข้างในก่อนเถอะครับ



 



อิชั้นซึ้งใจน้ำตาซึมเลย เพราะมันหนาวมากจริงๆ แล้วก็กำลังต้องการที่หลบหนาวจนกว่ารถจะมาจริงๆ รู้สึกผิดด้วยอ่ะ ที่เราไม่สนใจสถานที่ของเค้าเลย เหมือนตัวเองเป็นพวกเอาแต่ได้ แค่อยากจะมาเอาของที่ระลึกฟรีเท่านั้น



อิชั้นก็เลยเข้าไปหลบหนาวข้างใน หยอดเหรียญจ่ายค่าตั๋วเข้าชมไป แล้วก็เข้าไปนั่งส่องกล้องแป๊บๆ ซักพักใกล้ได้เวลารถมาก็เดินออกมา



อดคิดไม่ได้ว่า น้ำใจอย่างนี้ จะหาได้ในเมืองใหญ่หรือเปล่า คงเหมือนบ้านเราใช่ไหมที่คนแถวๆ บ้านนอกยังคงมีน้ำใจล้นเหลืออยู่ เพราะคนในโอซาก้า ขนาดเดินมาชนอิชั้นซะกระเด็นยังไม่หันมาขอโทษซักคำ



ข้างใน Kamoike Katano นี้จะเป็นคล้ายๆ หอส่องกล้องดูเป็ด (หรือห่าน) Kamoike น่ะค่ะ ข้อมูลของห่านป่าชนิดนี้ก็ตามนี้ เอามาฝากเพื่อนๆ ที่เป็นนักดูนกค่ะ

//translate.google.com/translate?hl=en&ie=UTF-8&u=http%3A%2F%2Fwww.tabimati.net%2Fdb_view.php%3Fid%3D668&sl=ja&tl=en&history_state0=ja%7Cen%7C%25E9%25B4%25A8%25E6%25B1%25A0%25E8%25A6%25B3%25E5%25AF%259F%25E9%25A4%25A8



คนที่ไปที่นี่ก็จะไปนั่งจิบชาแล้วก็ส่องกล้องดูห่านกันเป็นวันๆ เลยค่ะ เราไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้มากนักเลยไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกว่าเป็นอย่างไร แต่คิดว่าคนที่ชอบดูนกน่าจะเข้าใจได้ดีกว่าค่ะ



 



kamoike2.jpg picture by rambomom



 



หลังออกจาก  Kamoike Katano เราจะไป Kaga Fruit Land กันต่อค่ะ โปรดติดตามตอนต่อไป อิอิ






Free TextEditor



Create Date : 09 มกราคม 2552
Last Update : 9 มกราคม 2552 13:07:56 น.
Counter : 2819 Pageviews.

1 comment
Share to Facebook
Chirihama Driveway, Ketadaisha : Ishikawa Japan

ออกจาก Kenrokuen เราจะไปต่อกันที่ Noto ค่ะ การไป Noto จะขับรถจาก Kanazawa ไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ


จุดหมายปลายทางอยู่ที่ศาลเจ้า Ketadaisha ระหว่างนั้นจะผ่าน Chirihama Driveway ซึ่งเป็นหาดทรายริมทะเลที่อนุญาตให้ขับรถยนต์ลงไปได้ เราจะรอช้าอยู่ทำไม ไหนๆ ก็มีคนพามาทั้งที เราก็ลุยกันเลยสิคะ


 


ketadaisha20.jpg picture by rambomom


 


วันที่ไปลมแรงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คลื่นก็สูง ขนาดอิชั้นหาความบอบบางไม่ได้แบบนี้ยังแทบจะปลิวตามลมเลยค่ะ

ที่เมืองไทยมีชายหาดไหนสามารถขับรถลงไปได้แบบนี้มั่งน้ออออ

คนพาไปบอกว่า ตอนหน้าร้อน ชายหาดนี้จะมีคนมาเล่นน้ำกันเยอะมาก แต่ช่วงนี้หน้าหนาว คนเลยหายหมดเช่นนี้แล


chirihama-driveway1.jpg picture by rambomom


 


เห็นอิตาคนที่กำลังจ๊อกกิ้งอยู่นั่นมั้ยคะ อิชั้นเห็นเค้าวิ่งท่าทางชิวๆ แบบนั้นแล้วก็นึกว่าอากาศข้างนอกจะชิวตามไปด้วย เลยขอจอดรถลงไปถ่ายรูป


แต่พอเปิดประตูรถเท่านั้นแหละ....


กรี๊ดดดดดดด.... คุณหลอกดาว..... ลมแรงและหนาวววววววมากกกก ไม่เป็นอันถ่ายรูปเลยค่ะ เพราะลมตีหน้าน้ำตาไหลพราก หัวหูกระจุยกระจาย เลยได้รูปตรงนี้มาแค่นิดเดียวเอ๊งงง เสียดาย...


chirihama-driveway2.jpg picture by rambomom


 


บรรยากาศแบบนี้ สถานที่แบบนี้ ถ้ามีใครมาขอแต่งงานที่นี่
จะรีบตอบตกลงโดยทันใดว่า


"โอเคเค่ะ เรามามีลูกกันคืนนี้เลยมั้ยเคอะที่รัก" 


 


chirihama-driveway3.jpg picture by rambomom


 


พอๆๆๆๆ ตื่นได้แล้ว.... 
กลับมาสู่โลกแห่งความจริงที่ถูกฝาชีขอแต่งงานในร้านลาบข้าวเหนียวส้มตำดีฝ่า


 บรรยากาศมือนึงกำลังจกข้าวเหนียวไก่ย่าง อีกมือจกไส้กรอกอีสานเข้าปากแล้วถูกผู้ชายขอแต่งงาน....


มันแซ้ดดดค่ะ มันแซ้ดดดด


 


อิชั้นสงสัยอยู่อย่างนึงก็คือว่า คนญี่ปุ่นนี่จะไปไหนโดยไม่พึ่ง GPS เลยได้มั้ย


รถทุกคันที่อิชั้นนั่งเนี่ยติด GPS หมดเลยอ่ะ


จะไปไหน จะใกล้จะไกล จะเป็นที่ที่เคยไปหรือไม่เคย พวกเป็นต้องเปิด GPS ทุกครั้งไปเลยอ่ะ


ketadaisha2.jpg picture by rambomom





ถึงแล้ว Ketadaisha


ketadaisha3.jpg picture by rambomom


 


เข้าไปขอพรรับปีใหม่กันดีกว่า ศาลเจ้าแห่งนี้ช่วงปีใหม่จะมีคนมาขอพรเยอะมาก เห็นมีการเตรียมสถานที่สำหรับต้อนรับคนและเตรียมจัดงานวัดแล้วด้วย


 


ketadaisha4.jpg picture by rambomom


 


ร้านขายเครื่องรางที่ระลึก อิชั้นซื้อกลับบ้านมาสองอัน เป็นเครื่องรางเกี่ยวกับการเดินทางปลอดภัยสำหรับติดรถหนึ่งอัน แล้วก็เครื่องรางให้เรียนเก่งรูปกระเป๋านักเรียนอนุบาลสีแดงให้ลูกชายหนึ่งอัน


พอห้อยให้ลูกแล้วนึกได้ ปีหน้าก็จะขึ้นชั้นประถมแล้วนี่หว่า น่าจะซื้อของเด็กประถมสีดำๆ มา


ketadaisha5.jpg picture by rambomom 


 


ตรงนี้เตรียมไว้สำหรับงานช่วงปีใหม่ จะมีงานคล้ายๆ สอยดาว ช้อนไข่บ้านเรา ฟังคนพาไปเล่าแล้วน่าสนุก เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ไปในวันนั้น


ketadaisha6.jpg picture by rambomom


ศาลเจ้าแห่งนี้อยู่ริมทะเลเลย ไม่ไกลจาก Chirihama เท่าไหร่


พอผู้ชายขอแต่งงานเสร็จก็พามาขอพรเทพเจ้าให้รักเรายั่งยืนชั่วฟ้าดินสลาย กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


โรแมนติกกิ๊บกิ้วซะไม่มี



ketadaisha7.jpg picture by rambomom


 


ที่นี่น่าจะมีชื่อเสียงในการขอพรด้านความรัก เพราะว่ามีป้ายสำหรับเขียนขอพรรูปหัวใจให้คนเขียนแขวนไว้เยอะมาก มีเซียมซีเสี่ยงทายเกี่ยวกับความรักหรือเนื้อคู่โดยเฉพาะด้วย


ketadaisha8.jpg picture by rambomom


 


ดูสิว่ามีคนขอพรเกี่ยวกับความรักมากเท่าไหร่ ไม่ใช่แค่ตรงนี้ที่มี แต่มีหลายๆ จุดเลยในศาลเจ้าแห่งนี้


 


ketadaisha9.jpg picture by rambomom


 


ไหนดูเซะ เขียนขออะไรกันมั่ง


บางคนก็ขอให้ได้แต่งงานกับคนนั้นคนนี้ บางคนก็ขอให้สมหวังด้านความรัก บางคนก็ขอให้อยู่กันอย่างมีความสุข


 


ketadaisha10.jpg picture by rambomom


 


ไปยืนอ่านๆ รู้สึกตัวเองเจิ๋นกะชีวิตคนอื่นมากไปละ ขึ้นไปขอพรเทพเจ้าข้างบนดีกว่า เผื่อจะมีประโยชน์กะชีวิตตัวเองมากกว่านี้


ทางขึ้นมีน้องผู้หญิงใส่ชุดแบบนี้เฝ้าประตูอยู่ พอเดินผ่านชีทักสวัสดี และก็แนะนำสถานที่ ตรงนั้นมีอะไร ตรงนู้นมีอะไร อิชั้นฟังออกมั่งไม่ออกมั่งเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา แล้วก็ยื่นโปสการ์ดรูปหัวใจ โลโก้ของที่นี่ให้ใบนึง


หันไปถามคนพาไปว่าจะเอาไปทำไรดี ก็ได้คำตอบว่า ก็เขียนแล้วส่งให้ตัวเองหรือใครที่อยากส่งให้เด่ะ แต่บังเอิญความขี้เกียจเป็นฝ่ายชนะ ก็เลยไม่ได้เขียนส่งให้ใคร พับเก็บใส่กระเป๋าเฉยๆ แฮ่ๆๆๆ


 


ketadaisha11.jpg picture by rambomom


 


ก่อนเข้าประตู ขอหันย้อนกลับไปแชะอีกรูป


 


ketadaisha12.jpg picture by rambomom


 


เข้าประตูเลี้ยวซ้าย เจอเซียมซีเสี่ยงรัก (แม่นด้วยนะคะ พี่ที่ไปด้วยกันพิสูจน์มาแล้ว)


ส่วนอิชั้น เผอิญว่าสิ่งที่ตัวเองมีมันดีอยู่แล้วเลยไม่ได้ลองค่ะ โฮะๆๆ


(อนุญาตให้อ้วกได้นะคะ ถ้าหมั่นไส้)


 


วิธีเซียมซีก็หย่อนเงินลงในช่อง แล้วก็ตบมือแปะๆ อธิษฐาน แล้วก็หยิบมาใบนึงค่ะ คำทำนายถ้าดีก็เอากลับบ้าน ถ้าไม่ดีก็ผูกไว้กับกิ่งไม้ในศาลเจ้านั่นแหละ


 


ketadaisha13.jpg picture by rambomom


 


นางแบบกำลังสาธิตวิธีการเสี่ยงเซียมซี


 


ketadaisha14.jpg picture by rambomom


 


ถ้าได้คำทำนายไม่ดีก็ผูกไว้ที่กิ่งไม้แบบนี้


ketadaisha15.jpg picture by rambomom


 


ใครยังไม่มีคู่ หากมีโอกาสได้ไป ก็ลองไปขอพรหรือเสี่ยงทายที่ศาลเจ้าแห่งนี้ได้นะคะ

นอกจากขอพรความรักแล้วยังมีการเรียนค่ะ คาดว่ากลุ่มลูกค้าของที่นี่จะเน้นวัยเรียน วัยรุ่น วัยหนุ่มสาวเป็นหลัก ศาลนี้ขอพรเกี่ยวกับการเรียนค่ะ


ketadaisha16.jpg picture by rambomom


 


ติดกับศาลเจ้าจะเป็นวัดค่ะ


อิชั้นรู้สึกว่าอารมณ์ศาลเจ้ากับวัดไม่ค่อยต่างกัน แต่คนพาไปบอกว่าต่างค่ะ เพราะในความรู้สึกของเค้า (และไม่รู้คนญี่ปุ่นคนอื่นด้วยหรือเปล่า) วัดจะเป็นที่ที่ไปทำบุญ ไประลึกถึงบรรพบุรุษ แต่ศาลเจ้าจะมีไว้ขอพรเพียงอย่างเดียว

ได้ยินคำอธิบายมาแบบนี้ ผิดถูกอย่างไรยกให้คนอธิบายไปละกัน ฮ่าๆ


อันนี้วัดค่ะ


ketadaisha17.jpg picture by rambomom


 


ใครรู้บ้าง ทำไมต้องผูกผ้ากันเปื้อนที่คอให้กับพระพุทธรูปด้วย

(อิชั้นไม่รู้อ่ะเลยถาม)


 


ketadaisha18.jpg picture by rambomom


 


วันต่อไปจะพาไปสวนกระต่ายค่ะ



 


tsukiusagi10.jpg picture by rambomom


 







Free TextEditor



Create Date : 08 มกราคม 2552
Last Update : 9 มกราคม 2552 13:08:33 น.
Counter : 956 Pageviews.

0 comment
Share to Facebook
KENROKUEN สวนสวยหนึ่งในสามของญี่ปุ่น : Kanazawa, Ishikawa Japan
 

1-1.jpg picture by rambomom



Kenrokuen อยู่ที่เมือง Kanazawa ซึ่งเป็นเมืองหลักของจังหวัด Ishikawa นั่งรถจากเมือง Kaga ที่เราพักอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง





สวนนี้เราเคยไปเมื่อตอนใบไม้เปลี่ยนสีครั้งนึง ตอนนั้นว่าสวยมากๆ แล้ว พอดีว่าอยากเห็นช่วงที่มีหิมะปกคลุมแบบที่เคยดูรูปตามปฏิทินก็เลยไปอีก แต่เสียดายวันที่ไปไม่มีหิมะ เลยเห็นแต่สวนแห้งๆ กับต้นไม้โกร๋นๆ โชคดีที่ฟ้าใส รูปที่ออกมาเลยไม่ขี้เหร่นัก



kenrokuen1.jpg picture by rambomom



 เชือกที่ขึงเป็นรูปโดมสามเหลี่ยมเหนือยอดไม้ ทำไว้เพื่อดึงกิ่งไม้เอาไว้ไม่ให้หักเวลาที่หิมะตก เพราะเวลาหิมะตกมันจะมาค้างตามกิ่งก้านต่างๆ พอรวมกันหนักๆ เข้าก็ทำให้กิ่งหักได้ เลยต้องนำเชือกมาดึงไว้อย่างนี้ เป็นภาพที่แปลกตาและสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง



kenrokuen2.jpg picture by rambomom



ฟ้าใสๆ แดดสวยๆ แบบนี้ อุณหภูมิเลขตัวเดียวนะค้า ขอโบวกกกกก หนาวเยือกกกกก



kenrokuen3.jpg picture by rambomom



คุณลุงท่านนี้น่าจะเป็นขุนนางหรือเจ้าครองนครนี้มาก่อน จำชื่อไม่ได้ เดาว่าอาจจะเป็นท่าน Noriyasu Maeda หรือเปล่าก็ไม่ทราบ 



(ป้าแก่แย้ว เริ่มหลงๆ ลืมๆ)



kenrokuen4.jpg picture by rambomom



เสียดายที่วันนี้ไม่มีหิมะ



kenrokuen5.jpg picture by rambomom



เตรียมตัวไปถ่ายหิมะนะเนี่ย.. แต่อด





kenrokuen6.jpg picture by rambomom



ต้นไม้ต้นนี้ อายุราว 200 กว่าปีมาแล้ว ปลูกโดยท่าน Noriyasu Maeda



ตำแหน่งของท่านเราไม่แน่ใจ น่าจะเป็นเจ้าผู้ครองนคร Kanazawa สมัยก่อนมั้ง





kenrokuen7.jpg picture by rambomom



อันนี้เป็นระบบชลประทานโบราณสร้างเมื่อปี 1632  ทำหน้าที่ส่งน้ำจากแม่น้ำ Saigawa เป็นระยะทาง11 กิโลเมตรมาให้กับปราสาท Kanazawa ที่เคยตั้งอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ (ตอนนี้ไม่มีแล้ว มีแต่กำแพงกับซุ้มประตู)



kenrokuen8.jpg picture by rambomom



kenrokuen9.jpg picture by rambomom



พื้นเขียวๆ นี่ไม่ใช่หญ้านะคะ เป็นอะไรไม่ทราบคล้ายๆ มอสน่ะค่ะ สีเขียวสวยมากๆ ถ้าเป็นช่วงใบไม้แดง ตรงนี้จะมีใบเมเปิ้ลสีแดงหล่นลงมาสีตัดกับสีเขียวของพื้นเลยล่ะ



kenrokuen10.jpg picture by rambomom



kenrokuen11.jpg picture by rambomom



kenrokuen12.jpg picture by rambomom



 



Fuyu Sakura ที่มักจะออกดอกช่วงหน้าหนาว คราวที่แล้วที่มาก็ยังทันได้เห็นดอก แต่ตอนนี้เริ่มโรยแล้ว



kenrokuen13.jpg picture by rambomom



 



ตรงนี้มีคนเดินควงแขนเป็นคู่ๆ เยอะมากกกกก เห็นแล้วอิจฉาที่สามีเราไม่ได้มาด้วย



kenrokuen14.jpg picture by rambomom



kenrokuen15.jpg picture by rambomom



kenrokuen16.jpg picture by rambomom



kenrokuen17.jpg picture by rambomom



kenrokuen18.jpg picture by rambomom



ร้านขายพวกเครื่องดื่มร้อนๆ มีที่นั่งให้นั่งกิน บรรยากาศโบราณย้อนยุค



kenrokuen19.jpg picture by rambomom



สระ (หรือบึง) Kasumigaike เมื่อก่อนเล็กกว่านี้ แต่มาขยายออกจนมีพื้นที่เท่านี้ในปี 1837



kenrokuen20.jpg picture by rambomom



เกาะกลางน้ำมีรูปร่างเหมือนกระดองเต่า ทำให้เรียกเกาะนี้ว่าเกาะกระดองเต่า



kenrokuen21.jpg picture by rambomom



kenrokuen22.jpg picture by rambomom



kenrokuen23.jpg picture by rambomom



kenrokuen24.jpg picture by rambomom



มุมนั่งพักดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ อีกมุม



kenrokuen25.jpg picture by rambomom



ทางไปจุดชุมวิวเมือง Kanazawa



kenrokuen26.jpg picture by rambomom



kenrokuen27.jpg picture by rambomom



kenrokuen28.jpg picture by rambomom



kenrokuen29.jpg picture by rambomom



วิวเมือง Kanazawa มองจาก Kenrokuen



kenrokuen30.jpg picture by rambomom



kenrokuen32.jpg picture by rambomom



kenrokuen31.jpg picture by rambomom



kenrokuen34.jpg picture by rambomom



ข้างใน Kenrokuen จะมีบ้านญี่ปุ่นโบราณอยู่หนึ่งหลัง คือบ้านภรรยาของท่าน Noriyasu Maeda ข้างในจะมีพิพิธภัณฑ์ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของท่านเจ้าของบ้านแสดงให้ชมค่ะ




ทางเข้าบ้าน



maedawife1.jpg picture by rambomom



ต้องจ่ายตังค์ค่าเข้านิดหน่อย (ไม่แพงค่ะ) ตรงซุ้มตามรูปบนซ้าย เสร็จแล้วก็ถอดรองเท้าไปเก็บในตู้ที่รูปบนขวา ด้านนอกบ้านถ่ายรูปได้ไม่มีปัญหา แต่ข้างในบ้านห้ามถ่ายรูปค่ะ



maedawife2.jpg picture by rambomom



หันไปเห็นบ่อน้ำนี้เข้า ตามประสาพวกจิตป่วน อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแว้บบบ ถึงตำนานโอคิคุ ผีนับจานของญี่ปุ่น


หนึ่งบายยยย สองงงบายยยย สามมบายยยย ..... เก้าบายยยยย.... ฮือๆๆๆๆ ใบที่สิบหายยไปหนายยย ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



กรี๊ดดด นึกแล้วขนลุก.... อ่านตำนานผีญี่ปุ่นมากไปแล้วชั้น



maedawife3.jpg picture by rambomom



ชมสวนรอบๆ บ้าน



maedawife4.jpg picture by rambomom



maedawife5.jpg picture by rambomom



Kenrokuen จบแล้วงค่ะ พบกันใหม่แถบ Noto และไปไหว้เทพเจ้าขอพรปีใหม่ด้วยกันค่ะ






Free TextEditor



Create Date : 08 มกราคม 2552
Last Update : 9 มกราคม 2552 13:09:34 น.
Counter : 1629 Pageviews.

2 comment
Share to Facebook
ลายแทงอาหารอร่อยที่ชลบุรี : ก๋วยเตี๋ยวบ้านบึง

ก๋วยเตี๋ยวบ้านบึงสูตรต้นตำรับจริงๆ มีอยู่สี่ร้าน (ร้านอื่นๆ ที่ใช้ชื่อก๋วยเตี๋ยวบ้านบึง บางร้านก็ซื้อสูตรไปทำขาย บางร้านเป็นเครือญาติกัน และบางร้านก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย แต่อาศัยว่าเป็นคน อ. บ้านบึง พอเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวก็เลยถือโอกาสใช้ชื่อว่าก๋วยเตี๋ยวบ้านบึงซะเฉยๆ) เจ้าของร้านทั้งสี่เป็นพี่น้องกันที่รับถ่ายทอดสูตรการทำน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวมาจากรุ่นพ่อ ร้านหนึ่งอยู่ในตัวเมืองชลบุรี ใกล้วัดใหญ่อินทาราม ติดกับร้านดอกไม้ชื่อเหมาฟลอริสท์ ใช้ชื่อร้านว่าดวงโภชนา อีกสามร้านตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านบึง ใช้ชื่อว่าร้านก๋วยเตี๋ยวโอเคสองร้าน ตั้งหันหน้าชนกันอยู่ในซอยข้างธนาคาร UOB ซึ่งสองร้านนี้จะเป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไปมากกว่าร้านอื่นๆ คนจะเต็มตลอด รสชาติไม่แตกต่างกันมากนัก ถ้าจะต่างอาจจะเป็นที่ปริมาณ เคยแอบสังเกตว่าร้านที่อยู่ฝั่งเดียวกับธนาคารออมสินจะให้เยอะกว่านิดหน่อย แต่อย่างไรก็ดี เป้าหมายในการรีวิววันนี้ไม่ได้อยู่ที่สองร้านนี้ที่รู้จักกันดี แต่จะเป็นอีกร้านที่แอบอยู่ในซอยข้างธนาคารกรุงไทยสาขาบ้านบึงค่ะ


เมื่อเข้าตัวอำเภอบ้านบึงมาจนถึงหน้าที่ว่าการอำเภอ จะเห็นธนาคารไทยพาณิชย์ ถัดมาอีกหน่อยจะเป็นธนาคารกรุงเทพและกรุงไทยตามลำดับ จอดรถได้ที่หน้าธนาคารทั้งสองแห่ง สังเกตว่าจะมีซอยทะลุเล็กๆ อยู่ติดกับธนาคารกรุงไทย ปากทางจะเป็นเรือนไม้ขายอะไหล่ต่างๆ ข้างในซอยจะมีร้านก๋วยเตี๋ยว เจ้าของร้านเป็นหญิงวัยกลางคน ข้างในร้านติดป้ายดวงโภชนา มีคนนั่งกินอยู่เต็มเกือบตลอดเวลา ติดกันเป็นร้านขายเมี่ยงก๋วยเตี๋ยวและขนมหวาน ก็แวะเข้าไปได้เลยค่ะ รับรองไม่ผิดร้านแน่นอน


เรากินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้มาตั้งแต่เด็กๆ และคาดว่าอาเจ้น่าจะขายก๋วยเตี๋ยวมาตั้งแต่ก่อนเราเกิดซะอีก เมื่อก่อนร้านจะอยู่ด้านหน้าติดกับถนน เรียกกันว่าก๋วยเตี๋ยวหน้าสระ (เพราะอยู่ติดกับสระน้ำตรงข้ามสถานีตำรวจ) แต่ต่อมาได้ย้ายเข้ามาอยู่ในซอย โดยส่วนตัวแล้ว เราชอบกินร้านนี้มากกว่าร้านโอเค เพราะน้ำซุปจะหวานกลมกล่อมมากกว่า และให้ปริมาณเยอะกว่า สำหรับคนที่ตั้งใจมากินจริงๆ และไม่อยากผิดหวังแนะนำให้มาตั้งแต่ก่อนเที่ยง (ซักแปดโมงก็เปิดแล้วค่ะ) เพราะถ้าใกล้กลางวันคนจะเยอะมาก โดยเฉพาะในวันธรรมดาที่จะมีพนักงานธนาคารใกล้เคียงลงมากินกัน ถ้ามาตรงกับช่วงที่มีคนแน่นร้านอาจจะได้ก๋วยเตี๋ยวช้าซักนิด เพราะอาเจ้ทำคนเดียว มีลูกมือช่วยทำก๋วยเตี๋ยวคนหนึ่ง และเสิร์ฟน้ำอีกคนหนึ่งเท่านั้น ถ้าหิวมากรอไม่ไหว ก็อาจสั่งเมี่ยงก๋วยเตี๋ยวหรือขนมหวานจากร้านที่อยู่ติดกันมากินรองท้องไปก่อนก็ได้ค่ะ ราวๆ บ่ายโมงหรือบ่ายสองก๋วยเตี๋ยวก็เริ่มจะหมดแล้ว หรือหากว่ายังไม่หมดก็จะเหลือเครื่องก๋วยเตี๋ยวไม่ครบ ความอร่อยสะใจก็จะน้อยลงไปค่ะ


เกริ่นมานานแล้ว ดูรูปกันดีกว่าเนอะ


 


ด้านหน้าร้านค่ะ เสื้อแดงนั่นลูกจ้างนะคะ ตัวอาเจ้ยืนหลบมุมตู้ก๋วยเตี๋ยวอยู่ค่ะ


 



E5414102-0.jpg picture by rambomom




ร้านเมี่ยงก๋วยเตี๋ยวค่ะ ด้านหน้าจะมีขนมหวานหลายอย่างขาย อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ

สำหรับเมี่ยงก๋วยเตี๋ยวจะไม่ค่อยพบในพื้นที่อื่นๆ จะมีแต่แถวๆ นี้เท่านั้น คนจากที่อื่นจะเห็นว่าเป็นของแปลก 

ลักษณะจะคล้ายๆ ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนหรือก๋วยเตี๋ยวหลอดแต่มีข้อแตกต่างกันอยู่มาก เค้าจะเอาเส้นก๋วยเตี๋ยวมาตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม ใส่ใบกุยช่ายและถั่วงอกลวก ถั่วลิสงคั่ว ไข่เจียวหั่นฝอย กุ้งแห้ง กินกับน้ำจิ้มรสหวานเค็มเผ็ด (แต่ถ้าบ้านเราทำกินกันเองจะใส่กระเทียมโทนดองอีกหนึ่งอย่าง เป็นอาหารที่ทำกินง่ายและอร่อย ไม่ต้องล้างจานด้วย อิอิ)



อธิบายไม่ถูก ยังไงก็ลองมากินดูกันเองดีกว่าค่ะ




E5414102-5.jpg picture by rambomom



ขนมหน้าร้านค่ะ



E5414102-6.jpg picture by rambomom


ตัวอย่างขนมค่ะ


 


E5414102-7.jpg picture by rambomom


 


มาดูเมนูก๋วยเตี๋ยวกันบ้างนะคะ


 


E5414102-3.jpg picture by rambomom


 


E5414102-1.jpg picture by rambomom


 


E5414102-2.jpg picture by rambomom


 


จุดเด่นของก๋วยเตี๋ยวบ้านบึงร้านอาเจ้จะอยู่ที่น้ำซุปค่ะ ถ้าใครเคยกินทั้งสามร้านจะแยกออกว่า รสชาติน้ำซุปของร้านอาเจ้จะหวานกว่าอีกสองร้าน นั่นเป็นเพราะอาเจ้มีเคล็ดลับบางอย่างค่ะ (เคยได้ยินอาเจ้เล่าให้ลูกค้าคนอื่นฟังตอนที่ไปกิน) แต่ไม่รู้ว่าเขียนลงไปในบล็อคแล้วจะดีไหม (คิดแทนอาเจ้กลัวโดนลอกเลียนแบบ อิอิอิ) เอาเป็นว่า ใครอยากรู้ว่าอาเจ้มีเคล็ดลับยังไง ลองแวะไปกินดูแล้วถามอาเจ้ดูเอาเองดีกว่าค่ะ






Free TextEditor



Create Date : 12 กันยายน 2551
Last Update : 12 กันยายน 2551 10:38:47 น.
Counter : 14071 Pageviews.

26 comment
Share to Facebook
1  2  3  4  

แรมโบ้มัม
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



บ้านเราชอบเดินทางท่องเที่ยวที่สุดในโลก...

บ้านเราใช้บริการจองที่พัก จองตั๋วเครื่องบินราคาประหยัด จองตั๋วรถทัวร์ รถเช่าทั่วไทยออนไลน์ที่ FAMILYLOVETRIP.COM จองโรงแรมที่พัก ตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถทัวร์ เช่ารถ ค่ะ







Color Codes และวิธีแต่ง Blog คุณ ป้ามด

Color Codes และวิธีแต่ง Blog คุณ lozocat

BG สวยๆ และวิธีแต่ง Blog คุณ paradijs

โค้ดง่ายๆ สำหรับ Blog คุณ ป้ามด