Group Blog All Blog
|
ครอบครัวหมูสามตัวพาไหว้พระหลวงพ่อโสธร นั่งเรือเที่ยวตลาดบ้านใหม่
ที่จริง วัดหลวงพ่อโสธรก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านเราเท่าไหร่ แต่ครั้งสุดท้ายที่ไปวัดนี้คือตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ พอแม่เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนเคยพาเราไปไหว้หลวงพ่อโสธรบ่อยมาก เรายังเหวอ... เฮ้ย..จริงเหรอ เพราะความทรงจำของเราเกี่ยวกับวัดหลวงพ่อโสธรนี่ไม่มีอยู่ในหัวสมองเลย ความคิดอยากไปไหว้หลวงพ่อก็พอมีบ้าง แต่ก็จะ.. จะ.. อยู่นั่นแหละ ไม่ได้ไปจริงๆ จังๆ ซักที
จนเช้าวันอาทิตย์วันหนึ่ง เราเปิดดูรายการโทรทัศน์อะไรซักอย่างที่มีพาเที่ยว (ไม่แน่ใจว่าเป็นรายการที่น้องอิม อชิตะเป็นพิธีกรหรือเปล่า) เค้าพาไปเที่ยวตลาดบ้านใหม่ที่ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นที่ที่เราคุ้นชื่อมาพอสมควรจากห้องบลูฯ ว่าเป็นตลาดโบราณที่น่าเที่ยวมาก อ่านรีวิว ดูภาพถ่ายแล้วก็อยากไปนะ แต่ยังไม่เท่าไหร่ แต่พอเห็นภาพบรรยากาศที่เป็นภาพเคลื่อนไหวจากทางทีวีแล้ว..... โอ๊ยยย... ชั้นอยู่บ้านไม่ได้แล้ววันนี้... ว่าแล้วก็ใช้สิทธิ์ความเป็นผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในบ้าน
ดอกไม้สีสดใส
ตรงที่จะเข้าไปไหว้หลวงพ่อ มีป้ายติดไว้อันบะเร่ง
พระอุโบสถหลังใหม่
วันที่ไปอากาศร้อนและแดดแรงมากค่ะ แต่ถึงจะอากาศร้อนยังไง สาวๆ ทุกคนก็ควรแต่งกายให้สุภาพด้วยนะคะ
ไหว้พระเสร็จก็เดินไปที่ท่าน้ำหลังวัดค่ะ ที่นั่นจะมีเรือให้นั่งไปที่ตลาดบ้านใหม่ได้ ซื้อตั๋วไปกลับได้ที่ซุ้มตรงท่าน้ำเลยค่ะ ถึงเวลาเค้าจะประกาศเรียกให้คนที่ซื้อตั๋วไว้แล้วไปขึ้นเรือ มีน้องนักเรียนมาทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายระหว่างการเดินทางพร้อมหยอดมุกเป็นระยะๆ และมีน้ำหวาน (น้ำแดง) ให้บริการด้วยค่ะ
ท่าน้ำหน้าตลาดบ้านใหม่เล็กมากค่ะ โป๊ะก็เล็กนิดเดียว เวลาขยับขึ้นลงตามระดับคลื่นแม่น้ำ คนไม่เคยชินอย่างเรารู้สึกกลัวและเมาโป๊ะค่ะ ไม่อยากอยู่บนนั้นนาน (มันหวาดเสียว) ต้องรีบเดินผ่านไปให้เร็วที่สุด ยังไงก็ระมัดระวังเวลาขึ้นและลงเรือด้วยนะคะ
ของเล่นแบบนี้หลายคนคงคุ้นเคย เห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้เลยค่ะ
มีขนมและของกินแนวโบราณๆ น่าอร่อยหลายอย่างให้เลือกซื้อค่ะ เราก็ซื้อมาลองทานหลายอย่างเหมือนกัน บางอย่างก็อร่อย แต่บางอย่างก็ไม่อร่อยเท่าที่ควร คือรสชาติไม่ยักกะโบราณจริง ออกแนวเหมือนมือใหม่เพิ่งหัดทำมากกว่า
อุดหนุนรองเท้าสานร้านนี้มาสองคู่ค่ะ เป็นรองเท้าทำจากเสื่อกก ปกติเป็นคนชอบใส่รองเท้าแบบนี้อยู่แล้ว สบายเท้าดี
ขนมแบบนี้ใครเคยกินบ้างเอ่ย ตอนเด็กๆ เราชอบม้ากกกมากกกก (เดี๋ยวนี้ก็ยังชอบอยู่ อิอิ)
ร้านตัดผมแฟนฉัน (ตั้งชื่อให้เค้าเองเสร็จสรรพ อิอิ)
เสื้อชั้นในทรงโบราณก็มี มีคนซื้อเยอะด้วย ไม่รู้รุ่นนี้มีซิปใต้ราวนมไว้ใส่เหรียญเหมือนของคุณย่าคุณยายหรือเปล่านะ
ร้านนี้นอกจากขนมกับของเล่นแฟนฉันแล้วยังมีหนังสือความรู้เด็กแบบป๊อปอัพขายด้วยค่ะ ราคาก็ไม่แพงเลยซื้อมาให้เจ้าลูกหมู ๒ เล่ม
ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ... เป็นยังไงก็ไม่ทราบ ไม่รู้เหมือนข้าวเกรียบปากหม้อไหม ใครเคยกินวานบอกที
ร้านขายของเล่น ร้านในรูปล่างมีตุ๊กตากระดาษสวยๆ ห้อยขายอยู่เยอะเลย เราอยากได้แบบญี่ปุ่นตาหวานโบๆ วาดและลงสีด้วยมือคนมากกว่า แต่ตุ๊กตาของร้านนี้เค้าจะออกแนวโฟโต้เฉาะเกาหลี ก็เลยไม่ได้ช่วยอุดหนุนเลย (แต่ร้านไหนที่มีตาหวานญี่ปุ่นโบๆ ละก็เรากวาดมาเพียบ)
ตึกแถวไม้ๆ แบบนี้ บรรยากาศที่คุ้นเคย คิดถึงจัง
ผ่านไปเจอป้ายนี้ สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง เสียดาย ๒
บ้านสวยมากก พี่เจ้าของบ้านใจดีอนุญาตให้ถ่ายรูปด้วย ขอบคุณค่ะ
เดินต่อๆๆๆๆๆๆ ผ่านไปเจอกุ้งแม่น้ำ (หรือเปล่าหว่า..) เผา ตัวขนาดกำลังน่ากิน ปกติเราชอบกุ้งเผามาก แต่ตอนนี้หิ้วของจนนิ้วเขียวแล้วเลยต้องตัดใจแบบน้ำลาย..เอ๊ย.. น้ำตาไหล
ที่นี่จะมีร้านขายขนมและของเล่นแฟนฉันหลายร้านมาก แต่ละร้านก็จะมีขนมแบบเดียวกัน ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่
แต่ขนมตังเม (เจ้าขนมแท่งๆ รูปร่างเหมือนแท่งไม้ทำจากน้ำตาลปี๊บหวานๆ หอมๆ) แบบนี้เท่าที่เห็นมีขายอยู่สองร้าน ขนมโปรดสมัยประถมเลยนะนั่น พลาดได้ไง กวาดดดดมาซะ...
กังหันลมหมุนๆ สีสันสดใส
น้ำเต้าปูปลา คุณสามีซื้อ (เหมา) มาให้ลูกชายแกะเล่นอยู่หลายแผง
ตอนที่มาถึงตลาดบ้านใหม่ ทางเรือจะให้เวลาเดินเที่ยวประมาณหนึ่งชั่วโมง ซึ่งถ้าใครจะไม่กลับกับเรือก็ให้แจ้งล่วงหน้า (จะได้ไม่ต้องรอ) แต่ถ้าใครจะกลับกับเรือ (อย่างพวกเรา เพราะต้องไปเอารถที่วัด) ก็ต้องมารอที่ท่าให้ตรงเวลาค่ะ
ใกล้ถึงวัดแล้วค่ะ
สำหรับรีวิวพาเที่ยวตลาดบ้านใหม่คงจบเพียงเท่านี้ ยังเหลือรีวิวระยองต่อค่ะ โปรดติดตามตอนต่อไป ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมค่ะ Free TextEditor พาเที่ยวเมือง Kaga, สวนกระต่าย, Kamoike Katano : Ishikawa Japan
วันนี้นี้จะพาไปชมเมืองที่ไปทำงาน และเที่ยวที่ใกล้ๆ บริเวณนั้นกันค่ะ เมือง Kaga เป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบในจังหวัด Ishikawa นอกจากโรงงานอุตสาหกรรมแล้วก็มีพื้นที่การเกษตรอยู่เยอะ สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักดูเหมือนจะเป็นออนเซ็น (ซึ่งอิชั้นใจกล้าไม่พอที่จะเข้าไป -"-) ภูมิประเทศจะเป็นภูเขาสูงเลียบทะเลญี่ปุ่น ผู้คนก็คล้ายๆ กับคนในชนบทของบ้านเราที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ใจดี๊ดี มีน้ำใจ แต่ค่อนข้างแตกตื่นกับคนต่างชาติพอสมควร ><
ก่อนจะไปขึ้น CAN BUS ก็ต้องขึ้นรถไฟที่สถานี Daishoji ข้างๆ โรงแรมไปหนึ่งสถานี ลงที่ Kaga Onsen
โล่งมากค่ะ เพราะเป็นวันหยุด แถมยังเช้ามากอีก
การโดยสาร CAN BUS ต้องไปขึ้นที่ออฟฟิศ CAN BUS ที่สถานี Kaga Onsen
เดินออกจากสถานี Kaga Onsen เลี้ยวซ้ายมาทางห้าง Abio จะเจอออฟฟิศ CAN BUS
ค่าใช้จ่าย ตั๋ว 1 วัน ขึ้นลงกี่รอบก็ได้ 1,000 Yen (ตามค่าเงินวันนี้ประมาณ 380-390 B.) ตั๋ว 2 วันขึ้นลงกี่รอบก็ได้ 1,200 Yen
โบรชัวร์จะมีทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ใส่ในซองของ CAN BUS ซึ่งต้องเก็บไว้ให้ดีๆ เพราะทุกครั้งที่จะขึ้นรถต้องโชว์ซองนี้ให้พนักงานดูด้วย แล้วก็จะมีคูปองรับของที่ระลึกฟรีตามจุดต่างๆ ที่แวะ อย่างเช่นที่ Tsuki Usagi no Sato วันที่เราไปแจกของที่ระลึกเป็นกระต่ายตัวเล็กๆ ร้อยด้วยลูกปัด 1 ตัวค่ะ รูปพวกนี้เอาไปลงหลายที่ ดังนั้นจึงต้องมีการอำพรางความสวยกันหน่อย ขาประจำดูหุ่นแล้วคงพอจะรู้กันใช่มะว่าคนไหนคืออิชั้น
กะเหรี่ยงไทยสร้างผลงานในต่างแดนอีกแล้ว ไม่อายชาวบ้านกันซะมั่งเลย แต่ละคนอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะนั่น
ตรงลานกว้างของที่นี่ มีฝูงกุเต่ยน่ารักน่ากอด วิ่งเล่นกันโดยอิสระเต็มไปหมด ตรงโน้นก็มี ตรงนั้นก็มี คนรักกุเต่ยเตรียมผ้าซับเลือดกำเดาได้เลย เพราะกระฉูดแน่ๆ
อาหารกุเต่ย 200 Yen ใช้เหรียญ 100 Yen ใส่ทีละเหรียญแล้วบิด จะมีอาหารกุเต่ยอยู่ในลูกบิดกลมๆ เหมือนไข่กาจาปองออกมาให้ ทีนี้ก็ก็เชิญหาที่นั่ง (หรือที่นอน หรือที่กลิ้งเกลือก) เลี้ยงกุเต่ยได้ตามชอบเลยค่ะ
ข้อห้ามของที่นี่ จะมีป้ายเขียนไว้เป็นภาษาญี่ปุ่น ตั้งไว้ใกล้ๆ ตะกร้าใส่ถุงมือก็คือว่า คุณสามารถสัมผัสกุเต่ยได้ แต่ห้ามอุ้ม!! ซึ่งอิชั้นไม่อุ้มก็ได้ (เชอะ..) แต่ใช้วิธีนั่งลงกับพื้นแล้วเอนตัวลง (ใช้อาหารล่อ) ให้น้องเต่ยปีนขึ้นมาบนพุงเราแทน อิ๊ๆๆๆๆ
อิชั้นเคยเลี้ยงแต่หมา (ถึก) ที่จริงกุเต่ยอิชั้นก็ชอบนะ แต่เกรงว่าความมือหนักของตัวเองจะทำให้เลี้ยงไม่ได้ รู้สึกว่ามันบอบบางเกินไป กลัวทำคอหักตายหมด แต่พอได้ไปเห็นไปสัมผัสตัวเป็นๆ ของน้องกุเต่ยแบบนี้ ความรู้สึกอยากเลี้ยงมันจี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ขึ้นมาเหมือนกัน เลยยกให้กุเต่ยเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่ชอบมากที่สุดรองจากน้องหมาในทันที
ของที่ขายในร้านเกือบทั้งหมด จะมีแต่ของที่เกี่ยวกับกุเต่ย กุเต่ย และกุเต่ย
คูปองรับของที่ระลึกจาก CAN BUS เราสามารถนำมารับของที่ระลึกได้ที่ร้านขายของแห่งนี้แหละค่ะ
การรับของที่ระลึก ก็ฉีกคูปองของที่นี่แล้วยื่นให้พนักงาน แล้วพนักงานก็จะให้เราเลือกของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ ที่อยู่ในตะกร้าค่ะ
มีอุปกรณ์จำเป็นในการเลี้ยงกุเต่ยและอาหารสำหรับกุเต่ยขายด้วย (มีหนังสือเด็กแจมนิดหน่อย)
คนเที่ยวที่นี่จะเป็นแนวครอบครัว พาลูกๆ มาเที่ยว หรือเป็นคนที่รักกุเต่ยโดยเฉพาะเลยค่ะ อยู่ที่นี่แล้วมีความสุขจริงๆ ไม่อยากกลับเลย กว่าจะตัดใจจากกุเต่ยออกมาได้ ใช้เวลานานมาก
ตอนแรกอิชั้นก็ไม่อยากจะแวะที่นี่หรอกค่ะ เพราะไม่สนใจเรื่องเป็ดเรื่องห่านอะไรแบบนี้เท่าไหร่ แต่ว่าที่แวะเพราะงก อยากได้ของที่ระลึกจาก CAN BUS พอเข้าไปปุ๊บก็ตั้งหน้ามุ่งไปที่เค้าท์เตอร์เลย แต่แว่.... พอไปถึง คุณลุงคุณป้าที่เฝ้าตรงนั้นทำหน้างงๆ พลิกคูปองหน้าเอบีสลับกันส่องๆ ดูแล้วบอกว่า... เอ่อ... นังหนู ของที่นี่มันไม่มีระบุอยู่นี่นา.... มีแต่ของที่อื่นน่ะ... เง่อ... เพล้งงงงงงง หน้าแตก งกจัดไปหน่อย ไม่ได้ดูก่อนว่าที่ไหนมีรับของที่ระลึกที่ไหนไม่มี รีบเดินออกมาด้วยความอ๊ายยย อายยยย แต่พอเดินมาที่ป้าย CAN BUS แล้วปรากฏว่าเหลืออีกตั้งสิบกว่านาที กว่ารถจะมา อุณหภูมิเลขตัวเดียว พวกอิชั้นก็ยืนสั่นกันอยู่อย่างนั้น ซักพักก็มีน้องผู้ชาย (หน้าตาน่ากินด้วย อ๊ายยย) วิ่งมาจากข้างในแล้วบอกว่าขอเชิญคุณลูกค้าเข้าไปรอข้างในดีกว่าครับ เพราะมันหนาวมาก กว่ารถจะมาก็นาน เข้าไปนั่งเฉยๆ ก็ได้ ไม่จ่ายค่าเข้าก็ไม่เป็นไร เข้าไปข้างในก่อนเถอะครับ
อิชั้นซึ้งใจน้ำตาซึมเลย เพราะมันหนาวมากจริงๆ แล้วก็กำลังต้องการที่หลบหนาวจนกว่ารถจะมาจริงๆ รู้สึกผิดด้วยอ่ะ ที่เราไม่สนใจสถานที่ของเค้าเลย เหมือนตัวเองเป็นพวกเอาแต่ได้ แค่อยากจะมาเอาของที่ระลึกฟรีเท่านั้น อิชั้นก็เลยเข้าไปหลบหนาวข้างใน หยอดเหรียญจ่ายค่าตั๋วเข้าชมไป แล้วก็เข้าไปนั่งส่องกล้องแป๊บๆ ซักพักใกล้ได้เวลารถมาก็เดินออกมา อดคิดไม่ได้ว่า น้ำใจอย่างนี้ จะหาได้ในเมืองใหญ่หรือเปล่า คงเหมือนบ้านเราใช่ไหมที่คนแถวๆ บ้านนอกยังคงมีน้ำใจล้นเหลืออยู่ เพราะคนในโอซาก้า ขนาดเดินมาชนอิชั้นซะกระเด็นยังไม่หันมาขอโทษซักคำ ข้างใน Kamoike Katano นี้จะเป็นคล้ายๆ หอส่องกล้องดูเป็ด (หรือห่าน) Kamoike น่ะค่ะ ข้อมูลของห่านป่าชนิดนี้ก็ตามนี้ เอามาฝากเพื่อนๆ ที่เป็นนักดูนกค่ะ คนที่ไปที่นี่ก็จะไปนั่งจิบชาแล้วก็ส่องกล้องดูห่านกันเป็นวันๆ เลยค่ะ เราไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้มากนักเลยไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกว่าเป็นอย่างไร แต่คิดว่าคนที่ชอบดูนกน่าจะเข้าใจได้ดีกว่าค่ะ
หลังออกจาก Kamoike Katano เราจะไป Kaga Fruit Land กันต่อค่ะ โปรดติดตามตอนต่อไป อิอิ Free TextEditor Chirihama Driveway, Ketadaisha : Ishikawa Japan
ออกจาก Kenrokuen เราจะไปต่อกันที่ Noto ค่ะ การไป Noto จะขับรถจาก Kanazawa ไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ
วันที่ไปลมแรงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คลื่นก็สูง ขนาดอิชั้นหาความบอบบางไม่ได้แบบนี้ยังแทบจะปลิวตามลมเลยค่ะ
เห็นอิตาคนที่กำลังจ๊อกกิ้งอยู่นั่นมั้ยคะ อิชั้นเห็นเค้าวิ่งท่าทางชิวๆ แบบนั้นแล้วก็นึกว่าอากาศข้างนอกจะชิวตามไปด้วย เลยขอจอดรถลงไปถ่ายรูป แต่พอเปิดประตูรถเท่านั้นแหละ.... กรี๊ดดดดดดด.... คุณหลอกดาว..... ลมแรงและหนาวววววววมากกกก ไม่เป็นอันถ่ายรูปเลยค่ะ เพราะลมตีหน้าน้ำตาไหลพราก หัวหูกระจุยกระจาย เลยได้รูปตรงนี้มาแค่นิดเดียวเอ๊งงง เสียดาย...
บรรยากาศแบบนี้ สถานที่แบบนี้ ถ้ามีใครมาขอแต่งงานที่นี่ "โอเคเค่ะ เรามามีลูกกันคืนนี้เลยมั้ยเคอะที่รัก"
พอๆๆๆๆ ตื่นได้แล้ว.... บรรยากาศมือนึงกำลังจกข้าวเหนียวไก่ย่าง อีกมือจกไส้กรอกอีสานเข้าปากแล้วถูกผู้ชายขอแต่งงาน.... มันแซ้ดดดค่ะ มันแซ้ดดดด
อิชั้นสงสัยอยู่อย่างนึงก็คือว่า คนญี่ปุ่นนี่จะไปไหนโดยไม่พึ่ง GPS เลยได้มั้ย รถทุกคันที่อิชั้นนั่งเนี่ยติด GPS หมดเลยอ่ะ จะไปไหน จะใกล้จะไกล จะเป็นที่ที่เคยไปหรือไม่เคย พวกเป็นต้องเปิด GPS ทุกครั้งไปเลยอ่ะ
เข้าไปขอพรรับปีใหม่กันดีกว่า ศาลเจ้าแห่งนี้ช่วงปีใหม่จะมีคนมาขอพรเยอะมาก เห็นมีการเตรียมสถานที่สำหรับต้อนรับคนและเตรียมจัดงานวัดแล้วด้วย
ร้านขายเครื่องรางที่ระลึก อิชั้นซื้อกลับบ้านมาสองอัน เป็นเครื่องรางเกี่ยวกับการเดินทางปลอดภัยสำหรับติดรถหนึ่งอัน แล้วก็เครื่องรางให้เรียนเก่งรูปกระเป๋านักเรียนอนุบาลสีแดงให้ลูกชายหนึ่งอัน พอห้อยให้ลูกแล้วนึกได้ ปีหน้าก็จะขึ้นชั้นประถมแล้วนี่หว่า น่าจะซื้อของเด็กประถมสีดำๆ มา
ตรงนี้เตรียมไว้สำหรับงานช่วงปีใหม่ จะมีงานคล้ายๆ สอยดาว ช้อนไข่บ้านเรา ฟังคนพาไปเล่าแล้วน่าสนุก เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ไปในวันนั้น
ศาลเจ้าแห่งนี้อยู่ริมทะเลเลย ไม่ไกลจาก Chirihama เท่าไหร่ พอผู้ชายขอแต่งงานเสร็จก็พามาขอพรเทพเจ้าให้รักเรายั่งยืนชั่วฟ้าดินสลาย กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โรแมนติกกิ๊บกิ้วซะไม่มี
ที่นี่น่าจะมีชื่อเสียงในการขอพรด้านความรัก เพราะว่ามีป้ายสำหรับเขียนขอพรรูปหัวใจให้คนเขียนแขวนไว้เยอะมาก มีเซียมซีเสี่ยงทายเกี่ยวกับความรักหรือเนื้อคู่โดยเฉพาะด้วย
ดูสิว่ามีคนขอพรเกี่ยวกับความรักมากเท่าไหร่ ไม่ใช่แค่ตรงนี้ที่มี แต่มีหลายๆ จุดเลยในศาลเจ้าแห่งนี้
ไหนดูเซะ เขียนขออะไรกันมั่ง บางคนก็ขอให้ได้แต่งงานกับคนนั้นคนนี้ บางคนก็ขอให้สมหวังด้านความรัก บางคนก็ขอให้อยู่กันอย่างมีความสุข
ไปยืนอ่านๆ รู้สึกตัวเองเจิ๋นกะชีวิตคนอื่นมากไปละ ขึ้นไปขอพรเทพเจ้าข้างบนดีกว่า เผื่อจะมีประโยชน์กะชีวิตตัวเองมากกว่านี้ หันไปถามคนพาไปว่าจะเอาไปทำไรดี ก็ได้คำตอบว่า ก็เขียนแล้วส่งให้ตัวเองหรือใครที่อยากส่งให้เด่ะ แต่บังเอิญความขี้เกียจเป็นฝ่ายชนะ ก็เลยไม่ได้เขียนส่งให้ใคร พับเก็บใส่กระเป๋าเฉยๆ แฮ่ๆๆๆ
ก่อนเข้าประตู ขอหันย้อนกลับไปแชะอีกรูป
เข้าประตูเลี้ยวซ้าย เจอเซียมซีเสี่ยงรัก (แม่นด้วยนะคะ พี่ที่ไปด้วยกันพิสูจน์มาแล้ว) ส่วนอิชั้น เผอิญว่าสิ่งที่ตัวเองมีมันดีอยู่แล้วเลยไม่ได้ลองค่ะ โฮะๆๆ (อนุญาตให้อ้วกได้นะคะ ถ้าหมั่นไส้)
วิธีเซียมซีก็หย่อนเงินลงในช่อง แล้วก็ตบมือแปะๆ อธิษฐาน แล้วก็หยิบมาใบนึงค่ะ คำทำนายถ้าดีก็เอากลับบ้าน ถ้าไม่ดีก็ผูกไว้กับกิ่งไม้ในศาลเจ้านั่นแหละ
นางแบบกำลังสาธิตวิธีการเสี่ยงเซียมซี
ถ้าได้คำทำนายไม่ดีก็ผูกไว้ที่กิ่งไม้แบบนี้
ใครยังไม่มีคู่ หากมีโอกาสได้ไป ก็ลองไปขอพรหรือเสี่ยงทายที่ศาลเจ้าแห่งนี้ได้นะคะ
ติดกับศาลเจ้าจะเป็นวัดค่ะ อิชั้นรู้สึกว่าอารมณ์ศาลเจ้ากับวัดไม่ค่อยต่างกัน แต่คนพาไปบอกว่าต่างค่ะ เพราะในความรู้สึกของเค้า (และไม่รู้คนญี่ปุ่นคนอื่นด้วยหรือเปล่า) วัดจะเป็นที่ที่ไปทำบุญ ไประลึกถึงบรรพบุรุษ แต่ศาลเจ้าจะมีไว้ขอพรเพียงอย่างเดียว
ใครรู้บ้าง ทำไมต้องผูกผ้ากันเปื้อนที่คอให้กับพระพุทธรูปด้วย
วันต่อไปจะพาไปสวนกระต่ายค่ะ
Free TextEditor KENROKUEN สวนสวยหนึ่งในสามของญี่ปุ่น : Kanazawa, Ishikawa Japan
Kenrokuen อยู่ที่เมือง Kanazawa ซึ่งเป็นเมืองหลักของจังหวัด Ishikawa นั่งรถจากเมือง Kaga ที่เราพักอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง
เชือกที่ขึงเป็นรูปโดมสามเหลี่ยมเหนือยอดไม้ ทำไว้เพื่อดึงกิ่งไม้เอาไว้ไม่ให้หักเวลาที่หิมะตก เพราะเวลาหิมะตกมันจะมาค้างตามกิ่งก้านต่างๆ พอรวมกันหนักๆ เข้าก็ทำให้กิ่งหักได้ เลยต้องนำเชือกมาดึงไว้อย่างนี้ เป็นภาพที่แปลกตาและสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง
ฟ้าใสๆ แดดสวยๆ แบบนี้ อุณหภูมิเลขตัวเดียวนะค้า ขอโบวกกกกก หนาวเยือกกกกก
คุณลุงท่านนี้น่าจะเป็นขุนนางหรือเจ้าครองนครนี้มาก่อน จำชื่อไม่ได้ เดาว่าอาจจะเป็นท่าน Noriyasu Maeda หรือเปล่าก็ไม่ทราบ (ป้าแก่แย้ว เริ่มหลงๆ ลืมๆ)
เสียดายที่วันนี้ไม่มีหิมะ
เตรียมตัวไปถ่ายหิมะนะเนี่ย.. แต่อด
ต้นไม้ต้นนี้ อายุราว 200 กว่าปีมาแล้ว ปลูกโดยท่าน Noriyasu Maeda ตำแหน่งของท่านเราไม่แน่ใจ น่าจะเป็นเจ้าผู้ครองนคร Kanazawa สมัยก่อนมั้ง
อันนี้เป็นระบบชลประทานโบราณสร้างเมื่อปี 1632 ทำหน้าที่ส่งน้ำจากแม่น้ำ Saigawa เป็นระยะทาง11 กิโลเมตรมาให้กับปราสาท Kanazawa ที่เคยตั้งอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ (ตอนนี้ไม่มีแล้ว มีแต่กำแพงกับซุ้มประตู)
พื้นเขียวๆ นี่ไม่ใช่หญ้านะคะ เป็นอะไรไม่ทราบคล้ายๆ มอสน่ะค่ะ สีเขียวสวยมากๆ ถ้าเป็นช่วงใบไม้แดง ตรงนี้จะมีใบเมเปิ้ลสีแดงหล่นลงมาสีตัดกับสีเขียวของพื้นเลยล่ะ
Fuyu Sakura ที่มักจะออกดอกช่วงหน้าหนาว คราวที่แล้วที่มาก็ยังทันได้เห็นดอก แต่ตอนนี้เริ่มโรยแล้ว
ตรงนี้มีคนเดินควงแขนเป็นคู่ๆ เยอะมากกกกก เห็นแล้วอิจฉาที่สามีเราไม่ได้มาด้วย
ร้านขายพวกเครื่องดื่มร้อนๆ มีที่นั่งให้นั่งกิน บรรยากาศโบราณย้อนยุค
สระ (หรือบึง) Kasumigaike เมื่อก่อนเล็กกว่านี้ แต่มาขยายออกจนมีพื้นที่เท่านี้ในปี 1837
เกาะกลางน้ำมีรูปร่างเหมือนกระดองเต่า ทำให้เรียกเกาะนี้ว่าเกาะกระดองเต่า
มุมนั่งพักดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ อีกมุม
ทางไปจุดชุมวิวเมือง Kanazawa
วิวเมือง Kanazawa มองจาก Kenrokuen
ข้างใน Kenrokuen จะมีบ้านญี่ปุ่นโบราณอยู่หนึ่งหลัง คือบ้านภรรยาของท่าน Noriyasu Maeda ข้างในจะมีพิพิธภัณฑ์ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของท่านเจ้าของบ้านแสดงให้ชมค่ะ
ต้องจ่ายตังค์ค่าเข้านิดหน่อย (ไม่แพงค่ะ) ตรงซุ้มตามรูปบนซ้าย เสร็จแล้วก็ถอดรองเท้าไปเก็บในตู้ที่รูปบนขวา ด้านนอกบ้านถ่ายรูปได้ไม่มีปัญหา แต่ข้างในบ้านห้ามถ่ายรูปค่ะ
หันไปเห็นบ่อน้ำนี้เข้า ตามประสาพวกจิตป่วน อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแว้บบบ ถึงตำนานโอคิคุ ผีนับจานของญี่ปุ่น
ชมสวนรอบๆ บ้าน
Kenrokuen จบแล้วงค่ะ พบกันใหม่แถบ Noto และไปไหว้เทพเจ้าขอพรปีใหม่ด้วยกันค่ะ Free TextEditor ลายแทงอาหารอร่อยที่ชลบุรี : ก๋วยเตี๋ยวบ้านบึง
ก๋วยเตี๋ยวบ้านบึงสูตรต้นตำรับจริงๆ มีอยู่สี่ร้าน (ร้านอื่นๆ ที่ใช้ชื่อก๋วยเตี๋ยวบ้านบึง บางร้านก็ซื้อสูตรไปทำขาย บางร้านเป็นเครือญาติกัน และบางร้านก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย แต่อาศัยว่าเป็นคน อ. บ้านบึง พอเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวก็เลยถือโอกาสใช้ชื่อว่าก๋วยเตี๋ยวบ้านบึงซะเฉยๆ) เจ้าของร้านทั้งสี่เป็นพี่น้องกันที่รับถ่ายทอดสูตรการทำน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวมาจากรุ่นพ่อ ร้านหนึ่งอยู่ในตัวเมืองชลบุรี ใกล้วัดใหญ่อินทาราม ติดกับร้านดอกไม้ชื่อเหมาฟลอริสท์ ใช้ชื่อร้านว่าดวงโภชนา อีกสามร้านตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านบึง ใช้ชื่อว่าร้านก๋วยเตี๋ยวโอเคสองร้าน ตั้งหันหน้าชนกันอยู่ในซอยข้างธนาคาร UOB ซึ่งสองร้านนี้จะเป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไปมากกว่าร้านอื่นๆ คนจะเต็มตลอด รสชาติไม่แตกต่างกันมากนัก ถ้าจะต่างอาจจะเป็นที่ปริมาณ เคยแอบสังเกตว่าร้านที่อยู่ฝั่งเดียวกับธนาคารออมสินจะให้เยอะกว่านิดหน่อย แต่อย่างไรก็ดี เป้าหมายในการรีวิววันนี้ไม่ได้อยู่ที่สองร้านนี้ที่รู้จักกันดี แต่จะเป็นอีกร้านที่แอบอยู่ในซอยข้างธนาคารกรุงไทยสาขาบ้านบึงค่ะ เมื่อเข้าตัวอำเภอบ้านบึงมาจนถึงหน้าที่ว่าการอำเภอ จะเห็นธนาคารไทยพาณิชย์ ถัดมาอีกหน่อยจะเป็นธนาคารกรุงเทพและกรุงไทยตามลำดับ จอดรถได้ที่หน้าธนาคารทั้งสองแห่ง สังเกตว่าจะมีซอยทะลุเล็กๆ อยู่ติดกับธนาคารกรุงไทย ปากทางจะเป็นเรือนไม้ขายอะไหล่ต่างๆ ข้างในซอยจะมีร้านก๋วยเตี๋ยว เจ้าของร้านเป็นหญิงวัยกลางคน ข้างในร้านติดป้ายดวงโภชนา มีคนนั่งกินอยู่เต็มเกือบตลอดเวลา ติดกันเป็นร้านขายเมี่ยงก๋วยเตี๋ยวและขนมหวาน ก็แวะเข้าไปได้เลยค่ะ รับรองไม่ผิดร้านแน่นอน เรากินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้มาตั้งแต่เด็กๆ และคาดว่าอาเจ้น่าจะขายก๋วยเตี๋ยวมาตั้งแต่ก่อนเราเกิดซะอีก เมื่อก่อนร้านจะอยู่ด้านหน้าติดกับถนน เรียกกันว่าก๋วยเตี๋ยวหน้าสระ (เพราะอยู่ติดกับสระน้ำตรงข้ามสถานีตำรวจ) แต่ต่อมาได้ย้ายเข้ามาอยู่ในซอย โดยส่วนตัวแล้ว เราชอบกินร้านนี้มากกว่าร้านโอเค เพราะน้ำซุปจะหวานกลมกล่อมมากกว่า และให้ปริมาณเยอะกว่า สำหรับคนที่ตั้งใจมากินจริงๆ และไม่อยากผิดหวังแนะนำให้มาตั้งแต่ก่อนเที่ยง (ซักแปดโมงก็เปิดแล้วค่ะ) เพราะถ้าใกล้กลางวันคนจะเยอะมาก โดยเฉพาะในวันธรรมดาที่จะมีพนักงานธนาคารใกล้เคียงลงมากินกัน ถ้ามาตรงกับช่วงที่มีคนแน่นร้านอาจจะได้ก๋วยเตี๋ยวช้าซักนิด เพราะอาเจ้ทำคนเดียว มีลูกมือช่วยทำก๋วยเตี๋ยวคนหนึ่ง และเสิร์ฟน้ำอีกคนหนึ่งเท่านั้น ถ้าหิวมากรอไม่ไหว ก็อาจสั่งเมี่ยงก๋วยเตี๋ยวหรือขนมหวานจากร้านที่อยู่ติดกันมากินรองท้องไปก่อนก็ได้ค่ะ ราวๆ บ่ายโมงหรือบ่ายสองก๋วยเตี๋ยวก็เริ่มจะหมดแล้ว หรือหากว่ายังไม่หมดก็จะเหลือเครื่องก๋วยเตี๋ยวไม่ครบ ความอร่อยสะใจก็จะน้อยลงไปค่ะ เกริ่นมานานแล้ว ดูรูปกันดีกว่าเนอะ
ด้านหน้าร้านค่ะ เสื้อแดงนั่นลูกจ้างนะคะ ตัวอาเจ้ยืนหลบมุมตู้ก๋วยเตี๋ยวอยู่ค่ะ
![]() ร้านเมี่ยงก๋วยเตี๋ยวค่ะ ด้านหน้าจะมีขนมหวานหลายอย่างขาย อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ สำหรับเมี่ยงก๋วยเตี๋ยวจะไม่ค่อยพบในพื้นที่อื่นๆ จะมีแต่แถวๆ นี้เท่านั้น คนจากที่อื่นจะเห็นว่าเป็นของแปลก ลักษณะจะคล้ายๆ ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนหรือก๋วยเตี๋ยวหลอดแต่มีข้อแตกต่างกันอยู่มาก เค้าจะเอาเส้นก๋วยเตี๋ยวมาตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม ใส่ใบกุยช่ายและถั่วงอกลวก ถั่วลิสงคั่ว ไข่เจียวหั่นฝอย กุ้งแห้ง กินกับน้ำจิ้มรสหวานเค็มเผ็ด (แต่ถ้าบ้านเราทำกินกันเองจะใส่กระเทียมโทนดองอีกหนึ่งอย่าง เป็นอาหารที่ทำกินง่ายและอร่อย ไม่ต้องล้างจานด้วย อิอิ) อธิบายไม่ถูก ยังไงก็ลองมากินดูกันเองดีกว่าค่ะ ![]() ขนมหน้าร้านค่ะ ![]()
มาดูเมนูก๋วยเตี๋ยวกันบ้างนะคะ
จุดเด่นของก๋วยเตี๋ยวบ้านบึงร้านอาเจ้จะอยู่ที่น้ำซุปค่ะ ถ้าใครเคยกินทั้งสามร้านจะแยกออกว่า รสชาติน้ำซุปของร้านอาเจ้จะหวานกว่าอีกสองร้าน นั่นเป็นเพราะอาเจ้มีเคล็ดลับบางอย่างค่ะ (เคยได้ยินอาเจ้เล่าให้ลูกค้าคนอื่นฟังตอนที่ไปกิน) แต่ไม่รู้ว่าเขียนลงไปในบล็อคแล้วจะดีไหม (คิดแทนอาเจ้กลัวโดนลอกเลียนแบบ อิอิอิ) เอาเป็นว่า ใครอยากรู้ว่าอาเจ้มีเคล็ดลับยังไง ลองแวะไปกินดูแล้วถามอาเจ้ดูเอาเองดีกว่าค่ะ Free TextEditor |
แรมโบ้มัม
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]![]() บ้านเราชอบเดินทางท่องเที่ยวที่สุดในโลก... บ้านเราใช้บริการจองที่พัก จองตั๋วเครื่องบินราคาประหยัด จองตั๋วรถทัวร์ รถเช่าทั่วไทยออนไลน์ที่ FAMILYLOVETRIP.COM จองโรงแรมที่พัก ตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถทัวร์ เช่ารถ ค่ะ Color Codes และวิธีแต่ง Blog คุณ ป้ามด Color Codes และวิธีแต่ง Blog คุณ lozocat BG สวยๆ และวิธีแต่ง Blog คุณ paradijs โค้ดง่ายๆ สำหรับ Blog คุณ ป้ามด Friends Blog
Link |





















































































































ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [




