Group Blog
ขับรถเที่ยวในญี่ปุ่น เตรียมตัวยังไงบ้าง



เที่ยวญี่ปุ่นด้วยรถไฟฟ้าก็สนุกดีครับ แต่ถ้าอยากลองประสบการณ์ใหม่ๆบ้าง ก็เช่ารถมาขับเที่ยวเองเลยครับ ผมขอเล่าจากประสบการณ์จริงที่ไปเที่ยวมา 12 วัน 7 เมือง ช่วงดอกซากุระบานกลางปี 2012

ผมจะไม่ลงรายละเอียดที่เที่ยวนะครับ แต่จะเขียนเรื่อง ใบขับขี่สากล การเช่ารถในเว็ปไซต์ การรับรถที่สนามบิน ค่าทางด่วน เครื่องหยอดเงินทางด่วน GPS แผนที่ ที่จอดรถอัตโนมัติ ค่าจอด ปั้มน้ำมัน ค่าน้ำมัน เจอตำรวจเรียก ฯลฯ ทริปหน้าขับรถเลยครับ สนุกตื่นเต้นแน่นอน

มีคนพูดบ่อยว่าขับรถไม่เก่ง ไม่เคยขับต่างประเทศ ไม่กล้าขับ ปัญหาเยอะ นั่งรถไฟฟ้าเอาดีกว่า ผมขอบอกอย่างนี้ว่า กลัวเกินไป มันก็ความรู้สึกเดียวกับขับรถบนถนนไทยครั้งแรกในชีวิตครับ สุดท้ายก็ขับได้คล่อง ผมเองก็ขับรถในกรุงเทพมาแค่ 1 ปี ก่อนจะไปลองขับรถเที่ยวในญี่ปุ่น ปรากฏว่าขับได้ไม่แพ้คนญี่ปุ่นครับ คล่องมาก ได้ Mazda 3 Axela ใหม่เอี่ยมจากศูนย์มาขับ ไปทั่วโตเกียว ฟูจิ โอซาก้า เกียวโต ทั้งหมดก็เพราะอ่านข้อมูลเตรียมตัวไว้แล้ว

อีกคำถามยอดฮิต แพงมั้ยเช่ารถขับในญี่ปุ่น คำตอบคือแพงครับ 6,000 บาท ต่อวัน รวมแล้วทั้งค่าเช่่า ค่าทางด่วน ค่าน้ำมัน ค่าจอดรถ ค่าประกันชั้น1 ยังไม่รวมค่าปรับ แต่คุ้มค่า ตื่นเต้น สะดวก สบาย เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่น่าลอง เป็นประสบการณ์ที่มีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ ต้องกล้าทำด้วย

ใบขับขี่สากล
เรื่องแรกที่จะต้องทำระหว่างวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่น คือทำใบขับขี่สากล ให้เตรียมเอกสารให้พร้อมได้แก่ สำเนาพาสปอร์ต, รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 รูป, ใบขับขี่ตัวจริงและสำเนา, บัตรประชาชนและสำเนา, เงิน 500 บาท แล้วกลับไปที่ ขนส่งฯ ที่ท่านเคยได้ใบขับขี่มา ยื่นเรื่องแล้วรอ 1 ชั่วโมง ก็จะได้ใบขับขี่สากล โดยไม่ต้องไปสอบอะไรให้ยุ่งยากครับ ทีนี้ก็เอาไปขับรถเล่นได้หลายประเทศครับ เป็นเวลา 1 ปี

หมายเหตุ: ถ้ามีใบเปลี่ยนชื่อ ก็สำเนาไปด้วย, ถ้ามีแก้ไขใบสมรส-หย่า ก็สำเนาไปด้วย, ถ้าไม่ว่างไปเอง ก็เขียนใบมอบอำนาจติดอากรสแตมป์ 10 บาท และสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจไปด้วย



การเช่ารถญี่ปุ่นขับจากในเว็ปไซต์
มีเว็ปไซต์ที่ให้เช่ารถยนต์อยู่หลายบริษัทครับ เลือกหาได้ตามสะดวก ผมขอแนะนำเว็บไซต์ที่ผมใช้บริการแล้วกันนะครับ //th.traveljigsaw.com พอดีว่า Agoda แนะนำให้ตอนที่ผมจองโรงแรม ก็เลยได้ใช้บริการนี้ครับ โดยรวมแล้วบริการดีครับ กดจองบนเว็บแล้วจะเก็บแค่มัดจำไม่กี่บาท มีโอกาสเปลี่ยนวันเวลาสถานที่รับหรือคืน เปลี่ยนรุ่นรถ ได้ภายหลัง และมีพนักงานให้บริการทางโทรศัพท์พูดภาษาไทยได้ด้วย


วิธีการให้เลือก ประเทศ เมือง สถานที่ ที่จะไปรับรถ โดยส่วนมากก็จะเป็นที่สนามบิน ผมยกตัวอย่างตามรูปเลยนะครับ มีข้อสังเกตว่า รับรถทีนึง แล้วไปส่งคืนอีกที่นึงได้ สำหรับวันเวลาจะต้องใส่ ชม.นาที ที่จะรับและคืนด้วย เพราะคิดเงินเป็นวัน เช่น รับ 09:30 วันนี้ คืน 09:30 พรุ่งนี้ ถือว่าครบ 1 วัน ถ้าเกินจากนั้น 1 นาที ก็คิดเงินเป็น 2 วันครับ


จะได้รถมาให้เลือกรุ่น ราคาก็แพงตามราคารถครับ ผมเลือก Mazda 2 Demio ค่าเช่าประมาณ 2,800 บาทต่อวัน แต่พอผมไปรับรถ เขาอัพเกรดให้ฟรีเป็น Mazda 3 Axela ซึ่งแพงกว่าเกือบเท่าตัว แต่ไม่คิดตังค์เพิ่ม ดีจัง นอกจากค่าเช่าให้เพิ่มค่าประกันฯอีก 780 บาทต่อวัน ด้วยนะครับจะได้สบายใจ ส่วนข้อมูลรถก็เลือกเกียร์ออโต้ เกียร์กระปุก แล้วแต่ถนัดนะครับ ในรถจะมีให้ทั้งแอร์และฮีทเตอร์ ถ้าท่านไปช่วงซากุระล่ะก็ ได้ใช้ฮีทเตอร์บ่อยกว่าแอร์แน่นอน เมื่อลงรายละเอียดแล้ว ก็ให้ทำตามขั้นตอน จ่ายมัดจำให้เรียบร้อยด้วยบัตรเครดิต แล้วรอรับอีเมล์คอนเฟิร์มได้เลยครับ เมื่อมั่นใจแล้วค่อยกดชำระเงินต่อให้ครบ แล้วจะได้ ใบ Voucher มาทางอีเมล์ครับ


ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เช่นการยกเลิกเช่า การไม่ไปรับรถ การประกันฯ ให้อ่านในเว็บของเขาเพิ่มเติมได้นะครับ

การอัพเดตครั้งต่อไป
- การรับรถที่สนามบินนาริตะ
- ค่าทางด่วนและเครื่องหยอดเงินในญี่ปุ่น
- GPS แผนที่ญี่ปุ่น เครื่องนำทาง
- ที่จอดรถอัตโนมัติและค่าจอดรถในญี่ปุ่น
- ปั้มน้ำมันในญี่ปุ่น
- เมื่อเจอตำรวจญี่ปุ่นเรียก
- ฯลฯ

ผมยังเขียนไม่เสร็จนะครับ กำลังทยอยเขียนครับ ถ้าใครได้อ่านแล้ว ช่วยเขียนคอมเมนต์ให้ด้วยครับ จะได้ปรับปรุงเพิ่มเนื้อหาที่ต้องการให้โดยไวครับ

เกร็ดความรู้ (เขียนไว้ยังไม่ได้เรียบเรียงครับ)

1. ป้ายบอกทางในเมืองจะมีภาษาอังกฤษอยู่ใต้ภาษาญี่ปุ่นเสมอครับ ถึงอ่านไม่ออกแต่มองภาษาอังกฤษแล้วพอจะเข้าใจได้ครับ ส่วน ป้ายจราจรส่วนใหญ่เป็นเครื่องหมายคล้ายในเมืองไทยครับ ดูแล้วเดาง่ายครับ

2. GPS ที่ติดมากับรถใช้ยากอยู่ครับ ผมเลือกใช้ Google Map ในโทรศัพท์มือถือของผมเองครับ ผมฝึกใช้ในเมืองไทยก่อนจะไปครับ อีกอย่างนึง ผมติดโทรศัพท์ไว้ที่กระจกรถหน้าฝั่งขวาของพวงมาลัย ผมว่ามองง่ายกว่าหันไปดู GPS ที่ติดมากับรถตรงช่องวิทยุนะครับ สายตาจะไม่หลุดจากถนนหน่ะครับ อีกเรื่องคือ Google Map พอไปญี่ปุ่นแล้วมันจะมีคุณสมบัติ การนำทาง เปิดขึ้นมา ซึ่งตอนใช้ในไทยไม่มีคุณสมบัตินี้ แล้วมันก็ช่วยให้เข้าเลนได้ถูกต้อง ไม่ค่อยพลาด ครับ และถ้าเราเลี้ยวพลาด มันก็รีบคำนวณเส้นทางใหม่บอกเราทันที

3. ผิวจราจรในเมืองจะ เรียบ กว่าบ้านเรามากครับ แม้แต่ในซอยก็ราดยาง เรียบและสะอาด ถึงจะเป็นซอยเล็กๆ ก็มีเส้นถนนตีไว้ชัดเจน จนคนไทยหลายคนมักพูดกันว่าถนนที่ญี่ปุ่นมันแคบ ผมว่าเขาเข้าใจผิดเห็นซอยเป็นถนนหน่ะครับ ซอยในกรุงเทพเราแคบกว่านั้นเยอะ ส่วนถนนลูกรังผมยังไม่เห็นในญี่ปุ่นเลยครับ ผมวิ่งไปเที่ยวฟูจิ ก็ค่อนข้างชนบท มีแต่ทุ่งนา แต่ถนนก็เป็นคอนกรีตตลอดครับ ซอยลึกลับบางจุดอาจจะมีความชันมากๆ แต่ก็ไม่น่ากลัวอะไรครับ และตามชนบท ถ้าวิ่งรถกลางคืนแล้วเข้าซอย อาจจะไม่มีไฟส่องสว่างเลยก็มีนะครับ

4. ถ้าไปเที่ยวแล้วไม่ขึ้นทางด่วนจะเสียเวลานะครับ ตัวอย่างเช่นขับรถจาก โตเกียว ไปเที่ยวทะเลสาปคาวากูจิ แถวๆ ฟูจิ ใช้เวลาขับรถแบบทางด่วน 1 ชม. 40 นาที แต่ถ้า ไม่ขึ้นทางด่วน ก็ 3 ชม. 30 นาที จะเสียเวลาไป 1 ชม. กว่าๆ ครับ อีกเหตุผลนึงที่ควรใช้ทางด่วนคือ ทางแยกน้อยกว่า โอกาสเลี้ยวผิดน้อยกว่า ครับ แต่ถ้าขับระยะใกล้ ในเมือง ก็เลี่ยงทางด่วนได้ครับ ประหยัดขึ้นได้

5. ถ้าจะจอดลงเที่ยวนะครับ จะจอดทันทีข้างถนนไม่ได้นะครับ ให้ชลอรถแล้วมองหาป้าย P คือที่จอดรถให้เช่าครับ มีเยอะและถี่มากๆๆ ถ้าวิ่งอยู่บนถนนใหญ่ ให้เลี้ยวเข้าซอยเลยครับ มีที่จอดรถแทบทุกซอยครับ ที่จอดรถมีอยู่ 2 แบบ แบบแรกเป็นตึกแถว พอเข้าไปเขาจะให้เราเอารถเข้าไปในลิฟต์ แล้วจอดไว้ในลิฟต์ได้เลย ลิฟต์มันจะเอารถเราไปเก็บไว้ข้างบนเอง ส่วนอีกแบบจะเป็นลานจอดเล็กๆ จอดได้ 5-20 คัน ก็จอดเข้าซองเลยครับ เดี๋ยวมันจะมีคานกั้นรถอัตโนมัติมาล็อครถเราเอาไว้ พอเราเที่ยวเสร็จ ก็กลับมาหยอดเงินที่ตู้ คานกั้นก็จะปล่อยรถเราครับ ส่วนการจอดข้างถนน ลองสังเกตรถคนญี่ปุ่น ถ้ามีคนจอดข้างถนน เราก็ไปจอดต่อเขาได้ครับ ถ้าข้างถนนเป็นเสาหยอดค่าจอด ก็ต้องจ่ายเงินก่อนขับรถออกครับ ส่วนบางซอยมีรถคนญี่ปุ่นเขาจอดกันฟรี ก็อาจจะเจอได้ครับ นานๆที

คำแนะนำเพิ่มเติม:
1. Google Map ใน โทรศัพท์มือถือจำเป็นมากๆครับ โรมมิ่งไป หรือเช่า Pocket Wifi ที่สนามบินก็ได้ครับ จำเป็นกว่าที่คิด มันจะช่วยให้การไปเที่ยวต่างแดนสะดวกมากๆ ครับ ผมขับรถเที่ยว นาริตะ โตเกียว ยามานาชิ เกียวโต โอซาก้า ถ้าไม่มี Google Map ก็คงแย่ครับ
2. อย่าลืมที่เกาะโทรศัพท์กับกระจกรถ นะครับ และสายชาร์ตโทรศัพท์แบบเสียบรถด้วย รถเขาไม่ได้แถมมาให้
3. ตอนรับรถ ตรวจรอยรอบคันแจ้งพนักงานนะครับ
4. เตรียมค่าใช้จ่ายไว้ที่วันละ 6,000 บาทต่อวัน ครับ รวมค่าเช่า ค่าจอด ค่าทางด่วน ค่าน้ำมัน ค่าประกันรถ ไว้แล้ว จะได้ไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายตอนทำงบเที่ยวครับ
5. ถ้าตำรวจเรียก ซึ่งผมก็เจอมาครับ ถ้าให้เป่า ก็เป่าเหมือนในกรุงเทพครับ ถ้าเรียกจอดข้างทางเรียกคุย ก็ใจดีสู้เสือครับ ตำรวจพูดอังกฤษกันไม่ค่อยได้ครับ ให้ใจเย็นๆ ค่อยๆหยิบเอกสารต่างๆให้ดู ไม่ต้องรีบร้อน หยิบทีละชิ้น อย่างมั่นใจ เช่น พาสปอร์ต ใบขับขี่สากล ใบขับขี่ไทย ใบโปรแกรมเที่ยว ใบจองโรงแรม คีย์การ์ดโรงแรม ใบเช่ารถ  ถ้าเขาจะค้นรถ ก็เปิดกระโปรงหลังให้ดู พอเขาเห็นเป็นรถเช่า เป็นนักท่องเที่ยว กำลังกลับโรงแรม เขาก็ปล่อยครับ 
6. เติมน้ำมันเหมือนในเมืองไทยครับ
7. จ่ายค่าทางด่วน ถ้ามีคนเก็บเงิน ก็จ่ายเหมือนเมืองไทย ถ้าเป็นตู้หยอดเงินก็สอดแบงค์ กดปุ่มตามไฟเตือน ทีละขั้นตอน หยิบเงินทอน แล้วหยิบใบเสร็จ ครับ
8. Mazda Demio กระโปรงหลังใส่กระเป๋าไซส์ใหญ่สุดๆ ได้ 1 ใบนะครับ
9. ป้ายเตือนความเร็ว ก็ไม่ต้องกลัวมากครับ ผมไปวันแรกก็กลัว พอเริ่มรู้ก็ขับแข่งกับรถคนญี่ปุ่นเลนขวาสุด 120-150 km/h. บนทางด่วนครับ
10. วิ่งทางด่วนจะเจอป้ายช้อนส้อม นั่นคือ โอเอซิส ครับ มีอยู่เยอะมากเป็นช่วงๆ แวะได้ บางโอเอซิส ใหญ่มากๆ ครับ
11. ถ้าจอดรถในห้าง อย่าลืมเอาบัตรจอดรถไปสแตมป์ ลดค่าจอดได้นะครับ


Tag : การขับรถในญี่ปุ่น การเช่ารถขับในญี่ปุ่น pantip.com ขับรถเที่ยวเอง



Create Date : 22 กันยายน 2555
Last Update : 27 มกราคม 2560 16:10:47 น.
Counter : 4718 Pageviews.

14 comment
1  2  

Valentine's Month



อูฐท่องเที่ยว
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Life is Adventure
New Comments