Group Blog
 
All Blogs
 

เป็นไปได้หรือไม่??? ที่มนุษย์จะย้อนกลับไปในกาลเวลา(Back To The future)

เป็นไปได้หรือไม่??? ที่มนุษย์จะย้อนกลับไปในกาลเวลา(Back To The future)

เราได้อ่านข่าว หนึ่งของ ผู้จัดการออนไลน์ ว่า มีนักวิทยาศาสตร์รัสเซีย กลุ่มหนึ่งกำลังศึกษาและทดลอง สร้างเครื่องย้อนเวลา ซึ่งอเมริกาก็น่าจะมีการศึกษาแต่ไม่เป็นที่เปิดเผย….ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ที่เราจะกล่าวถึงต่อไป

เป็นไปได้หรือไม่ ที่เราจะสามารถย้อนกลับไปในกาลเวลา???

เอกภพ(Universe) นั้นกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งประกอบด้วย สรรพสิ่ง ในดวงดาว ต่างๆ ….โลกที่เราอยู่ก็เป็นส่วนหนึ่งของเอกภพ ...แต่โลกที่ เรา อาศัยอยู่นั้นแคบนิดเดียว เมื่อเรามองไปในท้องฟ้า หรือห้วงอวกาศ เราจะรู้สึกถึงความเร้นลับของ เอกภพ เรามีคำถามมากมายที่อยากรู้

อเมริกา รัสเซีย หรือจีน กำลัง สนุกเพลิดเพลินแข่งขันกัน ตั้งคำถาม ค้นหา พิสูจน์ ความเร้นลับ ของเอกภพ ในดาวดวงต่างๆ

ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญของโลก ได้เขียนหนังสือ เรื่อง เวลาและอวกาศ(Space and Time) และผู้คิดค้น ทฤษฎี สัมพัทธ์ภาพ แนวคิดและทฤษฎี ส่วนหนึ่งของเขานั่นเองได้จุดประกาย ให้ นัก วิทยาศาสตร์ นักเขียน นวนิยายวิทยาศาสตร์ สร้างจินตนาการ ค้นหาความเร้นลับของห้วงอวกาศ และ การย้อนเวลาหาอดีต

จาก Time Machine ถึง Back To The Future

ในภาพยนต์ เรื่อง ทวิภพ นางเอกใช้ กระจก ข้ามปัจจุบัน ไปสู่ กาลเวลาในอดีต เพื่อแก้ไข เหตุการณ์ ทางการเมือง ที่ไทยตกเป็นฝ่ายเพรียงพร้ำ จักวรรษดิ์นิยม อังกฤษและ ฝรั่งเศส ….แต่ในความเป็นจริงกระจกวิเศษที่ทำให้เราก้าวข้ามมิติของเวลาไปสู่อดีต หรืออนาคต คงไม่มีทางเป็นไปได้....จึงไม่ต้องสนใจมาก 5555

จากภาพยนต์ เรื่อง เจาะเวลาหาอดีต(Back to The Future) เนื้อหาของหนังเป็นวิทยาศาสตร์ ที่เรียกว่า Time Paradox มีการสร้าง รถยนต์ (Time Machine) ท่องไปในอวกาศ เพื่อก้าวข้ามไปสู่กาลเวลาในอดีต ซึ่งเป็นหนังที่ทำเงินมาที่สุดเรื่องหนึ่ง

ทฤษฎีของ ไอน์สไตน์

ทฤษฎีการเคลื่อนที่ของวัตถุ ในวิชา ฟิสิกส์
เมื่อรถไฟสองขบวนวิ่งสวนกัน ความเร็วสัมพัทธ์ของรถไฟแต่ละขบวน จะเท่ากับ ความเร็วของรถไฟทั้งสองขบวนรวมกัน

แต่ถ้า รถไฟวิ่งแซงกัน ความเร็วสัมพัทธ์ของขบวนที่แซงขึ้นหน้า จะเท่ากับ ความเร็วของรถไฟที่แซง ลบ ด้วยความเร็วของรถไฟที่ถูกแซง

แต่ การหาความเร็วสัมพัทธ์การเคลื่อนที่ของแสง กลับไม่เป็นเช่นนี้

ไอน์สไตน์ ได้คิดสมการสอง สมการ ที่ใช้คำนวณหาความเร็วสัมพัทธ์ แทนสมการที่กล่าวมาข้างต้น

สมการนี้บอกว่า เมื่อแสง วิ่งสวน หรือวิ่งแซง วัตถุ ความเร็วสัมพัทธ์ ที่คำนวณได้ จะเท่ากับ ความเร็วแสงเสมอ

W =( v+w) /1+ - ( vw/c^2)

W คือ ความเร็วสัมพัทธ์ v คือ ความเร็วของวัตถุที่หนึ่ง w คือความเร็วของวัตถุที่สอง c คือ ความเร็วแสง

ผลจากที่ได้ของ ทฤษฎีนี้ ทำให้ค้นพบว่า นาฬิกาสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะแวดล้อม กล่าวคือ นาฬิกาอาจเดินช้าลง หรือเร็วขึ้น ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม(ระบบอ้างอิง) ทฤษฎีเกี่ยวกับ เวลาและอวกาศ

เมื่อระบบอ้างอิงใดๆ เคลื่อนที่ นาฬิกาภายในระบบอ้างอิง จะเดินช้าลง เมื่อเทียบกับ เวลา ชนิดเดียวกัน ที่อยู่ในระบบอ้างอิงที่หยุดยิ่งอยู่กับที่

กล่าวคือ นาฬิกาที่อยู่ในระบบอ้างอิง ที่ สมมุติว่า เป็นยานอวกาศ ที่เคลื่อนที่ จะเดินช้าลง เมื่อเทียบกับ เวลาที่อยู่บนโลก นั่นเอง

ไอน์สไตน์ จึงคิดสมการหนึ่ง ที่บอกถึง การช้างลงของนาฬิกา คือ

T = t* root 1-(v^2 /c^2)

T คือ เวลาของระบบอ้างอิงที่เคลื่อนที่ t คือ เวลาของระบบอ้างอิงที่หยุดนิ่งอยู่กับที่ v คือ ความเร็วของระบบอ้างอิงที่เราคำนวณหาเวลา c คือ ความเร็วแสง

ไอน์สไตน์ อธิบาย สมการนี้โดยยกตัวอย่างว่า

มีเด็กแฝด ที่ชื่อ ก และ ข ที่มีลักษณะทางชีวภาพเหมือนกัน ในวันแรกที่คลอดออกจากท้องแม่ ก ถูกนำไปเลี้ยงในยานอวกาศ ที่ท่องไปนอกโลก ส่วน ข ได้รับการเลี้ยงดูอยู่ในโลก

ยานอวกาศ ที่ ก อยู่ เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าแสง คือ สองแสนเก้าหมื่นกิโลเมตร ต่อวินาที เมื่อหกสิบปี ผ่านไปตามเวลาของโลก ยานอวกาศ ที่ ก อยู่ บินกลับมายังโลก ข ซึ่งขณะนี้อายุ 60 ปี ไปต้อนรับ ก จากยานอวกาศ แล้วต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่า ก ยังเป็นเด็กหนุ่มอายุ 15 ปี เท่านั้น


จากทฤษฎี สัมพัทธ์ภาพ และระบบอ้างอิงของ เวลา นี้ ถ้ามนุษย์ สามารถ สร้างยานอวกาศ หรือวัตถุ ที่เคลื่อนที่ ด้วยความเร็วเท่ากับแสง หรือมากกว่าแสง ได้ เราก็สามารถย้อนกลับไปในกาลเวลา ได้นั่นเอง????

แต่จะมีพลังงานอะไรที่สามารถขับเคลื่อนวัตถุให้ความเร็วเท่า หรือ เหนือแสง ได้ละครับ???




 

Create Date : 12 มิถุนายน 2551    
Last Update : 12 มิถุนายน 2551 7:00:25 น.
Counter : 385 Pageviews.  


atk
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add atk's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.