Group Blog
 
All blogs
 
*** เทวดาทูลถาม พระพุทธเจ้าตรัสตอบ ( 5 ) ***




พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๕

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค




[๑๕๐] เทวดาทูลถามว่า

ก็ข้อนี้ข้าพระองค์เข้าใจชัดอย่างนี้ (แต่) จะทูลถามข้ออื่นกะพระโคดม

ชนเหล่าใดในโลกนี้ได้ความเป็นมนุษย์แล้วรู้ถ้อยคำ

ปราศจากความตระหนี่ เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าพระธรรมและพระสงฆ์

เป็นผู้มีความเคารพแรงกล้า วิบากของชนเหล่านั้นจะเป็นเช่นไร

และสัมปรายภพของเขาจะเป็นเช่นไร

ข้าพระองค์มาเพื่อทูลถามพระผู้มีพระภาค

ไฉนข้าพระองค์จึงจะรู้ความข้อนั้น ฯ


[๑๕๑] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ชนเหล่าใดในโลกนี้ได้ความเป็นมนุษย์แล้ว รู้ถ้อยคำ

ปราศจากความตระหนี่ เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์

เป็นผู้มีความเคารพแรงกล้า ชนเหล่านี้ย่อมปรากฏในสวรรค์อันเป็นที่อุบัติ

หากถึงความเป็นมนุษย์ ย่อมเกิดในสกุลที่มั่งคั่ง ได้ผ้าอาหารความร่าเริง

และความสนุกสนานโดยไม่ยาก

พึงมีอำนาจแผ่ไปในโภคทรัพย์ที่ผู้อื่นหาสะสมไว้ บันเทิงใจอยู่

นั่นเป็นวิบากในภพนี้ ทั้งภพหน้าก็เป็นสุคติ ฯ





ฆฏิกรสูตรที่ ๑๐



[๑๕๒] ฆฏิกรพรหมกราบทูลว่า

ภิกษุ ๗ รูปผู้เข้าถึงพรหมโลกชื่อว่าอวิหา เป็นผู้หลุดพ้นแล้ว

มีราคะโทสะสิ้นแล้ว ข้ามเครื่องเกาะเกี่ยวในโลกได้แล้ว ฯ


พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า

ก็ภิกษุเหล่านั้นคือผู้ใดบ้าง

ผู้ข้ามเครื่องข้องเป็นบ่วงของมารที่ข้ามได้แสนยาก

ละกายของมนุษย์แล้วก้าวล่วงซึ่งทิพยโยคะ ฯ

ฆฏิกรพรหมกราบทูลว่า


คือท่านอุปกะ ๑ ท่านผลคัณฑะ ๑ ท่านปุกกุสาติ ๑ รวมเป็น ๓

ท่านท่านภัททิยะ ๑ ท่านขัณฑเทวะ ๑ ท่านพหุทันตี ๑ ท่านสิงคิยะ ๑

(รวมเป็น ๗ ท่าน) ท่านเหล่านั้นล้วนแต่ละกายของมนุษย์

ก้าวล่วงทิพยโยคะได้แล้ว ฯ


[๑๕๓] พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า

ท่านเป็นคนมีความฉลาด

กล่าวสรรเสริญภิกษุเหล่านั้น ผู้ละบ่วงมารได้แล้ว

ภิกษุเหล่านั้นตรัสรู้ธรรมของใครเล่า จึงตัดเครื่องผูกคือภพเสียได้ ฯ




[๑๕๔] ฆฏิกรพรหมกราบทูลว่า

ท่านเหล่านั้น ตรัสรู้ธรรมของผู้ใดจึงตัดเครื่องผูกคือภพเสียได้

ผู้นั้นไม่มีอื่นไปจากพระผู้มีพระภาค

และธรรมนั้นไม่มีอื่นไปจากคำสั่งสอนของพระองค์ ฯ

นามและรูปดับไม่เหลือในธรรมใด ท่านเหล่านั้นได้รู้ธรรมนั้นในพระศาสนานี้

จึงตัดเครื่องผูกคือภพเสียได้ ฯ



[๑๕๕] พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า

ท่านกล่าววาจาลึกรู้ได้ยาก เข้าใจให้ดีได้ยาก ท่านรู้ธรรมของใคร

จึงกล่าววาจาเช่นนี้ได้ ฯ



[๑๕๖] ฆฏิกรพรหมกราบทูลว่า

เมื่อก่อนข้าพระองค์เป็นช่างหม้อ ทำหม้ออยู่ในเวภฬิงคชนบท

เป็นผู้เลี้ยงมารดาและบิดา ได้เป็นอุบาสกของพระกัสสปพุทธเจ้า

เป็นผู้เว้นจากเมถุนธรรม เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์ไม่เกี่ยวด้วยอามิส

ได้เคยเป็นคนร่วมบ้านกับพระองค์

ทั้งได้เคยเป็นสหายของพระองค์ในกาลปางก่อน

ข้าพระองค์รู้จักภิกษุ ๗ รูปเหล่านี้ ผู้หลุดพ้นแล้ว มีราคะและโทสะสิ้นแล้ว

ผู้ข้ามเครื่องข้องในโลกได้แล้ว ฯ



[๑๕๗] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า


แน่ะนายช่างหม้อ ท่านกล่าวเรื่องอย่างใด

เรื่องนั้นได้เป็นจริงแล้วอย่างนั้นในกาลนั้น

เมื่อก่อนท่านเคยเป็นช่างหม้อทำหม้ออยู่ในเวภฬิงคชนบท

เป็นผู้เลี้ยงมารดาและบิดา เป็นอุบาสกของพระกัสสปพุทธเจ้า

เป็นผู้เว้นจากเมถุนธรรมเป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่เกี่ยวด้วยอามิส

ได้เป็นคนเคยร่วมบ้านกันกับเรา ทั้งได้เคยเป็นสหายของเราในปางก่อน ฯ



________________________________

ชราวรรคที่ ๖

ชราสูตรที่ ๑


[๑๕๘] เทวดาทูลถามว่า

อะไรหนอยังประโยชน์ให้สำเร็จ จนกระทั่งชรา

อะไรหนอ ตั้งมั่นแล้วยังประโยชน์ให้สำเร็จ

อะไรหนอเป็นรัตนะของคนทั้งหลาย อะไรหนอโจรลักไปได้ยาก ฯ


[๑๕๙] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ศีลยังประโยชน์ให้สำเร็จจนกระทั่งชรา

ศรัทธาตั้งมั่นแล้วยังประโยชน์ให้สำเร็จ

ปัญญาเป็นรัตนะของคนทั้งหลาย บุญอันโจรลักไปได้ยาก ฯ




อชรสาสูตรที่ ๒

[๑๖๐] เทวดาทูลถามว่า

อะไรหนอ เพราะไม่ชำรุดจึงยังประโยชน์ให้สำเร็จ

อะไรหนอดำรงมั่นแล้ว ยังประโยชน์ให้สำเร็จ

อะไรหนอเป็นรัตนะของชนทั้งหลาย

อะไรหนอบุคคลพึงนำให้พ้นจากพวกโจรได้ ฯ


[๑๖๑] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ศีล เพราะไม่ชำรุดจึงยังประโยชน์ให้สำเร็จ

ศรัทธา ดำรงมั่นแล้วยังประโยชน์ให้สำเร็จ ปัญญา

เป็นรัตนะของคนทั้งหลายบุญ อันบุคคลพึงนำไปให้พ้นจากพวกโจรได้ ฯ



มิตตสูตรที่ ๓

[๑๖๒] เทวดาทูลถามว่า

อะไรหนอเป็นมิตรของคนเดินทาง อะไรหนอเป็นมิตรในเรือนของตน

อะไรเป็นมิตรของคนมีธุระเกิดขึ้น อะไรหนอเป็นมิตรติดตามไปถึงภพหน้า ฯ


[๑๖๓] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

พวกเกวียน พวกโคต่างเป็นมิตรของคนเดินทาง

มารดาเป็นมิตรในเรือนของตน

สหายเป็นมิตรของคนผู้มีธุระเกิดขึ้นเนืองๆ

บุญที่ตนทำเองเป็นมิตรติดตามไปถึงภพหน้า ฯ




วัตถุสูตรที่ ๔


[๑๖๔] เทวดาทูลถามว่า

อะไรหนอเป็นที่ตั้งของมนุษย์ทั้งหลาย

อะไรหนอเป็นสหายอย่างยิ่งในโลกนี้

เหล่าสัตว์มีชีวิตที่อาศัยแผ่นดิน อาศัยอะไรหนอเลี้ยงชีพ ฯ


[๑๖๕] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

บุตรเป็นที่ตั้งของมนุษย์ทั้งหลาย ภรรยาเป็นสหายอย่างยิ่ง

เหล่าสัตว์มีชีวิตที่อาศัยแผ่นดิน อาศัยฝนเลี้ยงชีพอยู่ ฯ




ปฐมชนสูตรที่ ๕


[๑๖๖] เทวดาทูลถามว่า

อะไรหนอยังคนให้เกิด อะไรหนอของเขาย่อมวิ่งพล่าน

อะไรหนอเวียนว่ายไปยังสงสาร อะไรหนอเป็นภัยใหญ่ของเขา ฯ


[๑๖๗] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน

สัตว์เวียนว่ายไปยังสงสารทุกข์เป็นภัยใหญ่ของเขา ฯ




ทุติยชนสูตรที่ ๖


[๑๖๘] เทวดาทูลถามว่า

อะไรหนอยังคนให้เกิด อะไรหนอของเขาย่อมวิ่งพล่าน

อะไรหนอเวียนว่ายไปยังสงสาร สัตว์ย่อมไม่หลุดพ้นจากอะไร ฯ


[๑๖๙] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน

สัตว์เวียนว่ายไปยังสงสารสัตว์ย่อมไม่หลุดพ้นจากทุกข์ ฯ





ตติยชนสูตรที่ ๗


[๑๗๐] เทวดาทูลถามว่า

อะไรหนอยังคนให้เกิด อะไรหนอของเขาย่อมวิ่งพล่าน

อะไรหนอเวียนว่ายไปยังสงสาร

อะไรหนอเป็นที่พำนักของสัตว์นั้น ฯ


[๑๗๑] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน

สัตว์เวียนว่ายไปยังสงสาร กรรมเป็นที่พำนักของสัตว์นั้น ฯ





อุปปถสูตรที่ ๘


[๑๗๒] เทวดาทูลถามว่า

อะไรหนอบัณฑิตกล่าวว่าเป็นทางผิด

อะไรหนอสิ้นไปตามคืนและวัน

อะไรหนอเป็นมลทินของพรหมจรรย์

อะไรหนอมิใช่น้ำแต่เป็นเครื่องชำระล้าง ฯ


[๑๗๓] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ราคะบัณฑิตกล่าวว่าเป็นทางผิด วัยสิ้นไปตามคืนและวัน

หญิงเป็นมลทินของพรหมจรรย์ หมู่สัตว์นี้ย่อมติดอยู่ในหญิงนี้

ตบะและพรหมจรรย์นั้น มิใช่น้ำแต่เป็นเครื่องชำระล้าง ฯ





ทุติยสูตรที่ ๙

[๑๗๔] เทวดาทูลถามว่า

อะไรหนอเป็นเพื่อนของคน อะไรหนอย่อมปกครองคนนั้น

และสัตว์ยินดีในอะไรจึงพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ ฯ


[๑๗๕] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ศรัทธาเป็นเพื่อนของคน ปัญญาย่อมปกครองคนนั้น

สัตว์ยินดีในพระนิพพานจึงพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ ฯ





กวิสูตรที่ ๑๐


[๑๗๖] เทวดาทูลถามว่า

อะไรหนอเป็นต้นเหตุของคาถา อะไรหนอเป็นเครื่องปรากฏ

(พยัญชนะ)ของคาถาเหล่านั้น คาถาอาศัยอะไรหนอ

อะไรหนอเป็นที่อาศัยของคาถา ฯ


[๑๗๗] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า


ฉันท์เป็นต้นเหตุของคาถา อักขระเป็นเครื่องปรากฏ

(พยัญชนะ) ของคาถา คาถาอาศัยแล้วซึ่งชื่อ กวีเป็นที่อาศัยของคาถา ฯ


จบ ชราวรรค ที่ ๖
______________________





Create Date : 08 เมษายน 2556
Last Update : 8 เมษายน 2556 10:13:15 น. 0 comments
Counter : 464 Pageviews.

รักดี
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




นามแฝง ชื่อ รักดี

ชอบดอกไม้ รักหมา

ไม่รังเกียจแมว

ไม่อาลัยในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว

อยู่กับปัจจุบัน

และทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

ไม่กังวลหรือเป็นทุกข์

กับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง












Friends' blogs
[Add รักดี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.