..ทุกคนต่างมีความรักในแบบที่แตกต่างกัน..เพราะทุกคนต่างกัน.. แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน..นั่นก็คือ.. ความรักที่มาจากใจ...อย่าพยายามรักใครสักคนเพราะเขาเป็นอย่างที่เราต้องการ... เพราะ เมื่อเขาไม่เป็นอย่างที่เราต้องการ เราก็จะไม่สามารถรักเขาได้อีก... ให้พยายามรักใครสักคนเพราะเขาเป็นอย่างที่เขาเป็น... เพื่อเราจะ สามารถรักเขาได้ในทุกสิ่งที่เขาเป็น...
อยู่กับเบาหวานอย่างไรถึงห่างไกลโรคตา

โรคเบาหวาน คือ ภาวะที่การควบคุมน้ำตาลในร่างกายบกพร่องอันเกิดจากการขาดอินซูลิน หรือการทำงานของอินซูลินผิดปกติทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นๆ ลงๆ เป็นโรคที่ติดมาในสายเลือดจึงมักหลีกเลี่ยงได้ยาก แม้ว่าปัจจุบันอาจกล่าวกันว่าการควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนเกินไป การเลือกรับประทานอาหารโดยลดอาหารหวานและคาร์โบไฮเดรต ตลอดจนการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อาจป้องกันหรือแบ่งเบาภาวะเบาหวานลงได้ จากการศึกษาคาดคะเนว่าในอีก 30 ปี ข้างหน้า ทั่วโลกจะมีผู้ที่เป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น ในประเทศตะวันตกเพิ่ม 40% แต่ในแถบเอเชียจะเพิ่มถึง 170% ชาวไทยก็เช่นกัน เมื่อปี พ.ศ. 2534 พบคนที่เป็นเบาหวาน 1.4 ล้านคน จากประชากร 62 ล้านคน คิดเป็นความชุก 2.3% แต่การสำรวจในปี พ.ศ. 2539 พบความชุกเพิ่มขึ้นเป็น 4.4% เชื่อว่าคนไทยรับอารยธรรมตะวันตก กินอาหารสำเร็จรูปประเภทจานด่วน เช่น พิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ มันฝรั่ง เป็นอาหารที่ไขมันสูง บวกกับชีวิตที่เร่งรีบไม่ได้ออกกำลังกาย เป็นเหตุให้พบโรคเบาหวานมากขึ้น แล้วหากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีโรคเบาหวานติดตัวมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณจะอยู่กับเบาหวานอย่างเป็นสุขได้อย่างไร ?…

เบาหวานกับภาวะตาบอด

เมื่อน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจะเกิดการทำลายหลอดเลือดเล็กๆ ทั่วร่างกาย ทั้งหัวใจ สมอง ไต และตา มีคนศึกษาพบว่าผู้ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสตาบอดมากกว่าคนปกติ 25 เท่า และ 2% ของผู้ป่วยเบาหวานมักจะตาบอด ตาบอดจากเบาหวานพบได้ 8% ของคนตาบอดในสหรัฐอเมริกา ตาบอดจากเบาหวานเป็นสาเหตุนำของคนตาบอดในสหรัฐอเมริกาในคนวัยทำงาน (อายุระหว่าง 20-70 ปี) พบได้ถึง 25% ในคนตาบอดในกลุ่มอายุนี้ มีคนตาบอดจากเบาหวานเพิ่มขึ้นปีละ 12,000 – 24,000 คน และแทบไม่น่าเชื่อว่าในบรรดาคนตาบอดจากเบาหวานในสหรัฐฯ นั้นกว่าครึ่งหนึ่งน่าจะป้องกันได้ หรืออีกนัยหนึ่งตาไม่ควรจะบอดหากตรวจและรับการรักษาแต่เนิ่นๆ

ผู้ที่เป็นเบาหวานมีความเสี่ยงต่อโรคทางตาที่สำคัญ ได้แก่ • ต้อกระจก เป็นโรคที่พบในผู้สูงอายุ เป็นการเสื่อมของแก้วตาตามวัย สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานจะเป็นต้อกระจกด้วยวัยที่น้อยกว่า อาการของต้อกระจกในผู้ที่เป็นเบาหวานก็เหมือนกับต้อกระจกในผู้สูงอายุทั่วไป คือ ตามัวลงอย่างช้าๆ โดยไม่เจ็บปวด วิธีการรักษาก็เช่นเดียวกับผู้ที่เป็นต้อกระจกทั่วๆ ไป คือ การผ่าตัดเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แต่มีข้อระมัดระวัง คือ การดูแลรักษาแผลผ่าตัด ความเชื่อที่ว่าเป็นเบาหวานแล้วผ่าตัดไม่ได้นั้นไม่เป็นความจริง หากควบคุมเบาหวานได้ดีแผลผ่าตัดจะหายได้รวดเร็วเช่นเดียวกับคนทั่วไป การผ่าตัดต้อกระจกในปัจจุบันทำได้รวดเร็ว แผลเล็ก การดูแลรักษาจึงง่ายขึ้นมาก
• ต้อหิน ผู้ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นต้อหินเรื้อรังที่ไม่ทราบสาเหตุได้มากกว่าคนปกติ การรักษาต้อหินชนิดนี้ไม่ต่างจากคนไม่เป็นเบาหวาน ได้แก่ การควบคุมด้วยยา การใช้แสงเลเซอร์ และการผ่าตัดตามแต่ระยะของโรค ต้อหินอีกชนิดหนึ่งที่อาจพบในผู้ที่เป็นเบาหวาน ได้แก่ ต้อหินเนื่องจากมีหลอดเลือดเกิดใหม่ที่ม่านตา ต้องรับการรักษาให้ทัน มิเช่นนั้นตาอาจบอดแถมด้วยความเจ็บปวด
• จอตาผิดปกติจากเบาหวาน (diabetic retinopathy) ผู้ที่เป็นเบาหวานทุกคนมักเกิดภาวะนี้ แต่ในเวลาต่างกัน การเป็นเบาหวานยิ่งนานยิ่งมีโอกาสเป็นมากกว่า คนเป็นเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดีมีโอกาสเป็นเร็วกว่า โดยเฉพาะการควบคุมในระยะแรกที่ไม่ดี ตลอดจนเบาหวานที่ต้องพึ่งพาอินซูลิน มีการศึกษาพบว่าจอตาผิดปกติจากเบาหวานได้ 7% ในผู้ที่เป็นเบาหวานน้อยกว่า 10 ปี แต่ถ้าเป็นเบาหวานมากกว่า 15 ปี พบภาวะนี้ได้ถึง 63%

ความผิดปกติของจอตาจากเบาหวานจะเริ่มจากหลอดเลือดจอตาโป่งพอง ตามด้วยน้ำเลือดและน้ำเหลืองซึมจากหลอดเลือดกระจายตัวทั่วๆ จอประสาทตา ระยะนี้จะไม่มีอาการผิดปกติทางตาเลย นอกจากมีเลือดและน้ำเหลืองออกบริเวณจุดรับภาพ (diabetic maculopathy) เมื่อมีเลือดและน้ำเหลืองออกมากขึ้น หลอดเลือดผิดปกติมากขึ้น ทำให้จอตาบางส่วนขาดเลือด มีการตายของจอตาเป็นหย่อมๆ มากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป สายตาจะเริ่มมัวลง หากไม่ได้รับการรักษา การทำลายจอตาเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ตามมาด้วยการเกิดหลอดเลือดใหม่เพื่อแก้ไขภาวะขาดเลือด ตัวหลอดเลือดเกิดใหม่นี้จะเปราะบาง ฉีกขาดง่าย มีพังผืดต่างๆ ตามมา หากพังผืดเกิดการดึงรั้งทำให้จอตาหลุดลอกจากที่เดิม ลงเอยด้วยตาบอดในที่สุด การรักษาภาวะจอตาผิดปกติจากเบาหวานนั้นอยู่ที่การควบคุมเบาหวานที่ดี ร่วมกับการรักษาเฉพาะที่จอตาด้วยแสงเลเซอร์ในระยะแรก หรือด้วยการผ่าตัดน้ำวุ้นตาในระยะสุดท้าย

การรักษาโรคนี้ด้วยแสงเลเซอร์ เป็นการใช้แสงเลเซอร์ที่เหมาะสมยิงไปยังบริเวณจอตาที่เสียและทั่วๆ จอตาเพื่อลดการขาดเลือด สกัดกั้นมิให้มีหลอดเลือดเกิดใหม่ ตลอดจนทำลายหลอดเลือดเกิดใหม่ให้หมด เป็นการรักษามิให้โรคลุกลาม แต่จะไม่ช่วยให้จอตาที่เสียหรือตายไปแล้วกลับคืนมา สายตาจึงไม่ดีขึ้น ซึ่งควรรับการรักษาก่อนที่สายตาจะมัวลง โดยทั่วไปผู้ที่เป็นเบาหวานมักจะไม่มารับการตรวจถ้าสายตายังเห็นดี หรือเมื่อตรวจพบภาวะนี้ แพทย์แนะนำให้รับการรักษาด้วยแสงเลเซอร์ ก็มักปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่าสายตายังดีอยู่ ซึ่งแพทย์มักต้องอธิบายให้เข้าใจก่อนเสมอ การรักษาด้วยแสงเลเซอร์นั้นไม่ยุ่งยากนัก ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บปวด สามารถรับการรักษาแบบไปกลับ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ไม่มีการสูญเสียเลือด แต่อาจต้องทำหลายครั้ง ในสมัยก่อนที่จะมีแสงเลเซอร์มาใช้ในวงการแพทย์ ผู้ที่เป็นเบาหวานที่มีความผิดปกติที่จอตาเกือบจะไม่มีวิธีรักษา คงต้องปล่อยให้ตาค่อยๆ มัวลงและบอดในที่สุด เมื่อมีการพัฒนาการรักษาด้วยแสงเลเซอร์จึงสกัดกั้นมิให้ตาบอดได้บ้าง

แม้คุณจะโชคร้ายที่เกิดเป็นเบาหวาน แต่คุณไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ตัวเองตาบอดจากเบาหวานดังเช่นบรรพบุรุษ โดยจะต้องเริ่มจากการควบคุมอาหาร ทำงานตามความเหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด รับประทานยาเบาหวานตามคำแนะนำของแพทย์ และที่ไม่ควรลืมก็คือ ไปพบจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง แม้ตาจะยังเห็นดีอยู่ แล้วดวงตาของคุณก็จะรับใช้คุณไปตลอดชีวิต เช่นเดียวกับคนที่ไม่เป็นเบาหวาน



Create Date : 13 มกราคม 2551
Last Update : 13 มกราคม 2551 5:38:57 น. 0 comments
Counter : 273 Pageviews.

Valentine's Month


 
rajathanee
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Be HaPPY All THe TiMe!!!



" ความรักคือ การให้ "


ถ้าคุณต้องการที่จะได้ความรัก สิ่งที่คุณต้องทำคือ รู้จักให้ด้วย ยิ่งให้ คุณก็ยิ่งได้รับสูตรลับของความสุข และทำให้มิตรภาพยืนยาว อย่าถามว่าคนอื่นให้อะไรคุณบ้าง แต่ให้ถามว่าคุณทำอะไรให้คนอื่นบ้างจะดีกว่า...




: Users Online
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add rajathanee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.