Einniar
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Einniar's blog to your web]
Links
 

 

จุดเริ่มต้น : ประสบการณ์เลวร้ายกับร้านทำผม

ที่ตัดสินใจไปเรียนทำผม มันเนื่องจากความเก็บกดและน้อยเนื้อต่ำใจในวาสนา ที่เข้าร้านตัดผมที่ไร ก็ไม่ได้ดั่งใจทุกที

เราเข้าร้านทำผม เป็นจำนวน 3 ครั้ง ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา
ครั้งแรก ไปตัดผม ที่ร้านทำผมแฟรนไชส์ชื่อดังจากมาบุญครอง ที่ห้างแถวบ้าน
เค้าก็ถามนะคะว่ามีช่างประจำหรือเปล่า
ก็บอกไปว่าไม่มีค่ะ (พอดีว่าเป็นโรคนานๆ ไปที ลืมชื่อช่างครั้งก่อนไปเรียบร้อยแล้ว)
ก็เจอช่างฯ ผู้ชาย อายุประมาณ 40 ปลายๆ แต่ยังทำตัววัยรุ่นมากๆ
เห็นคนในร้านเรียกเค้าว่าป๋ากัน
ตอนแรกแอบดีใจที่เห็น คุณป๋า มาตัดให้ เพราะคิดว่ายิ่งแก่ประสบการณ์น่าจะเยอะ ที่ไหนด้ายยยยยย...
ก็บอกเค้าว่าขอสไลด์ แต่ไม่เยอะ ไม่เอาเป็นฝอยๆ ความยาวตัดออกประมาณ 1 นิ้ว เอาให้เป็นทรงก็พอ แบบทรงเดิมนี่อ่ะค่ะ
นั่งอ่านหนังสือด้วด้วยความมั่นใจ ... สวยแน่เฟร้ย ระดับป๋าทำให้ วะฮ่าๆๆ

พอเงยหน้ามาอีกที แทบช็อค แกถากผมด้านข้างเหลือระดับปลายจมูก
แว๊กกกกกกกกกก หน้ายิ่งบานๆ อยู่ จะไปเพิ่มความบานให้มานทำม๊ายยย
รีบสั่งหยุด เอ่อ อย่าสไลด์ด้านข้างเยอะนะคะ หนูหน้าบานค่ะ
ป๋าแกก็รีบหันมาชื่นชมเราทันที โอ้ย ไม่บานหรอก หนูหน้าเล็ก ตัดได้ๆ
เอ่อ ชมเพื่อกลบเกลื่อนความผิดป่าวเนี่ย
เราไมหลงกลค่ะ เพราะหน้าเราบานจริงๆ คือพอดูปกติ เหมือนไม่บาน แต่พอถ่ายรูปปุ๊บ บานกลม เป็นซาลาเปาเลยค่ะ รับไม่ได้สุดๆ

เจอด้านข้างว่าช็อคแล้วนะ ด้านหลังน่ากลัวยิ่งกว่า
คือเราไม่เห็นด้านหลังไง ว่าเค้าตัดไปมากน้อยแค่ไหน
แต่บอกเค้าไปแล้ว ว่าไม่เอาสไลด์เยอะ
แต่จากความรู้สึก มันเหมือนเค้าถางหญ้าอย่างเมามันอ่ะค่ะ
แบบว่าจับแล้วหั่นชึ๊บๆๆๆ หน้าตาบ่งบอกได้เลยว่าสะใจมาก
ณ วินาทีนั้น เราเริ่มนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ว่า ขออย่าให้เป็นแบบที่เราคิดเลยยย เจ้าประคุ๊ณณณ

แต่....
ไม่มีอะไรยั้งความโปรของป๋าแกอยู่ค่ะ
เราแอบดูกระจกด้านหลังที่สะท้อนความจริงก็พบว่า ผมเราจากยาวกลางหลัง หดเหลือเลยบ่ามานิดหน่อย ด้านข้างเต่อๆ
หลังจากนั้นช่างผมก็รีบเข้ามาไดร์เพื่อจะได้ให้ป๋ามาเก็บงานต่อ
ตอนนั้นเราเริ่มปลงแล้วค่ะ ว่าสงสัยไม่รอดแน่ๆ งานนี้
ไม่น่าเลยจริงๆ ไม่น่าเลยยย
ป๋าเข้ามาเก็บรายละเอียดที่เหลือ ทำให้ผมมันบางและซอยเพิ่มมากขึ้นไปอีก
ณ ตอนนั้นเราพูดไรไม่ออกแล้วค่ะ จุกกกกกกกก
นั่งนิ่งมองหน้าตัวเอง เหมือนหมดแรงจะตอบโต้ ได้แต่คิดซ้ำไปซ้ำมา ไม่น่าเลย ไม่น่าเลยยยยยย

ซักพักเริ่มได้สติ เมื่อป๋าแกถามว่าเนี่ย ดัดมั้ย ดัดได้นะ ดัดแล้วสวย
ไม่จริ๊งงงงงงงงงงงงงง อย่ามาหลอกนู๋ๆๆๆๆ
เอ่อ ไม่ดีกว่าค่ะ แม่ไม่ชอบให้ดัด (อ้างไปโน่น)
ป๋า : งั้นยืดมั้ยยืดกะป๋าได้นะ คิดให้พิเศษ จาก 4 พันเหลือ 2 พันห้าเอง
เรา : เอ่อ ยังไม่พร้อมอ่ะค่ะ ไม่ค่อยมีเวลา
ป๋า : งั้นเดี๋ยวให้นามบัตรไปละกันนะ ถ้าอยากยืดมายืดกะป๋าได้นะ ป๋าชื่อ xxxxx เข้าวัน xxxxxx (คือลืมไปแล้วว่าเค้าชื่ออะไร เข้าวันไหน)
เราก็รับคำ ค่ะๆ ขอบคุณค่ะ

ว่าแล้วก็หันไปมองกระจกด้านหลัง
ผมกลายเป็นทรงสอย แหว่งๆ เหมือนหนูแทะมากเลย
แบบว่าแทนที่จะทำให้ทรงมันสวยขึ้น แต่กลับ...
เอ่อ เสียดายตังงงงงง
เราก็คิดในใจ ป๋าคะ ชาตินี้เราคงไม่ได้พบกันอีก ลาก่อนค่ะป๋า ...

คือหลังจากผ่านโศกนาฏกรรมครั้งนั้น ก็ทำให้เราไม่กล้าเข้าร้านทำผมไปหลายเดือน
ระหว่างนั้นก็ทำใจ ไปเรื่อยๆ รอผมยาว แต่เหมือนมันนานมากกกกก กว่าผมเราจะยาวเข้าที่
พอยาวได้ที่แล้วก็ถึงเวลายืดผมซะที จริงๆไว้ยาวเกินมาจากที่ต้องการด้วยเล็กน้อย เผื่อผืดแล้วปลายผมจะเสีย
search ข้อมูลในพันทิปด้วย ว่าร้านไหนดี ที่ใกล้ๆ บ้านเรา
สุดท้ายก็ต้องเดินไปดูสภาพร้านและราคาที่สถานที่จริง

ร้านแรกเป็นร้านในห้าง แต่เป็นอีกห้างนึง
เขียนโปรโมชั่นไว้ตัวเบ้อเริ่มหน้าร้านว่ายืดผมถาวร 499 บาท
เราก็เดินเข้าไปบอกว่าจะยืดผม เค้าก็บอกเราทันทีว่า ยืดผมถาวร 1500 ค่ะ
เราก็งง : จะยืดแบบที่บอกหน้าร้าน ที่ 499 อ่ะค่ะ
ช่างฯ : อ๋อ นั่นมันยืดชาเขียวค่ะ คนละแบบกัน อันนี้เราใช้น้ำยาลอรีอัลนะ ถ้าจะเอาน้ำยาชิฯ 1800 ค่ะ
เรา : งั้นเอาชาเขียวก็ได้ค่ะ ไม่เป็นไร
ช่างฯ : ไม่ได้ค่ะ นั่นน้ำยาไม่ดี ยืดไปก็ไม่เรียบหรอก
เรา : อ่าว แล้วยืดไม่ดี ไม่เรียบแล้วจะเอามาเขียนไว้ทำไมละคะ
ช่างฯ ก็อึ้งไป เราก็เลยบอกต่อว่า หนูจะยืดแบบ 499 นี่หล่ะคะ
ช่างฯ ก็ทำหน้าแบบเคืองๆ แล้วพาเราไปสระผม พร้อมกับตะโกนบอกคนสระว่า พี่.. น้องเค้าจะยืดชาเขียวนะ

ว่าแล้วก็นอนสระผมไปเงียบๆ
คนสระผมก็พูดว่าทำไมน้องไม่ยืดแบบชิฯ ละ พันห้าเองนะ ที่อื่นเค้าคิดตั้ง 2 พันขึ้นไป
เรา : ก็พอดีเห็นป้ายเขียนไว้หน้าร้านว่ามีแบบราคา 499 ด้วยอ่ะค่ะ ก็เลยจะลองดู
ช่างฯ : น้องจะทำสีด้วยเลยมั้ย
เรา : ไม่เอาค่ะ แม่ไม่ให้ทำสี (อ้างแม่อีกแล้ว 555)
ช่างฯ : งั้นแว๊กซ์สีมั้ย มันจะออกประกายๆ เฉยๆ 200 เอง
เรา : เริ่มเคลิ้มตามนิดหน่อย อืม แล้วมันมีสีอะไรมั่งคะพี่
ช่างฯ ก็รีบกุลีกุจอไปหยิบชาร์ตสีมาให้เราดู
เราก็นอนดูๆไป แล้วก็คิดในใจ อืม สีนี้ก็สวยดีนะ.. แว๊กซ์สีนี่ 200 ใช่มั้ยคะพี่
ช่างฯ : ไม่ใช่นะน้อง สีนี้มันของลอรีอัล 1500 น่ะ
เรา : อ่าว ตะกี้พี่บอก 200 นี่คะ
ช่างฯ : เมื่อกี้มันราคาพวกแว๊กซ์สีธรรมดาน่ะ สีมันจะไม่ค่อยติดนะ เอาของดีไปเลยดีกว่า ไม่แพงหรอก
เรา : -*- งั้นยังไม่ทำดีกว่า ขอบคุณค่ะ ตอนคืนชาร์ตสีให้เค้า แอบเห็นว่าคนเชียร์หน้างอนิดหน่อย

พอสระผมเสร็จก็เดินออกมาจะมานั่งโต๊ะ
ก็มีผู้หญิงคนนึง ปรี่เข้ามา ท่าทางเหมือนจะเป็นเจ้าของร้าน
เค้าก็มาบอกว่า น้องคะ น้องจะยืดชาเขียวใช่มั้ยคะ
เรา : ใช่ค่ะ
ช่างฯ : น้องคะ เอาเป็นพี่คิดพิเศษน้ำยาลอรีอัล 1200 แล้วกัน น้ำยาดีนะ
เรา : (ยอมรับเลยว่าเริ่มเหวี่ยงแล้วค่ะ แบบว่าหงุดหงิด อะไรกันนักกันหนาเนี่ย ส่งคนมาพูด 3 รอบละ) แล้วทำไมหน้าร้านเขียนว่ายืด 499 ล่ะคะ
ช่างฯ : นั่นราคาคนผมสั้นค่ะ น้องผมยาวกลางหลังก็ต้องอีกราคานึง
เรา คิดในใจ อ๋อ เพราะอย่างงี้นี่เอง ถึงได้กีดกันเรานัก
สงสัยจะได้กำไรไม่คุ้มค่าน้ำยาหล่ะสิ เลยไม่ยอมทำให้ รู้จักเราน้อยไปซะแล้ว หึ หึ
เรา : สรุปว่าหนูยืดราคา 499 ไม่ได้ใช่มั้ยคะ...
เจ้าของร้าน : เอาเป็นยืดลอรีอัลละกันนะคะน้อง
เรา : (หน้าเริ่มเหวี่ยง) พี่คะ ปกติราคาสระไดร์เท่าไหร่คะ
เจ้าของร้าน : 120 ค่ะ (โหย แพงงงง ปกติเคยทำ 80 เอง)
เรา : เริ่มรู้สึกถึงความไม่สมเหตุสมผลของราคา เราเลยเหวี่ยงออกไปว่า...
หนูไม่เข้าใจ ว่าทำไมหนูถึงยืดในราคา 499 ไม่ได้
ในเมื่อป้ายหน้าร้านมันเขียนชัดๆ ว่ายืดผมถาวร 499 ไม่ได้เขียนว่าเฉพาะผมสั้น
ถ้าหนูยืดราคานี้ไม่ได้ หนูก็ไม่ยืดค่ะ !!
ว่าแล้วเราก็โมโหสุดๆ ถอดผ้าโพกหัวออก แล้วเดินเหวี่ยงออกจากร้านไปทั้งๆ ที่หัวเปียก ...ช่างกล้า
(นิสัยแบบนี้ไม่ดีค่ะ เหอ เหอ อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะคะ)

จริงๆ ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนในชีวิต แต่ไม่รู้อะไรเข้าสิงเลยเหวี่ยงไปซะ
คือแบบ เราไม่ชอบที่เค้าเหมือนหลอกลวงลูกค้าให้เข้าร้านด้วยวิธีการแบบนี้
แล้วเราก็ไม่ชอบที่ราคามันแพงด้วย เหมือนเค้ายังหลอกเราต่อไป
คือก่อนหน้านี้เราเคยยืดแถวบ้านเก่า ซื้อน้ำยาลอรีอัลมาเอง แล้วจ้างให้เค้าทำให้
ราคาทั้งหมดรวมค่าแรง ก็ประมาณ 800 เอง
แต่เหมือนฝีมือของร้านนั้นเค้าทำไม่ดี มันเลยไม่ตรงเท่าไหร่

หลังจากนั้นเราก็เข้าห้องน้ำ ไปเอาทิชชู่ในห้องน้ำซับๆ ผมให้แห้งแล้วนั่งรถโต้ลมกลับบ้าน
ระหว่างทางเราก็สอดส่องหาร้านอีก พอถึงร้านนึงที่เคยได้ยินคนเล่าว่าทำผมดี เราก็เลยตัดสินใจลงแล้วก็เข้าไปถามเค้าว่า ยืดผมราคาเท่าไหร่
เค้ามาดูผมเราแล้ว ก็บอกว่า น้ำยาลอรีอัล 1200 ชิฯ 1500
เราก็แบบ ยังไม่มั่นใจว่าจะทำดีมั้ย ก็เลยบอกว่า เอ่อ งั้นไว้เดี๋ยวขอตัดสินใจอีกทีค่ะ
เค้าก็เลยรีบมาบอกเราว่า ทำเลยมั้ย พี่ลดให้ เหลือ 1 พัน
เราก็คิด อ่าว ลดราคาอย่างเร็วเลยนะนั่น เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะพี่ ขอบคุณค่ะ

พอนั่งรถต่อมาจะเข้าซอยบ้าน ก็เกิดความอยากจะยืดขึ้นมาอย่างแรงอีกแล้ว ก็เลยลงป้ายหน้าห้างเล็กๆ แถวบ้านอีก
พอดีมันมีร้านทำผมดูน่าเชื่อถือ ก็เลยว่าจะลงไปถามราคาค่ะ
และแล้วความไฮโซของร้านก็ทำให้เราคิดได้ว่าเราคงไม่เหมาะกับร้านนี้
ยืดน้ำยาลอรีอัลร้านนี้ ราคา 4500 ค่ะ ถอยยยย ดีกว่าาาา.....

ก็เลยปลง จะไม่ยืดละ นั่งรถเข้าไปในซอยบ้าน
นึกได้ว่าในซอยบ้านเรามีร้านทำผมตั้ง 4 ร้านแหน่ะ ลองร้านแถวบ้านดีกว่า
เผื่อว่าทำดี จะได้เป็นลูกค้าประจำไปเลย

เราก็เข้าไปร้านนึง ดูสภาพเป็นร้านบ้านๆ มีคนทำเล็บเท้าอยู่ โซฟาเก่าๆ ขาดๆ ไม่มีแอร์
เราก็ถามว่ายืดผมเท่าไหร่คะ ป้าเค้าก็บอกว่า 800 เราก็อืม ๆ โอเคค่ะ
แล้วก็กำลังจะเดินไปเตียงสระผม ทันใดนั้น ก็เหมือนคิดได้ว่า
ป้าเค้าจะยืดผมเป็นหรือเปล่าเนี่ย ถ้าผมเสียทำไงเนี่ย ดูเค้าไม่น่าเชื่อถือเลยอะ เอาไงดีน๊ออออ
เลยกดโทรศัพท์ ถามแม่ว่าร้านไหนนะที่แม่บอกทำดี
แม่ก็บอกว่าช่างจะหน้าตาแขกๆ ตาโตๆ หน่อย
อ่าว งี้ก็ผิดร้านน่ะสิ ทำไงดี ทำไงดี
ตัดสินใจหันไปบอกป้าว่า.. ป้าคะ ขอโทษค่ะ หนูเข้าร้านผิด...
ว่าแล้วก็ชิ่งออกร้านไปอย่างรวดเร็ว
เห้อ อนาถจริงๆ เลยเรา ทำไมกะอีแค่ยืดผมแค่นี้ ถึงต้องเหนื่อยมากมายขนาดนี้นะ

เราก็เลยไปอีกร้าน เจอผู้หญิงหน้าตาแขกๆ ตาโตๆ นั่งอบผมอยู่
อ๋อ สงสัยร้านนี้แน่เลยๆๆๆๆ
ร้านก็โอเค มีแอร์ด้วย สะอาดสะอ้านดี
ก็เลยถามเค้าว่ายืดผมเท่าไหร่คะ
ช่างฯ ก็บอกว่า 800 ละกัน เราก็คิดแล้วแหละว่าคงไม่ใช่น้ำยาลอรีอัลแน่ๆ แต่ก็ช่างมันเหอะ เราเหนื่อยมากแล้ว ปวดหัวววว

ระหว่างการทำ ช่างฯ ก็เงียบดี ไม่พูดมาก
ซึ่งก็ดีเพราะเราเบื่อช่างฯ ตามห้างที่เชียร์โน่นเชียร์นี่จนน่ารำคาญ
เค้าก็ให้ลูกมือมาหนีบผม เราก็แอบหวั่นนิดหน่อย
เพราะลูกมือเค้าดูท่าทางจะห่วงลูกเหลือเกิน หันไปคุยกะลูกอยู่นั่นแหละ

พอทำเสร็จเราก็ลูบผม ก็พบว่าตรงดี สวยมากๆ
แต่แล้วความหายนะก็มาเยือนจริงๆ
ตรงกลางหัวเรา ผมเหมือนหักๆ แข็งๆ ยังไงไม่รู้
เราก็หวนคิดได้ทันทีว่ามีคนโพสต์ว่าแบบนี้คือโคนผมหัก
ลองจับๆ ดู คือ ตรงผมที่หักมันกว้างประมาณเหรียญสิบ
เอาแล้ววววว ถ้ามันหัก คือผมจะแหว่ง ไปแน่นอน
จิตตกๆๆๆๆๆๆๆ มากกกกกกก เครียดมากกกกกก
กลับบ้านด้วยความห่อเหี่ยวใจ
ปรากฏว่ากลับมาถึงบ้าน แม่เราก็บอกว่าร้านที่แม่บอกว่าทำดี ไม่มีแอร์นะ
ร้านจะเก่าๆ หน่อย นั่นแหละ
อ่าว..ชั้น...พลาด........

และแล้วมันก็ทำให้ผมเราแหว่งจริงๆ เพราะโคนผมตรงนั้นหักร่วงไปโดยที่เราไม่สามารถยื้อชีวิตมันไว้ได้
แต่โดยรวมแล้วผมก็ตรงดีมาก อยู่ได้เป็นปี
เป็น 1 ปีที่เราไม่ได้เข้าร้านทำผมเลย เพราะผมตรงที่หักไปมันงอกขึ้นมาโด่เด่
เราก็เลยต้องคอยแสกผมมาปิดทับไว้ แล้วก็ไม่กล้าทำอะไรอีก เพราะกลัว


ผ่านไปปีกว่าๆ จนผมที่หักงอกออกมายาวกลืนไปกับผมปกติประมาณ 10 เซ็นได้
เราก็เริ่มอยากตัดผมอีกครั้ง (อยากตัดหน้าม้าด้วยแหละ เค้ากำลังฮิต)
เราก็เลยไปร้านที่เราเคยไปถามราคายืดผม ที่เค้าบอกว่าจะลดให้เรา 1 พัน
ก็ไปตัดกะเค้า บอกว่าเอาสไลด์ไม่เยอะ ไม่เอาปลายแหลม
ขอข้างหลังเป็นตัว U
ส่วนข้างหน้าขอหน้าม้า พร้อมกับเอารูปหน้าม้าที่เราอยากได้มาให้เค้าดู
เค้าเหลือบตามามองประมาณ 2 วิ แล้วก็เริ่มตัด
เราก็คิดในใจ อ่าว อุตส่าห์หารูปทั้งคืน มองแค่เนี้ย!!
แต่ไม่เป็นไร เค้าอาจจะโปรฯ ไม่ต้องดูมากก็ตัดได้ แถมไม่ถามอะไรเลยด้วย

ตัดไปๆ แกก็บอกว่า เอาม้าปัดละกันนะ
อ่าว เอาแบบในรูปไม่ได้เหรอคะ
เค้าก็ อืมๆ จริงๆ ก็ได้แหละ
เราก็เลย งั้นก็หน้าม้าเลยค่ะ ลองดู..

ปรากฏว่า ได้หน้าม้า แบบ....หนูหิ่นมาค่ะ
ปลื้มจนน้ำตาไหล
หน้าม้าแบบนี้เหรอ ที่เหมือนในรูป T_T
ไม่ญี่ปุ่นเลยยยยยยยยย ฮือออออออออ

กลับบ้านมา แม่ถามคำแรกว่า... นั่นไปตัดมา ได้แบบนั้นเหรอ
ทำเป็นเฮฮากลบเกลื่อน แนวป่ะล่ะ แม่ เจ๋งดีนะ ข้างหลังสวยป่ะๆ
แม่ก็มองแล้วบอกว่า ก็ธรรมดาๆ นะ
เหอ เหอ ถ้าแม่พูดแบบนี้ แปลว่ามันต้อง....
ว่าแล้วก็วิ่งไปดูกระจกในห้องน้ำทันที
ก็อยากจะบอกว่าเลวร้ายน้อยกว่า ร้านคุณป๋าฯ นั่นหน่อยนึง
แต่ปลายผมมันก็แหลม สุดๆ ไม่เห็นจะตัว U เลยอะ

เราหงุดหงิดทรงผมมาก เราเลยหยิบกะไกรมาตัดๆๆๆปลายที่มันแหลมๆ ให้ตรงขึ้น
เล็งโดยแบ่งครึ่งผมมาทางด้านหน้าแล้วค่อยๆ เล็มไปเรื่อยๆ
พอข้างหน้าโอเค ก็รวบไปด้านหลัง เล็งในกระจกว่ามันเท่ากันมั้ย
ถ้ามันต่างกันมากก็รวบผมมาเล็มไปเล็มมา จนมันโอเค

นี่แหละ ประสบการณ์เลวร้ายที่ทำให้เราฝังใจกับร้านทำผม
ทำให้เราไม่กล้าเข้าร้านทำผมอีกเลย

จนทำให้เราคิดว่าจะต้องไปเรียนทำผมเองซะแล้ว
โดยลืมไปว่า.....






ถึงเรียนมาจนเก่งแค่ไหน ช่างก็ตัดผมตัวเองไม่ได้นะจ๊ะ!!!
เหอ เหอ




 

Create Date : 24 มกราคม 2552    
Last Update : 24 มกราคม 2552 22:35:36 น.
Counter : 975 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.