บันไดมนุษย์ images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 

เที่ยวน่าน พิชิตยอดภูแว 4ธค53

กลับมาอีกครั้งกับฤดูการท่องเที่ยวหน้าหนาวปีนี้ วันพ่อปีนี้ผมตัดสินใจที่จะไปเที่ยวเมืองน่านด้วยเหตุผล 2 อย่างคือ ไปพิชิตยอดดอยภูแว และเที่ยวดูศิลปวัฒนธรรม ผมได้ยินมานานแล้วว่าเมืองน่านเป็นเมืองที่น่ารัก มีวัดวาอาราม สวยงาม น่าชมยิ่งนัก แถมเป็นเมืองที่ไม่ค่อยจะมีนักท่องเที่ยวไปด้วย เป็นเมืองที่ต้องตั้งใจไปจริงๆ

ผมใช้เวลาออกจากกรุงเทพ คืนวันที่ 3 ธค และกลับ 6 ธค แต่ถึงแม้จะไปเที่ยวต่างจังหวัดแบบนี้ ผมก็ไม่ลืมวันสำคัญในช่วงนี้ที่จะจุดเทียนเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติให้กับ ‘ในหลวง’ ผมตั้งใจจะไปจุดเทียนวันที่ 5 นี้ที่เมืองน่านด้วย

ครั้งนี้พวกเรามีกัน 4 ชีวิตพิชิตน่าน ออกเดินทางกันกลางคืน ไปถึงน่านก็ 6 โมงเช้าของวันที่ 4 เรียกว่าขับรถกัน 9 ชั่วโมงทีเดียว ตอนแรกก็กะว่าถ้าไปถึงเร็วจะไปหา Guest house ถูกๆนอนพักเอาแรงก่อนที่จะขึ้นภูแวกัน ที่ไหนได้เมื่อเราไปถึงตอนเช้าแบบนี้จะไปเปิดห้องนอนก็ใช่ที่ ผมก็ได้ไอเดียบางอย่างว่า เราควรจะไปนอนพักเอาแรงกันที่ โรงพยาบาล ซึ่งผมเห็นว่าตอนเช้าที่โรงพยาบาลนี้ยังไม่มีคนก็เราเข้าไปใช้บริการม้านั่งยาว เอาไว้เป็นที่พักนอนเหยียดยาวกันซักพัก ก่อนที่จะเริ่มไปกินข้าวกินปลากัน ต้องขอขอบคุณ ‘โรงพยาบาลน่าน’ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

การอาศัยโรงพยาบาลเป็นที่นอนนี้ ท่าทางจะไม่รุ่งเพราะว่าคนไข้ที่นี่มากันเร็วมาก นอนไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมงก็มีเสียงดังมากขึ้น จนสุดท้ายก็ทนนอนต่อไม่ได้ต้องลุกไปหาข้าวเช้ากิน การมาเที่ยวที่น่านนี้ พอดีมีหนังสือท่องเที่ยวน่านมาด้วย ทำให้การหาของกินเป็นเรื่องง่ายไปเลย พวกเราก็เลือกไปกินโจ๊กที่ตลาดเช้า พร้อมกับเตรียมซื้อเสบียงตุนเอาไว้เพื่อเป็นอาหารสำหรับการปีนดอย

การปีนภูแวนี้ผมได้ติดต่อขอเจ้าหน้าที่มานำทางตั้งแต่ก่อนที่จะมาแล้ว ดูเหมือนว่าทางอุทยานจะบังคับว่าถ้าไม่จ้างเจ้าหน้าที่ ก็ต้องจ้างลูกหาบ หรือว่าจะมีทั้ง 2 ก็ได้ กลุ่มผมนี้มีแต่เจ้าหน้าที่ โดยที่จะแบกของขึ้นภูแวเอง

การขึ้นภูแวต้องไปเริ่มที่ ‘บ้านด่าน’ ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าบ้านด่านอยู่ตรงไหน ก็เลยขับรถไปที่อุทยานแห่งชาติ ‘ดอยภูคา’ เพื่อเป็นการสอบถามข้อมูล เส้นทางไปอุทยานดอยภูคานี้จะต้องขับผ่านไปที่อำเภอ ‘ปัว’ เส้นทางเป็นภูเขาสูงคดเคี้ยวไปมา ดูเส้นทางจากแผนนี้แล้วสั้นแต่ขับนานเลย

‘บ้านด่าน’ จุดแรกของการเริ่มต้นนี้เลย อุทยานแห่งชาติดอยภูคาไปอีกตั้งเยอะ เจ้าหน้าที่บอกว่าพวกเราควรที่จะไปถึงที่นั้นก่อนเที่ยง เพื่อที่จะได้ไม่เดินขึ้นไปถึงมืด กว่าที่เราจะไปถึงที่บ้านด่านก็เกือบเที่ยงเนื่องด้วยความคดเคี้ยวของทางภูเขา

กว่าที่พวกเราจะกินข้าวกลางวันเสร็จ อาบน้ำก่อนขึ้น จัดข้าวจัดของลงเป้ กว่าจะเริ่มเดินก็ 12.30น วันนี้มีกลุ่มที่จะขึ้นภูแวอยู่ 4 กลุ่ม คาดว่ามีคนไม่เยอะบนนั้นวันนี้โชคดีจริงๆ





ก่อนที่จะมานี่ผมก็ได้หาข้อมูลจากใน website มาบ้างแล้ว ก็ไม่มีใครบอกว่าเส้นทางนั้นชันเ ก่อนขึ้นผมก็เลยบอกเพื่อนว่าภูแวนี้น่าจะ Chill chill นะไม่น่าจะยาก ถึงแม้ว่าเราจะแบกของก็ตาม เอาเข้าจริงแล้วทางขึ้นภูนั้นมันช่างแสนชัน สำหรับความเห็นผมแล้วให้ความชันเท่ากับภูสอยดาวเลย กว่าจะถึงจุดที่เราพักจุดแรกบริเวณหมู่บ้านเพื่อกินน้ำนั้นก็เกือบทำให้หลายคนถอดใจไปเลย





พวกเรา 4 คนแบกน้ำขึ้นมา 14 ขวดเล็ก 2 ขวดใหญ่ซึ่งคิดว่าเพียงพอ แล้วตรงบริเวณหมู่บ้านบนนี้ก็ยังสามารถเติมน้ำได้อีกด้วยเพียงแค่เป็นน้ำฝนเท่านั้นแหละ การเดินทางทั้งหมดนี้เป็นระยะทาง 6 กิโลเมตรแล้วจุดที่หมู่บ้านอยู่นั้นเป็นกิโลเมตรที่ 2 เหลืออีกตั้งเยอะ ดูแต่ละคนแล้วผมว่ายังไหวอยู่อาจจะมีช้าบ้างในบางคนเท่านั้น







ระยะทาง 4 กิโลที่เหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เส้นทางที่ชันมากขึ้นตั้งแต่จุดพักที่ 4 ไปยังจุดพักที่ 5 นี้สร้างความท้าทายให้กับร่างกายยิ่งนัก แต่ก็ไม่มีใครท้อถอย แถวนี้เราได้เห็นต้นปรงยักษ์แต่เหนื่อยเกินไปที่จะหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาเก็บภาพเอาไว้











และแล้วเวลาประมาณบ่าย 4 โมงพวกเราก็เดินกันถึงจุดกางเต็นท์ที่ซึ่งเป็นจุดพักจุดที่ 7 นั้นเองสรุปรวมเวลาเดินประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ทำเวลาได้ดีกว่าที่คาดไว้เลย จากจุดนี้สามารถที่จะมองขึ้นไปเห็นยอดภูแวได้ มองดูคร่าวๆแล้วก็น่าจะเดินขึ้นไปอีกประมาณ 200 เมตรน่าจะได้ แต่วันนี้ไม่ขึ้นไปแล้ว เตรียมตัวกางเต็นท์ ทำอาหารเย็นดีกว่า





อาหารเย็นวันนี้เป็นอาหารกระป๋องที่ซื้อเตรียมไว้จากกรุงเทพแล้ว แถมด้วยข้าวกระป๋องด้วย มื้อนี้มีอาหารกระป๋องเกือบทุกแบบที่มีขายตาม Super market เลย อาหารพร้อม น้ำดื่มพร้อม ไม่ขาดแคลน เสียอย่างเดียวลืมซื้อ ชา มาต้มกับน้ำร้อนดื่มบนนี้ ถ้ามีนะได้ความสุนทรีย์มากมาย

เจ้าหน้าที่เค้าไปหาไม้มาช่วยก่อกองไฟให้พวกเรา ตอนแรกก็ชวนเค้าร่วมวงด้วย แต่ดูเหมือนว่าเค้าจะเตรียมอาหารมาแล้ว หรือว่าเห็นอาหารของพวกเราแล้วสู้ของเค้าเองไม่ได้ก็ไม่รู้

โชคดีที่วันนี้ไม่มีแสงจันทร์มาบดบังแสงจากดวงดาว การนอนดูดวงดาวบนนี้มันช่างสวยงามยิ่งนัก ต้นไม้แถวนี้ไม่สูงพอที่จะมาบดบังทัศนียภาพของดวงดาวงได้ ผมเห็นดาวนับล้านๆดวง เห็นดาวตกหลายดวง ไม่น่าเชื่อจริงๆ สวยงามมากครับ





 

Create Date : 14 ธันวาคม 2553    
Last Update : 14 ธันวาคม 2553 23:35:04 น.
Counter : 517 Pageviews.  


ลานสน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ตราบที่ยังมีความฝัน ตราบนั้นก็ยังเดินหน้าสู้ต่อไป
Custom Search
Friends' blogs
[Add ลานสน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.