บันไดมนุษย์ images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 

เคล็ดลับทำความสะอาด เครื่องมือ เครื่องใช้

กะทะ - เหม็นคาว
ถ้ากะทะมีกลิ่นคาวล้างไม่ออก ให้นำเอากากชามาต้มในกะทะสักครู่ กลิ่นเหม็นคาวจะหายไป

เครื่องแก้ว - วิธีล้าง
น้ำเกลือป่นผสมกับน้ำส้มสายชูอย่างละเท่าๆกัน มาล้างเครื่องแก้ว จะทำให้ใสสะอาดน่าใช้ยิ่งขึ้น

เครื่องเงิน, ทอง - วิธีขัด
ให้เอายาสีฟันแบบหลอดบีบออกมาพอควร แล้วตากให้แห้งจนแข็ง เมื่อแห้ง แล้วก็นำมาบดให้ละเอียด เอามะนาวสักหนึ่งลูกบีบเอาแต่น้ำผสมกับยาสีฟันแห้ง ที่บดไว้แล้วนำไปขัดเครื่องเงิน เครื่องทอง โดยใช้สำลีชุบของผสมสองสิ่งนั้น ขัดให้ทั่วจะเงาเหมือนเดิม หรือจะใช้ขี้บุหรี่ผสมน้ำมะนาวขัดแทนก็จะทำให้เงา ได้เหมือนกัน

คีมคีบขั้วแบตเตอรี่ - วิธีล้าง
คีมคีบขั้วแบตเตอรี่รถยนต์เครื่องยนต์ต่างๆ ถ้าสกปรกจนแทบสตาร์ท ไม่ได้ ให้ทำความสะอาดง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้กระดาษทรายขัด คือเอาน้ำร้อน เทใส่แก้วสัก 1 แก้วแล้วถอดคีมคีบขั้วแบตเตอรี่ ที่สกปรกลงแช่ในน้ำร้อนสักพัก แล้วเช็ดให้แห้ง ขั้วนั้นจะสะอาดและนำไปเก็บไว้ที่อย่างเดิม จะทำให้สตาร์ทง่ายขึ้น

เครื่องงาช้าง - วิธีรักษา
งาช้างถ้าจะรักษาให้ขาวสะอาดอยู่เสมอ ให้เอาผ้านุ่มๆ หรือสำลีก็ได้ชุบไฮโดรเจนเพออ๊อกไซด์ ถูให้ทั่วตามที่ต้องการจะให้งาช้างนั้นขาวสะอาดทันที

แจกัน ขวดนม - วิธีล้าง
แจกันหรือขวดนม หรือภาชนะอื่นที่ทำความสะอาดลำบาก เพราะมือล้วงลงไปไม่ได้ ให้ใช้กากใบชาเปียกราดน้ำส้มลงไปแล้วเขย่าแรงๆ จะทำให้สะอาดกลิ่นเหม็นหายไปด้วย

เครื่องชะแล็ค - การรักษา
ถ้าต้องการให้ถาด เครื่องเรือนที่ทาชะแล็คเป็นเงางามนั้น ให้ใช้แป้งมัน ผสมน้ำมันพืช แล้วใช้ผ้าถูไปมารอยสกปรกต่างๆ จะหายหมดสิ้นไป

เอาช้อนส้อมใส่ภาชนะต้มในน้ำสบู่ผสมแอมโมเนียสักครู่ แล้วล้างด้วย น้ำสะอาด ขัดด้วยผ้าแห้งๆอีกที

ถ้าเป็นช้อนเงินให้ต้มกับน้ำนม แล้วเช็ดให้แห้งจะเป็นเงางาม

ช้อนส้อมที่ใช้มานานจนเกือบจะกลายเป็นของเก่านั้น ให้แช่ลงไปในน้ำ ที่ผสมเกลือ 1 ช้อนชา น้ำนมข้นๆประมาณ 2-3 หยด ทิ้งไว้นานพอสมควร จะได้ช้อนที่สดใสเหมือนใหม่

ซักลูกไม้ - วิธีซัก
ผ้าลูกไม้หรือผ้าม่านลูกไม้ เวลาจะซักให้ผสมเมทิลแอลกอฮอล์ลงไป สักหนึ่งช้อนชา ผ้าของคุณจะขาวเป็นเงามัน โดยไม่ต้องลงแป้งเลย

ผ้าตกสี
วิธีทำไม่ให้ผ้าตกสี มีวิธีทำดังนี้คือ ต้องเอาผ้าชิ้นที่ตกสีไปแช่น้ำเกลือสัก 6 ชั่วโมง แล้วนำมาซักด้วยผงซักฟอกซักเสร็จแล้วล้างผ้าให้สะอาด แล้วนำไปตากให้แห้ง เวลาซักอีกทีหลังผ้านั้นจะไม่ตกสีอีก

ซักผ้าสี
การซักผ้าสีก่อนจะแช่ในน้ำสบู่หรือผงซักฟอก ให้แช่ในน้ำเกลือไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จะทำให้ผ้าสีสดขึ้น สีตกน้อยลง เมื่อแช่ไว้ 1 ชั่วโมง แล้วก็นำไปซักตากปกติไม่ต้องต้ม เวลาตากควรตากในที่ร่ม มีลมโกรกหรือตากในที่ที่มีแดดรำไร

ทองเหลือง - การขัด
หลังจากขัดด้วยน้ำยา หรือใช้น้ำส้มมะขามเปียก ขัดจนเป็นเงาดีแล้ว ลองใช้แลคเกอร์หรือยาทาเล็บอย่างใสทาทับลงไปบนเครื่องทองเหลือง ที่ขัดแล้วนี้อีกครั้งหนึ่ง จะพบว่าเครื่องใช้ทองเหลืองเป็นมันวาวไปอีกนาน

หรือใช้อิฐตำป่นให้ละเอียด ละลายผสมกับน้ำส้มหรือน้ำมะนาว จะเป็นยา ช่วยขัดเครื่องทองเหลือง เครื่องทองแดง ให้สะอาดได้เป็นอย่างดี

หรือใช้กากมะนาวขัดบนภาชนะทองเหลือง หรือทองแดงจะทำให้ใหม่ขึ้น

นาก เงิน - การขัด
ถ้าใช้ขี่บุหรี่ผสมน้ำมะนาว ขัดเครื่องเงิน เครื่องนาก จะทำให้เครื่องใช้นี้ เงางามสุกใสขึ้น

แปรงผม - วิธีล้าง
แปรงที่ใช้แปรงผมมักจะจับด้วยฝุ่นละอองจากผมไม่ควรแช่น้ำสบู่ ควรใช้โซดาไบคาบอเนตประมาณหนึ่งช้อนบา ละลายในน้ำเย็นแล้ว ทิ้งแปรงลงแช่ประมาณ 15 นาที สิ่งสกปรกจะหลุดออกหมด

ผ้าเปื้อนยางกล้วย - วิธีซัก
ถ้าเสื้อผ้าเปื้อนยางกล้วย ให้ท่านเอามะนาวที่แก่ๆเลือกเอาที่น้ำมากๆ มาผ่าซีก แล้วถูบริเวณคราบยางกล้วยบนผ้าสักครู่ คราบยางกล้วยก็จะค่อยจางหายไป

เสื้อหนาว - วิธีซัก
ถ้าเสื้อหนาวมีรอยเปื้อนน้ำมัน ให้ซักโดยพับผ้าเช็ดตัว 2-3 ผืน ใต้รอยเปื้อน ถูตรงรอยด้วยผ้าขนหนูนุ่มๆ ชุบน้ำมันยูคาลิปตัส สะบัดเสื้อให้แห้งโดยเร็ว

ผ้าเปื้อนดินน้ำมัน - วิธีซัก
ถูตรงรอยเปื้อน ด้วยไขมันสัตว์ และน้ำมันสน เสร็จแล้วจึงนำไปซักตามธรรมดา

ผ้าเปื้อนน้ำมันเครื่อง - วิธีซัก
ให้ใช้สำลีชุปน้ำมันก๊าดถูสิ่งที่ดำเปื้อนนั้น จะทำให้สะอาดเหมือนเดิมวิธีนี้ใช้ได้กับรองเท้าและกระเป๋าหนังทั่วไป ซึ่งมีสีขาวแล้วเปื้อนคราบสีดำ จากน้ำมันเครื่อง

ผ้าเปื้อนน้ำหมาก - วิธีซัก
ก่อนจะซักให้นำเอาเกลือป่นโรยตรงรอยเปื้อน แล้วบีบมะนาวลงไปให้ชุ่ม นำไปผึ่งแดดไว้ครึ่งวันแล้วจึงนำไปซักตามวิธีซักผ้าทั่วไป หรือจะใช้มัสตาดทาตรงรอยเปื้อนก็ได้

ผ้าเปื้อนน้ำผลไม้ ยางผลไม้ - วิธีซัก
โดยขึงผ้าที่เปื้อนกับกระชอน เทน้ำร้อนเดือดลงบนรอยเปื้อน จะช่วยชำระออกได้หมด

ผ้าเปื้อนลิปสติก - วิธีซัก
เมื่อมีรอยลิปสติกติดบนผ้าเช็ดหน้า ทำให้ซักออกยาก วิธีซักนี้ทำได้ด้วยการแช่ผ้าไว้ในน้ำผสมเกลือทิ้งไว้ 1 คืน (ใช้เกลือ 1 หยิบมือต่อน้ำ 3 ลิตร) หรือว่าให้ถูตรงรอยเปื้อนด้วยขนมปังขาว

ผ้าเปื้อนหมากฝรั่ง - วิธีซัก
นำขี้ผึ้งที่สำหรับดมแก้วิงเวียนมาถูที่เลอะ หมากฝรั่ง ยางเหนี่ยวๆที่ติดเสื้อผ้านั้นจะหลุดออกหมด หรือใช้น้ำมันสน หรือน้ำมันเบนซินเช็ดออก

ผ้าเปื้อนหมึก - วิธีซัก
ก่อนจะซักนำเอาเกลือป่นโรยตรงรอยเปื้อน แล้วบีบน้ำมะนาวลงไปให้ชุ่ม นำไปผึ่งแดดไว้ครึ่งวัน แล้วจึงนำไปซักตามวิธีซักผ้าทั่วไป หรือจะใช้ มัสตาดาทาตรงรอยเปื้อนก็ได้ หรือให้ขยี้มะเขือเทศตรงรอยเปื้อนหมึกนั้น และทิ้งไว้ 1 ช.ม. ก่อนซัก

พื้นซีเมนต์ - วิธีล้างคราบน้ำมัน
พื้นซีเมนต์ที่เปื้อนคราบน้ำมัน โดยเฉพาะบริเวณที่จอดรถ ทำให้เป็นรอยด่างน่าเกลียดเพราะทำความสะอาดยาก วิธีแก้ไขให้นำขี้เถ้ากลบตรงรอยเปื้อนให้ทั่วทิ้งไว้สักพัก แล้วกวาดขี้เถ้าออกจากพื้นซีเมนต์ พื้นจะแห้งสนิท ไม่ปรากฏรอยน้ำมันให้เห็นอยู่เลย แต่ถ้ารอยนั้นทิ้งไว้เป็นปีแล้วก็จะไม่ได้ผล

เพชร - วิธีล้าง
เครื่องประดับที่ทำด้วยเพชร ถ้ามีคราบดำหรือคราบสบู่ติดตามซอกตามมุม ท่านจะล้างให้สดใสมีประกายได้โดยต้มน้ำผสมผงซักฟอกข้นๆ ให้เดือดแล้วเอาเครื่องเพชร ต้มราว 5-10 นาที อย่าให้น้ำแห้ง นำมาล้างน้ำสะอาดแล้วชุบในแอลกอฮอล์ วางผึ่งลมสักครู่ หรือใช้พัดลมเป่าไม่ต้องเช็ดเพชรจะขาวเป็นประกาย

เฟอร์นิเจอรื - วิธีทำให้ดูใหม่
เครื่องเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เก่า อยากจะชุบให้ใหม่ทำได้โดยใช้น้ำมะกอก หยดลงไปแล้วใช้ผ้าเช็ด ขัดให้มันจะดูเหมือนของใหม่

ภาชนะพลาสติก - วิธีล้าง
ภาชนะพลาสติกที่นำมาใส่อาหารคาวหวานโดยเฉพาะทุเรียน แกงเผ็ด แม้จะล้างสะอาด แล้วก็ยังมีกลิ่น ให้ใช้สำลีชุบน้ำส้มสายชูเช็ดให้แห้ง ทิ้งไว้สักครู่ แล้วล้างน้ำธรรมดา กลิ่นเหม็นจะจางหายไป

ภาพสีน้ำมัน - วิธีทำความสะอาด
เมื่อภาพสีน้ำมันหมอง ให้ใช้ผ้าขาวบางแตะน้ำมันลินสีดเช็ดถูให้ทั่ว หรือจะใช้สำลีจุ่มน้ำมันสน เช็ดถูให้ทั่วภาพก็ได้ ภาพสีน้ำมันจะแจ่มใสขึ้น

มือ - ล้างยางขนุน
ยางขนุนติดมือ ให้เอามือซุกไปในถังข้าวสารถูไปถูมายางขนุนจะหลุดออก หรือใช้น้ำมันหมูถูที่มือหรือมีดที่มียางขนุนติดจะหลุดออกได้ง่าย

มือ - ล้างยางผัก
เมื่อมียางของผักติดที่มือ ให้ใช้มะนาวที่บีบน้ำไปใช้แล้วนั้น ก่อนที่จะทิ้งเอามาขัดๆถูๆ ตรงรอยดำสักประเดี๋ยวรอยดำจะจางหายไป

มีด - เหม็นหอม, กระเทียม
ให้นำมีดมาอังไฟสัก 2-3 นาที หรือใช้ใบมีดเฉือนมันฝรั่งดิบหรือนำเอาราก ต้นคื่นฉ่ายมาขัดจะช่วยให้หมดกลิ่นได้

มือ - เหม็นคาวอาหารทะเล
ให้ล้างมือในน้ำชาจะหายเหม็นคาวโดยง่าย

ที่มา: จากหนังสือเคล็ดลับคุณย่า




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 14 มีนาคม 2552 21:40:29 น.
Counter : 5220 Pageviews.  

เคล็ดลับสู่ครัว

วิธีป้องกันมิให้ทำอาหารอะไรก็ติดกระทะ
ให้นำกระทะไปตั้งไฟให้ร้อน แล้วโรยเกลือป่นลงไปพอประมาณ ทิ้งไว้สัก ๕ นาที จากนั้นเอาตะหลิวคลุกเขี่ยเกลือไปให้ทั่วกระทะ แล้วก็ทำความสะอาดกระทะเสีย คราวนี้แหละทำอาหารอะไร ก็ไม่มีติดกระทะแล้ว

วิธีกำจัดกลิ่นคาวในกระทะ
เมื่อทอดปลาเสร็จแล้ว หลายคนมักพบปัญหากลิ่นคาวติดกระทะ สามารถแก้ไขได้โดยบีบมะนาวลงไปชโลมไล้กับน้ำมันที่ทอดปลาในกระทะนั่นแหละ แล้วเช็ดคราบน้ำมันออกมา แค่นี้ก็หายคาวแล้ว หรือจะใช้น้ำชาชงแก่จัดๆล้างแทนน้ำเปล่าก็ได้

วิธีทำความสะอาดก้นกระทะที่มีเศษอาหารไหม้ติดอยู่
ทำได้โดยการโรยเบ็คกิ้งโซดาลงไปให้ทั่วบริเวณที่มีเศษอาหารไหม้ จากนั้นให้ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำร้อนในสัดส่วนเท่าๆกันเทลงในกระทะ ก็จะช่วยให้เศษไหม้เกรียมนั้นหลุดออกได้ง่ายขึ้น หรือจะใช้เบกิ้งโซดาผสมน้ำ ใส่แช่กระทะทิ้งไว้ค้างคืนแล้วล้างออกก็ได้ แต่หากชอบรุนแรง สามารถเทน้ำเย็นใส่กระทะในขณะที่กระทะกำลังร้อนอยู่ ก็จะทำให้เศษอาหารไหม้หลุดออกมาได้เช่นกัน แต่วิธีนี้ต้องระวังว่าน้ำร้อนกระเด็นเข้าตาจนเป็นอันตรายได้

กรณีเพิ่งซื้อกระทะมาใหม่ๆ ก่อนใช้เขาให้เราเทน้ำส้มสายชูลงไปในกระทะ ตั้งไฟให้เดือดสัก ๕ นาที (อย่าลืมปิดจมูกด้วยเพราะกลิ่นน้ำส้มสายชูจะฉุนมาก) แล้วล้างออกให้สะอาด วิธีนี้จะช่วยเวลาทำอาหารๆจะไม่ติดกระทะด้วย หรือจะใช้น้ำข้าวเทลงกระทะ พร้อมตั้งไฟกลางๆเคี่ยวจนแห้ง แล้วล้างให้สะอาดก็ได้เช่นกัน

วิธีแก้กระทะเป็นสนิม
ให้ใช้หนังหมูติดมันกับต้นกุ่ยช่าย ๑ กำมือแก้ โดยนำกระทะขึ้นตั้งไฟให้ร้อนจัด แล้วเอาหนังหมูติดมันมาทาถูให้ทั่วกระทะ แล้วเอาต้นกุ่ยช่ายม้วนเป็นก้อน ถูไปถูกมาให้ทั่วกระทะอีกที ถูจนต้นกุ่ยช่ายมีสีเหลือง ก็นำกระทะไปล้างให้สะอาด แค่นี้สนิมก็จะถูกกำจัดออกไปแล้ว

วิธีแก้มีดที่ใช้เป็นสนิม
ให้ใช้เปลือกมะนาวสดที่เราบีบน้ำออกแล้ว ไปถูที่มีด หรือจะผ่าหอมหัวแดงออก แล้วไปทาที่มีดบริเวณที่เป็นสนิมเบาๆ หรือทาให้ทั่วมีดก็ได้ สนิมก็จะหลุดออกมาโดยง่าย

วิธีแก้กาต้มน้ำมีตะกรัน
หากมีไม่มาก ให้ลองเอาเปลือกหอยใส่ลงในกาต้มน้ำ จากนั้นตั้งไฟให้เดือด ๕ นาที แล้วปล่อยให้เย็น ตะกรันก็จะย้ายมาจับที่เปลือกหอยแทน แต่ถ้ามีตะกรันมาก ให้ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำในปริมาณเท่าๆกัน เทใส่กาต้มน้ำตั้งไฟให้เดือด แล้วทิ้งค้างไว้ ๑ คืน ตอนเช้าค่อยมาล้างให้สะอาด แค่นี้ตะกรันก็จะหลุดออกมาโดยง่าย

วิธีกำจัดกลิ่นในเตาไมโครเวฟ
ให้นำใบชาใส่น้ำพอท่วม ใส่เข้าไปในตู้ไมโครเวฟแล้วเปิดเครื่องให้น้ำร้อนสัก ๓ นาที จากนั้นปล่อยใบชาทิ้งไว้ในตู้ทิ้งข้ามคืน ถึงรุ่งเช้ากลิ่นก็จะหายไป แต่หากกลิ่นสะสมมานาน อาจจะต้องทำหลายรอบ ทางที่ดีควรหมั่นทำความสะอาดและดูดกลิ่นเป็นประจำจะดีที่สุด หรือหากจะใช้อีกวิธีก็ได้คือ ใส่น้ำในชามที่ใช้กับไมโครเวฟได้ ๑ แก้ว แล้วใส่ดอกไม้หรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอมลงไป จากนั้นนำไปใส่ในเตาเปิดเครื่องไว้สัก ๗ นาที แล้วเปิดฝาออก กลิ่นหอมก็จะอบอวลไปทั่วห้อง เป็นการกำจัดกลิ่นที่รวดเร็วขึ้น

วิธีเก็บข้าวกล้องไม่ให้เป็นมอด
เมื่อซื้อมาแล้ว ให้นำไปเก็บไว้ในตู้เย็นทันที โดยเก็บในช่องธรรมดาสัก ๕ วัน แล้วค่อยนำออกมาไว้ข้างนอก จะช่วยกันมอดได้ หรือใช้เกลือป่นโรยในข้าวกล้องที่ซื้อมา ๑ ช้อนชาต่อข้าว ๑ กิโลกรัมก็ได้

วิธีต้มกล้วยไม่ให้ดำ
เมื่อจะต้มกล้วยน้ำว้า ให้ใส่กิ่งมะขามที่มีใบติดอยู่ลงไปต้มพร้อมกล้วยเลย สัก ๓ กิ่ง แค่นี้ก็สามารถต้มกล้วยให้ขาวได้แล้ว

วิธีขจัดกลิ่นฉุนขณะผัดอาหาร
เวลาที่ปรุงอาหารด้วยหัวหอม กระเทียมหรืออาหารอื่นที่มีกลิ่นฉุนไปทั้งบ้าน หากจะดับกลิ่นเหล่านี้ สามารถทำได้ด้วยการใช้น้ำส้มสายชูรินใส่ถ้วยวางไว้ใกล้ๆ กับเตาที่เราใช้ผัดอาหาร วิธีนี้จะช่วยดับกลิ่นฉุนของอาหารที่เราทำได้โดยเร็ว

วิธีแก้กลิ่นคาวอาหารทะเลติดมือ
ให้ใช้ใบชาชงกับน้ำร้อน ล้างมือ ยิ่งแก่ยิ่งดับคาวได้ดี (แต่อาจเปลืองใบชาสักหน่อย) และถ้ามีเปลือกมะนาวก็ใส่ลงไปด้วยสัก ๓ ชิ้นก็จะช่วยขจัดกลิ่นคาวได้ดี เวลาใช้ควรใช้ตอนน้ำชากำลังอุ่นๆ จึงจะได้ผลดี

วิธีคั้นกะทิให้ได้ความมัน
มีเคล็ดลับว่าให้โรยเกลือป่น ๑ ช้อนชาลงในมะพร้าวที่จะคั้น คลุกเคล้าให้ทั่ว แล้วค่อยคั้นน้ำ ความเค็มนี่แหละที่จะช่วยรีดความมันให้ออกมาอย่างรวดเร็ว


วิธีแกะกุ้งขนาดเล็กมากๆ
ซึ่งมักจะแกะยาก เพราะติดเปลือก วิธีแกะให้ง่ายเข้าคือ ให้เอากุ้งที่ว่าไปลวกเสียก่อน แล้วค่อยมาแกะ จะทำให้แกะกุ้งตัวเล็กตัวน้อยได้สะดวกขึ้น

วิธีทอดไข่เจียวให้ฟูและนิ่มกินอร่อย
เวลาตีไข่ให้หยอดน้ำมะนาวลงไปในไข่สัก ๕ หยด แล้วตีให้เข้ากัน พอตีไข่เสร็จ เทลงกระทะทอดตามปกติ เพียงแค่นี้ไข่เจียวก็จะฟูและอ่อนนุ่มน่ากิน


วิธีต้มไข่ต้ม ไม่ให้แตก
จนดูไม่น่ากิน เขาให้ใส่เกลือ ๑ ช้อนชาลงในน้ำที่จะต้มไข่ ไข่ก็จะไม่แตกหรือไม่ทะลักเล็ดออกมาอีกต่อไป แต่ไม่ควรต้มเกิน ๑๐ นาที เพราะจะทำให้เนื้อไข่แข็งกระด้าง กินแล้วย่อยยากขึ้น


วิธีทอดปลาไม่ให้ติดกระทะ
วิธีแก้คือ เมื่อน้ำมันในกระทะร้อนพอที่จะทอดปลาแล้ว อย่าเพิ่งใส่ปลาลงไป แต่ให้ใช้ขิงสดหั่นบางๆสัก ๓ ชิ้น ใส่ลงทอดในกระทะก่อน พอขิงเริ่มเกรียมก็ตักออกไป แล้วจึงใส่ปลาลงไปทอด ปลาก็จะไม่ติดกระทะอีกต่อไป

วิธีดับกลิ่นหืนในน้ำมันพืช
เมื่อเก็บน้ำมันพืชไว้นานๆ บางทีก็มีกลิ่นเหม็นหืน ทำให้อาหารที่นำไปทอดมีรสชาติไม่ดีไปด้วย วิธีแก้ง่ายๆ คือ เมื่อเทน้ำมันลงในกระทะแล้ว ให้ใส่ใบเตยหรือหอมแดงทุบลงไปด้วย จะทำให้กลิ่นเหม็นหืนของน้ำมันพืชหมดไป และทำให้อาหารที่ทอดมีความหอมและรสชาติดีขึ้นด้วย


วิธีทอดอาหารให้น้ำมันกระเด็นน้อยลง
ให้โรยเกลือป่นลงไปในกระทะนิดหน่อย แค่นี้น้ำมันในกระทะก็จะกระเด็นออกมาน้อยลง หรือแทบไม่กระเด็นเลย


วิธีลดความเค็มในแกงจืดหรือแกงกะทิ
ซึ่งบางครั้งปรุงแล้วเกิดเค็มเกินเหตุ จะแก้ด้วยการเติมน้ำให้ความเค็มเจือจาง ก็จะทำรสชาติอื่นๆจางไปด้วย อีกทั้งต้องปรุงโน่นเติมนี่ไม่จบง่ายๆ ดังนั้น หากใส่น้ำปลาหรือเกลือในแกงหนักมือไปหน่อย จนทำให้น้ำแกงเค็มเกินไป สามารถแก้ได้โดยการนำข้าวสารที่ล้างสะอาดห่อด้วยผ้าขาวบางให้เรียบร้อย ใส่ลงไปต้มในน้ำแกงเจ้าปัญหาของเรา ทิ้งไว้สักพัก ความเค็มก็จะถูกดูดออกไป ถ้ารอบเดียวยังเค็มอยู่ ก็อาจทำรอบสอง โดยเปลี่ยนข้าวสารใหม่อีกครั้ง แต่ส่วนใหญ่รอบเดียวก็หายเค็มแล้ว


วิธีแก้ความเผ็ด หากกินเผ็ดมากไป
จนปากจะพอง ให้ดื่มน้ำหรือน้ำชาอุ่นๆค่อนข้างร้อนหน่อย จะทำให้หายเผ็ดได้เร็วขึ้น หรือจะใช้น้ำปลากลั้วให้ทั่วปากสัก ๒ นาทีก็ได้ อาการจะดีขึ้น


ข้อที่พึงระวัง - ไม่ควรใช้กระดาษฟอยล์กับอาหารที่มีความเป็นกรด
เช่น มะนาว มะเขือเทศ หัวหอม เป็นต้น เพราะกรดในอาหารเหล่านี้จะทำปฏิกิริยาเคมีกับกระดาษฟอยล์ มีผลให้รสชาติอาหารเปลี่ยน และยังเป็นอันตรายต่อร่างกายด้วย โดยเฉพาะฟอยล์ที่ใช้แล้วไม่ควรนำมาใช้อีก โดยเฉพาะการห่ออาหารเพื่อแช่ในตู้เย็น เพราะรอยยับย่นในกระดาษที่ใช้แล้ว จะมีรูเล็กรูน้อยเกิดขึ้น และเป็นตัวการทำให้อากาศจากภายนอกสามารถรั่วเข้าไปในอาหารได้


อาหารบางชนิดไม่เหมาะกับภาชนะที่ทำด้วยเงิน
เช่น ไข่ เกลือ น้ำมันมะกอก น้ำสลัด น้ำผลไม้คั้น เป็นต้น เพราะผลไม้ หรือดอกไม้บางชนิดมียางเป็นกรด อาจมีฤทธิ์กัดกร่อนจนผิวภาชนะเงินเป็นรอยได้ เวลาใช้จึงควรมีภาชนะอื่นรองรับอีกทีหนึ่ง




 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2552 20:15:25 น.
Counter : 627 Pageviews.  

วิธีเลือกซื้อผลไม้

วิธีการเลือกซื้อ - มะม่วง

  • ผิวขาวนวล ตรงหัวออกสีเหลืองนวล

  • ยังมีขั้วติดอยู่กับลูก

  • จับผลดูรู้สึกแข็งไม่นิ่ม

  • ผิวไม่แลดูเหี่ยว ถ้าเป็นมะม่วงสุกผิวต้องเหลืองนวลไม่มีรอยช้ำ


วิธีการเลือกซื้อ - มังคุด
  • ผิวสีม่วง ขั้วเขียว ผิวเต่งตึง

  • จับแล้วบีบนุ่มมือ


วิธีการเลือกซื้อ - ละมุด
  • ผิวเกลี้ยง สีน้ำตาลอ่อน

  • ขั้วไม่หัก

  • จับดูไม่เละนุ่มมือ


วิธีการเลือกซื้อ - สับปะรด
  • ตาใหญ่ ช่องต่อระหว่างตาบาง

  • ดีดที่ผลมีเสียงดังแปะๆ


วิธีการเลือกซื้อ - ส้มเขียวหวาน
  • ผิวเกลี้ยงบางใสเต่งตึง หรือผลที่มีจุดดำในผิวที่เรียกว่าขี้มด จะมีรสหวานแหลม

  • ตรงขั้วไม่นูน ถ้านูนแสดงว่าฟ่าม


วิธีการเลือกซื้อ - ส้มโอ
  • ผลค่อนข้างแบน จุกสูง สีเขียวอ่อน (ถ้าผิวสีเขียวแก่แสดงว่าเปรี้ยว)

  • น้ำหนักมาก

  • ส้มโอแก่จัดรงก้นจะบุ๋มมาก ถ้าอ่อนก้นจะเสมอกันหมด บางครั้งกล้บโป่งออกมาด้วย



ที่มา: จากหนังสือเคล็ดลับคุณย่า


เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

เคล็ดลับการทำอาหาร


//www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=30-11-2008&group=28&gblog=1


วิธีเลือกซื้อเนื้อสัตว์


//www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=28-12-2008&group=28&gblog=2


วิธีเลือกซื้อผัก


//www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=29-12-2008&group=28&gblog=3






 

Create Date : 01 มกราคม 2552    
Last Update : 1 มกราคม 2552 18:24:17 น.
Counter : 7313 Pageviews.  

วิธีเลือกซื้อผัก

วิธีเลือกซื้อ – กระหล่ำดอก



  • ต้องมีลักษณะเนื้อแน่น น้ำหนักมาก ใบหุ้มตรงโคนดอกสดมีสีเขียว ดอกมีสีขาวไม่ช้ำ


วิธีเลือกซื้อ – กระหล่ำปลี



  • มีลักษณะแป้นน้ำหนักมากเนื้อแน่น ใบหุ้มชั้นนอกสดมีสีเขียวอ่อน ออกขาว


วิธีเลือกซื้อ – ตำลึง



  • ใบสีเขียวอ่อน ยอดอ่อนๆ


วิธีเลือกซื้อ – แตงกวา



  • ต้องมีขนาดยาว ไม่อ้วน สีเขียวสด


วิธีเลือกซื้อ – ถั่วฝักยาว, ถั่วแยก



  • สีเขียวสดมีเม็ดเล็กๆข้างใน ฝักต้องไม่มีสักษณะพองเหลือง เม็ดข้างในใหญ่


วิธีเลือกซื้อ – บวบ



  • รูปร่างตรงยาว ไม่อ้วน น้ำหนักมาก


วิธีเลือกซื้อ – มะนาว



  • เปลือกบาง สีเหลือง ผิวเปล่งไม่เหี่ยวจะมีน้ำมาก แต่ไม่มีกลิ่นหอมผิวเหมาะสำหรับทำน้ำจิ้ม

  • ถ้าจะใช้ทำต้มยำ หรือตำน้ำพริก ให้เลือกมะนาว ผิวสีเขียวสด มีน้ำมันมากซึ่งจะให้กลิ่นหอม


ที่มา: หนังสือเคล็ดลับคุณย่า




เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

เคล็ดลับการทำอาหาร


//www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=30-11-2008&group=28&gblog=1


วิธีเลือกซื้อเนื้อสัตว์


//www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=28-12-2008&group=28&gblog=2


วิธีเลือกซื้อผลไม้


//www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=01-01-2009&group=28&gblog=4






 

Create Date : 29 ธันวาคม 2551    
Last Update : 1 มกราคม 2552 18:19:54 น.
Counter : 3722 Pageviews.  

วิธีเลือกซื้อเนื้อสัตว์

วิธีการเลือกซื้อ – ไก่



  • เลือกที่เนื้อหนังสดใส ไม่ซีด

  • เนื้อที่อกหนา ขาอ้วนสั้น มีเนื้อมาก พับงอได้ง่าย

  • ไม่มีกลิ่นเหม็น ตาสดใส

  • ถ้าจะปรุงอาหารประเภทต้ม ให้ใช้ไก่อ่อน

  • ถ้าจะอบหรือทอดให้ใช้ไก่แก่


วิธีการเลือกซื้อ – กุ้ง



  • เลือกที่สดไม่มีกลิ่นเหม็น

  • หัวต้องติดแน่น ตาสดใส

  • ถ้าเป็นกุ้งนาง ให้เลือกที่เปลือกมีสีน้ำเงินสดใส


วิธีการเลือกซื้อ – เนื้อวัว



  • ถ้าทำอาหารประเภทยำเนื้อ ทอดเนื้อ ต้องใช้เนื้อที่ดีๆเปื่อยง่าย เช่น เนื้อสันใน

  • อาหารชนิดที่มีการเคี่ยวให้ใช้เนื้อสันนอก

  • ถ้าหากเป็นอาหารที่ต้องเคี่ยวนานๆ ให้ใช้เนื้อขา เนื้อสะโพก

  • อาหารประเภทซุปควรใช้เนื้อที่มีเอ็นปน

  • การซื้อเนื้อนั้นต้องมีสีแดงสด หรืออาจจะออกสีน้ำตาลเล็กน้อย

  • เนื้อต้องมีสีขาว ถ้าไม่ดีมันจะมีสีเหลืองและแข็งเหมือนหนัง

  • ไม่มีกลิ่นเหม็น

  • เนื้อต้องมีความชื้นพอสมควรไม่ถึงกับแห้งผาก

  • เนื้อต้องแน่น เวลากดแล้ว ไม่ยุบถ้าเป็นรอยบุ๋มอยู่แสดงว่าเป็นเนื้อนานแล้ว

  • ควรซื้อเนื้อที่แล่จากชิ้นใหญ่ ไม่ใช่ซื้อเศษที่แล่ทิ้งไว้แล้ว


วิธีการเลือกซื้อ – เนื้อหมู



  • เลือกเนื้อที่ไม่มีกลิ่นเหม็น เนื้อควรมีสีชมพูสด

  • ห้ามซื้อเนื้อที่มีลักษณะคล้ายเม็ดสาคู เพราะอาจจะเป็นพยาธิตัวตืดหมูได้

  • เนื้อหมูที่ดี หนังหมูจะดูเกลี้ยงเกลาและลื่น เมื่อเอามือแตะดูจะรู้สึกเย็น ถ้าเนื้อหมูค้างนานเวลาแตะดูจะรู้สึกเหนียวหนึบและอ่อนนุ่มมาก


วิธีการเลือกซื้อ – ปู



  • เลือกที่สด เคลื่อนไหวได้ เลือกตัวที่หนัก

  • ปูตัวเมีย (ปูไข่) ดูที่ฝาปิดหน้าอกจะใหญ่กว่าปูตัวผู้

  • ปูตัวผู้ (ปูเนื้อ) มีฝาปิดหน้าอกเล็ก เนื้อแน่นเวลากดจะไม่ยุบลง


วิธีเลือกซื้อ – ปูทะเล



  • วิธีเลือกให้ทดลองแหย่ไปที่ตาปูดู ถ้ายังกระดุกกระดิกได้ก็แสดงว่า ปูยังไม่ตาย ถ้าปูตายเนื้อจะน้อย


วิธีการเลือกซื้อ – ปลา



  • ลำตัวสดใส เนื้อแน่น

  • ไม่มีกลิ่นเหม็น แต่มีกลิ่นคาวปลาเป็นธรรมดา

  • ตาสดใส ไม่จมลงในเบ้าตา เหงือกปลามีสีแดงดูสดใส


วิธีการเลือกซื้อ – หอย



  • ตัวหอยอยู่ในสภาพดี ไม่มีกลิ่นเหม็น

  • ปากหุบแน่นถ้าเปิดอ้าบ้าง จะต้องหุบแน่นสนิทได้โดยเร็ว

  • ถ้าเป็นหอยแมลงภู่ ถ้าจะดูว่ามีพิษหรือไม่นั้นให้ใส่หัวหอมลงไปต้มดู ถ้าหอมเปลี่ยนสีเป็นสีดำ แสดงว่าเป็นหอยมีพิษ


วิธีการเลือกซื้อ – ไข่ไก่



  • เปลือกต้องใสนวล ผิวไม่เกลี้ยงเป็นมัน หรือมีสีคล้ำ

  • ไข่สดเมื่อนำไปลอยน้ำ จะเอาด้านข้างขึ้น





ที่มา: จากหนังสือเคล็ดลับคุณย่า


เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

เคล็ดลับการทำอาหาร


//www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=30-11-2008&group=28&gblog=1


วิธีเลือกซื้อผัก


//www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=29-12-2008&group=28&gblog=3


วิธีเลือกซื้อผลไม้


//www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=01-01-2009&group=28&gblog=4






 

Create Date : 28 ธันวาคม 2551    
Last Update : 1 มกราคม 2552 18:15:45 น.
Counter : 23130 Pageviews.  

1  2  

ลานสน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ตราบที่ยังมีความฝัน ตราบนั้นก็ยังเดินหน้าสู้ต่อไป
Custom Search
Friends' blogs
[Add ลานสน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.