บันไดมนุษย์ images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 

เที่ยวเขาค้อ 26 คค 2551

ตอนแรกนี้พวกเราไม่ได้กะที่จะไปเขาค้อเลย ตอนแรกว่าจะอยู่เที่ยวที่น้ำหนาวกันแล้วค่อยกลับ แต่ที่ไหนได้ฝนกลับตกมาได้ ก็เลยไม่ค่อยที่จะสะดวกเดินป่าเล่นที่น้ำหนาว โปรแกรมของพวกเราก็เลยเปลี่ยนกะทันหันเป็นไปเที่ยวเขาค้อแทน

แต่ไปเขาค้อครั้งนี้คงจะไม่ได้เที่ยวแบบเต็มๆเนื่องจากว่าไม่อยากจะกลับบ้านดึกเกินไป ก็เอาไปว่าไปเที่ยวเรื่อยๆก็แล้วกัน





สถานที่แรกที่ไปนั้นเป็นร้านขายกาแฟชื่อว่า coffee hill สถานที่ตั้งร้านนี้อยู่ริมเชิงผา วิวดีมากเลย เห็นในรูปที่คนอื่นถ่ายมา มีทะเลหมอกด้วย แต่ว่าพวกเราไม่ได้เห็นแน่นอน



ร้านนี้มีคนแวะกันหลายคนเลย นี่ท่าทางจะดังมากนะเนี่ย แต่ทำไมฉันถึงไม่เคยรู้จักก็ไม่รู้ นี่ถ้าเพื่อนร่วมทริปไม่ได้บอกละก็คงจะไม่ได้แวะแน่เลย ไปร้านนี้ต้องบอกว่าประทับใจในบรรยากาศมาก และราคาเครื่องดื่มก็ไม่แพง แรกๆก็นึกว่าแพงแน่ เพราะว่าได้วิวแบบนี้ ฉันสั่งโกโก้เย็นมาราคาแก้วละ 40 บาทเท่านั้นเองถูกมาก





พวกเราใช้เวลาส่วนใหญ่ในร้านนี้ถ่ายรูปกัน มีสั่งเครื่องดื่มกันนิดหน่อย แต่มานั่งถ่ายรูปเอาคุ้มเลย

ต่อจากที่นี่ก็ขับขึ้นไปถ่ายรูปต่อที่ เขาค้อ highland ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ทำเป็นบ้านจัดสรรเอาไว้ขาย พวกเราก็เข้าไปถ่ายรูปกันนิดหน่อย



ต่อไปก็เป็นก็ไปไหว้พระบรมธาตุกัน แต่พอดีไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้



มีอยู่อีกที่หนึ่งที่ฉันไม่คิดว่าจะมีอะไรให้ดู แต่ว่าได้เพื่อนแนะนำให้เข้าไปก็คือหอสมุดของเขาค้อ บริเวณที่หอสมุดนี้จะปลูกดอกไม้ไว้เยอะมาก ยิ่งถ้าหน้าหนาวแล้วละก็ยิ่งจะสวยเข้าไปใหญ่เลย และตรงนี้ยังมีที่พักริมผา ในราคาไม่แพงอีก พวกเราก็ใช้เวลาถ่ายรูปแถวนี้กันพอสมควรเลย แอบคิดว่าไม่น่าที่จะมาเที่ยวผิดฤดูเลย









โปรแกรมเที่ยวเขาค้อของพวกเราก็มีแค่นี้ ส่วนข้าวกลางวันพวกเราก็กลับไปกินข้าวกันที่ Lotus ที่เพชรบูรณ์กัน ในที่สุดก็กลับมาในเมืองอีกครั้งกลับมาสู่ชีวิตการทำงานอีกครั้งหนึ่งอีกที




 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2551 13:03:11 น.
Counter : 1565 Pageviews.  

เที่ยวน้ำหนาว 25 ตค 2551

หลังจากที่นอนภูเรือมา 1 คืน นอนเชียงคานมา 1 คืน คราวนี้ก็ถึงคิวมานอนที่น้ำหนาว ตัวฉันเองเคยมาน้ำหนาวแล้ว 1 ครั้งหลายปีมาแล้ว ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดจะเป็นช่วงใกล้สิ้นปี ยังจำความรู้สึกได้เลยว่าเวลาที่ต้องอาบน้ำเย็นๆที่น้ำหนาวเป็นยังงัย แต่ครั้งนี้มาปลายฝนต้นหนาวน่าจะค่อยยังชั่ว

พวกเราใช้เส้นทางเชียงคาน-เลย-น้ำหนาวกัน โดยระหว่างทางนั้น ได้แอบมีหยุดรถแวะพักกินกาแฟแก้ง่วง แถมด้วย shopping กันเล็กน้อย แถวๆผานกเค้า



จริงแล้วถ้าพูดถึงผานกเค้า คนที่มาเที่ยวภูกระดึงเป็นต้องรู้จักทุกคน เพราะว่าเป็นที่รถทัวร์จอดรับส่งคนที่จะไปเที่ยวหรือกลับจากภูกระดึง ที่แถวๆผานกเค้าจะมีร้านค้าเสื้อผ้ากันหนาวอยู่บ้าง สหายหลายคนเห็นแล้วอดไม่ได้ที่ต้องไปซื้อติดไม้ติดมือกลับไป

ต่อจากผานกเค้านั้น พวกเรายังได้แวะไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติภูผาม่านด้วย จริงแล้วฉันอยากจะมาที่นี่ตั้งนานแล้ว เพราะว่าเวลาไปภูกระดึงก็จะผ่านหน้าอุทยานแห่งชาติอันนี้อยู่บ่อยๆ นึกว่าสักวันน่าจะลองแวะเข้าไปเที่ยวดู



ที่ภูผาม่านนี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่จะให้เยี่ยมชมอยู่หลายที่เลยทีเดียว แต่ว่าแต่ละทีนั้นอยู่ค่อนข้างที่จะห่างไกลกัน และการที่จะเข้าถึงนั้นใช้เวลาอยู่ทีเดียว แต่แหล่งท่องเที่ยวของที่นี่ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า ขึ้นเขาหรือเยี่ยมชมน้ำตกนั้นดูแล้วน่าสนใจมาก ถ้ามีโอกาสคงต้องจัดโปรแกรมมาที่ภูผาม่านแห่งเดียว

เนื่องจากมีเวลาน้อยวันนี้พวกเราก็เลยเลือกที่จะไปเที่ยวแค่น้ำตกที่อยู่ใกล้ๆกับที่ทำการอุทยานแค่ที่เดียว





หลังจากที่ถ่ายรูปจนเต็มที่ต่อไปไม่มีแวะแล้วมุ่งตรงไปที่อุทยานน้ำหนาวกันเลยก่อนที่จะมืด

ที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวในวันนี้มีคนมาไม่มากแต่ก็มากกว่าที่ภูเรือ และคืนนี้พวกเราก็จะนอนเต็นท์กันที่นี่เพื่อเป็นการสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดกัน สำหรับกิจกรรมยอดนิยมตอนเย็นของทุกทีก็คือการไปดูพระอาทิตย์ตกดิน

ที่ดูพระอาทิตย์ตกดินนั้นต้องนั่งรถไป สถานที่นี้อยู่ไกลจากที่พักเลยทีเดียว แถมไปถึงที่แล้วยังต้องเดินขึ้นไปบนเขาที่ทางเดินทำเป็นบันไดเอาไว้เป็นขั้นๆประมาณ 200 กว่าขั้น เล่นเอาหลายคนเหนื่อยไปตามๆกัน





พระอาทิตย์ตกดินในวันนี้ไม่สามารถเห็นเป็นดวงกลมๆได้เนื่องจากมีเมฆมาบดบัง น่าเสียดายเหมือนกัน





อาหารเย็นวันนี้ไม่ได้ทำเองแล้ว พวกเราฝากท้องไว้กับร้านค้าในอุทยาน ร้านอาหารที่นี่มีแค่ 2 ร้านเองนี่ถ้าเป็นช่วงเทศกาลละก็วุ่นวายตายแน่ และคืนนี้ก็เหมือนดั่งเคยนั่งเล่นไพ่กันไปเรื่อยๆจนกว่าจะง่วง อากาศในตอนนี้ไม่ค่อยจะหนาวเท่าไหร่แต่มีฝนตกตลอดทั้งคืนเลย ทำให้ถุงนอนและเสื้อผ้าเปียกบอนกันไปตามๆกัน ไม่รู้ไปทำบาปอะไรมานอนเต็นท์ทีไรฝนตกทุกที

ปรากฏว่านอนไม่ค่อยจะหลับเลย รู้สึกตัวเป็นช่วงๆเพราะว่าผ้าเต็นท์เปียกทำให้น้ำซึมเข้ามาบ้าง

ฝนตกไปถึงตอนเช้าแหนะ ทำให้โปรแกรมไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า ตอนแรกก็จะไม่ได้ไป แต่แล้วไปๆมาๆเจ้าหน้าที่อุทยานก็มาตะโกนปลุกให้ตื่น ให้ไปดูทะเลหมอกแทน (อันนี้ใช้วิจารณญาณกันเองว่าเหมาะสมหรือเปล่า) แต่สำหรับฉันนั้นตอนนี้อยากจะออกไปจากเต็นท์ที่อุดอู้นี้มาก อย่างนั้นเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศไปโน่นไปนี่ดีกว่านอนอยู่เฉยๆ ถึงแม้จะรู้ว่าไปแล้วก็ไม่เห็นอะไรอยู่ดี



จุดที่ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น หรือทะเลหมอกนั้นไปทางเดียวกับที่ไปดูพระอาทิตย์ตกดิน แต่อยู่ใกล้กว่ากันมากเลย มีป้ายบอกไม่มีหลง แถมยังมีรถจอดอยู่เป็นจุดให้สังเกตเวลาขับในตอนเช้าได้อีกต่างหาก



และก็เป็นดั่งคาด ไปแล้วก็ไม่เห็นอะไร หมอกก็ฟุ้งเกิดไปที่จะเกิดเป็นทะเลหมอกได้อันนี้เนื่องมาจากการที่ความกดดันของอากาศยังไม่มากพอที่จะทำให้หมอกรวมตัวกันอยู่ในระดับต่ำได้ ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ

ตอนแรกก็กะว่าจะมีโปรแกรมเดินป่าเล่นๆสักหน่อยแต่ฝนตกมาแบบนี้ ไม่เอาดีกว่า อาจจะเที่ยวแบบแห้งๆไม่ได้เตรียมตัวมาเปียกคราวนี้ คิดได้ดังนั้นก็ทำให้หลังการเก็บเต็นท์แล้ว พวกเราก็มุ่งหน้าไปสู่เขาค้อกัน






 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2551 13:39:42 น.
Counter : 713 Pageviews.  

เที่ยวเชียงคาน 24 ตค 2551

โปรแกรมการท่องเที่ยวในวันนี้ก็คือ การไปเยือนอำเภอเล็กๆอำเภอหนึ่งของจังหวัดเลยที่เรียกว่า เชียงคาน



ตอนแรกฉันได้ข้อมูลเชียงคานมาจาก website อันหนึ่งตอนแรกๆก็ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ แต่หลังจากที่ฉันได้ไปเที่ยวหลวงพระบางแล้วก็เกิดอาการอยากจะไปเที่ยวในสถานที่ ที่มีบรรยากาศเป็นเมืองเงียบๆผู้คนไม่เยอะบ้าง และที่นี่ก็ดูน่าจะตอบสนองต่อความต้องการได้เป็นอย่างดีเลย

คณะของเราหลังจากที่เดินทางออกจากภูเรือแล้ว ก็ขับรถมุ่งหน้าไปสู่ตัวจังหวัดเลย และก็มุ่งหน้าไปที่อำเภอเชียงคานเลยโดยที่ไม่ได้แวะถ่ายรูปที่ไหนเลย



พวกเรานั้นมาถึงเชียงคานราวๆเที่ยง จริงๆแล้วในตัวเมืองนั้นก็ไม่ได้เงียบนัก แต่ว่าถ้าไปแถวถนนริมโขงนั้น แตกต่างกันเลย บรรยากาศนั้นดูเงียบสงบมาก นี่ขนาดตอนเที่ยงนะ แทบจะหาผู้คนไม่ได้เลย



อาหารมื้อเที่ยงวันนี้ พวกเราดั้นด้นขับรถหาร้านริมแม่น้ำโขงกัน ร้านนี้หาไม่ยากเลย แถมยังมีนักท่องเที่ยวคนอื่นๆมากินที่ร้านนี้ด้วย

สำหรับที่พักนี้ พวกเราจองกันมาตั้งแต่กรุงเทพแล้วกลัวว่ามาในช่วงเทศกาลแล้วจะหาที่พักไม่ได้ แต่เปล่าเลยที่พักนั้นจริงๆแล้วก็สามารถหาได้อยู่ มีนักท่องเที่ยวมาที่นี่ไม่เยอะในช่วงเทศกาลนี้ ไม่รู้ว่าถ้าหน้าหนาวช่วงปลายๆปีน่าจะมีคนมาเที่ยวมากกว่านี้

โรงแรมที่เราพักนั้นชื่อ โรงแรมสุขสมบูรณ์ มีคุณป้าดูแลอยู่คนเดียว โรงแรมนี้ค่อนข้างที่จะใหญ่กว่าที่อื่นๆในแถบนี้ ถามใครก็จะรู้จักโรงแรมนี้ ที่เห็นก็มีนักท่องเที่ยวมาพักกันหลายคนเหมือนกัน แต่ที่โรงแรมนี้ไม่มีของกินขาย แปลกดีนะเนี่ย ทำให้พวกเราต้องออกไปหากินกันที่ร้านอื่น แต่ก็ไม่เป็นไรยังไงก็อยากจะไปเที่ยวชมเมืองอยู่แล้ว



จริงๆแล้วถ้ามาถ่ายรูปที่เชียงคานนี้ก็จะมีอะไรให้ถ่ายเยอะเหมือนกัน เนื่องมาจากที่ว่าบ้านเรือนเป็นแบบอนุรักษ์ ค่อนข้างที่จะเก่าๆหน่อย โดยเฉพาะบ้านริมฝั่งโขง นอกจากการถ่ายรูปอันเป็นกิจกรรมที่พวกเราทำแล้ว การหาร้านนั่งกินโน่นกินนี่ ก็เป็นกิจกรรมได้อีกอย่างหนึ่ง



ที่เชียงคานนี้มีร้านอาหารหลายร้าน หลายสไตล์อยู่เหมือนกัน แล้วแต่คนชอบแบบไหน สำหรับร้านที่พวกเราไปนั่งนั้น มีระเบียบให้ไปนั่งกินอยู่บนชั้น 2 ของบ้านได้ทำให้ได้นั่งชมวิว รับลมไปพร้อมๆกันด้วยเลย





นอกจากการถ่ายรูปในตัวเมืองเชียงคานแล้ว พวกเราก็ยังได้ไปแวะชมแก่งคุดคู้ที่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงคานนัก ตอนแรกก็ว่าจะขับรถไปอยู่เหมือนกัน แต่ว่าหลังจากได้ถามทางแล้วดูเหมือนว่าจะมีระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงคานแค่ 5 กิโลเอง ทำให้พวกเราเปลี่ยนจากการขับรถเป็นขี่จักรยานไปกัน




สำหรับที่ให้เช่าจักรยานนั้นก็มีอยู่หลายที่เหมือนกัน บางแห่งที่พักก็มีให้เช่า แต่พวกเราก็เช่าจากร้านที่ไปนั่งกินกันนั้นแหละ ให้ราคาทั้งวัน 70 บาทต่อคันแต่ต่อรองเป็นครึ่งวัน 50 บาท



การปั่นจักรยานไปแก่งคุดคู้นั้นก็อาจจะดูเป็นเรื่องหนักหนาอยู่เหมือนกัน เพราะว่าระยะทาง 5 กิโลแถมคราวนี้อากาศดูจะร้อนๆเหมือนกัน ทำให้กลายเป็นเที่ยวแบบลำบากนิดหน่อย แทนที่จะได้มารับลมแบบชิวๆ

ที่แก่งคุดคู้นี้ นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเช่าเหมาเรือไปเที่ยวประเทศลาวได้ ถ้าไปกันหลายคนก็จะคุ้มหน่อยที่จะเหมาเรือ ฉันเห็นพวกนักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะนั้นก็เลือกที่นั่งเรือเล่นกันด้วย แต่สำหรับพวกฉันไปแค่ 4 คนก็เลยไม่เอาดีกว่า ก็เลยใช้เวลานั่งเล่นรับลมเย็นๆบริเวณนี้กันก่อนที่จะปั่นจักรยานอีก 5 กม.กลับตัวเมืองเชียงคานกัน





เนื่องจากว่าการมาปั่นจักรยานที่เชียงคานนี้ ทำให้สหายในทริปบางคนถึงขั้นปวดเมื่อยขึ้นมา พวกเราเลยจำเป็นต้องหาที่นวดกัน โดยที่พวกเราตัดสินใจกันที่จะไปอาบน้ำ แต่งตัว หาข้าวกินกันก่อนที่จะไปนวด

ร้านอาหารเย็นนี้เป็นร้านแบบบ้านๆเลย แต่ทำอาหารค่อนข้างอร่อย คุยไปคุยทำเจ้าของร้านบอกว่าไปอยู่กรุงเทพมาหลาย 10 ปีแล้ว ถึงว่าสิทำไมถึงทำอาหารได้ถูกปาก และราคาอาหารที่ร้านนี้ยังไม่แพงอีกต่างหาก

และแล้วเมื่อทุกอย่างพร้อมพวกเราก็ไปนอนนวดกัน ราคานวดที่นี่ดูไปแล้วก็ไม่ต่างจากกรุงเทพซักเท่าไหร่ อาจจะถูกกว่ากันถ้าไปนวดแบบไฮโซ เพราะว่าที่นี่นวดแบบบ้านๆ แต่ก็สบายดี





หลังจากที่ผ่านการนวดมาแล้ว จริงๆก็ 2 ทุ่มกว่าๆแล้วแทนที่จะได้กลับที่พัก แต่ก็มีสหายคนหนึ่งอยากจะนั่ง drink ขึ้นมา พวกเราก็เลยไปหาร้านนั่งฟังเพลงดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกฮอลกัน ที่เชียงคานนี้ตอนแรกฉันก็คิดว่าไม่น่าจะมีร้านพวก drink แบบนี้ แต่ที่ไหนได้ก็มีเหมือนกันนี่อาจจะเป็นเพราะว่าได้รีบวัฒนธรรมแบบตะวันตกมาก็เป็นไป เพราะเมื่อฉันพิจารณาดูวิถีชีวิตของที่นี่แล้ว ไม่น่าจะมีร้านพวกนี้เลย หรือนี่ก็อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงไปอีกด้านหนึ่งของเมืองเมื่อมีความเจริญเข้ามา อันซึ่งนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนแค่ครั้งคราวคงไม่สามารถตอบได้ว่ามันดีหรือไม่ดี เพียงได้แค่รับรู้ว่ามีหรือไม่มีก็เท่านั้นเอง


บรรยากาศยามดึกของเชียงคาน


มีโปรแกรมอย่างหนึ่งที่น่าจะทำเมื่อมาเชียงคาน นั่นก็คือการตักบาตร แม้ว่าการตักบาตรที่นี่จะคล้ายกับที่หลวงพระบางก็คือเป็นการตักบาตรข้าวเหนียว แต่ว่าจริงๆแล้วเราไม่ต้องใส่แต่ข้าวเหนียวก็ได้ จะใส่กับข้าวแบบที่เคยใส่ในเมืองทั่วๆไปก็ได้

หลักจากที่พวกเราได้นอนหลับเอาแรงกันเต็มที่แล้ว นาฬิกาก็ปลุกให้ตื่นกันตอนตี 5 เพื่อที่จะต้องไปซื้อของมาใส่บาตรกัน การตักบาตรที่นี่ยังไม่เป็น commercial เท่าที่หลวงพระบาง ที่นั้นเรียกได้ว่าไปแต่ตัวบวกกับมีเงินก็พอ แต่ที่เชียงคานนี้ก็ต้องออกแรงบ้างอยู่เหมือนกัน

พวกเราไปที่ตลาดเช้า ที่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักเลยเดินไปได้ ตลาดที่นี่ก็ไม่ได้แปลกตาอะไรนัก ดูๆไปแล้วก็ไม่ได้มีของแปลกหรือแตกต่างอะไร เป็นตลาดสดซื้อขายของกันเหมือนกับที่จังหวัดอื่น



อาหารที่จะใส่บาตรนี้ พวกเราตัดสินใจที่จะใส่บาตรกันทั้งของคาว ของหนาว ผลไม้ และน้ำ เรียกว่าครบเลย และจะใส่คนละ 3 รูป







ส่วนที่สำหรับไปตักบาตรนั้น ก็เดินไปแถวหน้าวัดเท่านั้นเอง ที่เชียงคานก็มีวัดอยู่หลายแห่งเหมือนกันแต่ว่ามีพระสงฆ์จำวัดอยู่ไม่มากเหมือนที่หลวงพระบาง







สงสัยว่าการตักบาตรที่นี่จะไม่ใช่จุดขาย ทำให้ไม่ค่อยจะมีนักท่องเที่ยวมาตักบาตรกันซักเท่าไหร่ แต่ถึงจะมีคนมาตักบาตรเยอะก็ตาม จำนวนของพระสงฆ์ก็มีไม่มากอยู่นี้ เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว





ตอนเช้าที่เชียงคานนี้หมอกลงจัดมากเลย ทำให้ไม่เห็นวิวทิวทัศน์ของฝั่งลาว แต่ก็อย่างว่านะดีไปได้บรรยากาศไปอีกแบบหนึ่ง

เมื่อพวกเราเสร็จสิ้นภาระกิจในตอนเช้าแล้ว อาบน้ำ แต่งตัว กินข้าว กินปลา ต่อไปก็เป็นการถ่ายรูป ถ่ายรูป และถ่ายรูป







ใกล้กับที่เชียงคานนี้จะมีวัดที่มีรอยพระพุทธบาทอยู่แห่งหนึ่งด้วย อยู่ไปทางแก่งคุดคู้แต่เลยไปหน่อยอีกประมาณ 5 กม. แต่งานนี้คนที่ไม่มีรถท่าทางจะไปลำบาก ถ้าขืนขี่จักรยานไปละก็ไม่ไหวแน่นอน



จริงๆก็แอบเสียใจเล็กน้อยที่ไม่มีเวลาอยู่เชียงคานนานกว่านี้ แต่ว่าถ้าอยู่นานเกินไปก็ไม่รู้ว่าจะเบื่อหรือเปล่านะสิ และแล้วพวกเราก็ต้องดำเนินการไปตามแผนต่อไปด้วยการขับรถกลับ โดยที่มีเป้าหมายที่จะพักคืนนี้เป็น อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว




 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2551 9:31:19 น.
Counter : 555 Pageviews.  

เที่ยวภูเรือ 23 ตค 2551




ฉันลองมาคิดๆดูแล้วช่วงวันปิยะทีไรฉันมีอันเป็นต้องเดินทางไปท่องเที่ยวเสียทุกครั้ง ปีนี้ก็เช่นเดียวกันฉันมีนัดกับสหายทั้งหลายรวมกันแล้ว 4 คนขับรถไปเที่ยวภูเรือ เชียงคาน และน้ำหนาวกัน สำหรับวันแรกนี้พวกเราตัดสินใจที่จะไปนอนเต็นท์กันที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ ทั้งๆที่จริงแล้วแถวๆภูเรือนี้มีรีสอร์ทอยู่มากมาย แต่เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในภาวะแบบนี้การปักเต็นท์จึงเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว



วันแรกนี้พวกเราออกเดินทางประมาณ 8 โมงกว่าๆ โดยใช้เส้นทาง กทม-สระบุรี-ชัยบาดาล-วิเชียรบุรี-เพชรบูรณ์-หล่มสัก-ด่านซ้าย-ภูเรือ ซึ่งในระหว่างทางนี้พวกเราก็แวะกินอาหารตามทางไปเรื่อยๆโดยไม่ได้เร่งรีบให้ถึงที่หมายแต่ประการใด

ข้าวกลางวันในวันแรกของเรานั้นเป็น ไก่ย่างวิเชียรบุรีกับส้มตำ จริงๆแล้วฉันขับรถผ่านแถวนี้บ้างเหมือนกันเวลาไปเที่ยวแต่ไม่เคยแวะสักกะที แต่ก็เคยแอบนึกสงสัยเหมือนกันแต่ก่อนว่าแถวนี้มีอะไรดีหน่อคนถึงได้แวะจอดรถกันหลายคนเลย แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าแวะกินไก่นั้นเอง

และถัดจากการกินไก่ย่างพวกเราก็ยังไปแวะกิน ขนมจีนหลายหลากสีแถวๆหล่มสัก ขนมจีนแถวนั้นอร่อยดี ถ้าผ่านมาครั้งหน้าละก็รับรองฉันต้องแวะอีกแน่นอน



เนื่องจากกลายเป็นทริปเอ่อระเหยทำให้พวกเราไปถึงภูเรือตอน 4 โมงกว่าๆใช้เวลาเดินทางกันนานพอควรเลย สำหรับภูเรือในวันนี้คนยังไม่เยอะนักมีที่ให้พวกเรากางเต็นท์กันได้หลายจุดทีเดียว แต่ว่ากว่าจะกางเต็นท์เสร็จก็ไม่มีเวลาจะไปถ่ายรูปแล้วเพราะว่าฟ้าช่วงนี้มืดเร็วแล้วด้วย แถมดูเหมือนฝนจะตกอีกต่างหาก มื้อเย็นวันนี้ก็เป็นการทำอาหารกินกันเองเป็นการประหยัดอีกเช่นเคยแต่ดูเหมือนว่าจะกินกันไม่ค่อยจะอิ่มสักหน่อย ทำให้ตอนกลางคืนฉันต้องขอแอบไปซื้อนมกินที่ร้านค้าบนภูเรือ



คืนนี้สำหรับกิจกรรมชาวค่ายก็ไม่พ้นการเล่นไพ่ นานๆทีจะได้เล่นไพ่ใต้แสงตะเกียงทีก็สนุกดีเหมือนกันทำให้ลืมภาระกิจการทำงานที่เคร่งเครียดไปได้อย่างน้อยก็ชั่วขณะหนึ่งเหมือนกัน

แต่ว่าตอนกลางคืนแทนที่จะได้นอนสัมผัสอากาศเย็นๆ ฝนกับตกซะเนี่ยแหละทำให้ฉันต้องออกไปซ่อมแซมเต็นท์สักเล็กน้อยมิเช่นนั้นแล้วคืนนี้อาจจะต้องนอนแช่้น้ำก็เป็นได้

ไม่รู้ว่าไปทำบาปอะไรมาตอนเช้าที่พวกเรามีโปรแกรมไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันมีอันต้องยกเลิก เพราะว่าท้องฟ้าปิดมีหมอกลงจัดแถมมีฝนตกอีกต่างหาก ทำให้พวกเราไม่ได้ไปไหนกันเลยเอาแต่เล่นไพ่กันจนถึง 9 โมงกว่าๆถึงจะได้เก็บเต็นท์ อันนี้เป็นความลำบากของเวลามานอนเต็นท์เลยเวลาที่ฝนตก เพราะว่ามันทำให้ข้าวของของพวกเราเปียกไม่มากก็น้อย







แต่ว่าหลังจากที่ฝนหยุดแล้ว พวกเราก็ได้ไปเดินเที่ยวที่ยอดภูเรือกัน แต่ก็ไม่สามารถที่จะเห็นวิวทิวทัศน์อะไรได้เลย เนื่องจากมีหมอกลงจัดมากบริเวณนี้ มาเที่ยวภูเรือได้เสียเที่ยวมาก และถึงแม้ว่าบนภูเรือจะมีที่เที่ยวที่อื่นอีกอยู่ไม่น้อย แต่ว่าพวกเราก็ไม่ได้ไปเที่ยวกันเนื่องมาจากหมอกอีกนั้นแหละแถมยังเวลาก็ยังได้ล่วงเลยกันมามากแล้ว







เมื่อได้ไปเที่ยวช่วงอากาศหนาวทีไร มันทำให้ฉันอดคิดนึกภาพตัวเองนั่งอยู่ริมหน้าผา ฟังเสียงลมพัดกระทบยอดใบสนไม่ได้เลย ช่วงเวลาที่อยู่แบบนั้นมันรู้สึกสงบและเป็นสุขใจทีเดียว เสียดายที่อากาศบนภูเรือไม่เป็นใจ ทำให้รู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย นี่ถ้าฉันได้มีโอกาสกลับมาที่นี่อีกก็จะดีทีเดียวเพราะอย่างน้อยจะได้บอกคนอื่นได้เต็มปากว่ามาเที่ยวภูเรือจริงๆนะ คราวนี้เหมือนมานอนอย่างเดียวเอง



และแล้วการเดินทางต่อจากภูเรือของเราก็เป็นอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2551 9:35:02 น.
Counter : 2101 Pageviews.  


ลานสน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ตราบที่ยังมีความฝัน ตราบนั้นก็ยังเดินหน้าสู้ต่อไป
Custom Search
Friends' blogs
[Add ลานสน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.