บันไดมนุษย์ images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 

ทริปตามหาดอกซากุระ ดอยปุย-ขุนช่างเคี่ยน 23ธค2007



หลังจากที่นอนฝ่าความหนาวเย็นที่ห้วยน้ำดังมา 1 คืนแล้วเช้านี้ฉันตื่นก่อนที่นาฬิกาปลุกจะดังขึ้นเสียอีก จริงๆแล้วก็เพราะว่าเริ่มหิวเสียแล้วนอนไม่หลับแล้วละ ฉันลุกออกจากเต็นท์ประมาณตี 5 เดินไปเดินมาเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย พร้อมกับเป็นรอเพื่อนที่มาด้วยกัน โดยพวกเรามีนัดไปดูทะเลหมอกที่จุดชมวิวกันประมาณ 6 โมงเช้า

จากจุดกางเต็นท์นั้น พวกเราต้องออกแรงเดินไปประมาณ 500 เมตรก็ถึงจุดชมวิว ระหว่างทางเดินนั้นก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวหายกลุ่มมุ่งหน้าไปที่เดียวกันกับพวกเรา ฉันก็เริ่มคิดในใจเหมือนกันว่า จะไปเจอทะเลคน แทนทะเลหมอกมากกว่าละมั่งแบบนี้





เมื่อไปถึงนั้น ปรากฏว่าพระอาทิตย์ก็ยังไม่ขึ้น ไปแต่ถ่ายรูปทะเลหมอกแบบมึดๆ ไปพลางๆก่อน แต่ก็ดีที่คนไม่เยอะเท่าที่คิดไว้





เมื่อเริ่มมีแสงอาทิตย์ขึ้น เสียงเหล่าผู้คนที่มาถ่ายรูปก็มากขึ้น เหล่ากล้อง Digital นับไม่ถ้วนถูกนำขึ้นมาใช้ถ่ายรูปปรากฏการของธรรมชาติอันสวยงามอันนี้





หลังจากที่ได้ดื่มด่ำกับทะเลหมอกอย่างจุใจแล้ว ก็ถึงคราวที่ต้องเก็บข้าว เก็บของออกเดินทางกันต่อ โดยที่สถานที่ต่อไปนั้นก็เป็นบ่อน้ำร้อน(จำชื่อไม่ได้แล้ว) เพื่อที่จะไปแช่น้ำร้อน แก้หนาวกันที่นั้น ส่วนระยะทางก็ไม่ไกลจากห้วยน้ำดัง ประมาณ 10 กิโลเท่านั้นเอง



ที่นี่มีบ่อน้ำร้อนแบบรวม และแยกเป็นห้องๆด้วย การแช่น้ำเค้าให้แค่ 20 นาทีเท่านั้น คาดว่าคงกลัวคนจะไม่ขึ้นแน่นอน นอกจากจะมีบ่อน้ำร้อนแล้วยังมี น้ำพุร้อนอีกด้วย

สำหรับการตามล่าหาซากูระนั้น ยังไม่จบเพียงแค่นี้ พวกเรายังคงเดินหน้าหากันต่อไป จุดหมายต่อไปก็คือ บ้านขุนช่างเคี่ยน ซึ่งอยู่บริเวณดอยปุยนั้นเอง

ฉันขับรถย้อนเข้ามาที่ตัวเมืองอีกครั้ง และกับขึ้นไปที่ดอยสุเทพ เลยไปที่ดอยปุย และต่อไปที่บ้านขุนช่างเคี่ยน เส้นทางหลังจากดอยปุ่ยไปแล้ว ทางค่อนข้างแคบ เวลารถจะสวนกันทีก็ต้องใช้ความสามารถมากทีเดียว

















ที่บริเวณนี้จะมีร้านกาแฟน่ารักๆแห่งหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นร้านกาแฟที่เอาไว้ชมซากูระนี้เลยก็ว่าได้ สวยงามมากบริเวณนี้













และทริปนี้ก็จบลงด้วยการไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพกันก่อนที่ จะกลับลงไปนอนทีGuest house ในตัวเมืองเชียงใหม่

ฉันไม่เคยคิดว่าประเทศไทยจะมีสถานที่สวยๆแบบนี้อยู่ด้วย คิดไม่ผิดเลยที่มาตามล่าหาดอกซากูระครั้งนี้ (อีกอย่างโชคดีด้วยที่มาได้ถูกจังหวะ ถูกเวลา)




 

Create Date : 31 ธันวาคม 2550    
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2551 23:51:40 น.
Counter : 371 Pageviews.  

ทริปตามหาดอกซากุระ ขุนแม่ยะ 22ธค2007



พี่ไปขุนแม่ยะไหม ไปดูดอกซากูระกัน? เป็นเสียงของน้องคนหนึ่งชักชวนฉันไปเที่ยวที่ขุนแม่ยะ ที่ซึ่งฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนและก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนด้วย ส่วนเรื่องถ่ายรูปดอกซากูระนั้นก็เฉยๆไม่คิดว่าจะสวยอะไรมากมาย ตอนแรกฉันก็เฉยๆมากกับทริปนี้ เพราะว่าฉันวางแผนจะไปเที่ยวที่อื่นอยู่แล้วในช่วงวันหยุดยาว

แต่แล้วทริปของฉันก็มีอันต้องล่มไม่เป็นท่า ทำให้ฉันคิดถึงขุนแม่ยะนี้เป็นอันดับแรก และฉันก็ได้ชักชวนเพื่อนที่เพิ่งจะกลับมาเจอกันได้ไม่นานนี้ไปด้วย แต่น้องที่ชวนฉันไปนั้นปรากฏว่าไม่สามารถไปในวันที่ฉันกำหนดการเดินทางได้....เสียใจด้วยนะน้องเอ๋ย

ทริปตะลุยหาดอกซากูระนี้ พวกเราไปกัน 3 คนขับรถไปกันเองเริ่มจากออกจากกรุงเทพตอน 3 ทุ่มของคืนวันศุกร์ที่ 22 ธค ขับรถไปเรื่อยๆจนถึงเชียงใหม่ตอนตี 4 ครึ่ง พวกเราก็ไปหาโรงแรมนอนกันสักพักก่อนเพราะว่าฉันเหนื่อยมากขับรถคนเดียวทั้งคืน ถ้าจะให้นอนในรถนั้น ฉันไม่สามารถหลับได้สนิทแน่ ขอนอนให้สนิทหน่อยสัก 2-3 ชั่วโมงก็ยังดี



ข้อมูลการเที่ยวขุนแม่ยะ ฉันขอยกความดีความชอบให้กับเพื่อนร่วมทริปของฉัน พวกเค้าหาข้อมูลมาเพียบเลย ส่วนฉันขับรถอย่างเดียว

เส้นทางไปขุนแม่ยะนั้น ต้องขับรถไปทางห้วยน้ำดัง ขุนแม่ยะนั้นจะอยู่เลยอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังไปอีกประมาณ 2 กม. จุดที่สังเกตุได้ชัดเจนมากก็คือ ไปจอดรถที่ด่านตรวจระหว่างทาง ซึ่งฉันคิดว่ามีเพียงด่านเดียวเท่านั้น ถ้าขับรถเลยด่านนี้ไปอีก 10 กม ก็จะถึงปายแล้ว

ที่ด่านนี้พวกเราต้องเหมารถกระบะของเจ้าหน้าที่เข้าไปที่ขุนแม่ยะ เพราะว่ารถเก๋งไม่สามารถเข้าไปได้ โดยราคาเหมารถไป-กลับก็ 800 บาท



เมื่อนั่งรถกระบะเข้าไปถึงที่ทำการ ฉันก็ได้ตื่นตาตื่นใจกับภูมิสถาปัตย์บริเวณข้างในนี้มาก มันทั้งสวยงามและร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ และดอกซากูระที่บานแล้ว ที่สำคัญคนน้อยมากๆ









เสียดายที่พวกเราไม่ได้ค้างแรมกันที่นี่เพราะไม่ได้เอาอาหารและอุปกรณ์การค้างแรมคิดตัวมาด้วย ถ้ามาให้ในปีต่อไปไม่พลาดแน่นอน







โปรแกรมของพวกเราหลังจากดูดอดซากูระที่ขุนแม่ยะแล้ว พวกเราจะไปค้างแรมกันที่ห้วยน้ำด้ง เพื่อที่จะชมทะเลหมอกในตอนเช้า เมื่อไปถึงห้วยน้ำดังแล้ว พวกเราก็หาที่กางเต็นท์กัน โดยพยายามหลีกเลี่ยงตรงที่คนเยอะๆ และใกล้ห้องน้ำ แต่ไปๆมาๆ บริเวณกางเต็นท์ของพวกเราก็หนาแน่นไปด้วยผู้คนในตอนกลางคืน แต่ก็ยังดีนี่พวกเค้า ถึงจะมากันเยอะแต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงรบกวนพวกเราแต่ใดเลย











คืนนี้ที่ห้วยน้ำดังหนาวมาก แต่เป็นความหนาวเนี่องจากลม ลมแรงตลาดทั้งคืน ตั้งแต่เที่ยวมาไม่เคยเจอลมอะไรแบบนี้เลย ดีนะที่เต็นท์ไม่พังมาตอนกลางคืนไม่งั้นต้องหากลางเต็นท์ตอนมืดๆแน่....




 

Create Date : 28 ธันวาคม 2550    
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2551 23:52:11 น.
Counter : 250 Pageviews.  


ลานสน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ตราบที่ยังมีความฝัน ตราบนั้นก็ยังเดินหน้าสู้ต่อไป
Custom Search
Friends' blogs
[Add ลานสน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.