ทำภาพวีดีโอง่ายๆ ด้วย windows movie maker
มีขั้นตอนดังนี้ค่ะ..


1 เปิดโปรแกรมโดยไปที่ Start > All Programs แล้วหาโปรแกรม windows movie maker สัญลักษณ์เป็นแบบภาพด้านล่างนี้จ๊ะ




2 เมื่อเปิดเข้ามาในโปรแกรมจะเป็นดังภาพด้านล่าง และมีส่วนต่างๆของโปรแกรมตามนี้จ๊ะ

ส่วนต่างๆ ของโปรแกรม

•Movie Task เป็นแถบงาน ที่มีตำสั่งต่างๆ สำหรับการทำ VDO ให้เราเลือกใช้
•Collection จะเป็นที่เก็บภาพ วีดีโอ เพลง ที่เรา Import เข้ามา
•Preview ส่วนแสดงวีดีโอที่เราได้ทำขึ้น
•Storyboard เป็นส่วนที่แสดงภาพข้อความ วีดีโอ เสียง ตามลำดับเวลา สามารถเปลี่ยนเป็นมุมมองแบบ Timeline ได้


3 รายละเอียดของ ส่วนต่างๆ ของ Movie Tasks กันบ้าง มีทั้งหมด 4 ส่วน ได้แก่....
•Capture Video เป็นส่วนนำเข้าวีดีโอ รูปภาพ และเสียง
•Edit Movie จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการใส่ video effects, video transitionsหรือการเปลี่ยนภาพในวีดีโอ และการใส่ข้อความลงในวีดีโอ
•Finish Movie ส่วนจัดการกับ VDO เมื่อทำเสร็จแล้ว
•Movie Making Trips เป็นคำแนะนำการใช้ต่างๆ


4 เริ่มจากการนำรูปเข้า โดยไปคลิกที่ Import Picture จากนั้นคลิกเลือกรูป และคลิก Import รูปที่นำมาทำวีดีโอ อาจจะเป็นรูปที่มีการ resize หรือลดขนาดแล้ว โดยปกติในวีดีโอที่ทำจะมีขนาด 640x480 แต่ภาพที่มาทำไม่ควรเล็กหรือใหญ่เกินไป


5 รูปที่เลือกไว้แล้วก็จะมาอยู่ใน Collection ให้ลากรูปที่ต้องการ มาใส่ใน Storyboard ตามลำดับรูปที่ต้องการให้แสดงก่อนและหลัง ไปตามลำดับ


6 ใส่ video effect ให้คลิกที่ view video effect รูปภาพนั้นๆ จะเปลี่ยนแปลงตาม effect ที่ได้เลือก เช่น จากสีกลายเป็นขาวดำ หรือจากชัดกลายเป็นเบลอ แต่ถ้าไม่ต้องการ effect ก็จะไม่ใส่


7 ใส่ Transition คือ Effect ในระหว่างที่จะเปลี่ยนจากรูปหนึ่งสู่อีกรูปหนึ่ง ให้คลิกที่ View video transition แล้วลาก transition ที่เลือก ลงไปใส่ในช่องที่อยู่ระหว่างรูป สามารถกด Play ดูผลตัวอย่างของ transition ที่เลือก ก่อนที่จะลากลงมาใส่ก็ได้


8 ใส่เสียงเพลง คลิกที่ Import audio or music และเลือกเพลงที่ต้องการ คลิกที่ Import เพลงจะเข้ามาอยู่ใน Collection ลากเพลงไปใส่ไว้หน้าสุดของ Storyboard
และ มุมมองจะเปลี่ยนเป็นแบบ Timeline สามารถคลิกให้กลับไปเป็นแบบ Storyboard ได้โดยคลิกที่ Show Storyboard


9 ใส่ข้อความ ให้คลิกที่ Make titles or cradits ในส่วนของ Make titles or cradits จะมีให้เลือกดังนี้
•title at the beginning ใส่ตอนเริ่มวีดีโอ
•title before the selected clip ใส่ก่อนหน้ารูปที่เลือก
•title on the selected clip ใส่บนรูปที่เลือก
•title after the selected clip ใส่หลังรูปที่เลือก
•cradits at the end ใส่ Cradit ตอนจบวีดีโอ


10 พิมพ์ข้อความที่ต้องการใส่ในวีดีโอ จากนั้นคลิกที่ Change the title animation คลิกเลือกแบบที่ต้องการ ซึ่งจะมีการแสดงตัวอย่างให้ดูทางจอภาพด้านขวามือ หากต้องการเปลี่ยนสีและแบบอักษรคลิกที่ Change title text font and color และกำหนดค่าต่างๆ ตามต้องการ เสร็จแล้วคลิกที่ Done, add title to movie


11 เมื่อเสร็จสิ้นการทำภาพวีดีโอแล้ว ไฟล์ที่ได้จะเป็นนามสกุล .MSWMM และการแปลงไฟล์เป็นไฟล์วีดีโอ ให้คลิกที่ Save to my computer
แล้วตั้งชื่อไฟล์และเลือกที่จะเก็บวีดีโอ จากนั้นคลิกคำว่า Next


12 แล้ว เลือกคุณภาพของวีดีโอ หากต้องการตัวเลือกอื่นๆ เพิ่มเติม ให้คลิกที่ Show more choices เมื่อเสร็จแล้้วคลิก Next


13 โปรแกรมจะทำการ Save และเมื่อ Save เสร็จแล้ว ให้คลิกที่คำว่า Finish หากไม่ต้องการให้เล่นภาพวีดีโอหลังจาก Save ให้เอาเครื่องหมายถูกที่ Play movie when I click Finish ออก และไฟล์วีดีโอที่ได้จะเป็นนามสกุล .wmv


14 สามารถ นำวีดีโอนั้นๆ นำมาใช้ใส่ใน Blog หรือจะนำไปลง ใน YouTube หรือ Google ก็ได้ค่ะ


************************************************



Create Date : 24 มกราคม 2555
Last Update : 12 มีนาคม 2555 12:08:55 น.
Counter : 1837 Pageviews.

40 comment
ชวนทำบลูเบอร์รี่ชีสพายกินเอง
ขอบอกก่อนว่า ด้วยความที่เป็นคนชอบกิน ช๊อคโกแลตหน้านิ่ม กับบลูเบอร์รี่ชีสพายมากๆ และกินทีเยอะซะด้วย ทีนี้แถวบ้านไม่ค่อยมีขาย ต้องไปซื้อที่ห้างฯ ที่มีขายแต่มันก็ไกลจากบ้าน ทีนี้ด้วยความชอบทำอาหารอยู่แล้ว บวกกับเจ้านายตัวน้อย(ลูกชายคนโต) อยากกินและชอบชมฝีมือว่า..ทำอะไรก็อร่อย! อิอิ เราก็บ้ายอซะด้วยสิ จึงชวนกันไปหาซื้อของมาทำกัน มาดูกันดีกว่าว่าทำอย่างไรบ้าง ขอบอกว่ารสชาดอร่อยจริงๆนะ..(คุยโวซะหน่อย)


ส่วนผสม


1. ครีมชีสยี่ห้อ แคโรไลน์ หรือ คราฟ 1 ก้อน

2. แคร็กเกอร์ยี่ห้อ โรซี่ หรือ ยี่ห้ออื่น 3 - 4 อัน

3. เนยจืด 2 - 3/4 ส่วน

4. แยมบลูเบอรี่ 1 ขวด

5. ถาดอลูมิเนียมฟอล์ย ไม่มีใช้ถาดพลาสติกก็ได้ (เราหาซื้อไม่ได้ก็เลยใช้ถาดพลาสติกแบบชนิดปลอดภัย)

6. นมข้นหวาน 2 - 3 ช้อนโต๊ะ


มาดูวิธีทำกันเลย!








เตรียมของทั้งหมดให้ครบถ้วน ตามรูปนะจ๊ะ








นำแคร็กเกอร์มาทุบให้ละเอียด หรือ กึ่งหยาบก็ได้ เราตำกะครกเลย แต่ต้องล้างครกให้แห้งสะอาดก่อนนะ








ใส่เนยจืดที่ละลายแล้วลงในแคร็กเกอร์คลุกให้เข้ากัน (วางเนยไว้ด้วยอุณหภูมิห้อง หรือเข้าไมโครเวฟให้ละลายก็ได้ เราใจร้อนเอาเข้าเวฟเลย แต่เอาแค่ละลายนิ่มๆนะ อย่านานเกินไป







ภาพเมื่อคลุกเคล้ากันเสร็จแล้ว หน้าตาเป็นแบบนี้







จากนั้นนำมาอัดลงในถาดอลูมิเนียมฟอลย์หรือถาดพลาสติก ให้แน่นๆ ความหนาหรือบางขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนนะจ๊ะ แต่ต้องเหลือพื้นที่ไว้ใส่ครีมชีสด้วยนะ เมื่ออัดแน่นจนพอใจแล้ว ก็นำไปแช่ในช่องแช่แข็งได้เลย (เราชอบแบบหนาๆ ไม่ชอบบางๆ)







นำครีมชีสมาตีให้เหลว ขณะที่ตีค่อยๆใส่นมข้นหวานลงไปทีละน้อยนะจนหมด ชอบหวานมากหรือน้อยก็อยู่ตรงนี้นะ ขึ้นอยู่กับปริมาณของนมที่ใส่







ครีมชีสที่เหลวแล้วจะเป็นแบบนี้







จากนั้นนำแคร็กเกอร์ที่แช่เย็นออกมา แล้วเทครีมชีสเทใส่ลงไป ปาดให้เรียบร้อย และนำกลับไปแช่แข็งไว้อย่างเดิม







เมื่อครีมชีสแข็งตัวแล้ว ก็ใส่แยมบลูเบอร์รี่ลงไป จะมากน้อยก็แล้วแต่ใจชอบนะจ๊ะ จะเอาเข้าตู้เย็นอีกรอบก็ได้ หรือจะตัดแบ่งกินเลยก็ได้นะจ๊ะ ที่สำคัญ หากอยากก็บไว้กินนานๆ ก็ต้องก็บไว้ในช่องแข็ง แต่อย่านานเกิน 7 วันนะจ๊ะ






หน้าตาที่ทำออกมาเป็นแบบนี้ และได้ตัดกินไปแล้ว อั้ม อร่อยจัง!







Create Date : 10 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 12 มีนาคม 2555 12:09:08 น.
Counter : 797 Pageviews.

7 comment
เพ้นท์ลายเสื้อยืดใส่เอง



การทำลวดลายเสื้อยืดมี 2 วิธี   คือ ใช้สีเทียนเขียนผ้า กับใช้สีน้ำเขียนผ้า





แบบที่ 1  สีเทียน


ข้อดี    :  ง่าย เสร็จเร็ว ทำให้มีกำลังใจในการทำหลายๆ ตัว ลวดลายออกมาดูน่ารักแบบเด็กๆ

ข้อเสีย   : สีเทียนชอบหัก ควบคุมเส้นยาก เสี่ยงต่อการเลอะเทอะ

อุปกรณ์

1.เสื้อยืดสีขาวล้วน ดีกว่า สีสดๆ
2.สีเทียนเขียนผ้า 1 กล่อง
3.กระดาษขาวเเข็ง กรรไกร ดินสอ
4.กระดาษไข
5.เตารีด


วิธีทำ

1. ตัดกระดาษขาวเเข็งเป็นสี่เหลี่ยมเอาไว้รองใต้ผ้าที่จะวาดลาย

2. เอากระดาษรองใต้ผ้าและร่างแบบที่ต้องการ

3. ละเลงลวดลายด้วยสีเทียน เริ่มจากซ้ายไปขวานะ จะได้ไม่เลอะเทอะ

4. เสร็จแล้วให้เอากระดาษไขมาวางทับลายที่วาดไว้

5. รีดลงไปบนกระดาษไข จนน้ำมันของสีเทียนซึมออกมา

6. เสร็จแล้ว นำไปซัก สีจะซีดลงนิดหน่อย แล้วนำไปตากจนแห้ง ก็จะได้เสื้อเพ้นท์ฝีมือน่ารักๆ ที่ไม่เหมือนใคร



แบบที่ 2   : สีน้ำ


ข้อดี : งานเนี๊ยบ สวยกว่าสีเทียน เสร็จแล้วไม่ต้องรีดทับ และไม่เลอะเทอะ แต่ต้องอาศัยฝีมือสักนิด

ข้อเสีย : ช้า ไม่ทันใจ กว่าจะได้แต่ละตัวและสีมันต้องผสมเองเวลาสีหมด ในขณะที่ยังวาดไม่เสร็จ จะผสมให้เหมือนเดิมมันยากมาก และสีที่บีบทิ้งไว้ในจานสี มักแห้งไว

อุปกรณ์

1.เสื้อยืดเปล่า
2.สีน้ำเขียนผ้า
3.กระดาษขาวเเข็ง กรรไกร ดินสอ
4.พู่กัน แก้วใส่น้ำไว้ล้างพู่กัน

วิธีทำ

1. ตัดกระดาษขาวเเข็งเป็นสี่เหลี่ยมและรองใต้ผ้าเหมือนแบบสีเทียน

2. ร่างแบบลวดลายที่ต้องการด้วยดินสอ

3. บีบสีออกจากหลอด และผสมสีตามต้องการ

4. ใช้พู่กันจุ่มสี แล้ววาดลงบนเสื้อ

5. เสร็จแล้วก็ผึ่งสีให้แห้ง ก็นำเสื้อมาใช้งานได้แล้ว

................................................................................................................................................................

หมายเหตุ  :    เคยเพ้นท์เสื้อยืดสีขาว ให้เจ้าตัวเล็กเอง แต่ใช้สีเทียนนะ เป็นลวดลายที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเอง ไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งเจ้าตัวเล็กชอบมาก ทุกวันนี้ยังใส่อยู่เลย  แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปขั้นตอนในการทำเอาไว้  ตอนที่ซื้อเสื้อยืดสีขาวมา ก็ซื้อแค่ตัวละ 39 บาทเอง เนื้อผ้าก็ใช้ได้ดี ไม่ขี้เหร่ซะทีเดียว ซื้อมาสองตัว กะว่าอีกตัวที่เหลือจะให้เจ้าตัวเล็กได้ละเลงงานศิลปะด้วยตัวเอง






Free TextEditor










Create Date : 10 มิถุนายน 2553
Last Update : 12 มีนาคม 2555 12:09:18 น.
Counter : 6431 Pageviews.

12 comment

Valentine's Month



radakorn
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีต้อนรับทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ

เจ้าของบล็อคนี้ชอบอ่านหนังสือทุกแนว จึงทำให้เขียนนิยายหลายแนวไปด้วย และสนใจถนัดเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย รูปร่าง ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน หน้าตาผิวพรรณ ความงามต่างๆ พร้อมยังมีสินค้าอาหารเสริมทุกชนิดและเครื่องสำอางของแท้ ของดี ราคาย่อมเยาอีกด้วยค่ะ

ติดต่อ หรือ สั่งซื้อสินค้า ได้ที่ 087 - 6811455
อีเมล cakecareshop@gmail.com

งานเขียนในเวบนี้ เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ห้ามคัดลอกดัดแปลง เผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นอาจมีความผิด ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537

เพื่อนๆ สามารถเข้าชมใน Facebook ได้ค่ะ