All Blog
วีซ่าเชงเก้น......เรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
ตอนนี้สติล่องลอย อดนอนมาข้ามวันข้ามคืน

เก้าโมงเช้าวานนี้เดี๊ยนออกจากบ้านไปบินรูทปักกิ่ง เครื่องออกบ่ายโมงตรงแต่กว่ารถลูกเรือจะถึงสนามบินก็เล่นเอาใจหายใจคว่ำเพราะรถบัสเกิดดับเอาดื้อๆกลางถนนถึงสองครั้ง บรรยากาศในรถเล่นเอาอีแอร์เหงื่อแตก
สจ๊วตแขกจักแร้เปียกไปตามๆกัน



แต่โซนหน้าที่นักบินและเพอร์เซอร์นั่งกันไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่พวกข้างหลังแอร์รถเจ๊งโบ๊ะก็โบกพัดกันเข้าไป แดดส่องอีกกรู



กว่าจะกลับมาอีกทีก็โน่น ปาเข้าไปเที่ยงคืนสิบห้านาที
ลูกเรือที่รับกลับมาจากปักกิ่งก็โอเค เพราะเดี๊ยนเป็นคนพามาจากไฟล์ไคโรเมื่อวันก่อน ผู้โดยสารก็ประมาณสองร้อยสี่สิบกว่าคนในชั้นประหยัดซึงน้อยกว่าตอนขาออกจากกรุงเทพ
แต่ไม่เรื่องมากและชักสีหน้าเท่า อีแอร์เลยไม่เครียดเท่าไหร่



เอาใจคนและอดทนกับคนอื่นนี่เหนื่อยนะคุณ ยิ่งเจอคนก้าวร้าวเอาแต่ใจตนเองด้วยแล้วแทบตบะแตกเลยจริงๆ เพราะว่าหนึ่งต่อห้าสิบ
จะให้เราใส่ใจหรือจะให้แกล้งลืมอยู่ที่ตัวคุณ และอารมณ์อีแอร์ด้วย
ปกติจะใจดีนะ
แต่อะไรที่วิริสมาหรา สันกลาคีรีมากๆเหมือนอยู่พระราชวังที่บ้านเดี๊ยนก็ไม่เอาด้วย




กี่สิบช่วงโมงแล้วเนี่ยที่ยังไม่ได้นอน ตอนนี้บ่ายสองของอีกวันนึงแล้ว
เดี๊ยนเพิ่งลากสังขารกลับมาจากสถานทูตเยอรมัน


ไม่รอให้ถามแต่ขอสาระแนตอบว่าก็ไปขอวีซ่าอ่ะดิ
ไม่ได้ไปติดใจยามหน้าสถานทูตหรอก ถึงเดี๊ยนจะชอบเครื่องแบบ
แต่กรณีนี้ กรูขอเลือก เข้าใจ๋



เปลี่ยนจากชุดทำงานเป็นชุดคุณป้าแว่น รอเวลาสักสามชั่วโมงได้สัปหงกไปหน่อยเดียวก็ต้องโบกรถไปหน้าสถานทูตที่สาธรใต้แล้ว



เอกสารสามชุดหนาๆที่เตรียมไปประกอบด้วย
ฟอร์มขอวีซ่า (โหลดมาจากเวป) , รูปถ่ายสองนิ้วจำนวนสองใบ , ใบตอบรับเข้าเรียนของสถาบันสอนภาษา, ใบประกันสุขภาพ,
ใบรับรองทางการเงินของตัวเอง, ใบรับรองการทำงานที่ระบุรายรับชัดเจน,
สำเนาหนังสือเดินทาง , สำนองใบจองตั๋วเครื่องบิน



นอกนั้นก็มีเอกสารเพิ่มเติมที่เตรียมไปเองกันเหนียวแล้วก็ต้องใช้หมดทุกอันประกอบไปด้วย GD หรือใบรายชื่อลูกเรือที่เดินทางในไฟล์นั้นๆ
(เดี๊ยนเอาของไฟล์อัมสเตอร์ดัมล่าสุดสองไฟล์ไป) ,
สำเนาบัตรประจำตัวลูกเรือ พร้อมสำเนาใบอนุญาติการบิน, ทรานสคริปของมหาลัย (เอาที่จบป.ตรีวิชาเอกภาษาเยอรมัน), ประกาศนียบัตรภาษาเยอรมันที่เคยเรียนในเกอเธ่ตั้งแต่ปี 1995 จนถึงปี 2005 ,
ทะเบียนบ้าน (เป็นอย่างเดียวที่ไม่มีใครขอเดี๊ยนดูเลย....แป่ว),
สมุดบัญชีส่วนตัวและสมุดบัญชีเงินฝากที่เป็นเงินเดือน



ที่สำคัญคือจดหมายภาษาอังกฤษทางการที่เดี๊ยนร่างเอาไว้
อธิบายเหตุผลของการขอวีซ่าครั้งนี้และชี้แจงหลักฐานของการเดินทางแต่ละครั้งที่ไม่เคยต้องใช้วีซ่าเข้าประเทศในเครือเชงเก้นในฐานะลูกเรือ
เพราะเคยโดนให้เขียนอธิบายตอนไปทำเรื่องขอวีซ่าให้พ่อแม่ที่บ้านไปเยือนแดนกังหันลมที่สถานทูตฮอลแลนด์
โดยที่ตัวเองไม่ได้ขอวีซ่าแต่มีชื่อในใบจองตั๋วเครื่องบิน อีกทั้งเจ้าบ้านที่เชิญก็เป็นพ่อของเจ้าตัวดีคู่หมั้นเดี๊ยนเอง ตอนนี้เลยเตรียมตัวมาดี



อีแอร์เดินเข้าไปเปิปคนแรกของช่อง 12 ตั้งแต่ยังไม่มีคนจนเจ้าหน้าที่ผู้หญิงสาวๆชาวไทยมา

ก็โดนซักซะเดี๊ยนเครียดเลยเพราะเจ๊แกจะเอาใบยืนยันการขอพักร้อนให้ได้ ไม่ก็ใบลาออก ( ถ้าออกก่อนจะได้วีซ่าชีวิตก็จบเห่ซิยะ เดี๊ยนเดินทางด้วยตั๋วฟรีนะจะบอกให้ เดี๋ยวอีแขกก็ยกเลิกตั๋วขึ้นมาเดี๊ยนก็ต้องควักกระเป๋าอีกหลายหมื่นสิยะใครจะยอม )



สุดท้ายเจ๊แกก็หายไปสักพัก แล้วกลับมาพร้อมกับนายฝรั่งหนวดเฟิ้มหน้าละม้ายคล้ายพ่อของเพื่อน
กล่าวทักทายเดี๊ยนเป็นภาษาเยอรมันว่า Guten morgen พร้อมประโยคเยอรมันอีกเป็นกระบุงโกย

เดี๊ยนก็ทักตอบพร้อมหัวเราะแก้เก้อ ไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์แต่ว่าภาษาเนี่ยถ้าไม่ได้ใช้นานๆก็คืนอาจารย์ไปหมดแล้วค่ะคุณขา
ขอตอบเป็นอังกฤษแทนแล้วกัน



ลุงหนวดแกก็แย้งว่าเดี๊ยนพูดได้ทำไมไม่พูด เรียนมาตั้งเยอะนี่นาจบเอกภาษาเยอรมันอีกต่างหาก เดี๊ยนก็เลยว่านั่นอ่ะปริญญาใบที่สอง
ถึงจะเรียนเยอรมันมาสิบปีแล้วแต่ก็ยังได้เท่าที่เห็น คนพูดอายแทบแทรกแผ่นดินหนี
เพราะฉะนั้นก็เลยอยากไปเรียนที่เยอรมันไงยะ

( ใครจะเรียนเกอเธ่ได้นานยืดเยื้อเท่าชั้นหากันไม่ได้ง่ายๆนะเนี่ย
แต่ไม่ใช่ว่าเรียนแล้วจะพูดไม่ได้กันนะ
เมื่อก่อนเดี๊ยนพูดรัวได้ขนาดรับจ๊อบเป็นล่ามได้ตอนเป็นนักศึกษาก็แล้วกัน เกือบได้เป็นตัวแทนไปสอบภาษาเยอรมันโอลิมปิกตอนมัธยม
ตอนนี้ความสามารถในการพูดหายหมดเพราะทิ้งไปนานเลยเป็นปมด้อยในใจมาจนถึงปัจจุบันให้ตายเถอะ)



ลุงแกถามว่าเกอเธ่ที่เมืองไทยก็มีทำไมต้องไปด้วย
เดี๊ยนก็เลยตอบว่าเรียนเกอเธ่มาหกปีแล้ว เฮียถามต่อว่าเรียนล่าสุดตอนไหน


ครั้งสุดท้ายเรียนปี 2005 ที่สถาบันเกอเธ่ที่อินโดนีเซีย
น่าน....แอบโง่แต่กรูโกอินเตอร์นะเฟ้ย



เจ้าหน้าที่คนอื่นเลยมามุงดูเดี๊ยน
ตอนที่โดนย้ายไปสัมภาษณ์ห้อง 10 ก็มีตามมาอีกแหนะ
อาจเป็นกรณีแปลกที่บินไปอัมสเตอร์ดัมแล้วไปเรียนอยู่ที่เยอรมันสองเดือนก่อนจะกลับมาอยู่ฮอลแลนด์อีกเดือนนึง

ทีนี้ก็เลยไม่ได้เตรียมจดหมายเชิญและเอกสารรับรองจากทางอำเภอไปเพราะจะเป็นภาษา Dutch ทั้งหมด
แต่เอาไปขอวีซ่าที่ประเทศเยอรมันนี มันจะฮาไปไหมพี่น้อง


เฮียฝรั่งก็รับฟังโดยดีหลังจากตั้งคำถามเดี๊ยนว่า มีแฟนที่ฮอลแลนด์ทำไมไม่เรียนภาษา Dutch ไปเลยมาเรียนเยอรมันทำไม แล้วเจอกันที่ไหนไปทำอะไรที่นั่น
มีเพื่อนที่ฮอลแลนด์เยอะไหม
คนท้องถิ่นหรือว่าคนอินโด



อีแอร์ก็เลยตอบว่าเจอกันที่อินโดนีเซียตอนเดี๊ยนเป็นนักเรียนทุน
เพื่อนที่นั่นก็เพื่อนสมัยเรียนทั้งนั้นแหละพวกฮอลแลนด์เต็มไปหมดเลย


พลางย้อนแกว่า อันตัวเดี๊ยนยังไม่ได้แต่งงานพ่อแม่มีอันต้องจับถุงถ่วงน้ำแน่ถ้าไปอยู่กับฝรั่งมังค่า เพราะฉะนั้นเลยเลือกมาเรียนที่พรมแดนเยอรมัน
เวลาที่เหลือจะไปเจอแฟนก็เป็นผลพลอยได้
แล้วก็ไปเรียนเพื่อตัวเองไม่ได้ไปเพื่อใคร วันหยุดคุณชายวางแผนจะนั่งรถไฟข้ามประเทศมาหาเดี๊ยนทุกอาทิตย์ คราวละ ห้าสิบยูโรค่ารถ ใช้เวลาเดินทางสามชั่วโมงจากบ้าน

ดังนั้นถึงเลือกมาเรียนที่ดุสเซลดอฟไง



อีกอย่างเดี๊ยนมีบ้านของตัวเองที่เมืองไทยแล้วก็จะแต่งงานเดือนสิงหานี้แล้วด้วย มัดจำค่าโรงแรมไปแล้วยังไงก็ต้องกลับมางานแต่งแน่

( อันนี้อีแอร์ตอแหล ยังเลือกแพคเกตงานเลี้ยงไม่ได้เลยค่า
เพียงแต่อาทิตย์นี้กำลังจะไปจองห้องที่โรงพยาบาลสงฆ์ )



สุดท้ายหลังจากเวียนเฮดกันพอควร เฮียฝรั่งก็อนุมัติวีซ่าให้แต่ขอให้มารายงานตัวที่สถานทูตหลังจากกลับมาแล้วห้าวันที่ช่องเดิมนี้
จ่ายตังค์สองพันเก้าร้อยสี่สิบบาท มะรืนมารับวีซ่า

ขอระบายความอึดอัดด้วยการกรี๊ดดังๆทีนึง กดดันกรูดีนัก

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด แห่กๆๆ กรึกๆๆ เป็นลม




อีกสี่เดือนเจอกันรับรอง......งานนี้สนุกแน่








Create Date : 22 มกราคม 2551
Last Update : 23 มกราคม 2551 13:15:46 น.
Counter : 654 Pageviews.

5 comments
  
โห มันส์จริงๆ ประสบการณ์การทำวีซ่า ขนาดมีหน้าที่การงานออกจะหรูหราเพอร์เฟกต์นะเนี่ย ยังเคี่ยวไม่เบาเลยเชียว อย่างเราคงไม่มีปัญญาไปแน่เลย

ยินดีด้วยค่าที่ได้วีซ่า และขอแสดงความยินดีล่วงหน้าที่จะแต่งงานด้วย
โดย: LEE (lyfah ) วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:2:11:39 น.
  
ขอหยุดงานนานเกินไปเค้าก็เลยไม่เชื่อว่าบริษัทจะอนุญาตินี่สิคะ จะยื่นเรื่องขอไว้แต่ไม่ใช่ตอนนี้เพราะถ้านายใหญ่ไม่อนุมัติก็คือลาออกสถานเดียว
ว่าไปแล้ววีซ่าเชงเก้นนี่ขอยากกว่าวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาอีก เพราะนั่นขอทีเดียวได้สิบปีไปเลย เข้าเมืองได้นานเท่าไหร่ว่ากันอีกเรื่อง ใช้เวลาสัมภาษณ์ไม่ถึงหนึ่งนาที


ขอบคุณที่แวะมาฟังเดี๊ยนบ่นนะค๊า
โดย: uki no kimono IP: 58.64.120.238 วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:12:41:02 น.
  
สวัสดีวันปีใหม่จีนจ้า

新年快樂!! 恭喜 恭喜 恭喜!!

新正如意,新年發財!!

天天向上,蜜運成功,心想事成,事事順利!!
โดย: LEE (lyfah ) วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:15:28:20 น.
  
อ่านไปหัวเราะไป นี่ถ้าใครมาแอบได้ยินต้องหาว่าเรแน่ๆเลย เพราะเรอยู่คนเดียวค่า ตอนนี้เรก็กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นเรื่องขอ เชงเก้นวีซ่าไปเยอรมันอยู่ค่ะ ไปเยี่ยมแฟนเหมือนกัน กะว่าจะหอบหลักฐานทุกอย่างไปกองใส่หน้าเจ้าหน้าที่อ่ะค่ะ ฮ่า ๆๆ ไม่รู้จริง ๆ จะกล้ารึเปล่า..โฮ๊ะ ๆ
โดย: Re ค่ะ IP: 124.121.8.66 วันที่: 12 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:57:47 น.
  
สำนวนการเขียน อ่านแล้วสนุก ขำขำ ชวนอ่านและไม่น่าเบื่อ เป็นแอร์กี่คนเดียวกับที่เขียนตอนไปเที่ยวกวางเจาหรือเปล่า? (ที่มีแฟนเก่าเป็นไอ้ยุ่นน่ะ)
โดย: ตู่ IP: 58.8.164.199 วันที่: 25 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:19:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Uki no Kimono
Location :
Duesseldorf  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อดีตสาวแอร์แดนทะเลทรายที่ผันตัวเองไปเป็น office lady และกลับไปเป็นนักเรียนไทยในต่างแดนเช่นเคย ขอแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินชีวิตแบบชีพจรรองเท้าจากที่เคยผ่านมาทั้ง ๔ ทวีปให้เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจนะคะ
Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics