LIFE GOES ON~
Group Blog
 
All blogs
 

~...โอกาสที่ 2...~

ดิฉันลงโทษมิ้นโทษฐานที่โกหกและหนีเรียนด้วยการตัดค่าขนม 1 อาทิตย์! อาทิตย์ที่แล้วก่อนที่จะลงโทษก็ได้คุยถึงเหตุผลแล้วว่าเพราะอะไร และจะทำยังไงกันต่อไป ..

สรุปว่า 1.มิ้นต้องเอาเบอร์โทรของครูประจำชั้นมาให้ดิฉันไว้ 2.วันไหนขาดเรียนต้องมีเหตุผลพอ (เพราะบางครั้งต้องหยุดเพราะย่าป่วย หรือวันที่ 1 กับ 16 ก็ต้องขอกลับก่อนเพื่อมารับเรียงเบอร์ไปขาย) ..และ 3.ต่อไปนี้ต้องพูดความจริง

อาทิตย์ที่ผ่านมามิ้นทำตัวดีขึ้น ไม่ได้โกรธที่โดนตัดค่าขนม วันที่ 1 ก็มารับเรียงเบอร์ที่โรงพิมพ์แทนย่า .. ใช้ได้

วันนี้ครบ 1 อาทิตย์แล้ว บ่ายๆมิ้นมารับค่าขนมของอาทิตย์หน้าด้วยท่าทางเจี๋ยมเจี้ยมมาก พร้อมทั้งเล่าว่าอาทิตย์ที่แล้วทำอะไรบ้าง เช่นไปโรงเรียนทุกวันไม่ขาด , ย่าสั่งให้เปลี่ยนเบอร์มือถือที่แจกคนโน้นคนนี้ไปทั่ว , บ่ายวันพฤหัสช่วยย่าขายเรียงเบอร์ ..

มีเรื่องนึงที่ย่ามิ้นเล่าให้ฟังเมื่อหลายวันก่อนว่า ผู้หญิงคนนึงที่ย่าเจอที่โบสถ์และเป็นคนที่ซื้อโทรศัพท์มือถือให้มิ้น เธอเคยเอ่ยปากว่าหลังมิ้นจบม.3แล้วจะส่งให้เรียนเสริมสวย แต่มาระยะหลังๆเธอพูดกับย่ามิ้นว่าเรื่องที่เคยพูดไว้เริ่มจะไม่แน่นอนซะแล้ว เพราะเธอมีหลานมาให้เลี้ยง 2 คน "เหลือ 30% นะ" ..เธอว่างั้นเมื่อเจอย่าครั้งล่าสุด

ดิฉันคิดเอาเองว่าช่วงที่ผ่านมาที่มิ้นเกเร ส่วนนึงอาจจะมาจากเรื่องนี้ จากคนตัวเล็กๆที่มีความหวัง มีความมั่นใจกับอนาคต รู้ว่าตัวเองจะไปไหน ทำอะไรต่อไป อยู่ๆทุกอย่างมันก็กลายเป็นเรื่องไม่แน่นอน จากคนที่คิดว่าจะพึ่งพิงได้ ก็ชักไม่แน่ใจ .. ดิฉันเข้าใจและไม่ได้โทษเธอคนนั้นนะ ในขณะเดียวกันก็เข้าใจมิ้นว่า ..บางทีพอไม่มีใครให้รักก็ไม่รู้จะทำอะไรเพื่อรักเหมือนกัน

วันนี้ดิฉันถามมิ้นว่าเรียนจบม.3แล้วจะเรียนอะไรต่อ มิ้นตอบว่า "ยังไม่รู้ค่ะ แต่ย่าบอกว่าจบม.1 แล้วอยากให้ออกมาเรียนกศน." ดิฉันถามว่าอยากเรียนกศน.หรือเรียนในโรงเรียน มิ้นตอบว่า "หนูอยากเรียนในโรงเรียนมากกว่า"

ดิฉันให้มิ้นกลับไปบอกย่าว่าให้มิ้นเรียนในโรงเรียนจนจบม.3นั่นแหละ จบแล้วอยากเรียนอะไรต่อค่อยมาดูกัน หรือไม่ก็ปรึกษาคุณครูแนะแนวที่โรงเรียน และดิฉันจะส่งให้เรียนเอง แต่มีข้อแม้เดียวคือ "ต้องตั้งใจเรียน"

ดิฉันคิดว่ามิ้นน่าจะได้รับโอกาสอีกซักครั้ง ถ้าเด็กทำผิดแล้วเราปล่อยแล้ว ไม่เอาแล้ว .. มันก็มีแต่จะผลักให้เค้าไปไกลจากเรา มันไม่แก้ปัญหา มีแต่จะเพิ่ม

โอกาสครั้งนี้ของมิ้นก็ไม่รู้จะเป็นยังไงต่อไป ..เรามาเรียนรู้ เติบโตและปรับตัวไปพร้อมกันนี่แหละ นะมิ้นนะ ..











 

Create Date : 03 มีนาคม 2555    
Last Update : 3 มีนาคม 2555 23:27:18 น.
Counter : 358 Pageviews.  

~...มิ้น?...~

.. แล้ววันนี้ก็มาถึง ไม่ได้เกินความคาดหมาย แค่มาเร็วไปหน่อยเท่านั้นเอง ..

เมื่อวานตอนสายๆ มิ้นมาขอสตางค์ 50 บาท ดิฉันถามว่าเอาไปทำอะไร เพราะค่าขนมรายอาทิตย์ดิฉันก็ให้ไปแล้ว และสายป่านนี้ทำไมยังไม่ไปโรงเรียน? .. มิ้นบอกว่า "หนูจะไปถอนฟัน"

หลังๆมานี่มิ้นมักจะมีเหตุผลมาขอสตางค์เพิ่มอยู่บ่อยๆ ซื้อรองเท้าพละใหม่บ้าง กางเกงวอร์มบ้าง ไปเข้าค่ายบ้าง หรือแม้แต่เสื้อนักเรียนหายตอนที่เปลี่ยนไปใส่ชุดพละ.. ซึ่งดิฉันก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงทุกครั้ง แต่ก็ให้ไป

ก่อนหน้านี้ดิฉันได้ข่าวมาว่ามิ้นเริ่มจะมีแฟน มีเงินใช้สบายมือ คนงานที่บ้านดิฉันที่รู้จักกับเพื่อนมิ้นถามว่ามิ้นเอาเงินมาจากไหน เพื่อนมิ้นบอกว่า "เอามาจากคนที่เลี้ยงมันไง" (อ้าว ..ก็ฉันน่ะสิ!) ถามมิ้นเมื่อตอนมารับค่าขนม มิ้นปฏิเสธว่าไม่มีแฟน ก็ได้เตือนไปแล้วว่าเงินที่ให้เนี่ย ให้ไปโรงเรียน ไปเรียนหนังสือ ถ้ามิ้นจะเกเร ไม่ไปโรงเรียนหรือเอาเงินไปทำอย่างอื่น ก็จะไม่ให้แล้วนะ!

และเช้านี้คนงานดิฉันก็มาเล่าให้ฟังว่า ค่ำๆเมื่อวานเห็นย่ามิ้นมายืนรอหน้าซอย มิ้นยังไม่กลับบ้าน และไม่ได้ไปโรงเรียน!

เคยคิดไว้อยู่แล้วว่าเมื่อเริ่มเข้าวัยรุ่นและด้วยสภาพแวดล้อมที่มิ้นอยู่ จะต้องมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแน่ๆ เคยได้เตือนมิ้นไว้หลายครั้งเวลามาขอสตางค์เพิ่มว่า ..พี่ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่ครอบครัว ไม่จำเป็นต้องให้มิ้นทุกอย่าง ที่ให้เพราะพี่สงสารย่าและมิ้นเป็นเด็กดี แต่ถ้าเกเรจะไม่ให้เลยก็ได้นะ..

ดิฉันไม่เคยว่าที่มิ้นจะเรียนไม่เก่งหรือสอบตก แต่โกหก , หนีเรียน ..ดิฉันว่ามันมีเหตุผลพอสมควรแล้วที่จะลงโทษด้วยการงดให้ค่าขนมมิ้น นานแค่ไหน? ..ยังไม่รู้ จนกว่าจะปรับปรุงตัวมั้ง?






ก็มาเล่าให้คนที่อ่านเรื่องของเด็กหญิงไวตามิลค์มาตั้งแต่เป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆน่ารักฟังถึงความเจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลงไป รับรู้แล้วก็อนุญาตให้ทอดถอนใจได้หนึ่งเฮือก ..แล้วก็ปล่อยวางไปซะนะคะ

ส่วนตัวดิฉันไม่ได้เสียใจหรือผิดหวังมากนักเพราะไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้ว และก็อย่างที่เคยเขียนไว้เกือบทุกครั้งที่เขียนถึงมิ้นว่า ...

"วันนึงข้างหน้าถ้ามิ้นจะไม่ได้เติบโตสวยงาม มีชีวิตที่ดีเท่าที่เราคาดหวังไว้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องมาตีอกชกหัว เสียใจและโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง แต่...คงรู้สึกเสียดายบ้างเท่านั้นเอง"

จนถึงตอนนี้ดิฉันก็ยังรู้สึกแบบนั้นอยู่.. นี่คงเป็นประโยชน์อย่างนึงของการเป็นคนใจร้ายล่ะมั้ง?









 

Create Date : 31 มกราคม 2555    
Last Update : 31 มกราคม 2555 22:39:45 น.
Counter : 414 Pageviews.  

~...มิ้น : ดีแล้ว...~

ใน "มีเรื่องเล่า" พี่แหม๋วมาถามเรื่องของมิ้น เลยนึกออกว่ามีเรื่องที่อยากมาเล่าให้คนที่รู้จักเด็กหญิงไวตามิลค์ผ่านblogนี้ฟัง

ความจริงเรื่องมันเล็กนิดเดียว แค่คำพูดของมิ้นเพียงสองประโยค..

หลายวันก่อนมิ้นมาขอสตางค์ไปซื้อชุดนักเรียนสำหรับเปิดเทอมใหม่ พอรับสตางค์ไปแล้วมิ้นก็บอกว่า ..

"เปิดเทอมสอง หลังเลิกเรียนหนูจะไปเก็บจาน , ล้างจานให้ร้านอาหารในโรงพยาบาล .. หนูอาจจะไม่ต้องมาขอสตางค์ไปโรงเรียน" ...มิ้นยิ้ม

ดิฉันตอบว่า .. "ดีแล้ว"

แค่นี้แหละ... สองประโยคแค่นี้จริงๆ จากปากเด็กม.1 ที่ได้ยินแล้วไม่เสียดาย ไม่ผิดหวังที่มองดูเด็กคนนี้มาหลายปี

ดิฉันไม่เคยสนใจ ไม่เคยบ่น ไม่ว่ามิ้นจะเรียนไม่เก่ง สอบตก ไม่เรียบร้อยหรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะสิ่งที่อยากเห็นจริงๆคือให้มิ้นใฝ่ดี ยอมรับในสิ่งที่ไม่มี ยังยิ้มและเอาตัวรอดได้

มิ้นเล่าต่อว่าจะไปทำกับเพื่อนอีกคนนึง ชื่ออะไรดิฉันก็ลืมไปแล้ว แต่เคยเห็นเดินกับมิ้นบ่อยๆ เวลามิ้นเจอดิฉันแล้วสวัสดี เด็กคนนี้ก็สวัสดีด้วย บางครั้งมาคนเดียวมิ้นไม่ได้มาก็ยังสวัสดี

ดิฉันเคยถามตอนที่เห็นเดินด้วยกันว่าจะไปไหน .. มิ้นบอกว่า "ไปช่วยร้านขายผักที่ตลาดนัด เค้าจ้างหนูกับเพื่อน"

ดิฉันคงมีเด็กมาให้เอ็นดูเพิ่มอีกคนแล้ว .. ^^

แค่นี้แหละค่ะที่อยากเล่า และถ้าเปิดเทอมหน้ามิ้นจะยังมารับสตางค์ค่าขนมเหมือนเดิม ดิฉันก็เต็มใจให้นะ ..เป็นรางวัล






ปล. ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เขียน พอดียังอยู่ในช่วงฝึกมือกับgugu + หมวกเขียวอยู่ .. ออกมาได้พอใจเมื่อไหร่ก็จะวาดเป็นการ์ด แต่ตอนนี้ยัง .. ^^"




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2554    
Last Update : 21 ตุลาคม 2554 19:03:08 น.
Counter : 366 Pageviews.  

~...ต้นไม้โตช้า...~

วันนี้เล่าเรื่อง "เด็กหญิงไวตามิลค์" หรือ "มิ้น" นะคะ


ดิฉันรู้ตัวว่าเป็นคนไม่ค่อยใส่ใจคนรอบข้าง แต่คราวนี้ความไม่ใส่ใจของดิฉันเข้าขั้นวิกฤต ...^^" เหตุเพราะดิฉันคิดมาตลอดว่าเปิดเทอมนี้มิ้นจะขึ้น ม.2 แต่จริงๆแล้วปีนี้มิ้นเพิ่งจะเรียน ม.1 และเมื่อสองปีที่แล้วที่มิ้นย้ายมาเรียนโรงเรียนใกล้บ้านเพราะแกสอบตกป.5 ต้องเรียนซ้ำชั้น เพื่อไม่ให้อายเพื่อน ย่ามิ้นก็เลยให้ลาออกจากโรงเรียนเก่า! ... ผ่านไปสองปี ให้เงินไปโรงเรียนและค่าใช้จ่ายอื่นๆมาตลอด แต่ไม่เคยถามเลยว่าเรียนเป็นยังไง? เพื่อนเป็นยังไง? มีปัญหาอะไรมั้ย? ... แย่เนอะ ^^"

ดิฉันรู้เรื่องนี้จากย่ามิ้น แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร ไม่เคยถามกับเจ้าตัวซักครั้ง เพราะรู้อยู่แล้วว่ามิ้นเรียนไม่เก่ง และเรื่องที่คาดหวังก็เป็นการฉลาดในการใช้ชีวิตและเอาตัวรอดได้มากกว่าการเรียนเก่ง

...มิ้นก็ยังเป็นต้นไม้ที่ดูแข็งแรงดี ..แค่โตช้าไปปีนึงเท่านั้นเอง ...^^"

เปิดเทอมนี้มิ้นมารับสตางค์ไปโรงเรียนของอาทิตย์นี้เมื่อวันเสาร์ ดิฉันให้อาทิตย์ละ 200 บาท คิดว่าน่าจะพอเพราะไม่มีค่ารถ ส่วนข้าวกลางวันมิ้นบอกว่าเอาข้าวไปกิน แต่ถ้าซื้อก็จานละ 15 - 20 บาท แล้วก็บอกว่าถ้ามีเงินเหลือก็เก็บไว้นะ เผื่ออยากได้อะไร

แต่เมื่อวันจันทร์มิ้นมาหาตอนเช้า ขอสตางค์ไปซื้อกางเกงวอร์มราคา 220 บาท โดยที่แกบอกว่า .."พี่หักจากค่าขนมอาทิตย์หน้าก็ได้ค่ะ" แล้วก็ถามว่าวันเสาร์มีอะไรให้ช่วยทำมั้ย? .. แกคงอยากทำงานพิเศษเพื่อหาสตางค์ไปโรงเรียนอาทิตย์หน้า เพราะเอาสตางค์ส่วนนั้นไปจ่ายค่ากางเกงแล้ว ..

ดิฉันตอบว่าไม่มีอะไรให้ทำหรอก ทำไมไม่ไปทำงานที่ร้านข้าวมันไก่ที่เคยไป? มิ้นบอกว่าเจ้าของร้านเค้าชอบว่าหนู บ่นด้วย หนูเลยไม่ไป ..

อืม.. ก็คอยดูว่าอาทิตย์หน้ามิ้นจะเอาสตางค์ที่ไหนไปโรงเรียน แต่ด้วยนิสัยมิ้น ดิฉันว่าแกคงไม่มาขอดิฉันอีกแน่ เพราะได้บอกว่าให้หักค่ากางเกงไปแล้ว .. ดิฉันชอบเด็กคนนี้อยู่อย่างนึงตรงที่รักษาคำพูด แล้วเวลามีเรื่องอะไรแกมักจะคิดมาก่อนว่าจะทำยังไง แล้วค่อยมาบอกว่าจะทำแบบนี้นะ ..และคราวนี้ดิฉันก็มั่นใจว่าแกก็จะหาวิธีหาสตางค์ไปโรงเรียนจนได้ แต่ถ้าไม่ได้ คุณสมบัติที่เด็กแบบมิ้นควรมีที่สุดและมิ้นก็มีมากกว่าใครๆก็คือ ..อดทน..







ปล. ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เขียน คนวาดร้อนและง่วง อยากแช่น้ำและนอนไปพร้อมกัน ..^^


***เพิ่มเติม***

เย็นนี้มิ้นเอาบัตรเชิญผู้ปกครองไปดูแข่งจินตลีลามาให้ บอกว่า.."ครูให้เชิญผู้ปกครอง พี่จะไปดูมั้ย?"

อืม.. ไม่อ่ะ ขอปกครองตัวเองก่อนแล้วกัน ยังไม่พร้อมเป็นผู้ปกครองใคร ^^"








 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 10 มีนาคม 2557 12:36:58 น.
Counter : 476 Pageviews.  

~...ต้นไม้เติบโต...~

ไม่ได้เล่าเรื่องเด็กหญิงไวตามิลค์นานแล้วเนอะ...

ปีนี้มิ้นกำลังเข้าวัยรุ่นเลย ตัวโตขึ้น หนาขึ้นด้วย ดิฉันบอกให้มารับค่าขนมวันเว้นวันแทนที่จะมาทุกวันเหมือนเมื่อก่อน เพราะเดี๋ยวนี้มิ้นเป็นนักวิ่งต้องซ้อมตอนเย็น แต่จะให้เงินเป็นรายอาทิตย์หรือรายเดือนดิฉันก็ว่านานเกินไปที่จะได้เจอตัวสอบถามพูดคุยกันว่าเป็นอย่างไร ทำอะไรบ้าง

ก่อนหน้านี้มิ้นเป็นนางรำกับเต้นให้วงดนตรีของโรงเรียน ...เป็นเด็กที่มีกิจกรรมทำตลอดเวลา

เรื่องทั่วๆไป... ช่วงปิดเทอมมิ้นไปทำงานเก็บจาน ล้างจานที่ร้านข้าวมันไก่ เปิดเทอมมาก็ไปทำบ้าง ยกเว้นช่วงที่มีแข่งวิ่งแล้วต้องซ้อมจนเย็น บางครั้งวันหยุดก็มีคนจ้างไปทำความสะอาดบ้านบ้าง เวลาจะทำอะไรก็จะบอกทุกครั้ง ...วันนี้ซ้อมถึงเย็น , พรุ่งนี้หนูไปแข่ง , จันทร์-อังคารนี้หนูไปทัศนะศึกษาสองวัน , อาทิตย์หน้าไปแข่งวิ่งที่ต่างจังหวัด , วันนี้หนูไม่ไปโรงเรียน ย่าพาไปขอทุน ... บางครั้งก็หน้าบานถือเหรียญทองมาให้ดูสองเหรียญ "หนูชนะวิ่ง 100 เมตรกับ 200 เมตร" ... V(@ ^_^@)V

เรื่องเงิน ... ดิฉันว่ามิ้นเก็บเงินเก่งนะ เวลามีอะไรพิเศษที่ต้องขอเงินเพิ่มอย่างต้องทำรายงาน ซื้ออุปกรณ์ทำงานฝีมือ หรือซื้อรองเท้าผ้าใบใหม่ มิ้นก็จะไปดูราคามาแล้วบอกว่าตัวเองมีเงินเก็บอยู่เท่าไหร่ จะขอเพิ่มอีกเท่าไหร่ บางครั้งดิฉันก็จะคุยกับย่ามิ้น ย่าบอกว่าเวลาไปทำงานพิเศษมาเค้าก็จะเก็บเงินรวมๆไว้ ให้ย่าครั้งละ 70 บ้าง 80 บ้าง

มีอย่างนึงที่ดิฉันชอบมากคือมิ้นเป็นเด็กที่ชอบอ่านหนังสือ คงเป็นเพราะร้านอินเตอร์เนตเป็นข้อห้ามเด็ดขาดของย่า มิ้นก็เลยหันมาอ่านหนังสือแทน เย็นๆเวลามิ้นเดินมารับเงินค่าขนมแล้วมักจะถามว่า "พี่มีหนังสือการ์ตูนมั้ย?" ส่วนใหญ่ดิฉันจะให้"ขายหัวเราะ"ที่อ่านแล้วไป แต่ถ้าวันไหนไม่มีให้ มิ้นก็จะเดินเลยไป "ร้านลุงแดง" เป็นร้านเช่าหนังสือเก่าที่เลิกกิจการแล้ว ลุงแดงให้มิ้นกับเพื่อนยืมหนังสืออ่านได้ฟรี แต่ถึงจะต้องจ่ายเงินดิฉันก็ไม่ขัดข้องที่มิ้นจะยอมเอาเงินค่าขนมส่วนนึงไปจ่ายค่าเช่าหนังสือ ถึงจะเป็นขายหัวเราะหรือการ์ตูนญี่ปุ่นก็เถอะ... ว่างๆดิฉันก็ว่าจะไปค้นการ์ตูนญี่ปุ่นเก่าเก็บมาให้มิ้นอยู่เหมือนกัน

เอาน่ะ! ดิฉันก็ไม่ได้อ่านงานของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช , เรื่องสั้นของชาติ กอบจิตติ , มนัส จรรยงค์ , 'รงค์ วงษ์ สวรรค์ และ...ฯลฯ ตั้งแต่อยู่ม.1 หรอกน่า ...^^"

มีหลายคนถามว่ามิ้นเรียนเก่งมั้ย? เป็นเด็กเรียบร้อยมั้ย? ดิฉันมักจะตอบว่า ...เรียนไม่เก่ง (เพราะดิฉันเคยถามมิ้นแล้วว่าเรียนเก่งมั้ย? มิ้นตอบว่า "หนูเรียนไม่เก่ง") และไม่ได้เรียบร้อยมาก คล่องๆ เอาตัวรอดได้แบบเด็กที่โตมาในชุมชนข้างวัด ซึ่งดิฉันก็เห็นว่าเป็นอย่างนี้แหละดีแล้วสำหรับเด็กที่ต้องอยู่ได้ด้วยตัวเองในอนาคต แต่มิ้นก็ยังเป็นเด็กมีมารยาทดีกับดิฉันเสมอต้นเสมอปลาย


สรุปว่าจนถึงเดี๋ยวนี้ ... มิ้นก็ยังเป็นเด็กน่าเอ็นดูสำหรับดิฉันอยู่นะ





หมดแล้วค่ะ ขอบคุณที่มานั่งดูต้นไม้ต้นนึงเติบโตไปด้วยกัน...^^





 

Create Date : 08 กันยายน 2553    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2554 12:29:07 น.
Counter : 486 Pageviews.  

1  2  3  

Q.NUH
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




.
.
. .
Friends' blogs
[Add Q.NUH's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.