Group Blog
 
All Blogs
 

โดราเอมอนมีตอนจบจริงหรือ!?

ตอนจบของโดราเอมอนที่เห็นเผยแพร่กันตาม Forwarded Mail และเว็บบอร์ดหลายๆแห่ง ทำให้หลายๆคนค้างคาใจว่าจริงๆแล้วมันเป็นยังไงกันแน่ ทางหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ก้อเลยไปค้นหาข้อมูลมา ผมขออนุญาตินำมาเผยแพร่นะครับ

Pzifrius



โดราเอมอนมีตอนจบ!? คำถามที่ยังคาใจ

Source: //www.komchadluek.net/news/2005/11-26/ent-19240768.html

นับตั้งแต่ไทม์แมชชีนพาย้อนเวลาไปเมื่อปี 2512 แมวตัวกลมสีฟ้ากระจ่างตา กระโดดดึ๋งขึ้นมาจากลิ้นชักโต๊ะของเด็กชายผู้ไม่เอาถ่านคนหนึ่ง จากนั้น "โดราเอมอน" ก็กระโจนเข้ามานั่งในหัวใจของเด็กๆ ทั่วญี่ปุ่น ทั่วไทย และอีกหลายประเทศทั่วโลก

แม้เวลาจะผ่านไปนานถึง 35 ปี เด็กรุ่นก่อนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เด็กรุ่นใหม่มีชีวิตอยู่ท่ามกลางการไหลบ่าของการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องแล้วเรื่องเล่า ทว่าโดราเอมอนก็ยังคงจุมปุ๊กอยู่ที่เดิมเสมอมา เรียกว่า...นี่คือการ์ตูนที่อยู่เหนือกว่ากระแสชาตินิยมของประเทศไหนๆ คนตะวันออกต่างพร้อมใจลงคะแนนเสียงให้โดราเอมอนเป็น "ฮีโร่" ของชาวเอเชีย ดังที่เคยสะท้านสะเทือนนิตยสารไทม์มาแล้ว

การ์ตูน "โดราเอมอน" ถือกำเนิดขึ้น โดย อ.ฟูจิโมโตะ ฮิโรชิ นักเขียนการ์ตูนชาวญี่ปุ่น ภายใต้นามปากกา ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ ที่ใช้ร่วมกับ อ.อะบิโกะ โมโตโอะ นักเขียนเพื่อนซี้ กับเรื่องราวความมหัศจรรย์ของโดราเอมอนหุ่นยนต์แมวสีฟ้าผู้เดินทางมาจากโลกอนาคตเพื่อเปลี่ยนแปลงอดีตของ "โนบิตะ" เด็กชายจอมขี้เกียจด้วยอุปกรณ์วิเศษล้ำยุคจากกระเป๋ามิติที่สี่ ที่ต่อยอดความฝันไปได้ไกลลิบ พร้อมการเติมเต็มชีวิตชีวาด้วยผองเพื่อนของโนบิตะ ทั้งไจแอนท์ ซูเนโอะ ชิซูกะ เดคิซุงิ โดเรมี ฯลฯ ด้วยรูปแบบซีรีส์จบในตอน 45 เล่ม ตอนยาวอีกถึง 24 ตอน และซีรีส์ต่างๆ อีกมากมาย ลำพังแค่ยอดขายการ์ตูนชุดก็สามารถทำเงินได้มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4 พันล้านบาท) แปลเป็นภาษาต่างประเทศถึง 70 ภาษา ยังไม่นับความสำเร็จจากการ์ตูนแอนิเมชั่นที่โลดแล่นบนจอโทรทัศน์และจอภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่โดราเอมอนกำลังเก็บโกยความประทับใจจากแฟนๆ รุ่นแล้วรุ่นเล่าอยู่นั่นเอง ปี 2539 อ.ฮิโรชิ ในวัย 62 ปีก็ถึงคราวล่วงลับ ช่วงเวลานั้น เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเริ่มมีบทบาทไปทั่วโลก สิ่งที่แฟนๆ โดราเอมอนไม่คาดคิดก็ปรากฏขึ้น เมื่อ "ตอนจบ" ของการ์ตูนสุดรักเผยแพร่ไปตามเวบไซต์ ฟอร์เวิร์ดเมลต่างๆ

ตอนจบดังกล่าว แพร่หลายออกมาถึง 2 แบบ ทั้งจบแบบแรก คือแบบสุขซึ้ง และจบแบบที่สอง คือแบบโหดร้ายขยี้หัวใจคนรักโดราเอมอน สร้างความคลุมเครือสงสัยว่าแท้จริงแล้ว อ.ฮิโรชิ ได้แต่งเรื่องราวตอนจบไว้หรือไม่

และที่ตอกย้ำได้สาหัสกว่านั้น เมื่อเร็วๆ นี้ คอลัมนิสต์ชื่อดังรายหนึ่งได้ระบุในนิตยสารไทยชั้นแนวหน้าว่า ตอนจบในแบบที่ว่าด้วยความเพ้อเจ้อของ ด.ช.โนบิตะ คือ "เรื่องจริง" ที่ อ.ฮิโรชิ เขียนขึ้นขณะรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ทั้งยังกล่าวว่าสมาพันธ์การ์ตูนแห่งประเทศญี่ปุ่นสั่งระงับไม่ให้ตีพิมพ์ด้วยเหตุผลว่าจะเป็นการทำร้ายจิตใจเด็กๆ เกินไป

เมื่อมีข้อความยืนยันชัดเจนขนาดนี้ จึงเป็นที่ถกเถียงในวงกว้างโดยเฉพาะในชุมชนสังคมออนไลน์ ซึ่งมีทั้งผู้ที่เชื่อ และไม่เชื่อว่าผู้เขียนการ์ตูนซึ่งเคยจุดไฟฝันเติมต่อจินตนาการแก่เด็กๆ จะพลิกผันเรื่องราวให้เป็นเช่นนั้นได้ และเพื่อเป็นการหาข้อพิสูจน์ว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร "คม ชัด ลึก" จึงได้ติดต่อสอบถามไปยัง อดุลย์ แดนตะเคียน บรรณาธิการฝ่ายการ์ตูนญี่ปุ่น ในนามของ บริษัท เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์ จำกัด ผู้ได้รับลิขสิทธิ์การ์ตูนเล่มโดราเอมอนในประเทศไทย



ทั้งนี้ ตัวแทนผู้ถือลิขสิทธิ์เปิดเผยว่า กองบรรณาธิการได้ทำเรื่องสอบถามไปยัง บริษัท โชกักกุคัง ผู้ถือลิขสิทธิ์ทั้งหมดเกี่ยวกับโดราเอมอน ประเทศญี่ปุ่น แล้ว ซึ่งก็ได้รับคำยืนยันชัดเจนว่า คำกล่าวอ้างดังกล่าว "ไม่เป็นความจริง" แต่อย่างใด

"ถึงผู้เขียนจะเสียชีวิตไปแล้ว โดราเอมอนก็ไม่ได้มีตอนจบแต่อย่างใด ตอนจบทั้งสองแบบเชื่อถือไม่ได้ เพราะเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ญี่ปุ่นรับรองว่า 'ไม่มีตอนจบแน่นอน' และที่ญี่ปุ่นก็มีความพยายามชี้แจงแถลงข้อข้องใจมาตลอด ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้หลุดรอดออกมาได้ในลักษณะที่ตรงข้ามกัน อีกทั้งสมาพันธ์ที่ว่านั่น มีจริงหรือเปล่าเราก็ไม่ทราบ ถ้าเราจะยืนยัน เราก็ควรยืนยันได้จากเจ้าของลิขสิทธิ์" อดุลย์ กล่าว

สำหรับที่มาที่ไปของตอนจบการ์ตูนอมตะนี้ บก.รายเดิมให้ข้อมูลว่ามีเผยแพร่ในเวบไซต์มานานแล้ว แต่มาได้ยินหนาหูก็เมื่อไม่นานมานี้ และอาจมีที่มาจากหลายแหล่ง ทั้งจากคนที่รักโดราเอมอน แต่อยากให้มีตอนจบ เพื่อจะได้ไม่รู้สึกคาใจ หรือไม่ก็เป็นกลุ่มคนที่เกลียดโดราเอมอนที่ทำขึ้นมาเพื่อตัดสายสัมพันธ์บางอย่าง และไม่น่าจะมีต้นกำเนิดที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะชาวอาทิตย์อุทัยล้วนรักโดราเอมอนเหลือเกิน อีกทั้งการดูแลลิขสิทธิ์ของญี่ปุ่นก็เข้มงวดพอสมควร ซึ่งในฐานะผู้ได้รับลิขสิทธิ์ในไทย ก็กำลังมีการจับตาดูกระบวนการเผยแพร่ตอนจบของโดราเอมอนทางอินเทอร์เน็ตอยู่เช่นกัน

อดุลย์ ยังกล่าวด้วยว่า ตอนจบทั้งสองตอนนี้ ไม่ได้สร้างผลกระทบใดๆ ต่อความนิยมในโดราเอมอนเลย ด้วยยอดขายหนังสือที่ยังคงขายดีสม่ำเสมอ ซึ่งโดราเอมอนถือเป็นการ์ตูนที่ทำรายได้เป็นอันดับต้นๆ ให้ เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์ เคียงขนาบด้วยการ์ตูนรุ่นหลังอย่างชินจัง นารูโตะ หรือเดธโน้ต ทั้งการ์ตูนสั้นจบในตอน การ์ตูนยาวภาคพิเศษ การ์ตูนชุดให้ความรู้ด้านต่างๆ การ์ตูนชุดฉลอง 35 ปี รวมทั้งตอนใหม่ๆ ที่ผลิตจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นซึ่งนำเข้ามาฉายทุกปี นอกจากนี้ บ.นานมีบุ๊คส์ จำกัด ก็ยังมีลิขสิทธิ์การ์ตูนโดราเอมอนชุดเสริมความรู้ตีพิมพ์วางจำหน่ายอีกด้วย

ถ้าเช่นนั้นแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ในญี่ปุ่นจะปิดบังความจริง เพื่อผลประโยชน์ทางการตลาด อดุลย์ ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวว่า โดราเอมอนเป็นอมตะการ์ตูนที่อยู่ในใจเด็กๆ การทำให้ฮีโร่น้อยๆ ตัวหนึ่งตายไปจากจินตนาการ คงเป็นเรื่องที่ อ.ฮิโรชิ ผู้ผูกพันกับทุกบทบาทในโดราเอมอนย่อมไม่มีทางทำอย่างแน่นอน อีกทั้งโดราเอมอนถือเป็นตัวแทนของประเทศญี่ปุ่น เป็นสัญลักษณ์แห่งจินตนาการ ฉะนั้น โดราเอมอนจึงไม่มีไว้แค่เรื่องการค้าเพียงอย่างเดียว และถ้าย้อนกลับไปดูตอนจบการ์ตูนเรื่องๆ อื่น ของ อ.ฮิโรชิ อาทิ คิวทาโร่ ปาร์แมน นินจาฮาโตริ ฯลฯ ก็จะพบว่า อาจารย์จะทิ้งท้ายด้วยการแทรกซึมสั่งสมความดีให้เด็กๆ อยู่เสมอ แม้กระทั่งในแต่ละตอนสั้นๆ ของโดราเอมอนก็ตาม

"ถ้าถามใจจริงแล้ว ในฐานะแฟนการ์ตูนคนหนึ่ง เราก็อยากรู้ว่าตอนจบเป็นอย่างไร แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากรู้ เพราะว่าถ้าโดราเอมอนจบลง อีกหน่อยเราก็คงลืม...เหมือนกับการ์ตูนหลายๆ เรื่องที่จบไปแล้ว แต่ถ้าไม่จบนี่สิ เราก็ยังตามต่อไปเรื่อยๆ โดราเอมอนยังอยู่ในความทรงจำของเรา ไม่ว่าเราจะโตไปสักอีกกี่ปี สายสัมพันธ์ระหว่างเรากับโดราเอมอนจะยังคงมีอยู่ ยังมีสัญญาว่าเราจะเจอกับโดราเอมอนอีกในเล่มต่อๆ ไป ทั้งในรูปแบบหนังซีรีส์ด้วย ผมเลยคิดว่าแฟนคนอื่นๆ ก็คงจะคิดเหมือนๆ กันว่า...ไม่อยากให้จบ..." อดุลย์ให้มุมมอง พร้อมบอกแง่คิดปิดท้ายว่า โดราเอมอน คือวัฒนธรรม ไม่ใช่อารยธรรม จึงไม่มีจุดสูงสุดและจุดตกต่ำ แต่จะเป็นสิ่งที่ส่งรับและถ่ายทอดไปสู่คนอ่านรุ่นต่อๆ ไป...ไม่รู้จบ


ด้าน กิตติชัย มรรคธรรมกุล แฟนพันธุ์แท้โดราเอมอน กล่าวว่า จากที่ติดตามโดราเอมอนมานาน อ.ฮิโรชิ ผู้แต่งคงไม่อยากให้การ์ตูนเรื่องนี้จบลงอย่างแน่นอน ตอนจบดังกล่าวจึงน่าจะเป็นฝีมือของพวก "โดจิน" หรือที่รู้จักกันในนามนักเขียนการ์ตูนอิสระผู้คลั่งไคล้ศรัทธาการ์ตูนเล่มโปรดอย่างสุดใจ จนถึงขนาดไปจินตนาการต่อเติมดัดแปลงให้เป็นไปอย่างใจคิด กลุ่มโดจินถือกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะขยายมาถึงเมืองไทย ผลงานของกลุ่มโดจินไทยที่แพร่หลายมากที่สุดเรื่องหนึ่ง คือการจัดฉากให้โดราเอมอนกับดราก้อนบอล ของ อ.โทริยามะ อากิระ มา รวมตัวการ์ตูนกันในเล่มเดียว

"พวกการ์ตูนดังๆ จะมีตอนจบหมดไม่ว่าจะเป็น โคนัน โปเกมอน ซันชิโร่ โจโจ นารูโตะ คนพวกนี้จะมีมานานแล้ว โดยส่วนตัวผมไม่อยากให้มีตอนจบ เพราะเรื่องยังดำเนินต่อไปได้อีกเรื่อยๆ" แฟนพันธุ์แท้แมวจอมยุ่งให้ทัศนะ

ขณะที่ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ดารานำจากภาพยนตร์ "เพื่อนสนิท" ให้มุมมองในฐานะคอการ์ตูนคนหนึ่งว่า เคยทราบตอนจบของตำนานยอดการ์ตูนเรื่องนี้มาเพียงแบบเดียว คือแบบที่สอง

"ได้ยินมาว่าผู้เขียนเสียชีวิตไปก่อน แต่ไม่รู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร ถ้าเป็นความจริงคงรับไม่ได้ ถึงถ้าไม่มีตอนจบ มันอาจค้างๆ คาๆ แต่พอมาเจออย่างนี้ก็สงสารคนอ่าน เป็นตอนจบที่เศร้ามาก สงสารคนที่เขารักโนบิตะ ผมว่าการ์ตูนเรื่องนี้แต่ละตัวละครสามารถแสดงบทบาทหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก โดยเฉพาะโดราเอมอนที่น่ารักที่สุด นี่คือการ์ตูนที่มีเสน่ห์ ตอบความฝันได้อย่างใจคนที่อ่าน" ซันนี่ แสดงความเห็น

ด้าน "น้าต๋อย เซมเบ้" หรือ นิรันดร์ บุญยรัตพันธ์ นักพากย์การ์ตูนขวัญใจเด็กๆ ให้ทัศนะว่า การมีผู้ปล่อยกระแสตอนจบทั้งสองแบบของโดราเอมอน ถือว่าสร้างอิทธิพลทางความรู้สึกให้กับเด็กๆ ที่ชอบการ์ตูนเรื่องนี้ จนอาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่อยากดูหรืออ่านโดราเอมอนอีกต่อไป และกลุ่มที่รู้สึกเสียใจตามการ์ตูนไปด้วย และอาจกลายเป็นความบ้าคลั่งไปเลย

"จริงๆ ในแต่ละตอนของโดราเอมอนมีอิทธิพลและจะสอนเด็กๆ ในหลายด้านแฝงอยู่แล้ว เช่น การรักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม" น้าต๋อย แจกแจง



"ตอนจบของโดราเอมอน" ที่เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต

แบบที่ 1

บ่ายวันหนึ่ง โนบิตะกลับมาจากโรงเรียน พบโดราเอมอนนอนหลับไหลอยู่ ไม่ว่าจะพยายามปลุกอย่างไร โดราเอมอนก็ไม่ตื่นเสียที โนบิตะรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่แปลกไป จึงใช้ไทม์แมชชีนไปในอนาคตเพื่อไปหาโดเรมีน้องสาวของโดราเอมอนให้มาดูอาการของพี่ชาย โดเรมีพบว่า แบตเตอรี่ในตัวโดราเอมอนหมด อีกทั้งพลังงานสำรองที่หุ่นยนต์แมวมีอยู่ที่หู โดราเอมอนก็ถูกหนูกัดไปหมดแล้ว และถ้าหากเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ ความทรงจำเดิมของโดราเอมอนก็จะถูกลบเลือนไปทั้งหมด

เมื่อหมดหวัง โนบิตะก็เปลี่ยนตัวเองไปอย่างสิ้นเชิง เขามุมานะตั้งใจเรียน ชิซูกะรู้สึกประทับใจกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ทั้งคู่จึงตกลงปลงใจแต่งงานกันในเวลาต่อมา โนบิตะเติบโตเป็นนักวิทยาศาสตร์ ทุ่มเทศึกษาโครงสร้างทั้งหมดของโดราเอมอนเพื่อรักษาซ่อมแซมให้สำเร็จ กระทั่งวันหนึ่ง โนบิตะก็เรียกชิซูกะเข้ามาในห้องนอนเก่าของเขาซึ่งกลายเป็นห้องทดลองที่โดราเอมอนนอนหลับใหลอยู่ เพื่อเป็นประจักษ์พยานในการฟื้นคืนกลับมาอีกครั้งของหุ่นยนต์เพื่อนรัก โนบิตะทำสำเร็จแล้ว!!

...ทันทีที่โนบิตะกดสวิตช์ เพื่อนรักคนเดิมก็ลืมตาขึ้นมา ประโยคแรกที่โดราเอมอนเอ่ยขึ้นก็คือ

"โนบิตะ นายทำการบ้านเสร็จรึยัง?"

เมฆสีขาวก็ยังลอยล่องอยู่บนท้องฟ้า เหมือนดังวันก่อน วันเวลาที่พวกเขาได้ร่วมใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน...



แบบที่ 2 (ถูกกล่าวอ้างว่ามาจาก Story Board ก่อนเสียชีวิตของอ.ฟูจิโกะ)

วันหนึ่งในโรงพยาบาล โนบิตะตื่นขึ้นมาพ่อแม่ และเพื่อนๆ ครบทุกคนยืนเฝ้าอยู่รอบเตียง เด็กชายถามถึงโดราเอมอน...ทุกคนปฏิเสธว่าไม่รู้จัก โนบิตะจึงได้พบว่า แท้จริงเขานอนหลับมานานเป็นปีแล้ว เนื่องจากไม่สบาย เด็กชายนึกย้อนถึงเรื่องราวเกี่ยวกับโดราเอมอนทั้งหมด ทุกสิ่งเป็นเพียงความฝัน ทุกอย่างคือจินตนาการที่เขาสร้างขึ้น โนบิตะเป็นเด็กที่ไม่แข็งแรง และไม่มีเพื่อนรักที่จะอยู่ด้วยกัน เขาต้องนอนโรงพยาบาลตลอดเวลา และแล้ว โนบิตะก็หลับไปอีกเป็นครั้งสุดท้าย

พ่อแม่และเพื่อนๆ ของโนบิตะร้องไห้ระงมในงานศพของโนบิตะ...เขาจากไปก่อนวัยอันควร...เรื่องราวทุกอย่างก็ถึงคราวจบลง เหตุที่โนบิตะฝันถึงโดราเอมอนและอนาคตนั้น เป็นเพราะเขารู้ดีว่าตัวเองกำลังจะตายในอีกไม่นาน เขาจึงอยากมีอนาคต มีเพื่อนรัก มีการผจญภัยสนุกสนาน แต่ฝันของเขาก็ไม่มีวันเป็นจริงตลอดไป...




 

Create Date : 27 ธันวาคม 2549    
Last Update : 7 มกราคม 2550 9:18:43 น.
Counter : 249 Pageviews.  

ไร้สาระวันหยุด


บล็อกแรกใน Bloggang เหอๆๆ ไม่เคยสนใจจะเขียนเลย แต่พอมาเช็ครู้สึกว่าจะมีคนคลิกเข้ามาว่าวหลายคนแฮะ...ผมเขียนก้อได้คร้าบบ

จริงๆแล้วผมเข้า Pantip มาก้อหลายปี แต่ส่วนมากเข้ามาอ่าน เพิ่งจะขยันอยากออกความเห็นตามประสาคนมีความรู้น้อยแต่อยากอวดภูมิก้อเมื่อเร็วๆนี้เอง

เท่าที่เล่นมา ดูแล้วผมว่า Pantip เป็นสังคมที่ดีนะ มีทั้งขาประจำ และขาจร เมื่อคนใหม่ๆบางคนเข้ามาถาม ก้อจะมีคนเอื้อเฟื้อแบ่งปันข้อมูลโพสตอบกันเป็นที่น่าประทับใจ

มีเรื่องแปลกใจนิดหน่อย เพิ่งรู้ว่า Pantip มันไม่ได้มาจากห้างพันธุ์ทิพ แต่มาจาก 1000 tip..... ไอ้ผมก้อโง่อยู่ตั้งนาน ไม่เคยจะสังเกตชื่อเล้ย...




อ่า...ยังไงก้อฝากตัวด้วยละกันครับเพื่อนใหม่ทุกๆคน



ปล.ภาพนี้คือข้างๆจอคอมผมครับ




 

Create Date : 17 ธันวาคม 2549    
Last Update : 18 ธันวาคม 2549 22:33:50 น.
Counter : 123 Pageviews.  


pzifrius
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ผมเป็นคนค่อนข้างพูดตรง บางครั้งหากล่วงเกินสิ่งใดใครไป ก้อขออภัยด้วยนะครับ





Friends' blogs
[Add pzifrius's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.