คือพุทธรักษา คือการวาด "ชีวิต"
Group Blog
 
All blogs
 

ดอกไม้แห่งบ้านแม่กำปอง





สีสันแห่งดอย ความงานแห่งภูผา "ดอกกำปอง" สัญลักษณ์แห่งหมู่บ้านแม่กำปอง ซึ่งช่วงเวลาที่เรามา ยังไม่ถึงหน้าฤดูบาน ก็เลยอดเชยชม ภาพนี้ต้องขอขอบคุณ //www.mae-kampong.com







ดอกไม้หน้าหมู่บ้าน ช่วยเพิ่มความงามให้กับหมู่บ้าน แม้ผมจะไม่รู้จักชื่อ แต่ด้วยดอกที่บานอวดโฉมกลีบดอก ก็ชวนให้ต้องถ่ายรูปเก็บไว้ดู






ดอกไม้ตระกูลตะบองเพชร เวลานี้เป็นเวลาที่ยังหลับไหลอยู่ ดอกจะหุบรอการอวดโฉมยามราตรี ลักษณะดอกจะเป็นกลีบสีขาวนวล เกศรสีเหลืองส่งกลิ่มหอม ดอกเมื่อบานเต็มที่แล้วจะใหญ่เท่าจานทานข้าวใบโต ลำต้นจะคล้ายตะบองเพชร แบนๆสีเขียว จริงๆผมได้ถามชื่อจากชาวบ้านแล้ว แต่ลืมจดมาต้องขอโทษทีนะคาบ






เมื่อ Zoom เข้าไป จะเห็นความงามแห่งหยดน้ำค้างที่ยังค้างคาอยู่ด้วยความหนาวเย็น เลยเห็นลักษณะเช่นนี้อยู่นาน






ถ่ายดอกไม้ข้างบนอยู่ เมื่อก้มลงดูก็เพิ่งจะเห็น ดอกไม้ในอากาศที่หนาวเย็น เผยให้เห็นกลีบดอกออกอยู่นาน




 

Create Date : 08 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 8 กรกฎาคม 2551 17:19:30 น.
Counter : 762 Pageviews.  

บ้านแม่กำปอง ตอนที่ 3




ใบชา ผลิตผลบ้านแม่กำปอง ซึ่งทำรายได้ให้กับแม่กำปองมากมายหลายอย่าง ผมเดินทางวันแรกก็เข้าพักที่บ้านของพ่อหลวง ผู้ใหญ่บ้านแม่กำปอง และพลานป่าที่พลิกผันตัวเองมาเป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยว ได้บอกเล่าถึงเรื่องของใบชา ซึ่งลักษณะใบที่นี่จะใหญ่ ใบสวยไม่ค่อยมีหนอนใบชามารบกวน ด้วยการดูแลแบบธรรมชาติ เราจะใช้วิธีการแบบให้ธรรมชาติดูแลธรรมชาติ การทำแบบนี้เป็นวิธีที่ทำให้ชา และป่า อยู่กับพวกเราได้ไปตลอด
อีกอย่าง นอกจากใบชาที่เป็นผลผลิตแล้ว ก็ยังมีกาแฟ ซึ่งมีอยู่สองสายพันธุ์ คือ อาราบีก้าและโรบัสต้า ก็ยังเป็นผลผลิตที่ทำรายได้ไม่แพ้กัน







กาแฟ ผลผลิตแห่งบ้านแม่กำปอง หากต้องการลิ่มลองรสชาติที่สดอร่อย ต้องที่บ้านแม่กำปองเท่านั้นนะคราบ...






ป้ายทางเข้าร้านพ่อหลวง ที่คอยบริการชาวบ้านและนักเดินทาง พวกเราได้หยุดพักที่นี่เพื่อเตรียมตัวเดินทางต่ออีกวัน ที่ร้านพ่อหลวงมีกาแฟสดไว้คอยบริการและอาหารตามสั่ง แต่พ่อหลวงใจดีพาพวกเราไปกินอาหารพื้นบ้าน ซึ่งก็ยังติดใจผัดยอดฟักแม้วและยำใบชา แม่ครัวก็ใจดีตักข้าวให้กินอย่างไม่หยุด เล่นเอาก้มผูกเชือกรองเท้าไม่ได้เลย พ่อหลวงเล่าว่าใบชาที่นี่นอกจากเอาไปชงกินน้ำแล้ว ยังนำมาทำเมี่ยง เมี่ยงคือใบชาที่นำมามัดเข้าด้วยกันหลายๆใบ ประมาณเท่ากำมือ เอาไปนึ่งในถังไม้ แล้วจึงเอามาดองเก็บไว้ สำหรับไว้อม คู่กับเกลือเม็ด คล้ายๆหมาก รสชาติจะฝาดๆเปลี้ยวๆ ราคาจะแพงเลยทีเดียว พ่อหลวงบอกว่าสามารถเป็นยาในช่องปาก รักษาฟัน นอกจากนั้นแล้วใบชาก็ยังมาทำเป็นหมอนใบชา ซึ่งมีกลิ่นหอมของใบชา ผมเลยไม่ลืมที่จะซื้อเป็นของฝากมาฝากคนรู้ใจ




 

Create Date : 08 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 8 กรกฎาคม 2551 16:38:16 น.
Counter : 550 Pageviews.  

บ้านแม่กำปอง




บ้านแม่กำปอง กิ่งอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ชาวบ้านมีอาชีพปลูกเมี่ยง(ใบชา) ทำไร่ และทำส่วนกาแฟ รูปแบบการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบยั่งยืน บ้านแม่กำปอง หมู่ 3 ตำบลห้วยแก้ว กิ่งอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ มีนายพรมมินทร์พวงมาลา เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย
หลังสิ้นสุดกระบวนการวิจัย ชาวบ้านสามารถรวบรวมพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ พืชสมุนไพร ไม้ดอกที่มีคุณค่าอย่าง ”ดอกเอื้องดิน” ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาตามวิถีชีวิตของชุมชน รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชน จากเข้าร่วมกระบวนการของงานวิจัย นอกจากนั้นยังนำเอาองค์ความรู้ไปต่อยอดพัฒนาไปสู่รูปแบบการท่องเที่ยวภายใต้การจัดการของคนในชุมชนอย่างเป็นระบบ ที่ประกอบด้วย กิจกรรมทางการท่องเที่ยว โปรแกรมและรูปแบบการท่องเที่ยว กฎระเบียบข้อบังคับการท่องเที่ยวของชุมชน คณะกรรมการด้านการท่องเที่ยว การบริหารจัดการทรัพยากรทางการท่องเที่ยวของชุมชน เน้นการกระจายรายได้ และผลประโยชน์ที่ลงสู่ชุมชนอย่างสมดุลย์
ข้อมูลเพิ่มเติม //www.mae-kampong.com/








สภาพทั่วไป บ้านแม่กำปองเป็นหมู่บ้านเก่าแก่หมู่บ้านหนึ่ง มีอายุมากกว่า 100 ปี ลักษณะสำคัญของหมู่บ้าน คือ มีลำห้วยไหลผ่านหมู่บ้านหลายสาย ซึ่งเป็นลำห้วยสาขาของห้วยแม่กำปอง ตั้งแต่ในอดีตบริเวณใกล้ลำห้วยจะพบดอกไม้ชนิดหนึ่งมีสีเหลืองแดงผสมกัน มีขนาดเล็ก ชาวบ้านเรียกชื่อดอกไม้นี้ว่า “ดอกกำปอง” ส่วนชื่อหมู่บ้านนั้นมาจากการที่นำเอาชื่อดอกไม้รวมกับชื่อแม่น้ำ “บ้านแม่กำปอง” ซึ่งเป็นชื่อหมู่บ้านมาจนถึงปัจจุบัน กลุ่มคนที่มาตั้งถิ่นฐานในบ้านแม่กำปองกลุ่มแรกเป็นกลุ่มคนพื้นเมือง จากอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่ไม่มีที่ดินทำกินจึงอพยพขึ้นมาประกอบอาชีพเก็บเมี่ยง เพื่อนำเมี่ยงที่เก็บได้ไปแลกซื้อข้าวและอาหาร โดยต้นเมี่ยงที่ชาวบ้านเก็บในตอนแรกนั้นเป็นต้นเมี่ยงที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ต่อมาเมื่อมีการอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเพิ่มมากขึ้น จึงมีการสร้างวัดคันธาพฤกษาขึ้น
เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวด้านจิตใจ ต่อมากลุ่มชนเผาขมุจึงอพยพย้ายถิ่นเข้ามา เพื่อรับจ้างเก็บเมี่ยงให้กับคนพื้นเมือง นานวันเข้าก็แต่งงานกับคนเมือง และมีการผสมกลมกลืนทั้งทางสายเลือด และวัฒนธรรมจนกลายเป็นคนเมืองทั้งหมด ลักษณะการตั้งถิ่นฐานของบ้านแม่กำปองจะเริ่มต้นที่บริเวณปางกลางก่อนจะมีการขยายไปตั้งบ้านเรือนยังบริเวณปางนอก ปางขอน ปางโตน และปางใน

ปัจจุบันบ้านแม่กำปอง ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลห้วยแก้ว กิ่งอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่หมู่บ้านทั้งหมดประมาณ 6.22 ตารางกิโลเมตร หรือ 3,887.50 ไร่ สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ดอน (Upland Area) ส่งให้มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี บ้านแม่กำปองห่างจากตัวกิ่งอำเภอประมาณ 20 กิโลเมตร และระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 50 กิโลเมตร การเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านสามารถเดินทางได้สะดวกในทุกฤดูกาล ในปี 2547 บ้านแม่กำปองมีจำนวนประชากร 418 คน 130 ครัวเรือน บ้านแม่กำปองเป็นหมู่บ้านที่ทำเมี่ยงเป็นอาชีพหลัก
ข้อมูลเพิ่มเติม //www.mae-kampong.com/








การที่ถ่ายภาพมุมกว้างของหมู่บ้านแม่กำปองได้เนี่ย ต้องขึ้นไปบนเขาท้ายหมู่บ้าน ผมปีนจากหลังบ้านที่ผมพักอยู่ ขึ้นไปบนเขาก็เห็นบ้านแต่ละหลังเกือบจะหมด ซึ่งลักษณะการสร้างบ้านของชาวบ้านที่นี่ จะเป็นในลักษณะไล่หลั่งระดับขึ้นไป สังเกตุได้ว่าจุดที่ต่ำที่สุดของหมู่บ้านจะมีลำธารใหลอยู่ตลอด การสร้างบ้านจึงต้องสร้างให้อยู่ใกล้กับน้ำ และจะค่อยๆเพิ่มแต่ละหลังต่อไป ค่อยๆไล่ระดับความสูงขึ้นไป เพราะฉะนั้นเมื่อผมขึ้นไปอยู่ที่ท้ายหมู่บ้านจึงสามารถมองเห็นหลังคาบ้านเกือบทั้งหมด




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 8 กรกฎาคม 2551 15:47:04 น.
Counter : 742 Pageviews.  

บ้านแม่กำปอง ตอนที่2




วัดในหมู่บ้านแม่กำปอง เมื่อกำลังจะเดินทางไปต่อ ก็พอดีผ่านหน้าวัด เลยต้องเลี้ยวรถกลับมา แรกเมื่อเห็นอุโบสถวัดรู้สึกถึงความ








พืชใบใหญ่ พบบนหลังคาอุโบสถวัดหลังเก่าที่ยังคงความสวยงาม และขลังในความเก่า ซึ่งบนหลังคาจะเต็มไปด้วยพืชจำพวก ตะไคร่น้ำ มอส ต่างๆ ทำให้หลังคาอุโบสถดูเขียวไปหมด








ภาชนะใส่น้ำ บริเวณหน้าอุโบสถ คงจะเป็นที่สำหรับชำระล้างสิ่งสกปรกก่อนที่จะเข้าไปยังอุโบสถ แต่ตอนนี้ไม่ใช้แล้ว และให้เหตุผลว่า ใส่น้ำไว้เพื่อให้ที่บริเวณนั้นชุ่มชื้น เราสังเกตุได้ว่าตัวภาชนะจะเต็มไปด้วยตะใคร่น้ำสีเขียว ซึ่งดูสวยงามธรรมชาติไปอีกแบบ








ลวดลายการแกะสลักหน้าต่างอุโบสถหลังใหม่ ซึ่งจะเป็นในลักษณะของการเล่าเรื่องในวรรณดคี ซึ่งแต่ละบานจะมีไม่เหมือนกัน แต่เมื่อมองดูภาพรวมแล้วจะเห็นถึงความงดงามในอารยธรรมของชาวล้านนาอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว








รั้วกั้น ทางเขาอุโบสถหลังใหม่ ที่สลักอย่างสวยงาม








และอีกมุมหนึ่ง ดูแล้วหลายคนอาจจะอยากขอถ่ายเองบ้าง








พระสงฆ์ หรือพระลูกวัด








ปิดท้ายด้วยกระดานสอนภาษาล้านนา ซึ่งเป็นที่เรียนของพระสงฆ์และคนในหมู่บ้าน






 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 8 กรกฎาคม 2551 15:38:28 น.
Counter : 659 Pageviews.  


Valentine's Month


 
คือพุทธรักษา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add คือพุทธรักษา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.