Percy Jackson & the Olympians: The Lightening Thief




เรื่องย่อ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาธรรมดาคนนึง ที่ถูกเหล่าทวยเทพ
แห่งเทือกเขาโอลิมปุสเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของเขาองค์แล้วองค์เล่า
เนื่องจากคิดว่าเค้าเป็นคนโขมยสายฟ้าของเซอุสไป
เพอร์ซีย์ จึงได้รู้ว่า บิดาที่แท้จริงของเขาคือเทพโพไซดอน เจ้าแห่งคาบสมุทร
ซึ่งนั่นทำให้เพอร์ซีย์ เป็นเดมิก็อด หรือครึ่งคน ครึ่งเทพนั่นเอง

เพอร์ซีย์จึงจำใจต้องเตรียมพร้อมออกเดินทางผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต
และมีเดิมพันที่ไม่อาจจะหาสิ่งสูงค่าใดๆ มาเปรียบได้
เพื่อตามหาสายฟ้าที่หายไป จุดหมายปลายทางของการผจญภัยครั้งนี้
มีเดิมพันที่ไม่ใช่แค่เพียงอนาคตของโลกมนุษย์เท่านั้น
หากแต่ยังมีชะตาชีวิตของแซลลี่ มารดาของเพอร์ซีย์
ที่ฮีโร่หนุ่มน้อยจะต้องช่วยเธอให้รอดพ้นจากนรกขุมสุดลึกจนได้








Logan Wade Lerman - As Percy

January 19, 1992 (age 18)

Beverly Hills, California, U.S.







บอกได้เลยว่า อย่างน้อยคน 50% จะต้องไปดูเรื่องนี้เพราะพระเอกน่ารัก
ซึ่งเป็นเช่นนั้นจริง ฮาๆๆ
เด็ก หน้าใสกิ๊ง ตาสีฟ้า ยิ้มสวย หน้าเพอร์เฟค
ลงความเห็นกับ Mr. L แล้วว่าหน้าทางเดียวกับ Zac Efron งานนี้เกิดไม่ต้องสงสัย


เป็นการเลือกตัวละครได้เวิร์คมากๆ
ทุกคนในเรื่องเหมาะกับบท ถึงแม้นางเอกจะเห็นแล้วไม่ปิ๊งในแว็บแรก
แต่ยิ่งดูแล้วจะยิ่งสวย ซึ่งก้อดูห้าวๆ ถึกๆ ไปพร้อมๆ กันได้









แต่ก้อนะ ยังไม่ได้อ่านหนังสือ ไม่รู้หนังสือเขียนรึเปล่า
หนังยังบกพร่องไปในหลายๆ ส่วน

1. Lightening Theif ทำไมถึงโขมยสายฟ้ามาได้ง่ายๆ ของสำคัญขนาดนี้

2. Lotus Casino รถจอดอย่างงั้น มีกุญแจด้วยเรอะ

3. Trailer ทำออกมายาวมากกกกกกกกกกกกกกก
ฉากเด็ดๆ อยู่ในนั้นซะหมดเลย ทำเอาหมดลุ้นไปเลย

ผู้กำกับกลัวคนมิไปดูเรอะ
เล่นเอาฉากปากกากลายเป็นดาบมาโชว์งี้
เอาฉากเพอร์ซี่เรียกน้ำจากแทงค์ออกมาได้งี้

จุด Climax อยู่ที่ใด ??

4. เล่นกะเมดูซ่าเยอะมาก เอียนเลย


ไงก้อตาม โดยรวมหนังสนุก ดูแล้วลื่นไหล
แต่เสียอรรถรสเพราะตัวอย่างจัดมาเยอะนี่แหละ








Total: 8.5/10
หักตามด้านบน โดยเฉพาะ Trailer โดนไป 1.3 เลยเอ้า




 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2553 9:38:47 น.
Counter : 542 Pageviews.  

Avatar





ชื่อไทย อวตาร
ประเภทหนัง Sci-Fi/Fantasy/Action
ผู้กำกับ James Cameron
นักแสดง Sam Worthington, Zoë Saldaña, Sigourney Weaver, Michelle Rodriguez, Stephen Lang, Joel David Moore, Giovanni Ribisi, CCH Pounder, Dileep Rao, Matt Gerald, Laz Alonso, Peter Mensah, Wes Studi




เรื่องย่อ

เจค อดีตนาวิกโยธินหนุ่มที่เป็นอัมพาตครึ่งตัว ที่ถูกเรียกมาปฎิบัติหน้าที่ในภารกิจพิเศษที่จะต้องเปลี่ยนร่างกายของเขา (อวตาร) ให้กลายเป็นชาวมนุษย์ต่างดาวที่อาศัยอยู่ที่ดาวแพนดอร่า โดยเจค ต้องเข้าไปสอดแนมในกลุ่มของนาวี เพื่อนำทางให้มนุษย์เข้าไปตักตวงแร่อันมีค่าของที่นั่น แต่ยิ่งเจค ได้สัมผัสชีวิตบนดาว แพนดอร่า มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหลงใหลในความงามของที่นี่มากขึ้นเท่านั้น ท้ายที่สุดเขาต้องเลือกระหว่างภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายจากโลกและความรักความผูกพันที่มีต่อชาวนาวี ในสงครามที่มีอนาคตของโลกมนุษย์เป็นเดิมพัน











มีแต่คนเชียร์ให้ดู แถมคอมเมนต์ในหลายๆ ที่ ก้อชมกันซะยกใหญ่

ดูจากใน Trailer ก้อโอเคน่าสนุกดีแฮะ
แต่ก้อฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง ช่วงนี้ภาษาตกต่ำ
อ่านในเรื่องย่อแล้วก้อยังงงๆ ว่าตกลงคำว่า ร่างกายของเขา (อวตาร) คือ

สรุปว่า อวตาร คือ ชื่อเรียกร่างจำลองของเผ่าพันธุ์สีฟ้าๆ ในหนังนี่เอง
ตัวเผ่าเองที่มีชีวิตจริงๆ เรียกว่า ชาวนาวี
ซึ่งอวตารก็คือหุ่นเลียนแบบชาวนาวี ที่ให้คนถ่ายจิตเข้าไปสั่งการ






หนังเรื่องนี้ สั้นๆ ว่าสุดยอดมาก
เอฟเฟคทุกอย่างในเรื่องเนียนมากๆ ไม่มีฉากไหนที่ดูแล้วแบบว่า CG ได้อีกเลย
ตัว Avatar ที่ชอบมากที่สุดนี่จะเป็นของ Sigourney Weaver
เห็นแล้วรู้เลยว่าใช่ ทั้งวิธียิ้ม รูปหน้า รูปปาก ได้หมดเลย

ผู้กำกับ ทีมตัดต่อ ทีม CG เก็บรายละเอียดได้แบบทุกเม็ด
เหมือนนำคนดูหลุดไปอยู่อีกโลกนึง





และที่สำคัญคือเนื้อเรื่องที่แหวกออกไป
เพราะ ....

ปกติจะเป็นหนังที่โลกถูกทำลาย คนไปต่างดาวแล้วเจอเอเลี่ยนคุกคาม
แต่ในอวตาร มนุษย์กลายเป็นผู้ทำลาย
ดูแล้วจะกลายเป็นว่าเชียร์ฝ่ายนาวี ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นมนุษย์
ซึ่งก้อตรงกับสัจธรรมบนโลกนี้อย่างแท้จริงว่า มนุษย์ไม่เคยพอ



ถ้าดาวแพนดอร่ามีจริงชาติหน้าขอไปเกิดดาวนั้นก้อดีแฮะ
เป็นดาวที่น่าอยู่มากกกก ทุกอย่างสวยไปหมด
ถึงจะดูโบราณ แล้วก้ออันตราย
แต่สื่อถึงชีวิตแบบธรรมชาติ และพอเพียง




หนังเหมือนจะไม่มีอะไร พล็อตเรื่องมีอยู่สั้นๆ
ความยาว 2 ชม 40 นาที
แต่ไม่มีตอนไหนที่ทำให้เบื่อเลย
เนื้อเรื่องไปแบบ Smooth ลงตัว และน่าติดตาม
และจบอย่างสมบูรณ์

ขอยกให้เป็นหนังที่ดีที่สุดของปี 2009

การันตีด้วย

เหตุผล 12 ประการที่หนัง Avatar จะทำเงินมากกว่า Titanic









เชียร์มาขนาดนี้ก็

Total : 10/10
ไปดูเหอะ แล้วจะรู้

ยังอยากไปดูในโรง IMAX 3D อีกรอบเลยเหอะ




 

Create Date : 20 ธันวาคม 2552    
Last Update : 21 ธันวาคม 2552 0:19:04 น.
Counter : 234 Pageviews.  

2012





เรื่องเค้าออกจะดัง คงไม่ต้องอธิบายเหมือนเดิม
ง่ายๆ ว่า 21/12/2012 โลกจะแตก





เป็นหนังที่ดูแล้วเหนื่อยมาก
พระเอกขับรถเก่งเว่อร์ เหมือนเป็นนักขับรถแข่ง
แล้วก้อต้องเป็นคนที่โชคดีเว่อร์
ลุ้นตลอด เฉียดตลอด ตั้งแต่ต้นจนจบ


ส่วนฉากเอฟเฟคนี่ก้อตามมาตรฐาน Hollywood นั่นแหละ
แต่ก็ยังดึงอารมณ์คนดูได้ไม่เท่า Knowing ตอนฉากเครื่องบินตก
ที่รู้สึกเหมือนได้เห็นเครื่องบินตกตรงหน้า









ไงก็มีฉากประทับใจที่ไม่เคยมีใครเล่นอยู่เหมือนกัน
นั่นคือฉากการวิ่งลอดใต้ทางด่วน
เป็นอะไรที่ดูแล้วต้องยกมือปิดปากกันกรี๊ดเลย
แต่พวกเครื่องบินเหมือนจะหายไปในควันแล้วพุ่งออกมา
ค่อนข้างจะเดิมๆ ไปหน่อย






การดำเนินเรื่องนี่ให้ผ่านฉลุย เค้นอารมณ์คนดูได้ดีเลยล่ะ
ยิ่งพวกหายนะทั้งหลาย เห็นคนล้มตายแล้ว สะเทือนใจได้อีก


แต่ไม่รู้คิดไปคนเดียวรึเปล่า
มันแอบตลกอะ
เวลาตัวละครหนี ดูไม่เครียด ไม่กังวล
เหมือนหนีตลกๆ ตื่นเต้นๆ ล่กๆ แบบหนังของเฉินหลง

เวลาเห็นภูเขาไฟระเบิดงี้
ทำหน้าเหมือนดูจุดพลุ นี่ไงพลุ มีคนจุดพลุ
ไม่รู้สึกเหมือนความตระหนกตกใจเท่าไหร่





Total: 9/10
หักคะแนนนักแสดง ไม่ก็ผู้กำกับ
ที่ปล่อยให้ฟิวของความรู้สึกตลกออกมาได้ มันไม่ควรแฮะ



Ps. ดูเสร็จปุ๊บ คุณจะอยากได้ Bentley ขึ้นมาทันที ฮาๆๆ




 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2552 2:10:45 น.
Counter : 192 Pageviews.  

The Proposal




เรื่องย่อ :

เมื่อมาร์กาเร็ต (แซนดร้า บุลล็อค) บรรณาธิการหนังสือ
ผู้ทรงอิทธิพลในนิวยอร์กกำลังจะถูกส่งตัวกลับไปยังแคนาดา
ประเทศบ้านเกิด ความหัวไวทำให้เธอพลั้งปากออกไปว่า
จริงๆ แล้วเธอกำลังหมั้นหมายอยู่กับผู้ช่วยหนุ่ม
แอนดรูว์ (ไรอัน เรย์โนลด์ส) ผู้ที่เธอจิกหัวใช้เขามาหลายปี
และเขาก็ตกลงที่จะช่วยโกหกให้เธอภายใต้เงื่อนไขของเขาเอง
คู่รักกำมะลอคู่นี้ได้เดินทางไปที่อลาสก้าเพื่อพบกับครอบครัวสุดพิลึกของเขา
และสาวเมืองที่เคยรับมือได้กับทุกเรื่องก็ต้องพบเจอสถานการณ์อึดอัด
ที่ทำให้เธอรู้สึกตัวเองเหมือนปลาพ้นน้ำครั้งแล้วครั้งเล่า
ด้วยแผนจัดงานแต่งงานแบบด่วนจี๋และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง
ที่ตามสืบเรื่องของพวกเขาอยู่
มาร์กาเร็ตและแอนดรูว์ก็จำต้องสาบาน
ที่จะทำตามแผนที่วางเอาไว้ไม่ว่ามันจะทำให้เกิดผลที่ร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม









Purr's Comment ::

ดูจากคำนิยม

"เจ้าแม่คอเมดี้คืนบัลลังก์ "แซนดร้า บูลล็อค"
พา "The Proposal" เปิดตัวขึ้นอันดับ 1 ครั้งแรกในรอบ 10 ปี
รายได้เปิดตัวสูงสุดกว่าทุกเรื่องที่ผ่านมา
และยังสามารถทำรายได้เปิดตัวไปกว่า 34 ล้านเหรียญฯ"
ซึ่งเป็นตัวเลขเปิดตัวสูงสุดตลอดกาลของหนังที่เธอแสดงมาอีกด้วย

แค่นี้ก้อน่าไปดูแล้วป๊ะ



แซนดร้าเล่นได้เพอร์เฟคมากๆ ชีบอร์นทูบี มากาเร็ต ได้อีก
สวย เริศ เชิด ชุดเปิดตัวนี่ให้คะแนนเต็ม
คงมีสาวไม่กี่คนที่ไม่อยากใส่ชุดดำของเธอไปทำงาน
แต่คงต้องรักษาหุ่นให้ได้อย่างเธอนะ เอวเป็นเอว แหม๊ อิจฉา

ส่วนไรอันนี่ถึงบทเด่นน้อยกว่า
แต่พลิกคาแรคเตอร์จากต้นเรื่องกับกลางเรื่องได้สะใจจริงๆ
นี่แหละ คนเรามันมี 2 ด้าน


ผู้กำกับ แอน เฟลทเชอร์ คนนี้ก้อเคยกำกับเรื่อง 27 Dresses ด้วย
ท่าทางจะถนัดหนังแนวชีวิตห่อเหี่ยว แล้วกลับมาแฮปปี้ทีหลัง
แต่ทั้ง 2 เรื่องเป็นหนังที่ดูแล้วทำให้หัวใจพองโตดีนะ


ดูแล้วไม่ผิดหวังกับที่ตั้งใจไว้เลย หนังฮามาก น่ารักมาก
หัวเราะกันตั้งแต่ต้นเรื่อง ยันจบเรื่อง
นักแสดงสมทบอย่างคุณยาย กับ ราโมน (คนนี้เด็ด 555) ยิ่งทำให้เวิร์ค




ใครที่ชอบโรแมนติคคอมเมดี้นะ ไปดูโลดเลย คอนเฟิร์ม
แล้วคุณจะรักมากาเร็ต รักแซนดร้าเลยแหละ
นี่ถ้าออกแผ่นแล้วก้อจะดูอีกรอบแน่ๆ




Total: 9/10

ขอหักนิดนึงละกัน ฉากสวีทน้อยไปหน่อย
อย่างว่านะ ช่วงเวลาในเรื่องมันสั้นอะ แค่ไม่กี่วัน ไม่งั้นนี่ให้เต็มเลย





 

Create Date : 01 ตุลาคม 2552    
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2553 1:25:50 น.
Counter : 226 Pageviews.  

Harry Potter and The Half-Blood Prince

เมื่อวานนี้ก้อแอบหนีแม่ออกจากบ้านไปดูหนังจนได้
พระเจ้าจะทำโทษให้เป็นหวัดมั๊ยน้อ








ว่าด้วย Harry Potter คงไม่ต้องเล่าเรื่องย่อ
ภาคนี้ถือว่าเป็นภาคที่ชอบน้อยที่สุดเท่าที่ดูมา
ถึงจะไม่ได้อ่านหนังสือ แต่ก้อพอจะเดาได้ว่าคงตัดส่วนย่อยๆ ออกไปเยอะ
เลยทำให้เหมือนบางอย่างมันขาดไป



อย่างเช่น เรื่องหนูจินนี่กับแฮรี่ ที่อยู่ๆ ก้อมารักกันได้ งงๆ ว่างั้นเหอะ
ซึ่งเท่าที่อ่านหนังสือจากภาคก่อนๆ จะรู้ว่าหนูจินนี่เค้าปลื้มเฮียมานาน
แต่ไอตรงที่เฮียเค้าไปชอบหนูตอนไหนนี่ มันหาจากหนังไม่ได้เลยแหละ
เพราะล่าสุด ภาคก่อน เฮียเค้ายังเลิฟกับโช แชงอยู่เลย
แล้วสาวโชก้อหายไปอย่างดื้อๆ หรือว่าเราจำไม่ได้ก้อไม่รู้แฮะ



เนื้อเรื่องภาคนี้ก้อจะอึนๆ ไม่ค่อยตื่นเต้น
ถ้าคนอ่านหนังสือน่าจะพอรู้อยู่แล้ว
แต่ถ้าไม่ ภาคนี้จะเหมือนเป็นรอยต่อประมาณนั้น
เหมือนเป็นตัวเชื่อมความเป็นมาจากภาคที่แล้ว เป็นแนวไปสู่ตอนจบ


แต่ฉากไคลแมกซ์นี่ประทับใจมาก
ฉากที่คนดูลุ้นมาตลอดว่าตกลง ... เค้าเป็นคนดีหรือไม่ดี
อันนั้น น้ำตาซึมเลยทีเดียว สะเทือนใจจิงๆ อะ

ส่วนเอฟเฟคนี่คงไม่ต้องพูดถึง
ของเค้าก้อดีมาตลอดอยู่แล้ว






Total: 9/10

ก้ออย่างที่บอกมันขาดๆ อะไรไปหน่อยๆ




 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2552 20:09:15 น.
Counter : 241 Pageviews.  

1  2  

Valentine's Month


 
purrhouse
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]





ตอนนี้เปอกลับมาเขียนไดอารี่แล้ว
ถ้าสนใจลองอ่านเล่นๆ เพลินๆ เชิญที่
http://purrhouse.wordpress.com





























Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add purrhouse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.