All Blog
กรรมสิทธิ์หัวใจ ตอนที่ ๗

ตอนที่


                เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นมาส่งผลให้พีรพัฒน์ต้องออกอาการนิ่วหน้านิดๆด้วยความแปลกใจ เออนะ ใครกันดันโทร.มาตอนนี้ ไอ้ลำพังแค่พยายามประคองรถไปบนผิวถนนโลกพระจันทร์นี่ก็หัวสั่นหัวคลอนแย่พออยู่แล้ว เพราะงั้นไม่ต้องไปนึกถึงไอ้การ ‘ขับแล้วคุย’ เลย ชายหนุ่มตัดสินใจจอดรถข้างทางก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือที่ส่งเสียงไม่หยุดขึ้นมาดู เห็นชื่อและภาพใบหน้าสวยๆของคนโทร.มาที่ปรากฏหราบนหน้าจอแล้วพีรพัฒน์ก็ได้ยิ้มบางๆ แม้บางครั้งอาจจะเข้าขั้นน่ารำคาญบ้างนิดๆแต่เขาก็ยังไม่เคยนึกขุ่นใจกับเจ้าหล่อนคนนี้ได้ลงเลยจริงๆ


                “ว่ายังไงครับรัก?” พีรพัฒน์กรอกเสียงถามไปยามกดรับสายคนโทร.มา แต่ทว่า...


                “พี” คนปลายสายเรียกเขากลับด้วยน้ำเสียงตัดพ้อเต็มที่ “พีอยู่ที่ไหนหรือคะตอนนี้ รู้มั้ย รักพยายามโทร.หาพีตั้งนานสองนานแต่ก็ไม่ติดเลยรู้หรือเปล่า”


                “หืม?” ชายหนุ่มส่งเสียงฮืมฮัมในลำคอ “อืม...โทรศัพท์มันอาจไม่มีสัญญาณละมั้งผมว่า คือตอนนี้ผมอยู่ต่างจังหวัดน่ะ”


                “ต่างจังหวัดหรือคะ?” หทัยรักทวนคำอีกหน “แหม! จังหวัดไหนกันคะ อะไรมันจะไกลปืนเที่ยงจนสัญญาณโทรศัพท์เข้าไม่ถึงขนาดนั้น”


“หึๆ” พีรพัฒน์ได้แต่หัวเราะขำๆกับคำตัดพ้อแกมประชดประชันเล็กๆของอีกฝ่าย “กาญจนบุรีน่ะครับ” เขาตอบ


“โธ่! แค่เมืองกาญจน์เองนะคะ ก็ไม่เห็นจะไกลสักหน่อย พีน่ะอำรักแล้วแน่ๆ”


แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ชายหนุ่มได้แต่หัวเราะขำ ที่จริงก็ใช่ กาญจนบุรีจะว่าไกลก็คงไม่เชิงสักเท่าไหร่หรอก แต่ไอ้ ‘ไกลปืนเที่ยง’ นี่ของจริงทีเดียวสำหรับหมู่บ้านเล็กๆที่เขามา และเขาแน่ใจด้วยว่าถ้าหทัยรักได้มาด้วย เจ้าหล่อนจะต้องร้องกรี๊ดแล้วขอถอนคำพูดเมื่อกี้ชนิดแทบไม่ทัน


                “เอ...ว่าแต่พีไปเมืองกาญจน์ทำไมหรือคะ ไม่เห็นบอกรักสักคำเลยนะ”


“อืม” พีรพัฒน์กรอกตาไปมาขณะสะระตะคิดหาคำตอบ บ่อยครั้งเหมือนกันที่คำถามของหทัยรักคลับคล้ายว่าจะแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเขา ทว่าอาจเพราะจริตหญิงสาวที่รู้จักใช้เลยทำให้ประโยคนั้นดูไม่คุกคามอธิปไตยพีรพัฒน์เกินไปจนน่าเกลียด แต่ถึงอย่างไร...มันก็ยังไม่ใช่เวลาที่เขาจะยอมให้ใครเข้ามาถือครองพื้นที่หัวใจหรอก เพราะงั้นพีรพัฒน์จึงได้ขีดเส้นกั้นเบาๆ 


“ผมมาทำธุระนิดหน่อยน่ะรัก” ชายหนุ่มพูด “แต่พอดีว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ผมก็เลยไม่ได้บอกใคร แล้ว...ที่รักโทร.หาผมนี่ มีธุระอะไรสำคัญหรือเปล่าล่ะ?”


“แหม! พูดแบบนี้แปลว่าถ้าไม่มีธุระรักก็โทร.หาพีไม่ได้งั้นเหรอคะ”


“โธ่! ไม่ใช่แบบนั้นเลย” พีรพัฒน์รีบพูด ทำเอาหทัยรักส่งเสียงหัวเราะกิ๊กมาตามคลื่นสัญญาณโทรศัพท์


                “หึๆ เอาเถอะค่ะ พีไม่ต้องทำเสียงรู้สึกผิดแบบนั้นหรอก” เจ้าหล่อนว่าเสียงใส “รักแค่ล้อเล่นเอง จริงๆแล้วก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่เย็นนี้คุณพ่อรักท่านมีโปรแกรมจะออกไปสังสรรค์กับก๊วนกอล์ฟของท่านน่ะค่ะ”


                “อือฮึ” ชายหนุ่มส่งเสียงรับรู้เบาๆขณะรับฟังความต้องการของอีกฝ่ายต่อ


“ตานี้...อือ...พีก็รู้ รักไม่ชอบทานข้าวคนเดียว ถ้ายังไงเย็นนี้พีออกมาทานข้าวเป็นเพื่อนรักหน่อยได้มั้ยล่ะคะ”


ฟังแล้วพีรพัฒน์ก็ได้แต่ขำๆออกมาอีก หทัยรักมักทำตัวเหมือนเด็กสาวขี้อ้อนเช่นนี้เสมอ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะชีวิตของหทัยรักได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีมาตลอด ทั้งนี้ก็ด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเดียว มิหนำซ้ำยังกำพร้าแม่ไปตั้งแต่เล็กๆจึงทำให้คุณอมรผู้เป็นพ่อนั้นทั้งรัก ประคบประหงมและตามใจเสมอมา


                “ว่าไงล่ะคะ เย็นนี้พีออกมาทานข้าวเป็นเพื่อนรักหน่อยได้หรือเปล่าล่ะ นะคะนะ”


                “อืม...แต่ว่า...” ชายหนุ่มเริ่มครุ่นคิด “แต่ว่าวันนี้ผมสัญญากับแม่ว่าจะไปทานข้าวด้วยแล้วน่ะสิ” เขาตัดสินใจบอกอีกฝ่ายไปอย่างนั้น แน่นอนว่าก็มีแต่ตัวของตัวเองเท่านั้นละที่รู้แก่ใจ ว่าไอ้ที่พูดไปเมื่อกี้น่ะไม่ได้จริงทั้งหมดหรอก เขาไม่ได้ถึงขั้นไป ‘สัญยิงสัญญา’ อะไรไว้กับคุณดวงทิพย์เลย แต่เรื่องตั้งใจจะไปกินข้าวเย็นด้วยนี่เรื่องนี้เป็นความจริง เพราะชายหนุ่มแน่ใจว่าวันนี้แม่คงมีเรื่องอะไรที่อยากคุยอยากถามเขามากมาย แต่ทว่า... 


                “อ้าว หทัยรักร้องออกมา “งั้นก็ดีเลยสิคะ รักเองก็อยากไปทานข้าวกับคุณป้าอยู่พอดีเหมือนกัน”


                หืม? อาจค่อนข้างโชคดีที่การสนทนาหนนี้เป็นการคุยผ่านสัญญาณโทรศัพท์ เพราะชายหนุ่มสามารถแสดงสีหน้าแบบ ‘เหวอชนิดคาดไม่ถึง’ โดยไม่ต้องคำนึงถึงความรู้สึกใคร ขณะที่คนปลายสายซึ่งไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรก็ยังพล่ามต่อไปได้อีก


“โอ้! ดีจริงๆเลยนะคะ นี่! พีจะเชื่อมั้ยล่ะว่าเมื่อวานน่ะรักยังโทร.ไปคุยกับท่านอยู่เลยนะคะ”


เชื่อสิ เขานึกตอบในใจ ก็ที่โทร.ไปจนคุณดวงทิพย์จับได้ว่าเขาตุกติกไม่ยอมเข้าไปทำงานที่เอพีกรุ๊ปนั่นไง


“อ่อ! เหรอครับ”


                “ค่ะ รักคุยกับคุณป้าตั้งนานสองนานแน่ะ ยังคิดอยู่เลยว่าต้องหาโอกาสไปเยี่ยมท่านเร็วๆนี้ให้ได้ ถ้ายังไง เย็นนี้รักขออนุญาตไปทานข้าวกับคุณป้าพร้อมกับพีได้มั้ยล่ะคะ”


ฟังแล้วคนถูกถามก็ได้แต่นึกขำ ในเมื่อเล่นถามมาอย่างนี้แล้วจะให้เขาตอบยังไงได้เล่า


                “ก็...ได้สิ”


                “หึๆ พีน่ะ น่ารักที่สุดเลยค่ะ อือ...เย็นๆนะคะ แล้วรักจะรอค่ะ” ว่าจบหทัยรักก็วางสาย เป็นอันว่าสุดท้ายนอกจากพีรพัฒน์จะไม่ได้ทานข้าวกับแม่ตามลำพังแล้ว เขายังต้องเป็นสารถีไปรับหทัยรักอีก


“เฮ้อ พีรพัฒน์พ่นลมออกจากปากพรืดใหญ่ ถ้ามีบุคคลที่สามด้วยอย่างนี้เห็นท่าเขาคงต้องเล่าเรื่องเด็กจิ๊บให้คุณดวงทิพย์ฟังแบบนอกรอบวันหลังเสียแล้ว


...เด็กจิ๊บงั้นหรือ...


ชายหนุ่มเคาะนิ้วเบาๆกับพวงมาลัยรถยามใช้สมองครุ่นคิด นึกแล้วเขาก็อดจะเสียดายไม่ได้ ดูก็รู้ เด็กคนนั้นเป็นคนฉลาดมากเลยทีเดียว มากกว่านั้นยังได้รับการปลูกฝังทั้งความคิดและจริยธรรมที่ดีมากๆจากยายอีกต่างหาก นี่ถ้าเด็กคนนั้นตัดสินใจรับความอุปการะละก็ พีรพัฒน์แน่ใจว่าเด็กนั่นจะต้องช่วยแบ่งเบาภาระงานในบริษัทป้าอังได้เยอะมากแน่ๆ แต่ว่า...


                ‘ฉันจะอยู่ทำไร่ค่ะ


น้ำเสียงที่ประกาศก้องทันทีหลังจากที่เขาไม่ได้ตอบให้ชัดว่าจะให้เธอ ‘ทำงานตอบแทน’ เขาแบบไหนยังติดตรึงในความนึกคิดของพีรพัฒน์พอๆกับผิวหน้าแดงก่ำยามเมื่อถูกเขาจับมือ อากัปกิริยาเหล่านั้นมันไม่ยากเลยที่จะทำให้เขาเดาความคิดของเด็กสาวได้ ...เด็กนั่นกลัวเขา...


ชายหนุ่มเผลอยิ้มบางๆไม่รู้ตัว


...โธ่! แม่สาวน้อยเอ๊ย!...  


                “เฮ้อแล้วก็ทำได้แต่พ่นลมหายใจออกมาอีกหน รู้ทั้งรู้ว่ามันไร้สาระและเปล่าประโยชน์มากที่เขาจะมานั่งนึกเสียดาย ในเมื่อเด็กคนนั้นตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตแบบนั้นเองซึ่ง...ซึ่งเขาก็อดคิดไม่ได้ว่ามันอาจแย่กว่าไอ้อารมณ์กลัวชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างเขาเสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีไอ้หนุ่มขาเดฟขี้หึงนั่นด้วย เดาได้เลยว่าอนาคตแม่สาวน้อยก็คงจะไม่พ้น


‘ลูกสะใภ้ผู้ใหญ่บ้าน’


ยิ่งนึกยิ่งคิดก็ยิ่งตอกย้ำความน่าเสียดาย เด็กฉลาดๆอย่างนั้นน่าจะเป็น ‘ทรัพยากรมนุษย์’ ที่มีคุณค่าต่อการทำงานมากกว่าการเป็นสะใภ้ผู้ใหญ่บ้านแน่ๆ


ใช่! แล้วความคิดนั้นก็ทำให้พีรพัฒน์ตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ทันที


ความตึงเครียดกระจายตัวทั่วทุกอณูเมื่อผู้ชายตรงหน้าจ้องมองวริณสิตาด้วยดวงตาแข็งเขม็ง


                “ไอ้นั่นมันเป็นใคร” กระแสเสียงที่ใช้จับได้ชัดถึงความไม่สบในอารมณ์ ความรู้สึกต่อร่างผอมโย่งของโกหนุ่ยที่เคยโชว์กร่างต่อหน้าเธอหลายต่อหลายครั้งชักเปลี่ยนแปลงไป จากที่เคยไร้พลังและความน่ากลัวอย่างสิ้นเชิง นาทีนี้กลับทำให้วริณสิตารู้สึกเกรงๆได้บอกไม่ถูก นั่นอาจเพราะความจริงสองข้อที่ต้องตระหนัก หนึ่งคือตอนนี้เธอตัวคนเดียว สองคือไม่ว่ายังไงคนตรงหน้าก็เป็นผู้ชาย แม้เขาจะไม่ได้กำยำล่ำสันมากมาย แต่ด้วยพละกำลังโดยธรรมชาติ โกหนุ่ยย่อมแข็งแรงกว่าเธออยู่แล้ว! เพราะงั้นเกิดเขาคิดทำอะไรเธอคงไม่รอดแหง! สาวน้อยจึงพยายามจะคุมสติ


                “เจ้าของที่” วริณสิตาตอบ “เขามาดูที่เขา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับโกหนุ่ยหรอก”


แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าจะทำตัวพร้อมหาเรื่องเต็มที่


                “เจ้าของที่บ้าอะไร ไม่เชื่อโว้ย หนุ่ยส่งเสียงตะคอก อารมณ์เดือดมันคุกรุ่นตั้งแต่ที่โดนตะเพิดหักหน้าแล้ว! ก็เขาเป็นใคร เป็นตั้งลูกชายผู้ใหญ่บ้าน! ศักดิ์ศรีมากมายล้นหลามขนาดไหน! แล้วนี่บังอาจมาทำอย่างงั้นได้ มันเลยหมายถึงการหยามกันสุดตัว!


“ไม่ได้โง่นะโว้ย” หนุ่ยตะโกนอีก “ไอ้ที่ตรงนี้ ใครเขาก็รู้กันทั้งหมู่บ้านว่าเจ้าของเขาเป็นคุณหญิงคุณนายอะไรอยู่กรุงเทพฯโน่น อย่ามาหลอกซะให้ยาก คนอย่างไอ้หนุ่ยมันฉลาดเว้ย ไม่ใช่ควาย! เข้าใจป่ะ


เจอประโยคนั้นเข้าไปวริณสิตาก็ได้แต่อึ้ง! ในเมื่ออีกฝ่ายทั้งตะคอก ตะโกน แล้วพาลหาเรื่องกันขนาดนี้ มันก็ยากเช่นกันที่จะข่มอารมณ์เคือง!


“ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องแบบนี้ ก็ไม่ต้องมาคุยกันดีกว่า สาวน้อยตะโกนสวนก่อนจะเบี่ยงตัวก้าวลิ่วๆผ่านหน้าคนอันธพาลหารเรื่องเพื่อเลี่ยงเข้าบ้าน แต่ทว่า...


“เดี๋ยวเซ่


“โอ๊ย


แค่เสี้ยวนาทีมือกระด้างๆก็คว้าหมับเข้าที่แขนก่อนกระชากแรงๆเสียจนวริณสิตาเกือบหงาย


“วันนี้ทำเก่ง หยามหน้ากันหลายทีนะจิ๊บคนพูดยื่นหน้าเข้ามา สายตาจ้องมองอย่างคุกคาม วริณสิตาพยายามบิดแขนแรงๆเพื่อให้พ้นจากมือกระด้างที่บีบข้อมือเธอจนแน่น


“โอ๊ย! นี่! ปล่อยฉันนะโกหนุ่ย! ปล่อย


นี่ก็อีกที่ทำให้อารมณ์เดือดของหนุ่ยวิ่งพล่าน ก็เห็นว่าหน้าตาสวยน่ารัก ตามจีบมาดีๆตั้งหลายปีไม่เคยมีละที่จะยอมให้ถูกเนื้อต้องตัวได้


“ไม่ปล่อยโว้ย หนุ่ยตะโกนก้องด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น “ทำไม! กะอีแค่จับมือนิดๆหน่อยๆไม่ได้เลยใช่มั้ย ทีไอ้กร๊วกนั่น หน้าแดงไม่อิดออด   


“โกหนุ่ย! โกหนุ่ยไม่มีสิทธิ์มาทำอย่างนี้กับฉันนะ


“เฮอะ อีกฝ่ายสบถออกมา “เล่นตัวเหลือเกิ๊น รู้ไว้ด้วยนะโว้ย ไอ้ที่ตามจีบมาดีๆตั้งหลายปีก็เพราะพ่อขอไว้หรอก ถ้าไม่ใช่ว่าพ่อเกรงใจยายสายละก็ ไม่รอดมาถึงวันนี้หรอก กูฉุดทำเมียไปตั้งนานแล้ว


วริณสิตาได้แต่ร้องกรี๊ดเมื่อถูกอีกฝ่ายกระชากตัวไปกอด


“อ๊าย! หยุดนะ โกหนุ่ยจะทำอะไร ช่วยด้วยๆ ใครก็ได้ช่วยด้วย สาวน้อยปัดป้องและส่งเสียงร้องให้คนช่วย แต่ทว่าเมื่อบ้านเธอมันทั้งเปลี่ยวและไกลขนาดนี้ ใครที่ไหนจะมาได้ยิน!


“ฮึ! ร้องไปเถอะ ร้องไปเลย ไม่มีใครได้ยินหรอก วันนี้แหละ วันนี้จิ๊บต้องเป็นของพี่พูดจบอีกฝ่ายก็พยายามจะฝังหน้าลงมาเพื่อปล้ำจูบ ลำพังแค่ถูกจับมือวริณสิตายังรู้สึกแย่ แต่นี่เธอกำลังถูกโกหนุ่ยลวนลาม เพราะงั้นเธอขอสู้สุดชีวิตล่ะ วริณสิตาตัดสินใจชั่วเสี้ยววินาที สาวน้อยกระแทกเข่าขึ้นมาหวังใจว่าให้กระแทกคนอีกฝ่ายแรงที่สุด!


“โอ๊ย


และแล้วก็ได้ผล ฝ่ายคนที่คุกคามร้องเสียงหลง ตัวงอทรุดลงไปส่งผลให้อ้อมแขนกักขฬะคลายลงด้วย วริณสิตารีบฉวยโอกาส ผละตัวเองออกและพยายามจะวิ่งหนี แต่ทว่า...วิ่งไปไม่เกินสี่ก้าวสาวน้อยก็ถูกกระชากกลับมาก่อนจะต้องตัวงอลงไปบ้างเพราะถูกอีกฝ่ายจัดการชกเข้าให้ที่ท้องอย่างแรง


“โอ๊ย


วริณสิตายกมือขึ้นกุมท้องขณะที่ตัวเองค่อยๆร่วงไปกองกับพื้น


“หน็อย! ฤทธิ์เยอะนะ พับเผื่อยดิเสียงอีกฝ่ายสบถหัวเสียดังชัดเข้าโสตประสาท นี่อาจเพราะความที่เธอตัวเล็ก แรงก็น้อยจึงทำให้ไอ้ความอาจหาญป้องกันตัวด้วยการตีเข่าเมื่อกี้มีผลอะไรกับคนอีกฝ่ายไม่มากเลย!


แย่แล้ว แย่เสียแล้ว! วริณสิตากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่สุดชีวิต!


“อย่านะโกหนุ่ย!...อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” คนถูกคุกคามได้แต่ร้องอ้อนวอนออกมา แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะหน้ามืดไปจนกู่ไม่กลับเสียแล้ว ความหวาดกลัวเต้นระริกทั่วอณูใจเมื่ออีกฝ่ายกดใบหน้าต่ำลงมาหาอย่างหื่นกระหายเป็นที่สุด!


“อย่านะ! อย่า! ไม่!!!” วริณสิตาหลับตา หวีดร้องออกมาจนสุดเสียง หวังใจครั้งสุดท้าย ขอใครก็ได้ช่วยมาเธอที! ยายจ๋า มาช่วยจิ๊บที!!


ทว่าในความกลัวที่หวีดก้อง จู่ๆความรู้สึกว่าเงาทะมึนของโกหนุ่ยเหนือร่างเธอจะถูกใครสักคนกระชากออกไปก็เกิด แล้วหลังจากนั้นไม่เกินอึดใจ เสียงอะไรที่ฟังคล้ายๆกำปั้นกระทบผิวเนื้อก็ดังตามขึ้นมาอีกตุ้บตั้บ!


วริณสิตาตัดสินใจเปิดตาขึ้นมาทันพอจะได้เห็นว่าชายหนุ่มร่างสูงสง่าจัดการเหวี่ยงโกหนุ่ยกระเด็นไปจนล้มกลิ้ง


...คุณพี!...


“คิดจะทำอะไร” พีรพัฒน์แผดเสียงถามคนที่เขาเพิ่งจัดการเหวี่ยงออกไป “ทำแบบนี้มันเข้าข่ายผิดกฎหมายรู้รึเปล่า


ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้มีท่าทีสำนึกผิดแม้แต่น้อย ไอ้หนุ่มขาเดฟจ้องหน้าพีรพัฒน์แข็งเขม็ง ดวงตาแข็งกร้าว  


“ห่า! คนเขาเป็นแฟนกัน แล้วมึงมาเสือกอะไรด้วย


“ไม่ใช่นะคะ...ฉันไม่ใช่...” แม้จะยังจุกอยู่อย่างมากแต่วริณสิตาก็ส่งเสียงค้านขณะพยายามทรงตัวลุกขึ้นมา เพราะดันหวั่นใจเหลือเกินว่า หากคุณพีเขาเกิดเชื่อและเลิกยื่นมือยุ่งเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ขึ้นมา ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอต้องแย่แน่ๆ


“ไม่ใช่นะคะ...ฉันไม่...” แต่ไม่ทันที่วริณสิตาจะได้พูดจบ ชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นทำนองห้ามก่อนจะหันไปดทางโกหนุ่ย


“ไอ้ที่นายทำเมื่อกี้ ไม่มีคนดีๆที่ไหนเขาเรียกแฟนหรอก” พีรพัฒน์บอก “แต่เขาเรียกโจร! รีบไปให้พ้นๆหน้าเลย ก่อนที่ฉันจะโทร.เรียกตำรวจมาจับนาย


ได้ยินอย่างนั้นหนุ่มขาเดฟก็ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่แน่นอน เมื่อพีรพัฒน์คว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาขู่ อีกฝ่ายก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะยอมผละไป แต่ก็ยังไม่วายทิ้งท้ายด้วยความอาฆาตอย่างเคย


“หน็อย! ฝากไว้ก่อนเถอะมึง! กูหาทางเอาคืนแน่ คอยดู


เมื่อสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานผ่านไปวริณสิตาก็ทรุดฮวบลงมานั่งแปะบนพื้นอีกครั้ง ขณะที่พีรพัฒน์ก็ได้แต่หันกลับมา จ้องหน้าสาวน้อยด้วยสายตาดุๆ


                “ไงล่ะ คนบ้านเดียวกัน”


เจอแบบนี้เข้าไปคนถูกถามก็พูดอะไรไม่ออก! พีรพัฒน์ผ่อนลมหายใจแผ่วยาวก่อนตรงมา ชายหนุ่มย่อตัวลงนั่งเพื่อจะถามวริณสิตา...เป็นครั้งสุดท้ายจริงๆว่า


                “ทีนี้เธอจะตัดสินใจอย่างไร ไปหรือไม่ไป ตอบฉันมาเดี๋ยวนี้เลย”

……………….




Free TextEditor



Create Date : 17 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2552 21:31:38 น.
Counter : 1683 Pageviews.

4 comments
  
เพิ่งเข้ามาอ่านคะ สนุกมากคะ

จะติดตามต่อไปนะคะ
โดย: cho_si วันที่: 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา:1:53:01 น.
  
เอามาลงอีกเร็ว ๆ นะคะ รออยู่ค่ะ
โดย: ปอ IP: 65.2.32.227 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:39:32 น.
  
นี้แหละเด็กล่ะยายจิ๊บ ตัวเองยังไม่มีวิสัยทัศน์น่ะ คิดว่าคนอื่นๆ จะดีกับตัวเองหมด โค้นบ้านเดียวกัน บางครั้งก็ไว้ใจไม่ได้นะหนู
โดย: สเลเต IP: 222.123.225.186 วันที่: 25 ธันวาคม 2552 เวลา:18:11:34 น.
  
ตัดสินใจใหม่
โดย: fon IP: 49.48.110.65 วันที่: 20 ตุลาคม 2554 เวลา:21:08:06 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

parinnada
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



แนะนำตัว
New Comments