All Blog
กรรมสิทธิ์หัวใจ ตอนที่ ๒๑ (๒)

การประชุมเชียร์วันแรกนั้นยุติลงเมื่อเวลาจวนหกโมงแล้ว ทันทีที่รุ่นพี่ปล่อยให้เหล่าน้องใหม่กลับบ้านได้ การนนท์ก็ไม่รอช้า


                “จิ๊บ” หนุ่มน้อยเอ่ยเรียก “รีบกลับหรือเปล่า เราหาไปกินข้าวเย็นกันก่อนกลับบ้านมั้ย” การนนท์แย็บถาม คิดอยากสร้างโอกาสที่จะได้ทำความรู้จักกับวริณสิตาให้มากขึ้น แต่ไม่ทันที่คนถูกถามจะได้ตอบอะไร คนที่กลายเป็นเพื่อนสนิทวริณสิตาไปแล้วก็ดันพูด


                “เออใช่! ไปกินข้าวเย็นด้วยกันก่อนมั้ยล่ะจิ๊บ รุ่นพี่ที่หอเราบอกว่าหน้าประตูมหาวิทยาลัยน่ะมีร้านข้าวอร่อยๆหลายร้านเลย ไปกันมั้ย” พยุดานั้นไม่รู้ และแน่ละ สาวแว่นผมเปียไม่ได้คิดอะไรในเชิงลึกกับคำชวนของการนนท์ด้วย เพราะงั้นคำว่า ‘เรา’ ที่ได้ยินเข้าหู พยุดาเลยคิดเหมารวมตัวเองเข้าไปเสร็จสรรพ การนนท์ทำหน้าประมาณเซ็งโลก เกือบหลุดปากถามโพล่งไปแล้วว่า ‘ใครเขาชวนเธอกันฮะ ยายแว่นแต่นาทีนั้นเสียงใสๆของวริณสิตาก็เอ่ย


                “ขอโทษนะ แต่เราคงไปด้วยไม่ได้หรอก”


                “อ้าว!” พยุดาแปลกใจ ก่อนจะหน้าม่อยลงไปไม่ต่างอะไรกับคนเอ่ยปากชวนคนแรกสักนิด “ทำไมล่ะ หรือว่าบ้านจิ๊บอยู่ไกล ก็เลยต้องรีบกลับก่อน กลัวกลับมืดอย่างงั้นน่ะเหรอ”


                “เอ่อ...” วริณสิตาทำหน้าลำบากใจอยู่หน่อยๆ ลำพังแค่ถามว่าบ้านอยู่ไกลไหม เธอก็บอกไม่ได้หรอกเพราะไม่รู้เลยว่าไกลแค่ไหน ลุงก้านเป็นคนพาไปพามาตลอดนี่ แต่ว่า...


                “อ๋อ!” การนนท์รีบร้อง “ถ้าปัญหาคือแค่บ้านอยู่ไกลนะ ไม่เป็นไรเลยจิ๊บ กินข้าวด้วยกันก่อนแล้วเดี๋ยวเราไปส่งเธอให้เองก็ได้ เพราะเรามี”


“คือไม่ใช่อย่างนั้นหรอกการนนท์” สาวน้อยบอก “แต่...ผู้ปกครองเรามารอแล้วน่ะ”


“ฮ้า! จริงดิ ไหนๆ” พยุดาร้องลั่น หันซ้ายขวา แล้ววริณสิตาก็บุ้ยหน้าไปอีกด้าน ด้านที่มีชายหนุ่มซึ่งเพิ่งจะดีดตัวลุกขึ้นจากม้านั่งและกำลังก้าวเท้าเข้ามาหา เขาคงจะมาเรียกเธอให้ไปขึ้นรถแล้วกลับบ้านได้แล้วนั่นล่ะ จะมามัวโอ้เอ้ยืนคุยอะไรนักหนา


แต่ทว่าทันทีที่หันไปเห็นชายหนุ่มเดินมา พยุดาก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายอีกเช่นเดิม สาวแว่นผมเปียยิ้มร่า และด้วยมารยาทกุลสตรีดีงามตามที่ครูบาอาจารย์ตั้งแต่สมัยประถมบ่มสอนมา เมื่อได้พบหน้าผู้ปกครองของวริณสิตาในระยะใกล้ พยุดาจึงยกมือไหว้ พร้อมกล่าวทักทายชายหนุ่มอย่างสุภาพว่า


“พ่อ สวัสดีค่ะ!”


                “เฮ้ย! น้อยหน่า” วริณสิตาแทบร้องคราง กระตุกไหล่พยุดาให้หันกลับมาหา ส่วนคนที่ถูกเรียกว่า ‘พ่อ’ ได้แต่ทำหน้าพิพักพิพ่วน!


“คุณพีเขาไม่ใช่พ่อเรา!”


“อ้าว!” พยุดาหน้าเหวอ แต่การนนท์น่ะหดมือที่กำลังจะไหว้เอาคะแนนแทบไม่ทัน!


“เอ่อ...” แม้จะอึ้งๆอยู่บ้าง แต่เมื่อตั้งสติได้พีรพัฒน์ก็นึกขำ แม่สาวน้อยผมเปียที่โดนรุ่นพี่หน้าโหดว้ากใส่คนแรกจนต้องทำคอย่น แล้วนี่อะไร มาปล่อยไก่นึกว่าเขาเป็นพ่อวริณสิตาอีกเสียงั้น คิดแล้วก็อดไม่ได้ ชายหนุ่มเอ่ยแซวขำๆ


“ขอโทษนะ แต่ฉันหวังว่าคงยังไม่แก่ขนาดจะเป็นพ่อของเธอได้หรอก ไม่งั้น...ฉันก็คงต้องมีลูกตั้งแต่อายุสิบเจ็ดแน่ะ”


“แหะๆ” พยุดายิ้มแหย ยกมือไหว้แล้วครางหงิง “ขอโทษค่ะ”


“ไม่เป็นไร” ชายหนุ่มยิ้มๆ เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เข้าใจผิดจะทำเพื่อนอิหลักอิเหลื่อไปใหญ่ วริณสิตาก็ตัดสินใจแก้ไขสถานการณ์


                “เอ่อ นี่...เพื่อนๆของหนูค่ะ น้อยหน่ากับการนนท์” วริณสิตาแนะนำ “ส่วนนี่ คุณพี...เอ่อ คุณ...พีรพัฒน์ วิศิษฏการ เป็นผู้ปกครองของเราเอง”


พยุดารีบยกมือไหว้อีกครั้ง แต่หนนี้สาวแว่นผมเปียสงบปากคำไม่พูดอะไรแล้ว ส่วนหนุ่มน้อยอีกคนที่ยืนเงียบอยู่ข้างเด็กในปกครองเขาตลอดก็ได้ฤกษ์ยกมือไหว้เขาสักทีแล้ว พีรพัฒน์รับไหว้ แต่แทนที่จะได้ยินคำทักทาย ชายหนุ่มกลับได้ประโยคคำถามแทน


                “นามสกุลวิศิษฏการ คุณคือคนที่เป็นเจ้าของเอพีกรุ๊ปใช่รึเปล่าครับ”


                “หืม?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นนิดด้วยความสงสัย “ใช่” เขาตอบรับ “เธอรู้จักเอพีกรุ๊ปด้วยหรือ”


                “พี่สาวผมทำงานอยู่ที่นั่น”


                “อ้อ!” พีรพัฒน์คราง นึกถึงสาวสวยที่อยากจะติดสอยห้อยตามมาดูน้องชายบ้างถ้าไม่บังเอิญติดธุระสำคัญขึ้นมาทันที “งั้น...เธอคงเป็นน้องของ...คุณหทัยรัก?”


หนุ่มน้อยพยักหน้า


                “ครับ ผมการนนท์ วรโชติ น้องชายของพี่รัก”


วริณสิตาได้แต่กะพริบตามองการนนท์อย่างประหลาดใจ นี่เพื่อนใหม่ของเธอ เป็นน้องชายของคนที่ไม่ชอบขี้หน้าเธอเลยอย่างนั้นรึ พีรพัฒน์ไม่ได้เอ่ยอะไรกับการนนท์อีก เขาหันไปทางเด็กในปกครอง เอ่ยถามค่อยๆ


                “จะกลับหรือยังล่ะ”


                “เอ่อ...ค่ะ” วริณสิตาพยักหน้าอย่างเกรงใจ พีรพัฒน์หันไปถามพยุดาด้วย


                “แล้วบ้านของเธอล่ะอยู่แถวไหน ไกลมั้ย ให้ฉันขับรถไปส่งให้เอาหรือเปล่า”


แต่สาวแว่นรีบส่ายหน้าจนเปียกระจาย


                “ไม่เป็นไรค่ะไม่เป็นไร หนูอยู่หอในของมหาวิทยาลัยน่ะค่ะ แหะๆ ไม่ต้องไปไหน อยู่ในมหา’ลัยเลย”


                “อ้อ! แล้วเธอ?” พีรพัฒน์หันไปทางการนนท์ หนุ่มน้อยดูจะยึดตัวขึ้นมานิดเมื่อโพล่งว่า


                “ผมมีรถของตัวเอง”


                “อ่อ!” คนถามเลยแต่ส่งเสียงรับคำในลำคอ “เอาละ งั้นเราก็คงกลับบ้านกันได้แล้วมั้ง”


ประโยคนั้นเขาหันไปถามวริณสิตา และเมื่อสาวน้อยโบกมือให้พยุดา พีรพัฒน์ก็พยักหน้า หมุนตัวเดินนำโดยมีวริณสิตาเดินตาม แต่ทว่า...


                “จิ๊บ!” จู่ๆเสียงห้าวก็ตะโกน ทั้งวริณสิตาและ...แน่ละ ผู้ปกครองของวริณสิตาต่างก็หันหน้ากลับมา สายตาตั้งคำถาม


“มีเบอร์โทรศัพท์มั้ย?” การนนท์โพล่งถามไป ไม่ได้สนใจใครหรืออะไรทั้งสิ้น วริณสิตาคลี่ยิ้ม ความจริงที่ว่าการนนท์จะเป็นญาติใครไม่สำคัญเท่าไหร่เลยสำหรับเธอ เพราะการได้รู้จักกันวันนี้ เริ่มต้นที่...การไม่รู้เบื้องลึกพื้นหลัง รู้แต่... ‘การนนท์ก็คือการนนท์ คนมีน้ำใจที่ช่วยเธอกับน้อยหน่าดึงบัตรร้านแว่นออกมาจากตู้เอทีเอ็มจนได้’ สิ่งนั้นสร้างมิตรภาพความเป็นเพื่อนกันขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว


“เออ! ใช่ๆ จิ๊บมีเบอร์ฯโทร.มั้ยอ่ะ เราขอด้วยดิ” พยุดาตะโกนด้วยพร้อมงัดโทรศัพท์มือถือตัวเองออกมา และนาทีนั้นวริณสิตาก็ยิ้มกว้าง


“โอ้ย ได้ซี ไม่มีปัญหา” สาวน้อยตะโกนก่อนซอยเท้าถี่ๆกลับไปหาพยุดากับการนนท์ทันทีโดยไม่ได้หันไปมองคนเป็นผู้ปกครองเลยสักนิด พีรพัฒน์ได้แต่กะพริบตา ได้ยินเสียงใสๆแว่วมาเข้าหู


“เบอร์โทรศัพท์เรานะ ศูนย์สอง...”


                “เฮ้ยยยย!” สาวแว่นผมเปียร้องเสียงหลง “เบอร์ที่ไหนเนี่ยขึ้นต้นด้วยศูนย์สอง ไม่เอาๆ ไม่เอาเบอร์ฯบ้านสิ เอาเบอร์มือถืออ่ะ มีมั้ย”


                “มือถือ? โทรศัพท์มือถือน่ะเหรอ ไม่มีหรอก” วริณสิตาบอกหน้าตาเฉย พยุดาร้อง ‘ฮะ?’ แล้วมองหน้าทำท่าอย่างกับว่าวริณสิตาน่ะเพิ่งหลุดออกมาจากยุคจูแรสสิกยังไงยังงั้น!


“ตลกน่าจิ๊บ แล้วงี้ถ้าเกิดมีธุระ เราจะติดต่อจิ๊บได้ไงล่ะ”


                “เอ้า! ก็นี่ไง เบอร์โทร.เราน่ะ ศูนย์สอง สามสามสอง”


                “เหอ จิ๊บๆ” การนนท์รีบขัด “คือเราว่า ยายแว่นคงหมายถึงว่า ถ้าบังเอิญมีธุระด่วนอย่างถ้าเรามามหาวิทยาลัย แล้วหากันไม่เจอ อะไรอย่างงี้น่ะ จะติดต่อกันยังไง” หนุ่มน้อยพยายามอธิบายบ้าง แม้เหตุผลและตัวอย่างธุระสำคัญที่หยิบยกมาอ้างไปจะฟังทะแม่งๆไปบ้าง แต่เอาเถอะ!


                “ใช่!” พยุดาพยักหน้าเห็นด้วย แต่ทว่า...


                “อ๋อ...” วริณสิตาลากเสียง ยิ้มหวานนั้นดูมีเลศนัยเสียจนคนที่อยู่ไกลๆยังถึงกับต้องเผลอกลั้นใจฟัง “ก๊อ...ไม่เห็นจะยากตรงไหน เราก็นัดกันให้ดีๆสิ ดีซะอีก เราไม่มีโทรศัพท์มือถือน้า เวลานัดกัน พวกเธอจะได้มากันตรงเวลา ไม่งั้นเราน่ะ ก็จะกลายเป็นคนที่น่าสงสารม้ากมากเลย จริงไหมจ๊ะ!”


“โหยยย!...” แล้วก็ได้ยินเสียงเหมือนการนนท์กับพยุดาโอดครวญ ส่วนคน...ที่เผลอตัวกลั้นใจฟังก็ได้แต่แอบขำแล้วส่ายหน้า


เอ้อ! เจ้าเล่ห์เหมือนกันนะ แม่เด็กในปกครองเขา!


.............................






Free TextEditor



Create Date : 17 กันยายน 2553
Last Update : 17 กันยายน 2553 23:24:17 น.
Counter : 1367 Pageviews.

2 comments
  
ชอบมาก เข้ามาดูทุกวันเลยว่าอัพหรือยัง จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ
โดย: คนรักอ่าน IP: 123.242.177.90 วันที่: 20 กันยายน 2553 เวลา:10:55:10 น.
  
โทรศัพท์ 02
โดย: fon IP: 49.48.113.69 วันที่: 21 ตุลาคม 2554 เวลา:18:26:20 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

parinnada
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



แนะนำตัว
New Comments