All Blog
กรรมสิทธิ์หัวใจ ตอนที่ ๒๘
มาแล้วจ้า ขออภัยที่ช้านะคะ เเฮะๆ

ตอนที่ ๒๘


 วริณสิตาไม่สบายใจเลย สาวน้อยนอนไม่หลับตลอดทั้งคืนเพราะวิตกถึงสร้อยที่หาย เธอรู้ว่ามันคงตกอยู่ที่งานบ้านคุณอมรเมื่อคืนนี้แน่ แต่ปัญหาคือเธอจะหาทางไปตามหาสร้อยเธอคืนได้ยังไง


แล้ววูบหนึ่งที่ผุดมา ก็คือภาพหน้าผู้ปกครองที่เด่นชัด


จริงสิ! สาวน้อยดีดตัวลุกผึงจากเตียงทันที ถ้าบอกคุณพีเขาคงจะช่วยเธอได้แน่เลย!


ไวเท่าความคิด วริณสิตาแล่นลิ่วไปที่ประตู ทว่าเมื่อเอื้อมมือไปจะคว้าลูกบิด ไอ้มือตัวที่พันแผลไว้ก็ทำให้ชะงักกึก
แล้วความจริงแสนร้าย ก็ผุดขึ้นในสำนึกไม่ปรานี


ทำไมนะเธอนี่ถึงได้มีแต่ปัญหา ตั้งแต่มา กี่เรื่องแล้วไม่รู้!


ความดีใจลิงโลดหายวับไปทันที ทิ้งไว้แต่ความหม่นในหัวใจเมื่อท้ายสุด...ความจริงที่แสนร้ายกาจนั้นก็ทำให้ต้องหันกลับมานั่งที่เดิมแล้วเริ่มต้นคิดใหม่


วริณสิตานอนคิดวุ่นวายจนรุ่งเช้าถึงได้รีบลงไปหานางบัวศรี สาวน้อยตั้งใจจะปรึกษา บอกเล่าปัญหา แล้วก็เผื่อว่าผู้ใหญ่อย่างป้าบัวศรีจะช่วยเธอได้  แต่ทว่า... 


“ของมันหายไปแล้ว ป้าว่าเจ้าก็ทำใจเถอะ!” นางบัวศรีบอกง่ายๆ ท่าทีห่วงใยใจดีดูจะหายไปทันทีที่วริณสิตาบอกว่า คิดว่าสร้อยน่าจะตกอยู่ที่ไหน


“แต่ว่า...ป้าก็รู้จักกับคุณช้อยไม่ใช่หรือจ๊ะ ป้าช่วยโทรศัพท์ขอร้องคุณช้อยให้ช่วยดูสร้อยให้จิ๊บหน่อยได้ไหม หรือว่า...ขอให้คุณช้อยช่วยขออนุญาตคุณอมร ให้จิ๊บได้เข้าไปหาของๆจิ๊บเองก็ได้ นะจ๊ะ ช่วยจิ๊บหน่อยเถอะ”


วริณสิตาเว้าวอน ไม่ยอมทำใจแม้แต่นิด ก็ของสำคัญขนาดนั้น 


“นะจ๊ะป้า ช่วยจิ๊บหน่อยเถอะนะ นะจ๊ะ”


 “โอย! ถึงจะรู้จัก แต่ก็ไม่ได้สนิทถึงขั้นจะกล้าไปใช้เขาแบบนั้นนะเจ้าจิ๊บ! อีกอย่าง กะอีแค่สร้อยเก่าๆป่านนี้ใครที่ไหนมันเก็บไปทิ้งแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้!”


วริณสิตาหน้าเสีย


 “แต่ว่า...”
 “เอ๊! นี่พูดไม่รู้เรื่องรึยังไง ไป! ออกไปเดี๋ยวนี้เลย วันนี้อย่ามาเกะกะ!”


เมื่อถูกเอ็ดตะโรต่อว่าอย่างไม่เคยโดนมาก่อน วริณสิตาก็จำต้องถอยออกมา น้ำตาปริ่มๆเมื่อคิดถึงว่าถ้ามีใครเอาสร้อยเธอไปทิ้งแล้วจริงๆ...แล้ว...จะทำไง...


ก็ของชิ้นเดียวที่เหลือสำหรับดูต่างหน้ายาย จะบอกว่ามันมีค่าสำคัญมากมายเท่าชีวิตก็ไม่ผิดเลย!


แล้วเธอจะทำยังไง?...


คิดแล้วน้ำตาก็ไม่ใช่แค่ปริ่มๆที่ขอบตาอีกต่อไป แต่ร่วงผล็อยลงมาเพราะความเสียใจและ...ใจเสียที่สุดเลย


 
แต่ยังไงก็ตาม ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาวริณสิตาก็ต้องกลับมาเจอหน้านางบัวศรีอีกครั้งเมื่อถึงเวลาที่ต้องทานอาหารเช้ากับพีรพัฒน์ สาวน้อยก้าวเข้ามาในห้องอาหารด้วยอาการหงอยๆ ยิ่งเห็นนางบัวศรีที่กำลังลำเลียงจานอาหารจากสำรับเอาวางบนโต๊ะหน้าพีรพัฒน์ วริณสิตาก็ยิ่งก้มหน้า เดินมานั่งอย่างเงียบๆ
ส่วนคนเป็นแม่บ้านก็มิต่างกัน นางทำหน้าที่เสิร์ฟอาหารของนาง ไม่มียิ้มทักทายหรือเสียงสนทนาสดใสกับเด็กสาวอย่างเดิม


กับบรรยากาศผิดแผกอย่างนี้ พีรพัฒน์ก็รู้สึกได้ทันทีว่าต้องมีอะไรผิดปกติ
ชายหนุ่มนิ่วหน้าน้อยๆอย่างติดจะสงสัย


“เป็นอะไร?” แม้จะรู้อยู่บ้างหรอกว่า เปอร์เซ็นที่จะได้คำตอบยาวๆมากกว่าคำว่า ‘เปล่า’ คงมีน้อย แต่เขาก็ตัดสินใจใช้คำถามกับคนที่เด็กกว่า


วริณสิตาก้มหน้าน้อยๆก่อนตอบค่อยๆว่า


“เปล่าค่ะ...”


“อืม!” ชายหนุ่มส่งเสียงฮืมฮัมในลำคอเมื่อในที่สุดก็ได้คำตอบอย่างที่คิดไว้เป๊ะ จังหวะนั้นนางบัวศรีก็เข้ามาตักข้าวใส่จานให้เขาพอดี พีรพัฒน์เอ่ยขอบใจก่อนหันมายิงคำถามใส่วริณสิตาต่อ


“แล้วนี่เจ็บแผลอีกรึเปล่า? ยังมีเศษแก้วค้างในแผลเธออีกมั้ย”
ถามไปอย่างงั้น แต่จริงๆเขาคอยสังเกตท่าทีนางบัวศรีต่างหากว่าจะมีอะไรไหม จะสนใจพูดอะไรกับแม่สาวน้อยนี่ขึ้นมาบ้างหรือเปล่า


และผลคือ ‘ไม่’ นางบัวศรีเพียงตักข้าวเปล่าใส่จานให้สาวน้อยและไม่เอ่ยอะไรกับคนเจ็บทั้งสิ้น!


สาวน้อยเองก็ยิ่งก้มหน้า ตอบ ‘ไม่ค่ะ’ อีกครั้งเบาๆพร้อมจ้องมองเมล็ดข้าวเอาเป็นเอาตายเลยทีเดียว
 
ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออกมา
 
 “อือ ดีแล้วแหละ ไม่เจ็บไม่มีก็ดีแล้ว” เสียงเขาว่า “แล้วป้าบัวศรีล่ะครับ ไม่สบายอะไรไปหรือเปล่าวันนี้?”


“ขะ...คะ?” คนที่ไม่เคยคิดว่าจะถูกถามถึงกับสะดุ้งทันที “คุ...คุณพี...ถามป้าว่าอะไรนะคะ?”


พีรพัฒน์เลิกคิ้วขึ้นมานิดๆ


“ผมถามว่า ไม่สบายอะไรไปหรือเปล่า ดูไม่ค่อยสดชื่น”


“เอ่อ...โธ่! ไม่ใช่หรอกค่ะ ป้า...ป้าก็แค่เหนื่อยๆนั่นแหละค่ะ”


“กลับดึกมากเหรอครับเมื่อคืน?”


“อ่า...ก็...ก็ดึกอยู่ล่ะค่ะ” คนสูงวัยกว่าตอบอ้อมแอ้ม ความจริงแล้วหลังจากเผชิญเหตุการณ์ไม่คาดฝันนางบัวศรีก็แทบทำอะไรไม่ได้อีกจนคุณช้อยแม่บ้านใหญ่ของบ้านนั้นต้องให้นางกลับมา ซึ่งก็ไม่ได้ดึกกว่าเวลาที่พีรพัฒน์กลับเท่าไหร่ แต่ทว่า...


“ผมเองก็ต้องขอโทษป้าด้วยนะที่กลับมาก่อน เหตุการณ์มันฉุกเฉิน” พีรพัฒน์จงใจว่า อยากดูปฏิกิริยาเมื่อเขาลากการสนทนามาจน ‘เฉียด’ ขนาดนี้แล้ว แต่ทว่า...


“เอ่อ...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ป้าเข้าใจ”


 “อืม! งั้นป้าก็ไปพักเถอะ ไม่ต้องมาคอยดูผมทานข้าวหรอก ผมคงไม่เอาอะไรเพิ่มแล้ว” พีรพัฒน์บอกยาว หนนี้เรียกได้ว่าจงใจเปิดโอกาสให้ไปเลย เพราะก็อยากทดสอบกันเป็นขั้นสุดท้ายแล้ว ว่านอกจากเขาที่เห็นว่าเป็นเจ้านายแล้ว นางบัวศรีจะห่วงใยอยากดูแลแม่สาวน้อยมือเดี้ยงนี่ไหม?


และผลก็คือ...


“เอ่อ...งั้น...ป้าก็ขอบคุณคุณพีค่ะ”


เป็นอันว่ามันมีความผิดปกติอย่างมากเกิดขึ้นจริง!


ชายหนุ่มเครียดขึ้นทันที เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างวริณสิตากับนางบัวศรี พีรพัฒน์จ้องมองสาวน้อยในปกครอง วริณสิตายิ่งดูจ๋อยและหงอยลงไปกว่าที่เคยอีกไม่รู้กี่เท่า


แล้วเขาจะทำยังไง? ดูท่า...สองคนคงไม่มีใครจะยอมเล่าง่ายๆด้วย


พีรพัฒน์กระแทกลมหายใจ กับไอ้เรื่องที่เพิ่งจะเครียด บวกกับความลำบากที่ต้องเห็นแม่สาวน้อยนี่พยายามตักข้าวเข้าปากด้วยมือซ้ายข้างเดียวด้วย ผู้ปกครองหนุ่มก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป


 “ไหน มานี่ซิ” เสียงเขาว่า แล้วทุกอย่างก็เกิดขึ้นไวปุบปับ เมื่อผู้ปกครองเล่นฉวยช้อนจากมือวริณสิตาไปอย่างปุ๊บปั๊บก่อนจะตักข้าวแล้วยื่นมาให้ตรงหน้า


 “เอ่อ...” สาวน้อยได้แต่กะพริบตา “เขาะ...ขอบคุณค่ะ” ตอบไปเบาๆก่อนเอื้อมมือจะไปรับช้อนข้าวจากเขา แต่ทว่า...


 “ถ้าจะมานั่งรับช้อนจากฉันอย่างงี้แล้วอีกกี่ปีเราถึงจะกินข้าวเสร็จ หืม?”


 “คะ?” วริณสิตางงค้างทันที


 “อ้าปาก”


 “หา?” สาวน้อยอุทานออกมาเบาๆ แต่หน้าเขานี่ สุดแสนจริงจัง
 “ฉันบอกให้อ้าปากไง”


 “แต่ แต่ว่า”


“นี่คิดจะขัดคำสั่งผู้ปกครองเรอะ?”


เจอแนวกล่าวหาเข้าไปสาวน้อยเลยได้แต่อ้าปากค้าง แต่นั่นกลับทำให้เขาส่งช้อนข้าวเข้าปากเธอได้ซะงั้น!


วริณสิตาแทบจะแข็งค้าง เพราะนั่นคือครั้งแรกในชีวิตที่คน ‘ป้อน’ ข้าวให้ยามไม่สบาย ไม่ใช่ยายเธอ!


“อืม! อย่างงี้ค่อยว่าง่ายหน่อย” เสียงเขาพูด เหมือนจะหัวเราะหน่อยๆอารมณ์ดี นี่ไม่รู้เลยมั้งว่าใจสาวน้อยเนี่ย เต้นตึ๊กๆไม่เป็นจังหวะแล้ว!


วริณสิตาหรุบตาลงต่ำทันที ไม่กล้าแม้แต่จะมองส่วนอื่นของร่างกายที่ไม่ใช่หน้าเขา


พีรพัฒน์อมยิ้มขบขัน กับผิวแก้มที่ซับสีเลือดขึ้นนั้น ก็ทำให้เขารู้สึก...มีความสุขประหลาดๆ


“เอ้า! อ้าปากอีกสิ เร็ว”
“มะ...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หนู...หนูทานเองได้”


สาวน้อยอ้อมแอ้ม แต่แน่นอน มันไร้ผลเพราะผู้ปกครองหนุ่มแกล้งดึงช้อนหนีขณะที่เธอเอื้อมมือจะแย่งช้อนกลับ แล้วเขาก็เลยคว้ามือเธอไว้ได้ขวับทันที!


คราวนี้เลยหนักเลย!


“หึๆ” ผู้ปกครองยิ้มเจ้าเล่ห์ “อ้าปากซะดีๆนะ...ยายเด็กดื้อ”


กับสรรพนามนั้น สาวน้อยพิพักพิพ่วนบอกไม่ถูก ตอนนี้ใจนี่เต้นตูมๆอย่างกับจะหลุดมานอกอก!


แต่ก็ไม่รู้จะทำไงเมื่อเขาไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยเลยต้องกลั้นใจ หลับตา แล้วก็อ้าปากตามคำสั่ง แอบภาวนาให้ตัวเองลิ้นตายด้าน อย่ารับรู้รสชาติอะไรเลย!


 แต่ทว่า...รสอะไรบางอย่างก็ซึมซาบลงไปอย่างช่วยไม่ได้สักนิด...


สาวน้อยรีบก้มหน้า หรุบตาลงอีกครั้งทันที


 “นี่! รู้มั้ย ถ้าไม่ดื้อเสียหน่อยน้า เธอก็จะ...”เสียงผู้ปกครองว่า ดูเหมือนเขาจะจงใจหยุดคำพูดไว้แค่นั้น ซึ่งแน่นอนว่ามันก็ส่งผลให้คนฟังต้องทำใจกล้า เงยหน้าขึ้นมาเพราะความสงสัย


 “จะ...จะอะไรเหรอคะ?”


อุบอิบถามไป เขาเลยตอบให้


 “ก๊อ...จะเป็นเด็กดีมากเลยไง!”


แล้วเสียงหัวเราะผู้ปกครองก็ปลิวว่อนขณะที่เด็กในปกครองต้องหน้ามุ่ยเพราะรู้สึกเหมือนตัวเองโดนแกล้งอีกแล้ว! แต่ว่า...ทั้งรอยยิ้มแป้นแร้นกับแววตาซุกซุกอย่างผู้ใหญ่จอมเจ้าเล่ห์ที่ช่างแกล้งเด็ก ก็ทำให้สาวน้อยหวนนึกถึงผู้ปกครองหนุ่มคนนั้น


คน...ที่เหมือนจะนิ่งขึงไม่สนใจ แต่สุดท้ายเขาก็พาเธอไปรู้จักบ้านสวน
 
คน...ที่เหมือนต้องการจะบังคับใจ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมให้เธอได้เรียนในสิ่งที่ฝัน


ทั้งหมดนั่นก็คือ ‘เขา’ ที่กำลังยิ้มร่าอารมณ์ดีกับการแหย่เธอได้ตอนนี้ไม่ใช่หรือ สาวน้อยตัดสินใจทันที


“คุณพีคะ คือว่าหนูมี” 


 “อ๊าย! นี่มันอะไรกันคะพี?!”
................






Free TextEditor





Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 9 กุมภาพันธ์ 2554 14:06:22 น.
Counter : 1493 Pageviews.

1 comments
  
มาตามลุ้นครับ
โดย: CuteCool วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:49:54 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

parinnada
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



แนะนำตัว
New Comments