คู่กัด มัดใจ ตอนจบ



+...........+...........+.........+........+........+.........+.........+........+

ถึง น้องต้นสน
พี่โจส่งดอกกุหลาบสีแดง เหมือนกับหัวใจของพี่ ที่
แสดงถึงความรักของพี่ที่มีต่อน้องสน ได้โปรดรับไว้ด้วย
จากหัวใจสี แดงดวงน้อยๆของพี่
จาก พี่โจสุดหล่อ

ต้นสน กิ๊บและแอน นิ่งชะงักไปหลายนาที ก่อนที่จะวิ่งไปอ้วกที่ห้อง
น้ำกันอย่างเร็ว และอีกนาน...นาน...มากกว่าจะออกมาดูโลกภายนอกได้

.......อี๋!!! จะอ้วก แหวะ จากหัวใจดวงน้อยของพี่ ทุเรศ ตัวใหญ่กว่า
หมีควาย หัวใจดวงน้อย แหยะ อึ๋ย ลาวที่สุด สงสัยจะลอยมาตาม
แม่น้ำโขงแน่ๆ ฮึ่ย........

ต้นสนนั่งขนลุกอยู่ที่โต๊ะ มีดอกไม้พร้อมกับการ์ด วางอยู่บนโต๊ะเรียน
เธอมองมันอย่างกลัวและแขยงเหมือนกับมีหม้อแม่นากมาวางอยู่ตรง
หน้าอย่างงั้นแหละ

“กิ๊บ เอามันไปทิ้ง.....ทิ้ง ให้หน่อยสิ ฉันกลัวมัน”

“เรื่องอะไร เอาไปทิ้งเองสิ ฉันก็กลัวเหมือนกัน”

“งั้น..น...แอน ฉันขอร้อง อ..เอามัน อ..ออก..ออก ...ไปที”

แอนส่ายหน้าดิกๆ

“ไม่มีทาง...ฉันไม่จับมันเด็ดขาด เดี๋ยวหนอนขึ้นฉัน....”

ทั้งสามคนต่างก็ไม่มีใครกล้าแตะมันสักคนเดียว เห็นดอกไม้เหมือนศพ
มองยังไม่อยากมองมันเลย

........โฮๆๆๆ ช่างเป็นวันวาเรนไทน์ที่น่าสยดสยองจังเลย ทำไมในชีวิตฉันต้อง
มาพบ มาเจอกับไอ้บ้านี่ด้วยนะ ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.....................

“ว้าว!!!!!! ดอกไม้ใครเอ่ย? ส่งมาแต่ไก่โห่”

ตี๋เดินเข้ามาในห้อง ส่งเสียงดังมาเชียว

“อย่า!!!” มือที่กำลังจะเอื้อมมาหยิบดอกไม้ไปดูชะงักทันที
อาร์ทที่ตามาข้างหลังก็พลอยหยุดเดินไปด้วย

“อะไรเหรอ?????”

ตี๋ถามอย่างแปลกใจ

“ทำไม? ดูไม่ได้เหรอ ?”

“คือว่า ดูได้ แต่อย่าจับ เข้าใจมั้ย เดี๋ยวหนอนขึ้นหรอก”

“อะไรวะ ไม่เห็นเข้าใจ อะไรกันทำไมถึงจับไม่ได้”

“นั่นสิ...มีอะไรเหรอ” อาร์ทถาม ไม่เข้าไจเหมือนกัน

“งั้นนายมาดูนี่สิ” ต้นสนชี้ให้อ่านข้อความในการ์ดใบเล็กนั่น
พวกเขาก้มลงอ่าน พออ่านจบพวกเขาก็ทำหน้าตาพิลึกๆ บอกไม่ถูก

“คม ชัด ลึก กินใจจริงๆ มันเป็นศิลปะ” ตี๋พูดไม่รู้เรื่อง อาร์ทเขย่าตัวตี๋

“เฮ้ย!!! ตื่นๆๆๆๆๆ ไอ้ตี๋ แกกำลังฝัน ตื่นเดี๋ยวนี้ ตื่นๆๆๆๆ”

“ฮะ....ฮะ......อะไรกัน ฉันเป็นอะไร ใครตื่น....ตื่อนทำไม”

“โห........เป็นขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย ตอนแรกพวกเราแค่ช็อกไปพักนึงแล้วก็หาย
นี่....เพ้อเลยเหรอ น่ากลัวจริง มันต้องมีคำสาปแน่ๆ เอามันไปเผาซะ แล้วโยน
พริกโยนเกลือด้วย”
แอนบอกท่าทางเหมือนแม่มดมดดำ

“อาร์ท นายเอามัน ป...ไป ไกลๆๆๆๆๆๆๆๆ ได้มั้ย ฉ...ฉันขอร้องล่ะนะ
ขอบคุณมาก.....ก....”

ต้นสนลากเสียงยาวบอกให้รู้ว่า ขอบคุณม้ากมาก พร้อมกับเลื่อนโต๊ะทั้งโต๊ะ
ให้ยังกับจะให้ยกโต๊ะไปทิ้งด้วย

“นี่เธอจะให้ฉันยกโต๊ะไปด้วยเลยเหรอ ฮึ ว่าไง”

“ได้ก็ดี”

.......นี่เขาประชดนะ ยังอุตส่าห์บอกดีอีกแน่ะ เฮ้อ.......

เขาวางกระเป๋าไว้บนเก้าอี้ พร้อมกับส่งกีตาร์ให้ต้นสน เธอเห็นแล้วก็นึกขึ้นได้

“เออ.....จริงสิ วันนี้ เราเล่นวงที่เท่าไหร่เหรอ” ต้นสนถามพลางรับกีตาร์มาพิงไว้
ที่กำแพงข้างตัว เขยิบเก้าอี้ออกมานิดนึง เพื่อไม่ไปโดนกีตาร์ได้

“ สาม.....เอาให้กระหึ่มเลยนะไอ้สน เอาแบบวันที่แกประกวดเลย”

“ได้......ของแค่เนี้ย ......จิ๊บๆ” ต้นสนบอกอย่างมั่นใจ

“จะเอาไอ้นี่ไปเป็นกำลังใจด้วยมั้ยล่ะ”

อาร์ทยื่นดอกไม่ไปตรงหน้าเธออย่างรวดเร็ว เธอตกใจร้องออกมา

“ว้าย!!!! ไอ้บ้า ทุเรศ เอาออกไปนะ อี๋ย แหยะ ไป”

ต้นสนตวัดมือลงบนต้นแขนอาร์ท เขาร้องออกมา

“โอ้ยๆๆ เจ็บๆๆ”

“สมน้ำหน้า เอาไปทิ้งนะ เดี๋ยวนี้เลย” ต้นสนสั่ง

บ้า แกล้งกันอยู่ได้ รู้อยู่แล้วว่าเราไม่ชอบ

“ครับผม ไปเดี๋ยวนี้แหละ โอ้ย!! เจ็บๆๆ”

อาร์ทรีบเอาดอกไม้ไปทิ้งทันที

เฮ้อ... ดุจัง...เอาเถอะน่า


“สวีสดีค่ะ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆนะคะวงที่ผ่านไปเป็นไงคะ สนุกกันมั้ยเอ่ย
เอาล่ะค่ะ มาถึงวงต่อไป อ้ะๆๆ เพื่อนๆจำนักร้องชนะเลิศคาราโอเกะของ
เรากันได้รึเปล่าคะ คงจะไม่ใครลืมได้เลยนะคะ เพื่อนๆคงจะสงสัยกันแล้ว
ว่าทำไมเราถึงได้เอ่ยถึงเธอใช่มั้ยคะ วันนี้ค่ะ วันนี้เธอจะมามอบความสนุก
ให้กับเรา แน่นอนค่ะ เธอมากับวง ฟรานซิส ขอเสียงปรบมือต้อนรับวงฟรานซิส
ได้เลยค่ะ”

เสียงปรบมือกับเสียงกรี๊ดต้อนรับดังกระหึ่ม ต้นสนยิ้มแก้มปริ มองไปข้างล่าง
เวที มีทั้งเพื่อนๆในห้องและที่ยืนอยู่กับกิ๊บและแอนคือเด็กๆที่โรงอาหารและน้อง
ออนที่ยืนโบกมือมาให้ทั้งพี่ชายตัวเองและพี่สนคนนี้

ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี การแสดงสนุกสนานเช่นวันประกวด เด็กวิ่งเข้ามาให้ดอกไม้
กันใหญ่ไม่เว้นแม้แต่อาจารย์ก็ชื่นชอบ ยิ่งเล่นก็ยิ่งสนุก ไม่มีใครอยากให้เลิกสักคน

“เอาล่ะ มาถึงเพลงสุดท้ายแล้วนะคะ” เสียงโห่ดังกระหึ่มเซ็งแซ่

“สุดท้ายแล้วจริงๆค่ะ ดูซิคะวงต่อไปมารอแล้ว กติกาต้องเป็นกติกาค่ะ งั้นเรามา
สนุกกันดีกว่าค่ะ music go”



“โอ้โห!!!พี่สนเก่งจังค่ะ” ออนยิ้มหวานให้

“ขอบคุณค่ะ น้องออน ชอบมั้ยคะ”

“น้องออนชอบพี่สนที่สุดในโลกเลยค่ะ”

“จริงเหรอคะ ?”

“แต่ว่า....มีคนที่ชอบพี่สนมากกว่าน้องออนอีก” ออนพูดค้างไว้แค่นั้นแล้วส่งดอกกุหลาบสีชมพูให้
ออนยิ้มมีเลศนัย แล้วจูงมือต้นสนไปที่ๆอาร์ท ยืนอยู่

“คนนี้ไงคะ” ออนชี้ไปที่พี่ชาย

“พี่อาร์ทคะน้องออนไปเล่นเกมส์ตรงโน้นนะคะ” ออนรีบวิ่งไปทันที

ปล่อยให้ทั้งสองคนยืนกันแค่สองคน
ต้นสนยังงงอยู่

อะไรกัน ดอกกุหลาบสีชมพูกับนายอาร์ท

“ชอบรึเปล่า?” เขาเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่เงียบกันไปพักหนึ่ง

“อะไร?”

“ก็นั่นไง” เขาชี้ไปที่ดอกกุหลาบสีชมพูดอกสวยนั้น

“ก...ก็ สวยดี นายให้ฉันเหรอ” ต้นสนแก้มแดงระเรื่อ

“อืม...แต่ไม่รู้ว่าเธอจะชอบมันเหมือนดอกเมื่อเช้าหรือเปล่าก็ไม่รู้”
อาร์ทแหย่ ต้นสนหน้าบึ้งขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น เธอมองอาร์ท
ตาเขียว วางดอกไม้ไว้บนโต๊ะใกล้ๆ แล้วเดินหนีไปทันที อาร์ทสำนึก
คว้าดอกไม้ตามไปทันที

“ต้นสน ฉันขอโทษ ดีกันนะ” อาร์ทดักหน้าดักหลังง้องอน

“โธ่...ฉันเลี้ยงไอติมก็ได้นะๆๆๆ”

“ไม่!!!!ไปให้จะพ้นเลยนะ อย่ามายุ่ง”

“โธ่เอ้ยเราขอโทษ เราจะไม่เล่นแบบนี้อีกแล้ว นะๆๆๆ”

อยู่ดีๆต้นสนก็หยุดเดินเสียเฉยๆ เพราะโจเดินตรงมา

“น้องสนจ๋า เป็นไงบ้างจ๊ะ”

ต้นสนยังไม่ทันตอบ อาร์ทรีบตอบตัดหน้าไปเสียก่อน

“สบายดีครับ”

“นายเกี่ยวอะไรด้วย” โจถามอย่างไม่สบอารมณ์

“อ้าว.....ก็แล้วพี่มาเกี่ยวอะไรกับแฟนผมล่ะครับ”

"อะไรนะ" โจอ้าปากค้าง

"โธ่พี่นี่หูตึงจริง" อาร์ททำท่ารำคาญ

"แหมผมอยากจะคุยด้วยนานๆนะ แต่ไม่ว่างซะแล้ว เอาเป็นว่าทักทายพี่สั้นๆแล้วกัน" อาร์ทสูดลมหายใจลึกๆแล้วเริ่มต้นทักทาย

"สวัสดีครับเป็นอย่างไงบ้างพี่กินข้าวอร่อยมั้ยที่บ้านมีหมารึเปล่าพันธุ์อะไรครับพี่มันกินจุหรือเปล่าแล้วพามันไปเดินเล่นบ้างมั้ยฉีดยาให้รึยังอย่าลืมเอามันไปหาหมอบ้างนะตอนนี้หน้าร้อนเดี๋ยวมันเป็นบ้าเหมือนพี่ฝากสวัสดีคุณแม่พี่ด้วยเอ๊ะเกี่ยวอะไรกับผมไม่เป็นไรไว้เจอกันคราวหน้าแต่ผมว่าอย่าเจอกันอีกเลยดีกว่านะพี่นะ"

ต้นสนยืนนิ่งอึ้ง โจหน้าตาเหรอหราอึ้งปนตกใจ อาร์ทรีบชิ่งพาต้นสนเดินหนีออกมาเสียจากโจโดดยเร็ว

“นี่....ฉันไปเป็นแฟนนายตั้งแต่เมื่อไหร่กันฮะ”

“ก็เมื่อกี้นี้ไง”

“อะไรเมื่อกี้ ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

“เอาเถอะน่า...เอาเป็นว่าฉันชอบเธอ เธอเป็นแฟนฉัน เราเป็นแฟนกัน”

“ฮะ.....อะไรนะ”

“เฮ้อ.... ก็บอกว่าเราเป็นแฟนกัน ไป....ไปกินไอติมกัน”

อาร์ทจูงต้นสนไปกันสองคน ต้นสนตามไปงงๆ

เพื่อนๆแอบมองกันอย่างอิจฉา
แสงแดดยามเย็นวันนั้นช่างสวยงามเหลือเกิน
ภาพคนสองคนเดินคุยกันไปกระหนุงกระหนิง
ช่างน่ารัก น่าอิจฉา สำหรับ คนไม่มีแฟน
แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าภาพนั้น จริงๆแล้ว
ฝ่ายชายกำลังแหย่ให้ฝ่ายหญิงโกรธอย่างเมามันอยู่นั่นเอง

*..........*..........*................*............*..............*...............*...............*

จบไปแล้ว 1 เรื่อง ฮะๆๆๆๆๆๆๆ
ดีใจจัง นึกว่าจะไม่จบซะแล้ว

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านกันนะคะ ไม่ว่าใครก็ตาม เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ




Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2551 20:42:45 น.
Counter : 319 Pageviews.

8 comment
คู่กัดมัดใจ ตอนที่8



“ไอ้สนๆ ต้นสน ๆๆๆโว้ย”
ศรเคาะประตูห้องน้องสาวโครมคราม พร้อมตะโกนเรียกน้องสาวลั่นบ้าน ต้นสนกระชากเปิดประตูออกมาอย่างแรง ด้วยความหงุดหงิด

“อะไรเล่า! พี่ศร ทำเป็นคนป่าไปได้ ทุบเข้าไปซี ประตูได้หักครึ่งหรอก”

“ฉันไม่ใช่เฮอร์คิวลิสนะ จะได้หักประตูได้ด้วยมือเดียว”

“แหม...ก็นึกว่าใช่ ดูเถื่อนๆเหมือนกันเลย โอ๊ย...”

ศรเขกหัวเข้าให้หนึ่งที

“สมน้ำหน้า ปากแกนี่นะมันคมจริง วันหลังฉันจะยืมมาเลื่อยไม้ ทำโต๊ะสักที”

ต้นสนแลบลิ้นใส่ศร ศรส่ายหัวกับท่าทางเด็กๆของน้องสาว
เฮ้อ...ใครทำมันหล่นรึเปล่าวะเนี่ย มันถึงไม่โตสักที

“เพื่อนโทรมา...รีบไปรับสิ รอจนหลับไปแล้วมั้ง”

“อ้าว! ทำไมไม่บอกเล่า โดนมันกระแทกยับพอดี โถ่...”

ต้นสนรีบวิ่งลงไปรับโทรศัพท์ทันที


“ฮัลโหล...ต้นสนคนน่ารักเองจ้า”

ต้นสนพูดออกไปเพราะความเคยชินที่มักจะเล่นอย่างนี้กับเพื่อนๆเสมอ

เธอชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาตามสาย
.....เอ๊ะ เสียงผู้ชาย ใครกัน....

“ฮัลโหล...ใครน่ะ” ต้นสนถามเพราะจำไม่ได้จริงๆว่าใคร

“ฮะๆๆๆ ฉันเอง ฮะๆๆ” เขายังหัวเราะไม่หยุด

“ฉันน่ะ ใคร”

“อาร์ท....”

“อ้อ...นายเองเหรอ มีอะไร”

เสียงพูดไม่มี มีแต่เสียงหัวเราะตอบกลับ จนคนฟังเริ่มหงุดหงิดนิดๆขึ้นมาแล้ว

“สูบกัญชามาเหรอไง ขำบ้าอะไรนักหนา หรือกินต้มยำเห็ดหัวเราะเข้าไปหา”

“ฮึๆ เปล่า ๆ ช่างคิดจริงนะเธอ”

“เอ้า... มีอะไร ก็ว่ามาเร็ว” ต้นสนเร่ง

“พรุ่งนี้วันเสาร์ เธอว่างรึเปล่า”

“ว่างตอนบ่าย มีอะไรเหรอ”

“พรุ่งนี้พวกเราจะซ้อมดนตรีกัน”

“พรุ่งนี้แล้วทำไมเพิ่งบอก” ต้นสนเอ็ด

“อ้าว...ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกัน ไอ้ตี๋มันเพิ่งโทรมาเมื่อกี้นี้เอง”

“เหรอ ว่างแต่ตอนบ่ายนะ ตั้งแต่บ่ายโมงถึงสี่โมงเย็น”

“มีจำกัดด้วยแฮะ เอาเถอะพวกเราก็เลิกประมาณ 4 โมงเหมือนกัน งั้นเจอกันที่ห้องซ้อมโรงเรียนแล้วกัน”

“ได้...งั้นแค่นี้นะ นายเห็ดหัวเราะ บาย”

อาร์ทนั่งหัวเราะชื่อที่ต้นสนตั้งให้ใหม่กับโทรศัพท์คนเดียว
น้องออนเดินเข้ามาหาถึงกับงงว่าพี่ชายเป็นอะไร สะกิดถาม

“พี่อาร์ทเป็นอะไรคะ ทำไมหัวเราะคนเดียวคะ”

อาร์ทยิ้มเก้อๆ ปฎิเสธ ว่าไม่ได้เป็นอะไร แล้วย้อนถามน้องสาว

“มีอะไรหรือคะ น้องออน”

“คือว่า วันเสาร์พี่อาร์ทไปซ้อมดนตรีใช่มั้ยคะ”

“ใช่จ๊ะ...ทำไมเหรอคะ?”

“น้องออนไม่อยากไปธุระกับคุณแม่น่ะค่ะ น้องออนไปกับพี่อาร์ทได้มั้ยคะ”

“ได้ค่ะ”

“เย้ๆๆๆๆ” น้องออนร้องด้วยความดีใจ ยิ้มหวานกับพี่ชายเต็มที่

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ต้นสนเดินเข้ามาในโรงเรียนพร้อมกับถุงขนม 1 ถุงใหญ่ น้ำอัดลมอีก 1 ขวดใหญ่ และน้ำเปล่า 1ขวด หอบเข้ามาในห้องซ้อม

“โห...มาซ้อมหรือมาปิคนิคฮะไอ้สน” เป๋งแซว

“พูดมาก ไม่ต้องกินเลยนะ ฉันอุตสาห์ซื้อมาเผื่อ”

ได้ยินอย่างนั้นเป๋งเลยรีบเข้ามาแก้

“โธ่...ไอ้สนฉันล้อเล่นน่ะ แหมมีน้ำใจ”

เป๋งชม เอาอกเอาใจ หยิบเลย์ถุงใหญ่ออกมาแกะกิน เพื่อนๆเข้ามารุมถุงขนมกันใหญ่

อาร์ทเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับน้องออน ตามด้วยกิ๊บและแอน
ที่รีบทักต้นสนแนะนำน้องออนแทนพี่ชาย

“นี่ๆ สน น้องออน น้องสาวของอาร์ท น่ารักมั้ย”

ออนยกมือไหว้ต้นสน ทั้งสองมองหน้ากัน ท่าทางครุ่นคิด
ออนสะกิดพี่ชาย

“พี่อาร์ทคะ น้องออนเคยเจอพี่สนใช่มั้ยคะ” อาร์ทยิ้มพยักหน้ารับ

“เอ ที่ไหนนะ”

“อ๋อ...” ต้นสนร้องขึ้นหลังจากนึกออกแล้ว

“ร้านสร้อยที่พัทยา” ต้นสนนึกออกก็ชักฉุนอาร์ทขึ้นมานิดๆ

“ใช่ๆๆ จริงๆด้วย พี่สาวคนนั้นน่ะเอง”

“สวัสดีจ๊ะน้อง... อ้อ... น้องออน” ทั้งสองยิ้มให้กัน

“พี่สนมาทำอะไรคะ”

“พี่สนเขาเป็นนักร้องของเรานะค่ะ”
อาร์ทตอบแทนต้นสน

“เหรอคะ เก่งจัง น้องออนก็ชอบร้องเพลงค่ะ แต่ร้องไม่เห็นเพราะเอาซะเลย” น้องออนบ่น

“ฝึกไปเรื่อยๆ ร้องทุกวัน เดี๋ยวก็ดีขึ้นค่ะ” ต้นสนแนะนำ

น้องออนทำหน้าเบ้ พูดว่า

“พี่อาร์ทบอกว่า ฟังน้องออนร้องเพลงแล้วนอนไม่หลับ น้องออนเลยไม่ค่อยกล้าร้อง”

ต้นสนมองหน้านายอาร์ทแล้วยังหมั่นไส้ เลยว่าผ่านน้องออน

“พี่ชายน้องออนก็ปากเสียประจำแหละค่ะ เราต้องอย่าไปฟัง
ขัดขวางเราเปล่าๆค่ะ เราไปกินขนมกันดีกว่าพี่ซื้อมาเต็มเลย”

ต้นสนพาออนไปนั่งทานขนมด้านหนึ่งกับกิ๊บและแอน คุยกันสนุกสนาน อาร์ทแยกไปตั้งเสียงกีตาร์อีกมุม แอบมองต้นสนกับน้องสาวคุยกัน

เป๋งที่อยู่ใกล้ๆหันมาชวนอาร์ทดูต้นสน

“ไอ้อาร์ท แกดูนะ เดี๋ยวน้องแกจะติดไอ้สนแจทีเดียว มันน่ะมีเสน่ห์ ยิ่งกับเด็กๆนะ มันหว่านซะทั่วเชียว ลูกหลานที่โรงอาหาร ลูกอาจารย์เอย มันยิ้มให้ทีเดียว เด็กแทบจะวิ่งเข้าใส่ ยิ้มหวานกับมันซะ มันรักเด็กซะด้วย ยังกะนางสาวไทย บางวันเด็กไม่ยอมให้มันขึ้นเรียนเลย”

อาร์ทขำ มิน่าล่ะ ดูท่าทางน้องออนก็ดูจะชอบเธอมากซะด้วย ดีจังเลย
.......*...........*................*...............*.............*...........*

น้องออนเข้ามานั่งเล่นในห้องพี่ชาย เอาแต่คุยเรื่องต้นสน ถามโน่นถามนี่
“พี่อาร์ทคะ พี่สนน่ารักจังนะคะ”

“น้องออนชอบพี่สนมากเลยเหรอคะ”

“ค่ะ ชอบมาก....ก......ก...” ตอบโดยไม่ต้องคิด

“แหม...ใครได้เป็นแฟนนะโชคดีมากเลยล่ะ”

“ทำไมเหรอคะ” อาร์ทถามอย่างสนใจ น้องออนดูออก

“ฮั่นแน่ ถามอย่างนี้แสดงว่าพี่อาร์ทก็ชอบพี่สนล่ะซี”

อาร์ทเขินหน้าแดง

“น้องออนอยากได้พี่สนเป็นพี่สาวจัง พี่อาร์ทช่วยหน่อยสิคะ”

อาร์ทยิ่งหน้าแดงเข้าไปอีก ขยี้หัวน้องสาวแก้เขิน

“ร้ายจริงนะเรา”
+.........+..............+...............+..............+...........




Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2551 20:42:24 น.
Counter : 149 Pageviews.

0 comment
คู่กัดมัดใจ ตอนที่7



ที่สระเลี้ยงปลาขนาดใหญ่มุมหนึ่งของโรงเรียน ยามเย็นลมพัดใบไม้ปลิวหล่นลงที่พ้นหญ้า แดดทอแสงอ่อนสีทอง บรรยากาศเหมาะที่นั่งทำมิวสิคเพลงอกหักซะเหลือเกิน และมิวสิคเพลงนี้ก็เผอิญได้ จอย มาเป็นนางเอกให้

เธอนั่งอยู่มุมหนึ่งของสระ ขว้างก้อนหินลงสระ ซึ่งขณะนี้ปลาคงหนีไปหลบอีกมุมหนึ่งหมดแล้ว เพราะเธอขว้างแรงเหลือเกิน คงจะกะให้บ่อแตก เกิดพวกมันเซ่อซ่าว่ายไม่ดูตาม้าตาเรือโดนเข้า คงไปสวรรค์กันเป็นแถว

เพื่อนๆสาวของจอยเดินตามหาจนเจอจนได้ นึกเสียวหัวแทนเจ้าปลาในบ่อจริงๆ อย่าว่าแต่ปลาเลย โดนหัวคนเข้า คงเลือดตกในแน่ๆ หรือไม่ก็อาจจะกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไปเลยก็ได้

ทั้งสามคนค่อยๆเดินเข้าไปหาอย่างระแวงระวัง

“นี่จอย...ทำอะไรอยู่น่ะ” แก้วถามเฉยๆไม่คิดจะเอาคำตอบใดๆ

“กลับบ้านกันเถอะนะ เย็นแล้ว เดี๋ยวแม่จะว่าเอานะ” แจงเตือน

“ใช่ๆ กลับเถอะ” ปรางชวน

แต่จอยยังไม่ขยับลุกขึ้นแต่อย่างใด ตามองที่ผิวน้ำที่แตกกระจายเป็นวงกว้างอยู่สักครู่ก็หันมาบอกเพื่อนทั้งสามว่า

“เรายังไม่กลับหรอก พวกเธอกลับก่อนเถอะ เดี๋ยวเราโทรบอกแม่เอง”

ทั้งสามคนมองหน้ากัน เป็นเชิงปรึกษา แล้วทรุดตัวนั่งลงข้างจอย

“จอย พวกเราจะอยู่เป็นเพื่อนนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก”

“จอย ...คนหล่อๆกว่านายอาร์ทน่ะมีเยอะแยะนะ”

“นั่นสิ ฉันว่านะ พี่เอก ที่อยู่ชมรมวาดภาพนิ่ง เท่จะตาย
เธอไม่สนเหรอ” ปรางตาลอย เพ้อฝัน

“ใช่ๆ พี่ดอน ก็หล่อบาดใจฉันจริงๆเลย” แจงผลักปรางจนเซ ท่าทางเขินอาย บิดไปบิดมา ยังกับว่า พี่ดอนมายืนอยู่ตรงหน้า

“ยังไง พี่ดอนกับพี่เอกก็สู้พี่บอลของฉันไม่ได้หรอก”แก้วทับถม

“ยิ่งตอนที่เขาซ้อมดนตรีนะ ยิ่งหล่อบาดตาจริงๆเลย โอ๊ย...ฉันมองแล้วใจละลายเลยล่ะ”

“เว่อร์ไปแล้วย่ะ”

“อ๊ะ...จริงๆนะ แค่เห็นเธอแล้วก็ ใจละลายๆ ใจ ละลายๆๆๆ สายตา เมื่อสัมผัส หมดเรียวแรง ต้านทานใดๆ” แก้วร้องเพลงเสริมอีกต่างหาก

“ไม่จริง พี่บอลหล่อกว่า”

“ไม่ใช่ทั้งสองคนเลย พี่เอกหล่อที่สุด”

จอยมองเพื่อนเถียงกันแล้วขำจนหัวเราะออกมา เพื่อนหันมามองเป็นตาเดียว

“ต๊าย...พูดได้แล้วเหรอยะ ฉันก็นึกว่าเป็นใบ้ไปแล้ว”

“บ้าสิ ฉันจะเป็นใบ้ได้ยังไง ในเมื่อมีเพื่อนพูดมากตั้งสามคน”

“หือ...ยังงี้แสดงว่าหายแล้ว”

“นั่นสิ งั้นพรุ่งนี้เรียนพิเศษเสร็จแล้ว ไปโยนโบว์ลิ่งกันมั้ย” แจงชวน

“เอาสิ ฉันกำลังอยากไปอยู่เลย” ปรางรีบรับทันที

“เอ่อ...ขอโทษครับ น้องจอย” ชายหนุ่มผิวขาวหน้าตาหล่อเหลาทัก

“สวัสดีค่ะพี่อ้ะ ไม่เจอตั้งนานเลยนะคะ” จอยยิ้มทักทาย

“อุ๊ย...พี่อ้ะที่อยู่ชมรมยูโดใช่มั้ยคะ”แจงถาม

“ครับผม” อ้ะหันมาทางจอยแล้วพูดต่อไปว่า

“พรุ่งนี้น้องจอยว่างมั้ยครับ”

แจงแย่งตอบแทนก่อน

“ว่างค่ะ ว่างเสมอเลยค่ะ” เสียงหวานหยดย้อย

“นี่ แต่เรานัดกันไปโยนโบว์ลิ่งกันแล้วนะ”

อ้ะแววตาผิดหวังแต่ก็ยังยิ้มอยู่

“งั้นเหรอ”

“แหม...พี่จะไปด้วยกันไหมล่ะคะ” ปรางรีบชวน ตามประสาคนชอบคนหล่อ ทุกคนเห็นด้วย

“ค่ะ ไปด้วยกันไหมคะพี่อ้ะโยนโบว์ลิ่งเก่งไม่ใช่เหรอคะ”

“ครับ ไปครับ” เขาตอบแทบจะทันที

“เอ่อ...จะชวนเพื่อนพี่ไปด้วยก็ได้นะคะ” จอยชี้ไปที่กลุ่มผู้ชาย2-3 คน ที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ไม่ไกลออกไปนัก

“อ๋อ...ครับ ไอ้พวกนั้นมันเป็นเซียนกันทั้งนั้น”

“งั้นพรุ่งนี้ ตอน11โมง หน้า major ค่ะ”

“ครับผม แล้วเจอกัน” อ้ะยิ้มกว้าง จอยยิ้มตอบ

พออ้ะจากไป เพื่อนๆก็หันมาซักทันที
“นี่เธอรู้จักพี่อ้ะด้วยเหรอ ไม่บอกกันเลยนะ”

“ใช่...จะงุบไว้คนเดียวเหรอ”

“บ้าน่ะซิ ฉันเปล่าซักหน่อย”
“ก็ฉันไปเรียนเปียโน พี่เขาเรียนกีต้าร์อยู่ห้องข้างๆ ชวนพวกเธอแล้วไม่ไปเอง ช่วยไม่ได้ สมน้ำหน้า ฮะๆๆๆๆ” จอยหัวเราะเยาะเย้ยอย่างสนุกสนาน


วันนี้กลุ่มต้นสนกินข้าวเสร็จแล้วก็รีบขึ้นห้องไปทันที เพราะเห็นอีตาพี่โจอยู่แว้บๆไม่อยากเจอหน้า จึงรีบหนีไปซะ แต่กลัวว่าจะหิวอีกเพราะกินข้าวยังไม่ทันหมดจานดี เลยซื้อขนมขึ้นมาตุนไว้กินบนห้อง

แต่วันแปลกที่เจอกลุ่มอาร์ทนั่งเล่นกีตาร์อยู่บนห้องด้วย
....เอ ทำไมวันนี้พวกนี้ขึ้นห้องเร็วจัง ทุกที กว่าจะขึ้นมาได้ก็โน่น อาจารย์เข้าห้องแล้วทุกที ไหงวันนี้ อยู่ได้.....

ความจริงแล้วพวกเขายังไม่ได้ลงไปด้วยซ้ำ เขาฝากเพื่อนซื้อของกินขึ้นมาให้ นักโจ้กันอยู่บนห้อง ถุงลูกชิ้นยังวางอยู่บนโต๊ะเลยด้วย

“เอ๋...ทำไมวันนี้อยู่บนห้องได้ล่ะ” แอนถาม

“ขี้เกียจ” นายตี๋ตอบง่ายๆสั้นๆแต่ได้ใจความ

“ไม่ลงไปเล่นบาสเหรอ เห็นเล่นกันทุกวันนี่”

“โห...ร้อนจะตาย แดดยังกะสปอตไลด์ ได้กลายเป็นไก่ย่างพอดี” อาร์ทบอกหน้าตาแหยงๆ

“กลัวสาวจะไม่แลหรือไงวะ” นายตี๋แซวเหลือบมองต้นสนแล้วกลับมามองอาร์ท เขารู้สึกหน้าร้อนวูบทันที

“อ้า...ไอ้สน มาร้องเพลงให้ฟังหน่อย” เป๋งชวน เจ้าของรางวัลชนะเลิศร้องเพลงทันที

“ได้เลย ไอ้เอ๋ง”ต้นสนล้อ เพื่อนๆหัวเราะ

“เป๋งโว้ย ไม่ใช่เอ๋ง” นายเป๋งรีบแก้

“ขอโทษๆ มันคล้ายๆกัน เลยสับสน ฮะๆ”ต้นสนไม่วายหัวเราะตบท้ายเข้าอีก เพื่อนๆเลยฮาครืนกันอีก

“เอาเพลงอะไรล่ะ” ต้นสนเปิดหนังสือเพลงเล่มใหญ่บนโต๊ะดู

“เพลงนี้เลย ของบัวชมพู แค่อยากจะบอก”

“โอเค แล้วใครจะเล่นกีตาร์ล่ะ”

“ไอ้อาร์ท แกดีดเพลงนี้ได้ เพิ่งดีดไปเมื่อกี้ แต่เสียงพวกเรามันควายๆ ได้นักร้องแล้ว เร็วเข้า”

อาร์ทรับกีตาร์มาถือไว้ ดีดได้โดยไม่ต้องดูคอร์ด

......เธอแค่รับฟัง เธอไม่ต้องตอบ แค่รับรู้ไว้ก็เพียงพอ
เธอคิดยังไง ไม่ขอให้เธอบอก แค่ให้ฉันทำตามใจต้องการ

ฟังแล้วจะลืม จะทำไม่สนใจ ก็ขอให้เป็นเรื่องของเธอ
แค่ให้ฉันทำ ทำเหมือนที่ตั้งใจ แค่เท่านั้นก็คงจะเกินพอ

อยากบอกรัก บอกว่ารัก สิ่งนี้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ฉันรู้สึก
มีให้เธอ และเก็บมาตั้งเนิ่นนาน
อยากให้รู้ ให้เธอรู้ ว่าหลงรักเธอนานแล้วทั้งใจ
หากฉันไม่บอก ฉันคงเสียใจไปแสนนาน......

เพื่อนฟังกันเพลินไป ส่งขนมส่งน้ำกันไป แม่แต่คนที่ดีดกีตาร์ก็ยังมีคนส่งขนมให้ถึงปาก มีแต่คนร้องเท่านั้นที่กินไม่ได้เลยผลัดกันร้อง
คนนั้นร้องคนนี้ร้อง แต่มือกีตาร์คนเดิม

เล่นมาหลายเพลงติดกัน ชักจะเมื่อยเลยเปลี่ยนให้คนอื่นเล่นบ้าง ตัวเองนั่งกินขนม ฟังเพลงสบายไป ไม่ร้องเลยซักเพลง เพื่อนๆเลยบังคับให้ร้อง เหลืออยู่คนเดียวได้ไง กินแรง

….โอบกอดฉันไว้ หลับตาผ่อนคลายให้สมฤดี เราจะบินหนี ข้ามน้ำทะเลและแดนกว้างใหญ่ ดาวพราวดังฝัน กลางคืนยาวนานรานหัวใจ
ปล่อยความเหงาไป ทอดทิ้งใจ รักจะพาแต่เราไปสองคน

ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษ ที่จะเสกปราสาทงามให้เธอ ไม่มีฤทธิ์เดชไม่มีราชรถเลิศเลอ แต่ฉันมีใจพิเศษ จะพาเธอผ่านคืนนี้ไป ฉันเป็น เพียงผู้ชายคนนี้ที่มีใจมั่นรักเธอ.......
(เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ – สุเมธ+เดอะปั๋ง)

“อาร์ทก็ร้องเพลงดีนี่” กิ๊บชม อาร์ทยิ้มรับ

“จะไม่ดีได้ไง มันเป็นนักร้องนำวงเรานี่” เป๋งรีบบอกแล้วนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“เออใช่ เดือนหน้าจะมีงานวันวาเลนไทน์ เขาจะมีให้วงของนักเรียนขึ้นไปเล่นหลายวง พวกเราจะขึ้นไปเล่นมั้ยเล่า ฉันจะได้ไปลงชื่อไว้”

“เอาสิ เราจะให้ไอ้สนขึ้นด้วย ดีมั้ยล่ะ” ตี๋ถามความเห็น อาร์ทกับเป๋งพยักหน้าเห็นด้วย

“นี่แล้วฉันจะร้องได้เหรอ” ต้นสนถาม ไม่มั่นใจเพราะไม่เคยร้องกับวงดนตรีมาก่อน

“โธ่เอ๊ย ขนาดร้องกับกีตาร์ตัวเดียวยังร้องได้เลย เนี่ยยากกว่าร้องกับวงอีกนะ” อาร์ทพูดความจริง เพราะคนที่เสียงไม่ดี จริงจะร้องกับเครื่องดนตรีชิ้นเดียวไม่ได้หรอก มันจะเพี้ยนไปเพี้ยนมา แปร่งๆชอบกล เขาเองก็ร้องเพี้ยนหน่อยๆเหมือนกัน พยายามคุมไว้แต่ก็หลุดจนได้

“เหรอ ก็ได้ ตกลง”

“งั้นเราไปบอกไอ้ต้องกับไอ้กันก่อน”
ตี๋วิ่งไปบอกเพื่อนที่ห้องใกล้ๆกันทันที

2 บี คอนทินิว




Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2551 20:42:10 น.
Counter : 163 Pageviews.

0 comment
คู่กัดมัดใจ ตอนที่6



เขาเสียงถามอย่างคาดคั้นของคนหลายสิบ ทำให้ต้นสนผงะถอย
หลังไปอย่างตกใจ

ทั้งสองคนถูกคุมตัวกลับมาที่ห้องเรียนประจำ

ขณะนี้ต้นสนและอาร์ทรู้สึกเหมือนคนที่หลงเข้ามาในดงคนป่า
ถูกจับให้นั่งอยู่กลางห้อง ล้อมรอบด้วยคนทั้งห้อง
ทุกคนมองทั้งสองคนเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อน

“นายว่าพวกเราจะถูกจับไปต้มมั้ย”
ต้นสนถามกระซิบกระซาบ อาร์ทหัวเราะเบาก่อนตอบ

“ไม่รู้สิ แต่ยังไงเธอไปก่อนก็แล้วกัน lady first”

“โห...ไม่ค่อยเลยนะ” ต้นสนแดกดัน

เพื่อนคนหนึ่งเห็นเข้าก็เอ็ดเสียงดัง

“กระซิบอะไรกัน”

ทั้งสองคนสะดุ้งตกใจ

“เอ่อ เปล่าจ๊ะ” ต้นสนยิ้มแหยๆ

“ก็ฉันเห็น ยังจะบอกว่าเปล่า”

“คือ เราเมื่อยน่ะ” อาร์ทแก้

“นั่งตั้งนานแล้ว ไม่เห็นทำอะไรสักที”

“เอาล่ะ เริ่มต้นการสอบสวนได้”
หัวหน้าห้องพูดขึ้นหลังจากประชุมกันอยู่นาน

“คำถามแรก เรื่องทั้งหมด มันเป็นมายังไง จงตอบมาเดี๋ยวนี้”

“ต้าย...ง่ายดีนี่ แล้วไปประชุมกันทำไมตั้งนาน บอกให้เล่าซะก็
หมดเรื่อง บ้ารึเปล่า”
ต้นสนคิดในใจ เล่าเรื่องตั้งแต่วันที่แรกที่มีเรื่องกับจอยจนวันที่จอยมาท้าให้ลงประกวด

“หนอยแน่ะ มาว่าเพื่อนเรายังนี้ได้ไง ทำไมเธอไม่บอกเรานะ
เราจะได้ไปช่วยเอาคืน เธอก็รู้พวกเราไม่ชอบยัยนี่มานานแล้ว
เจ็บใจจริงๆ”แอนบอก เพื่อนๆก็เห็นด้วย

“ไม่ต้องหรอกน่าเป็นเรื่องเปล่าๆ แล้วอีกอย่างเราก็เอาคืนไปแล้วด้วย”

“แหม...แต่มันยังไม่สะใจเท่าไหร่เลย”

“เอาเถอะน่า เอาไว้มีเรื่องอีกเมื่อไหร่ เราจะรีบวิ่งมาบอกทันทีเลย เอามั้ยล่ะ” ต้นสนทำเสียงล้อเลียน แอนเลยให้มือน้อยๆมาแตะไหล่ซะสองที

“เอาหล่ะๆ คำถามที่สอง”
หัวหน้าห้องเดินมาจ้องหน้าอาร์ทดวงตามีเลศนัยพิกล

“นายทำไมต้องทำจ๊ะจ๋ากับไอ้สนมันด้วย”
อาร์ทหน้าแดง อึกอัก แต่ต้นสนไม่ทันเห็น ขัดขึ้นมาทันที

“จะมีอะไรเล่า นายนี่ก็สวมรอยน่ะสิ”

“อะไรวะ ไอ้สน ไม่เห็นเข้าใจ” นายตี๋ถาม เพราะตอนที่แอบฟังเขาอยู่ไกลเลยไม่ค่อยได้ยินที่ทั้งสามคนพูดกัน

“อ๋อ...ไอ้เหตุผลที่แม้แต่แกเองก็ยังไม่รู้ว่าทำไมยัยจอยถึงอยากให้แกประกวดนักใช่มั้ย” แอนหันมาถาม ต้นสนพยักหน้ารับ

“แล้วมันคืออะไรเล่า”

“ก็...ถ้ายัยจอยชนะ ก็ห้ามไม่ให้ไอ้สนเนี่ย มันคบกับนายอาร์ท
แล้ว...ถ้าไอ้สนเนี่ย มันชนะก็ ยัยนั่นก็จะเลิกยุ่งวุ่นวายอีกต่อไป”
แอนอธิบาย

“ฉันก็ไม่รู้ว่าเค้าไปเอาไอ้ความคิดนี้มาจากไหนเหมือนกัน”

วูบหนึ่งเธอนึกถึง จิ้งจก

“นายทำให้ต้องเข้าไปอยู่กับ...” ยังไม่ทันพูดจบไอ้เจ้าจิ้งจกก็ตกลงมาแทบเท้า เพื่อนผู้หญิงวิ่งกระเจิง

“จิ้งจก!!!” ต้นสนร้องตกใจกระโดดไปแอบหลังอาร์ท เขาก้มลงมองดูที่พื้น

“โธ่เอ้ย...ตัวเล็กนิดเดียวยังกลัวกันไปได้” อาร์ทคิดในใจ

“เอ้าดึงเข้าไป เสื้อยับหมดแล้ว” อาร์ทหันบอกต้นสนที่แอบหลังเขาเหมือนเด็ก

“เห็นจิ้งจกเป็นผีไปได้” อาร์ทล้อ

“เอามันออกไปสิ”

“รู้แล้วๆ”

“เร็วๆสิ”

“เออน่า” เขาเอาเท้าเขี่ยเจ้าจิ้งจกไปทางประตูแต่ตรงประตูดันมีเพื่อนผู้หญิงยืนอยู่ เลยร้องกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่

“ขอโทษๆ เอ้าไปแล้ว” ประโยคหลังหันมาบอกต้นสนที่ยังมุดหน้ากับหลังเขา

“จริงนะ” น้ำเสียงไม่มั่นใจ

“เอ้าไม่เชื่อ ก็มาดูเอง” อาร์ทเอื้อมมือไปดึงตัวต้นสนออกมา แต่เธอยังขืนตัวไว้

“ไปแล้วจริงๆนะ อย่าหลอกกันนะ”

“ไม่หลอกหรอกน่า ให้เธอขึ้นคานเลยเอ้า”

“บ้า! นายสิขึ้นคาน”ต้นสนตีหลังเขาแรงๆไปทีนึง อาร์ทสะดุ้ง

“โอ้ย!!!มือหนักชะมัด”

“สมน้ำหน้า...ปากเสียดีนัก” ต้นสนเยาะเย้ย เดินกลับมายืนข้างอาร์ทมองค้อนเขาทีนึงก่อนหันไปบ่นกับลมกับแล้ง

“ไอ้จิ้งจกบ้า อย่าให้เจออีกนะ ไม่งั้นละก็ ฉันจะจับแกไปให้แมวกินให้หมดเลย”

“อย่างตัวนั้นใช้ได้เปล่า”อาร์ทชี้ขึ้นไปบนเพดานห้อง ต้นสนมองตาม อยู่ๆเจ้าจิ้งจกตัวนั้นก็ตกลงมา

“เฮ้ย!” “ว้าย!” ทั้งสองคนร้องออกมาอย่างตกใจ ไม่คิดว่ามันจะตกลงมา ยังกับว่ามันจะแก้แค้นให้เพื่อนตัวเล็กของมัน ต้นสนตกใจมากหน่อยเลยกระโดดเกาะอาร์ท เขาไม่ทันตั้งตัวเลยล้มลงไปด้วยกัน สองคนลุกขึ้นนั่ง ต้นสนน้ำตาไหลไม่รู้ตัว อาร์ทหันมาเห็นก็ตกใจ

“เฮ้ย! เป็นอะไร” ถามอย่างห่วงๆไม่คิดว่าจะตกใจมากขนาดนี้

ต้นสนหันกลับมองหน้าอาร์ท

“อาร์ท” เป็นคำแรกที่หลุดออกมาได้ ดวงตาค่อยๆเปลี่ยนจากตกใจกลายเป็นโกรธ

“อาร์ท” เธอเรียกซ้ำอีก

“ใช่...ฉันเอง” อาร์ทรู้สึกแปลกๆแต่ยังไม่ทันคิดอะไร

“อาร์ท ฉันจะฆ่านาย” ไม่ทันที่อาร์ทจะตั้งตัว เธอฟาดมือลงที่ไหล่เขาทันทีและตามด้วยมืออีกข้างแทบจะทันที

“โอ๊ย!...อุ้ย...เจ็บ...โอ๊ย! ฮะๆๆๆ” เขาหลุดหัวเราะออกมาด้วยความสบายใจ

“โธ่เอ้ย! ตกใจหมด นึกว่าจะช็อคไปแล้ว” เขาคิดในใจ

“หัวเราะเหรอ ดี หัวเราะให้ตายไปเลย” ต้นสนจี้เอว แต่เขาเฉย

“โทษที ฉันไม่ได้บ้าจี้เหมือนเธอหรอก” เขาเอานิ้วจิ้มเอวเธอ ต้นสนสะดุ้งเฮือก เขาเลยแกล้งต่อ

“หยุดนะ พอแล้ว พอแล้ว”ต้นสนร้องขอ

“งั้นช่วยพูดให้เพราะๆหน่อยซิ พูดว่า อาร์ทจ๋า พอได้แล้วนะจ๊ะ” อาร์ทแกล้งทำเสียงหวาน

“แหวะ จะอ้วก ไม่มีทางหรอก ไปให้ยัยจอยพูดไป๊”

“งั้นหรอ ไม่เป็นไร” อาร์ทยังคงแกล้งเธอต่อไป ต้นสนทนต่อไปไม่ไหวเลยยอม

“ได้ๆๆๆ”

“ก็แค่เนี้ย”

ต้นสนดวงตามีเลศนัย

“เอาหูมาสิ”

อาร์ทแปลกใจ แต่ก็ทำตาม

ต้นสนตะโกนใส่หูอาร์ทเต็มเสียง

“ไอ้บ้า!!!!!!!!!!!!!!”

อาร์ทหูอื้อ ต้นสนหัวเราะสะใจ
เพื่อนๆแสบแก้วหูแทนอาร์ท

“ต้นสน...เธอ...โห...หูอื้อเลย”

ต้นสนแลบลิ้นใส่

อาร์ทนั่งหน้าเบ้ ท่าทางอาการหนัก

ต้นสนเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าไปดู

“เป็นไรเปล่า ฉันเสียงดังขนาดนั้นเลยเหรอ”

“น้อยกว่ากริ่งไฟไหม้นิดนึง”อาร์ทแดกดัน

“เกิดฉันหูหนวกหูตึงไปว่าไง” อาร์ททำท่าโกรธนิดๆ

“ฉันขอโทษนะ โอ๋ๆๆ” เธอนั่งลงตรงข้าม ส่ายมือไปมาตรงหน้าเขา เหมือนกำลังกล่อมให้เด็กหยุดร้องไห้
อาร์ทนึกขำในใจ
“เล่นเป็นเด็กๆไปได้ ยัยสนเอ้ย” เขานึกในใจ



“นี่ๆ ฉันว่า นายอาร์ทมันชักจะแปลกๆแล้วนะ” แอนถามกิ๊บที่ยืนดูสองคนอยู่ใกล้ๆกัน

“นั่นสิ เล่นจ๊ะๆจ๋าๆ ไอ้สนก็เด็กกะโปโล ไม่รู้เรื่อง” กิ๊บเห็นด้วยกับแอน

“แปลกยังไง” นายตี๋ซื่อบื้อเหมือนเดิม

“โธ่เอ้ย! แหกเนตรตี่ๆของนายดูสิ มันเหมือนเพื่อนหยอกกันที่ไหนเล่า” แอนชี้ให้ดู

“เออ จริงว่ะ” หานตี๋มองแล้วก็เห็นด้วย

อาร์ทไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้เพื่อนได้ล่วงรู้ความลับของแล้ว
ส่วนต้นสนก็ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ดี ว่าไปโดนใจใครเข้าอีกแล้ว

to b con




Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2551 20:41:54 น.
Counter : 92 Pageviews.

0 comment
คู่กัดมัดใจ ตอนที่5



** ตอนที่ 5 มาแล้วค่ะ
จะจบมั้ยเนี่ย ดูกันต่อไปค่ะ
************************************
ต้นสนงงหนักเข้าไปใหญ่
“อีก 2วันจะมีประกวดร้องเพลงคาราโอเกะ”
“แล้วไง?”
“ฉันกับเธอจะลงแข่งด้วย”
“หา !!!!” ต้นสนร้องออกมาด้วยความตกใจ จะบ้าหรือเปล่า อยู่ดีๆ มาให้
เข้าแข่ง แต่สักพักก็นึกขึ้นได้
“ เดี๋ยว... เดี๋ยวก่อน ทำไมฉันต้องแข่งด้วยเล่า” เธองง กับสิ่งที่จอยพูด
......ให้ร้องน่ะนะ สบายมาก แต่ไอ้ที่สงสัย มันอยู่ที่ว่า แข่งไปเพื่ออะไร
เหตุผลอะไรกันเล่า ?.....


ภาพของต้นสนที่กำลังยืนอยู่บนเวทีกำลังร้องเพลง เสียงเชียร์จากเพื่อนๆดังสนั่นฮอล ทุกคนลุกขึ้นเต้นไปตามจังหวะ กรี๊ดกร๊าดกันอย่างสนุกสนานนั้น ทำให้จอยตะลึง ไม่คิดว่าต้นสนจะทำได้ขนาดนี้ ตอนที่เธอขึ้นไปบนเวทีก็ทำให้ตนดูกรี๊ดได้ แต่ไม่สามารถทำให้ลุกขึ้นมาเต้นตามเธอได้ จอยไม่รู้เลยว่าตัวเองนั่นแหละที่ทำให้ต้นสนฮึดหนักขึ้น จากวันนั้นเพียงคำสองคำเท่านั้น

‘ขี้ขลาด’
จอยตะโกนไล่หลังมา หลังจากที่ต้นสนยืนยันว่า
...ไม่....
แล้วเดินจากมา เพียงเท่านั้น...ต้นสนรู้สึกเหมือนมีคนมาดึงขาไว้ทั้งสองข้างพร้อมกัน เลือดขึ้นหน้าทันที ....เธอไม่ยอมให้ใครมาว่าเธอว่า ...ขี้ขลาด.....
ต้นสนเดินกลับมาเผชิญหน้ากับจอย โดยมีโต๊ะม้าหินคั่นกลางอยู่
‘ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้’ ต้นสนบอกเสียงเข้ม ด้วยความโกรธ
‘ไม่... จนกว่าเธอจะตกลง ’จอยก็ไม่ยอมอยู่ดีเพราะความอยากเอาชนะจนไม่กลัวอะไร ต้นสนเองก็ต้องการให้อีกฝ่ายถอนคำพูด จึงตกลง
‘ได้...ถอนคำพูดสิ ’
จอยยิ้มพอใจ
‘ไม่...จนกว่าเธอจะเอาชนะฉันได้’
‘เธอ! ได้...แล้วเธอจะต้องได้ถอนคำพูดแน่นอน เตรียมตัวให้ดีแล้วกัน เธอจะต้องแพ้ฉัน คอยดู’
ต้นสนบอกอย่างมั่นใจ จอยเองก็มั่นใจว่าตนเองจะต้องชนะ
....เล่นกับใครไม่เล่น เล่นกับต้นสนคนสวย ฉันน่ะ กำลังเรียนร้องเพลงอยู่ย่ะ จะบอกให้ ครูยังชมว่าเก่ง แล้วเธอจะเอาอะไรมาสู้กับฉัน...

อาร์ทยืนมองต้นสนอย่าง...ทึ่ง...ในความสามารถ ตอนอยู่ในห้องก็พอจะเคยได้ยิน เธอร้องเพลงบ้าง ต้นสนร้องเพลงเพราะ เสียงเธอหวานใส แต่ไม่เคยได้ฟังเต็มๆแบบนี้สักที
“เฮ้ย ! ไอ้อาร์ท แกดูซินั่นไอ้สนรึเปล่า เก่งชะมัดเลย เพิ่งรู้ว่ามันร้องเพลงเก่ง” นายตี๋เองก็ทึ่งเช่นเดียวกับอาร์ท
“เออ...”
“แกรู้แล้วเหรอ”
“เออ...” สายตายังคงจับจ้องอยู่บนเวที ไม่ได้มองคนถามเลยสักนิด
“ทำไมไม่บอกวะ” โทษฐานที่ไม่เล่าสู่กันฟังเลยโดนสะกิดกะโลกไป 1 ที


“เอาล่ะค่ะ ขณะนี้ผลการประกวดได้มาอยู่ในมือดิฉันแล้วนะคะ”
พิธีกรประกาศรางวัลรองอันดับสองก่อน แล้วแน่นอนก็ต้องเหลือที่หนึ่งกับที่
สองเอาไว้ตามแบบแผนของการประกาศรางวัล
“ผู้ที่ชนะเลิศการประกวดร้องเพลงคาราโอเกะ ได้แก่.....”
“ได้แก่.... นางสาว...สรัณดา กิตติกมล (ต้นสน)...เชิญขึ้นมารับรางวัลได้เลยค่ะ”
“และผู้ที่ชนะเลิศรองอันดับหนึ่ง ได้แก่ นางสาว จันทณี อาตยกูล (จอย) เชิญขึ้นมา รับรางวัลพร้อมกันค่ะ แหม..เป็นไปตามความคาดหมายนะคะ น้องต้นสนของเรา ได้ครองอันดับหนึ่ง คงจะตรงกับใจหลายคนในที่นี้นะคะ”

แล้วทั้งหมดก็ลงจากเวทีเพื่อให้ประทานได้กล่าวอะไรสักนิดตามธรรมเนียม
เมื่อต้นสนลงจากเวทีได้ นายก็รีบเข้ามาชวนเข้าวงทันที
“แหม...ตัวเองร้องเพลงดีขนาดนี้ ทำไมไม่ฉายให้รู้กันบ้างฮะ ไอ้สน”
“อ้าว...ก็นายไม่บอกนี่ ว่าอยากได้นักร้องนำหญิง เราก็ไม่รู้น่ะซี”
“เออ...เรามันมีแต่ตาตุ่ม”
“ตาตุ่มเล็กซะด้วย” ต้นสนได้ที แซวเพื่อน
“ชะ...เดี๋ยวก็หักคอซะนี่”
“อ้าว...ถ้านายหักคอเราแล้ว นายจะเอานักร้องที่ไหนล่ะ”
“แปลว่าตกลงแล้วใช่มะ” ต้นสนพยักหน้า เธอเองก็อยากจะมีวงเหมือนกัน
“เย้...” นายตี๋ร้องอย่างดีใจ ตะโกนบอกเพื่อนร่วมวงเอ็ดตะโลไป
“เฮ้ย...พวกเรา....วงเรามีนักร้องหญิงแล้วโว้ย...เฮ้ย...ได้ยินไหมวะ”
ต้นสนหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ตาเหลือบไปเห็นจอยยืนมองตัวเองอยู่ไม่ไกล
ก็นึกได้ว่าต้องไปทวงสัญญา รีบเดินแกมวิ่งไปหาจอยทันทีซึ่งยืนคอย
อยู่แล้ว เพื่อนๆของต้นสนงง ว่าทำไมแต่ก็เดินตามต้นสนไป แอนที่เดินนำ
หลบผลุบเข้ามุมหนึ่งใกล้ๆกับที่ต้นสนและจอยยืนอยู่ แต่ทำไมต้องไป
แอบด้วยล่ะ เพื่อนๆที่ตามมาก็สงสัยแต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร หลบผลุบไป
แอบตามแอนด้วยเป็นฝูง

“ฉันมาทวงสัญญา”
“ฉันนึกว่าจะลืมเสียแล้ว”
“ไม่มีทางแน่นอน ฉันเป็นคนจำแม่นเสียด้วยสิ เอาสิ..ฉันพร้อมแล้ว”
ต้นสนเชิดคอรับคำขอโทษ
ท่าทางเช่นนั้นทำให้จอยรู้สึกหมั่นไส้เป็นกำลัง แต่ก็ยอมขอโทษแต่โดยดี
“ก็ได้...ฉันขอโทษ ฉันขอถอนคำพูดที่ว่าเธอขี้ขลาด เธอเก่งมากนะต้นสน
ฉันขอแสดงความยินดีกับเธอด้วย”
“ขอบใจ”
ทั้งสองคนจับมือแสดงความยินดีต่อกัน ต้นสนยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
เหมือนกับว่าไม่เคยมีเรื่องมีราวกันมาก่อน
ต้นสนฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเธอทำไป เพราะต้องการลบคำสบประมาทไม่ใช่
เหตุผลที่แท้จริงที่จอยมาท้านั้น เธอลืมไปเสียสนิทว่ามันคืออะไร?

“ฉันไม่ได้บอกเหรอ ว่าที่ฉันต้องการก็คือว่า ถ้าฉันชนะเธอ เธอต้องให้อาร์ท
เลิกคบเธอซะ แต่ถ้าเธอชนะ ฉันก็จะถอยออกไป”
ต้นสนเพิ่งจะรู้ก็เดี๋ยวนี้เอง ว่าทำไมจอยถึงต้องการเป็นคู่แข่งของเธอ คงเป็น
เพราะว่าจอยเข้าใจผิดคิดว่าอีตานั่นมาชอบเธอนั่นเองเลยต้องการให้เธอหลบ
ไปซะ อีตานั่นจะได้หันมาสนใจตัวเอง จะว่าไปแล้ว จอยก็เป็นคนแฟร์ดี
เหมือนกัน เลือกวิธีแข่งขันกัน ไม่ใช้วิธีข่มขู่เหมือนที่เห็นในละคร ต้นสนชัก
จะเห็นใจที่จอยต้องผิดหวัง ทั้งที่เธอเข้าใจนั้นมันผิดทั้งเพ เลยตั้งใจจะแก้ความ
เข้าใจเสียใหม่
“นี่...ฉันไม่ได้........อุบ....”
อาร์ทโผล่มาจากไหนไม่รู้ เอามือปิดปากต้นสนเอาไว้ทันที
“อ้าว...อาร์ท” จอยทัก
“สวัสดีครับ คุยอะไรกันจ๊ะสน ไปกันรึยังจ๊ะสน อาร์ทจะไปเลี้ยงฉลองให้”
จอยมองอย่างไม่สบอารมณ์ รีบเดินหนีไปทันที อาร์ทโบกมือตามหลัง ยิ้มร่า
อย่างสบายอารมณ์ ต้นสนดึงมือออกจากปากได้ก็ตั้งท่าจะใส่ทันทีใส่ทันที
แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร ก็มีมือหลายสิบมือมาแตะไล่
“นี่มันอะไรกันต้นสน”
ต้นสนหันไปตามเสียงก็พบเพื่อนทั้งฝูงยืนเรียงเป็นตับ


to be continue




Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2551 20:41:41 น.
Counter : 147 Pageviews.

0 comment
1  2  

ปั้นน้ำกะฟ้าริน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]








  • งานเขียนใน Blog นี้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอก หรือ ดัดแปลงเนื้อหา นำไปเผยแพร่ต่อที่อื่นๆ ทุกรูปแบบ

  • Thanks design by freepik


Designed by Freepik