Group Blog
 
All blogs
 

การรับชมรายการผ่านสื่อออนไลน์ ...



สวัสดีค่ะ

สำหรับคนที่ชอบดูหนัง ชอบดูรายการต่างๆ ผ่านสื่อออนไลน์ อยากขอความกรุณาช่วยสละเวลาตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับสื่อออนไลน์ให้สักนิดค่ะ    



แบบสอบถามนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจข้อมูลเพื่อประกอบการค้นคว้าอิสระ ของนักศึกษา
ปริญญาโทค่ะ   เป็นของเพื่อนฝากมาช่วยแชร์อีกทีนึง 


ขอบคุณมากนะคะ 




 

Create Date : 09 ตุลาคม 2560    
Last Update : 10 ตุลาคม 2560 0:26:32 น.
Counter : 244 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Love you you ฟ้า ทะเล ความรัก



Love you you : release date Oct 2011 : runtime 91 mins.

ช่างเป็นความบังเอิญที่โชคดีเสียจริงๆ ผ่านตาเข้ามาตอนคลิกหาซีรีย์ดูใน Dramacrazy.net เห็นคนเรตให้ 100% พร้อมคำโฆษ

Touching and funny WATCH THIS MOVIE!!!!
Awesomeness!!!



เข้าไปอ่านคอมเมนท์ก็เห็นมีแต่คนปลื้มในความน่ารักโรแมนติกและทั้งพระเอกด้วย

แอบเปิดสักเล็กน้อยก่อนนอน เช่นเคย มันไปลงเอยที่ ตีหนึ่ง

รู้ทั้งรู้ รุ่งเช้าจรดค่ำจะต้องทำงานหนัก ช่างไม่เจียมสังขารอันล่วงเลย

ก็พระเอกนางเอกหล่อสวย เนื้อเรื่องน่ารัก

ฟ้าสีคราม-น้ำสีฟ้า หาดสวย-ทะเลใสปานนั้น

ใครจะไปอดใจไหว



เซี่ยหมี่ ( Angela Baby ) พนักงานบริษัทกฏหมายแห่งหนึ่งได้ถูกว่าจ้างจากลูกค้าชาวมาเลเซีย JK (Steve Yap), ที่ต้องการใครสักคนไปแอบสืบข้อมูลการทำธุรกิจที่อาจจะผิดกฏหมายของคู่แข่งที่อ้างว่าฉ้อโกงเขาไป

Le Youyou (Eddie Peng) คือคู่แข่งคนนั้น เขาเป็นเจ้าของรีสอร์ท Love You You ด้วยเล่ห์เพทุบายทางการค้า (ขำดี) ทำให้เซี่ยหมี่ไม่ชอบเจ้าของรีสอร์ทหนุ่มจอมกะล่อนตั้งแต่แรกพบ แต่เพราะรับจ้างมาแล้วก็ต้องทำหน้าที่ต่อไป อ้างว่ากระเป๋าเงินถูกเชิดพร้อมพาสปอร์ตสูญหาย จึงขอทำงานให้กับ Le you you ฟรีๆ เพื่อแลกกับที่พักและอาหาร



หนึ่งทางทำมาหากินของ Le YouYou คือการรับจัดการแต่งงาน (ทั้ง ตบแต่ง wedding hall , ทำอาหาร , เป็นorganizer และเป็นบาทหลวงให้ด้วย (ฮีทำได้หมด)

โซเฟีย (โจวหยาง) เดินทางมาพร้อมกับคู่หมั้น Hao Chang (Zhu Yuchen) เธอและเขาเป็นลูกค้ารายใหญ่กระเป๋าหนักที่ตกหลุมการค้าของ Le และตกลงใจจะจัดงานแต่งงานขึ้นที่รีสอร์ท Love You You แต่ด้วยนิสัยของเซี่ยหมี่ที่นอนละเมอเดิน คืนหนึ่งโซเฟียจึงพบเธอนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนอนของคู่หมั้นหนุ่ม




งานช้างเข้า !!!

คู่บ่าวสาวเข้าใจผิด ความบาดหมางลุกลามอย่างแรงถึงขั้นประกาศยกเลิกการแต่งงาน

Le รมณ์เสียเพราะเสียดายรายได้จากการจัดงานแต่ง ส่วนเซี่ยหมี่ก็รู้สึกผิดที่เป็นชนวนรักล่ม จึงโน้มน้าวให้ Le หันมาร่วมมือกันเพื่อหาทางทำให้คู่รักทั้งสองกลับมาคืนดีและจัดงานแต่งงานขึ้นให้ได้

และระหว่างนั้น ความใกล้ชิดก็ทำให้ความรักเริ่มก่อตัว

แต่แล้ว เมื่อความจริงปรากฏ .. เซี่ยหมี่ มาที่เกาะแห่งนี้ตามแผนของ JK

การล้วงข้อมูลสำคัญของ Love you you ที่กำลังจะส่งผลให้ Le เสียรีสอร์ทแห่งนี้ไป

ถึงเวลาที่บททดสอบของรักแท้ จะได้รับการการพิสูจน์



พลอตเรื่องไม่ได้มีอะไรพิเศษเลย ก็พลอตธรรมดาตามประสาหนังรักเรื่องหนึ่ง แต่ที่หนังทำออกมาแล้วน่ารักทึ่ง ก็เพราะนางเอกสวยจัง และพระเอกก็น่ารักโฮก แอบปิ๊งตั้งแต่แกวาดขอบตาดำแอ่นหน้าแอ่นหลังเยื้องย่างมาเป็น Jack Sparow แล้วล่ะ ยิ่งได้เห็นลวดลายเย้าหยอกล่อลูกล้าเข้ารีสอร์ทยิ่งทำให้ยิ้มแก้มปริ (ตลกดี)



ดูไปดูมาก็รู้สึกว่าคุ้นตากับปฏิกิริยาบนใบหน้าพระเอกเสียจริงๆ หรือว่าจะคิดไปเองเพราะหลังจากพ้นวัยเด็กก็ไม่ได้ดูหนังจีนบ่อยนัก ดูผ่านไปแล้วครึ่งเรื่องก็อ๊ออออ Eddie Peng คุณชายเจ็ดตระกูลหยาง Young Warriors of the Yang Clan (ยอดขุนศึกตระกูลหยาง) ดูไปตั้ง ๔๓ ตอน ไม่คุ้นให้มันรู้ไป แม้ว่าตัวจะคล้ำมาก ผอมลง แก้มตอบขึ้น และโตเป็นหนุ่มแล้ว แต่ก็ทำให้คุณชายชี่หลางผู้น่ารัก ดูหล่อแมนขึ้นไปอีกแบบ

จากที่ให้คะแนน ๙๐ พอจำได้ว่าคือคุณชาย หยางชีหลาง ขึ้นมา ให้เต็ม ๑๐๐ เลย เป็นธรรมดาเมื่อองค์แม่ยกลง จะไม่เคยหวั่นเกรงต่อคำครหาว่าเป็นฉันทาคติ (ลำเอียงเพราะชอบ)



ชอบมุขโรมานซ์หนึ่งในหนังเรื่องนี้ คือ เซี่ยหมี่เป็นคนนอนละเมอเดิน ตอนที่ต้องไปกางเตนท์นอนกันที่ชายหาด (เตนท์คนละหลังนะคะ อย่าคิดไกล) Le จึงเอาเชือกมาผูกข้อมือเซี่ยหมี่ไว้กับข้อมือตัวเอง ถ้าเธอละเมอแล้วลุกเดินจะได้ไหวตัวทัน แบบว่ารับผิดชอบชีวิต หุหุ น่ารักดีค่ะ

แต่ที่โดนใจที่สุดคือ ทะเลสวยมากกก






























 

Create Date : 03 เมษายน 2556    
Last Update : 3 เมษายน 2556 23:53:12 น.
Counter : 5292 Pageviews.  

MY WAY มิตรภาพบนเส้นทางมาราธอน



Movie : My way
Director : Director: Kang Je-Gyu
Writer: Kang Je-Gyu, Na Hyun, Kim Byung-In
Release Date: December 21, 2011 Runtime 145 mins.


เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ขอประกาศเป็นทางการว่าพระเอกอย่างเป็นทางการของหนังเรื่องนี้ คือ จางดองกัน ส่วนที่บล็อกนี้ท่านจะได้เห็นแต่หน้าของ โจ โอดากิริ เป็นส่วนใหญ่ก็เพราะว่า เอ่อ .. มันไม่ใช่เหตุผลที่เป็นทางการสักเท่าไร แต่ก็ถือเป็นเหตุผลใหญ่ในเรื่องของความพึงพอใจส่วนตัว อิอิ คนมันรัก (อีกคนละ)




แม้จะเป็นหนังสัญชาติเกาหลี เขียนบท กำกับ และผลิตโดยคนเกาหลี แต่ก็ขอขึ้นบล็อกด้วยโปสเตอร์ภาษาอังกฤษเพราะในโปสเตอร์ภาษาเกาหลีทั้งสองเแบบเขาให้พระเอกเกาหลีดูเด่นกว่า คือจางดองอยู่ข้างหน้า และเดินนำหน้าหนุ่มโจ รับได้..(ก็หนังเกาหลีน่ะนะ) แต่ไม่ค่อยถูกใจ เพราะคิดว่าบทของโจมิได้เป็นรองจางดองกันแม้แต่น้อย

จางดองกัน รับบท คิม-จุนชิก เป็นคนยากคนจนแต่นิสัยสุภาพบุรุษลูกผู้ชาย

โจ โอดากิริ รับบท ฮาเซกาวะ ทัตสุโอะ เป็นผู้รากมากดีแต่นิสัยไม่ค่อยดีสมสกุลรุนชาติสักเท่าไร



ประเทศเกาหลีในยุคนั้นตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่น ปู่ของทัตสุโอะเป็นนายทหารชั้นบังคับบัญชาระดับดับสูงคนหนึ่งที่ประจำการอยู่ในเกาหลี และพ่อของทัตสุโอะซึ่งเป็นนายแพทย์ก็พาครอบครัวย้ายติดตามมา




ทัตสุโอะกับจุนชิก จึงได้รู้จักกันตั้งแต่ยังเด็ก เพราะพ่อของจุนชิกเป็นคนรับใช้ในจวนของปู่ทัตสุโอะ เปรียบโดยสถานะของทั้งสองก็คือเป็นนายน้อยกับลูกบ่าวรับใช้ แต่สิ่งหนึ่งที่เท่าเทียมกันคือการเป็นนักวิ่งฝีเท้าดี ในการแข่งขันวิ่งมาราธอนแต่ละครั้งทัตสุโอะกับจุนชิกจึงผลัดกันแพ้ชนะเรื่อยมา

นอกเหนือจากการเป็นคู่แข่ง ความสัมพันธ์ต่อกันแท้จริงในวัยเด็กเป็นมาอย่างไรจนถึงวัยรุ่น ไม่ปรากฏความแน่ชัด จนกระทั่งมีเหตุให้ปู่ของทัตสุโอะตาย พ่อของจุนชิกกลายเป็นง่อย แล้วครอบครัวบ่าวก็ต้องกระเด็นออกจากจวนของเจ้านาย ซึ่งเหตุเดียวกันนี้ทำให้ความสัมพันธ์พบปะของทั้งคู่กลายเป็นดั่งคำโปรยของโปสเตอร์หนังที่ว่า "The met as enemies ...."



เวลาผ่านไป..ทั้งสองเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มใหญ่

พ่อของทัตสุโอะต้องการให้ลูกชายไปเรียนต่อเพื่อเป็นนายแพทย์และมีหัวใจเห็นคุณค่าและความสำคัญของชีวิตผู้คนมากกว่าชัยชนะของญีปุ่นในสงคราม แต่ทัตสุโอะผู้เติบโตมาภายใต้อิทธิพลการเป็นนายทหารของคุณปู่ปฏิเสธที่จะเดินรอยตามผู้เป็นพ่อ แต่ขอเลือกย่ำซ้ำรอยเดิมของคุณปู่ ทัตสุโอะกลายเป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิและเต็มใจที่จะตายเพื่อประเทศชาติ



ในการแข่งขันวิ่งมาราธอนรอบคัดเลือกเพื่อส่งตัวแทนเข้าสู่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก คนเกาหลีไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการแข่งขัน แต่ชายผู้หนึ่งซึ่งเคยสร้างฝันให้เป็นจริงได้หาช่องทางแล้วหยิบยื่นโอกาสมาให้คนมีฝันอย่างจุนชิก ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงคนรับจ้างวิ่งรถลากตะลุยไปทั่วย่านด้วยฝีเท้าของนักวิ่งผู้เจนจัด



การแข่งขันมาราธอนรอบคัดเลือกสู่โอลิมปิก ทำให้ทัตสุโอะกับจุนชิก มีโอกาสได้พบหน้าสบตาเขม่นกันอีกครั้ง ในฐานะศัตรูคู่แข่งที่มุ่งมั่นลงสนาม หมายคว้าชัยชนะเหนืออีกฝ่าย

แต่.. ความพ่ายแพ้อย่างอยุติธรรมของคนหนึ่ง
ได้ยัดเยียดชัยชนะที่น่าอดสูให้กับอีกคนหนึ่ง

ความอัปยศของคนญี่ปุ่น และจราจลของคนเกาหลี




บทลงโทษย่อมมีผลต่อชนชั้นผู้ถูกปกครอง จุนชิกและคนเกาหลีจำนวนหนึ่งจึงต้องกลายไปเป็นทหารขององค์จักรพรรดิ แม้ถูกกระทำหยามหมิ่นเป็น "ไอ้หมาเกาหลี" ก็ยังคงต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายออกรบแนวหน้ากับกองทหารญี่ปุ่นในสมรภูมิโนโมฮานประเทศจีน (Nomonhan) แน่นอนว่าไม่ได้รบบ้าเลือดเพื่อญี่ปุ่น แต่เพื่อมีชีวิตรอด

และที่นั่นมีสาวชาวจีนชื่อมิรายเป็น "พลแม่นปืน" ( ฟ่านปิงปิง )



และแล้ววันหนึ่งพวกเขาก็ถูกเรียกรวมพลเพื่อตั้งแถวรอรับนายทหารผู้บัญชาการคนใหม่

ดั่งคนเคยทำบุญร่วมชาติ เคยตักบาตรร่วมขัน

เขา..คนที่ก้าวเท้าย่างลงจากรถมา

คือ ผู้พันฮาเซกาวะ ทัตสุโอะ



เขาเป็นนายคนใหม่ผู้ยึดมั่นถือมั่นในความเป็นชายชาติทหารจนเข้าข่ายความบ้าคลั่งต่อการจงรักภักดี คนกล้าหาญจึงล้ำเส้นบางๆ สู่ความบ้าบิ่น เมื่อนายไม่กลัวตาย และเผด็จการส่งลูกน้องไปวายวอด เส้นทางมาราธอนสายสงครามของจุนชิกและทัตสุโอะก็ได้เริ่มต้นขึ้นในฐานะเชลยสงคราม

จากโนโมฮานประเทศจีน สู่สหภาพโซเวียต
เยอรมัน ในวันดีเดย์ที่ชายฝั่งนอร์มังดี และ...เส้นชัย



โดยตลอดเส้นทางนั้น จุนชิกยังคงเป็นพระเอ๊กพระเอกเสมอต้นเสมอปลาย ลูกผู้ชายผู้มีฝันและยังคงเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในความหวังถึง..สักวันหนึ่ง ในขณะที่ทัตสุโอะได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากระหว่างเส้นทางของสงครามที่หล่อหลอม รวมถึงอิทธิพลของมิตรภาพเงียบ ที่ทัตสุโอะได้เฝ้ามองจุนชิกคอยหยิบยื่นมันให้เพื่อนร่วมชะตากรรมคนอื่นๆ อย่างมิตรผู้มีน้ำใจ (แม้จะช่วยอะไรไม่ได้) และตัวทัตสุโอะเองก็เป็นหนึ่งในคนที่เคยได้รับ



นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม โดยส่วนตัวแล้วจึงชอบบทบาทของโจ มากกว่าบทของจางดองกัน คาแรคเตอร์มีความครุ่นคิดที่ซับซ้อนเช่นเดียวกับบทของ "จองแด" ซึ่งได้ส่งนักแสดง คิมอินควอน เข้าคว้ารางวัล Best Supporting actor จาก 2011 (3rd) KOFRA Film Awards Ceremony

เพราะมันเป็นบทที่มีพัฒนาการของการเปลี่ยนแปลง แต่การเปลี่ยนแปลงของทัตสุโอะ กับจองแด มันมีความต่างกันตรงที่ ทัตสุโอะ เติบโตขึ้นในทางที่ดี ขณะที่จองแดเป็นไปในทางตรงกันข้ามเนื่องจากในสภาพแวดล้อมของสงครามมันมีความเจ็บแค้นที่บีบคั้น และถ้าใครดูหนังจบไปแล้วยังนึกไม่ออกว่าจองแดคือ "ผู้จัดการมา" (มาฮุนอี) ของ "โกมีนัม" ในซีรีย์ You're beautiful ก็จะไม่แปลกใจเลย .. ใครจะไปทันคิดออกได้ง่ายๆ ว่า บทนั้นกับบทนี้ที่แตกต่างสุดขั้วจะแสดงโดยคนๆ เดียวกัน



ฉากที่ชอบมากเกี่ยวกับการแสดงของโจ คือ การชายตาแล หรี่ตามอง หรือไม่ก็จดจ้องไปที่จุนชิก คิดว่าโจเล่นบทนี้แล้วเจ๋งดี ระดับความสำคัญต่อเนื้อเรื่อง ก็เทียบความสำคัญได้กับบทบาท ผู้พันเกาหลีเหนือของชาซึงวอนใน 71 into the fire ที่มีได้ทั้งความเมตตาและมหาโหด หรือบทนายร้อยโทของ โกซู ใน The front line ที่ต้องเลือกตัดสินใจแบบคาบลูกคาบดอกจะเป็นวีรบุรุษเพื่อชาติที่ตายไปแล้วหรือจะเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ยังอยู่และปกป้องได้อีกหลายชีวิต เป็นธรรมดาบทบาทที่มีความซับซ้อนทางความคิดและอารมณ์ย่อมน่าสนใจกว่าการเป็นเพียงพระเอกคนดีที่หนึ่ง




มิตรภาพเกิดขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำว่าเพื่อนจากปาก..สักคำ
แค่มองหา แล้วสบตา ก็จะพบว่ามีความอุ่นใจอยู่ตรงนั้น

และหนังก็จบด้วยความรู้สึกอุ่น อารมณ์คล้ายคลึงกับตอนที่นางเอก Love Letter ได้เห็นรูปวาดหลังบัตรยืมหนังสือและรู้ว่านั่นคือความรัก หนังเรื่องนี้ก็ได้ย้อนกลับไปยังภาพของวัยเยาว์ วันหนึ่งวันนั้นที่พวกเขาเคยวิ่งด้วยกัน ทำให้ได้รู้ว่า ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอดีตนั้นพวกเขาก็เคยเป็น "เพื่อน"




รู้สึกมีความสุขจัง ที่โจ ได้รับการทาบทามให้มาเล่นหนังเกาหลีเรื่องนี้ เพราะเป็นคนที่ชอบหนังสงครามมาก อย่างเรื่องโปรด Black hawk down ดูไปกี่รอบแล้วก็จำไม่ได้ หากไม่ติดว่าช่วงนี้งานเยอะเว่อร์ คงได้ดู Band of brothers รอบที่สามกันบ้างละ (ส่วนที่ดู episodes ของหมอทหาร Medic Eugene ไปห้าหกรอบ ไม่ขอนับรวมนะ) เพราะดูหนังเรื่องนี้แล้วอารมณ์มันมา โดยเฉพาะฉากในป่าหิมะ .. ชวนให้นึกถึง Band of Btothers สุดๆ แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่ามีภาคสงครามต่อมาเรื่อง The Pacific อยู่ในกรุที่ยังไม่ได้ดูเลย





โจ โอดากิริ เป็นชื่อที่ไว้วางใจเสมอ (แต่ขอย้ำอีกทีว่าพระเอกหนังเรื่องนี้ คือ จางดองกัน ) เพราะต่อให้หนังมันธรรมดา ก็ยังพอมีบางสิ่งเป็นประเด็นให้ขบคิด หรือต่อให้หนังมันงงงวยและไม่สนุกเลย ก็ยังคงมีความสุขกับหน้าตาหล่อแบบใช่เลยของโจอยู่ดี (..มอมแมมแค่ไหน ติสต์แตกยังไงก็ไม่เค้ยไม่เคยจะขัดหูขัดตา)

เรื่องนี้นอกจากจะได้พลังจากสองพระเอกแดนโสมและแดนอาทิตย์อุทัย แล้วยังมีนางเอกคนงามจากแผ่นดินจีน ฟ่านปิงปิง ร่วมแสดงด้วย เธอเป็นหนึ่งในนักแสดงสาวชาวจีนไม่กี่คนที่ชอบและจำชื่อได้ ล่าสุดก็เพิ่งจะได้เห็นเธอในหนังเรื่อง Sophie's Revenge (2009) ร่วมกับจางซี่ยี่ ปีเตอร์ โฮ และ โซจีซบ



ส่วนนักแสดงสาวชาวเกาหลีแต่แรกได้วางตัวนางเอก ซอนเยจินไว้ แต่เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนบทและลดความสำคัญลงไปทำให้เธอขอถอนตัวก่อนภาพยนต์จะเริ่มถ่ายทำ และนางเอกลียอนฮีผู้น่ารักก็มาสวมบทบาทเป็นน้องสาวของจางดองกันแทน แม้บทจะไม่ได้สำคัญอะไรเลยอย่างที่ซอนเยจินมีเหตุผลสมควรจะถอนตัว ก็ยังคงถูกใจเอยู่ดีพราะชอบลียอนฮีอยู่เป็นทุน พูดถึงความไม่สำคัญของบทบาท บทของฟ่านปิงปิงก็คิดว่าไม่ต่างกันนัก ถ้าหากไม่ติดว่าเป็นตัวแทนของหนังสามชาติร่วมทุน (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น) ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมีบทนี้ซึ่งจะช่วยประหยัดไปได้เยอะที่ไม่ต้องจ่ายค่าตัวให้ซุปตาร์ฟ่านปิงปิง





ผู้กำกับ คัง เจกิว เคยทำหนังสงครามประสบความสำเร็จสูงอย่าง Taegukgi (2003) ที่เรื่องนั้นคุณพี่จางดองกันก็อาภัพเหมือนเรื่องนี้อีก (เพราะเรื่องนั้นก็กรี๊ด "วอนบิน" คนน้องไม่ใช่จางดองกันคนพี่) แต่เขาหล่อดีนะ ดูบุคลิกหน้าตาแล้วไม่รู้ทำไมพาให้นึกถึงหลิวเต๋อหัวอยู่เรื่อย

แม้คำว่า Based -on- a true -story ดูแล้วไม่ค่อยจะน่าเชื่อถือสักเท่าไร เพราะเนื้อเรื่องมันดูเป็นการเขียนแต่งชะตาชีวิตแนวเพื่อนและมิตรภาพมาก

แต่ก็ยังคิดว่าเขาทำเนื้อเรื่องของหนังสนุกดี
ที่สำคัญคือดูแล้วได้อินกับความซึ้งแบบแมนๆ

และที่สำคัญกว่าที่สำคัญคือ ... โจหล่อ














ข้อมูลภาพยนตร์จาก AsianWiki




 

Create Date : 29 มีนาคม 2556    
Last Update : 30 มีนาคม 2556 12:03:18 น.
Counter : 11970 Pageviews.  

Humming "ความรัก" ในวันที่เธอจะจากไป



Movie : Humming
Director: Park Dae-Yeong
Writer: Park Dae-Yeong, Jung Sun-Joo
Release Date: March 13, 2008 Runtime: 96 min.



หนังเรื่องนี้เหมาะกับคนเบื่อหน่ายแฟน


๖ ปีของการคบกันที่ยาวนาน

สำหรับเขา จุนโซ (ลีชอนฮี) มันได้ผ่านความอิ่มตัวและล่วงเลยเป็นความเบื่อหน่ายที่ดำเนินมาถึงขีดสุด

แต่สำหรับเธอ มิยอน (ฮันจีเฮ) ความรักของเธอยังคงเสมอต้นเสมอปลาย และไม่มีทีท่าว่าจะมีอะไรมาทำให้สั่นคลอนหรือสิ้นสุดลงได้

แม้จุนโซจะพยายามส่งสัญญาณด้วยการอาสาสมัครไปทำงานสำรวจ ณ แดนไกลที่แอนตาร์กติกา โดยบอกกับมิยอนว่าเขาไม่อยากให้เธอต้องเสียเวลารอ

แต่...ดูเธอจะไม่ยอมรับรู้ถึงความในที่จุนโซได้ส่งสาร
มิยอนคนดียังยินดีที่จะรักและเต็มใจที่จะรอ




แม้สัญญาณการบอกเลิก (อ้อมๆ) จะล้มเหลว แต่จุนโซก็ดึงดันจะไปให้ได้ ถึงไม่เลิกกันทันที นับจากนี้เขาก็ต้องได้มี "เว้นระยะ" ส่วนในวันข้างหน้าต่อไปจะเป็นอย่างไร จะกลับมามีกันหรือไม่ ค่อยว่ากัน

วันคบกันครบรอบ ๒๐๐๐ วัน เป็นวันสุดพิเศษที่เธอกระตือรือร้อนรอคอยการฉลองด้วยกันอย่างมีความสุข แต่สำหรับเขานอกจากไม่คิดจะจดจำ ยังไม่มีอารมณ์จะใส่ใจเพราะเขากำลังเตรียมตัวจะจากไป



ในเช้าวันหนึ่งที่เธอมาหา เหมือนกับวันธรรมดาทั่วไปที่เธอจะมาและทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่ายในความรักความใส่ใจที่ไม่เคยขาดตกบกพร่อง และเขาก็แยกจากเธอไปด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนที่จะได้รับโทรศัพท์ที่มาพร้อมกับข่าวร้าย มิยอนประสบอุบัติเหตุเมื่อคืนนี้ และอาการของเธอยังอยู่ในขั้นโคม่า




มันจะเป็นไปได้อย่างไร กับหนึ่งมิยอนที่อาการวิกฤติอยู่ในห้องไอซียูตั้งแต่เมื่อคืน และอีกหนึ่งมิยอนที่อยู่กับเขาเมื่อเช้าวันนี้

ความรักเป็นเรื่องตลกหรืออย่างไร คนรักที่จุนโซเบื่อหน่ายและดิ้นรนจะหลีกหนีไปให้ไกลจึงเป็นคนรักคนเดียวกันที่ทำให้เขาตื่นตระหนกและเสียขวัญเมื่อนึกถึงการจะต้องสูญเสียเธอไป

เช้าวันต่อมาเธอก็มาหาเขา..อีกครั้ง นั่นคือความฝัน คือจินตนาการ หรือจิตใต้สำนึกที่โหยหา อาจเป็นสักสิ่งที่จุนโซจะเชื่อได้ หากว่าจักรยานสีเหลืองคันนั้นที่เธอขี่มาจะไม่..ยังจอดอยู่หน้าตึก หากปฏิทินบนผนังจะไม่ถูกขีดวงกลมไว้ ...วันครบรอบสองพันวัน

คนอื่นเชื่อว่านั่นเป็นเพราะจุนโซคิดถึงมิยอนมากเกินไป

เขาเลอะเลือนเพราะความเสียใจ

หรือแท้จริงมันคือปาฏิหารย์ที่รอคอยให้เขาได้ค้นหาคำตอบ

จากร่องรอย..ที่เธอได้ทิ้งไว้ให้




จากความทรงจำที่พรั่งพรู จุนโซได้ซาบซึ้งถึงความรักที่เคยมีร่วมกันกับเธออีกครั้ง และนั่นทำให้เขาเพิ่งได้ตระหนักแก่ใจว่าเธอไม่เคยแตกต่างไปเลยจากมิยอนคนเดิมในอดีต เหตุความสัมพันธ์ที่จืดจางเป็นเพราะเขาคนเดียวที่เปลี่ยนแปลง

ในวันนี้ที่รู้ตัวว่าเธอ..สำคัญ มันจะสายไปแล้วหรือเปล่า

หมอบอกว่า ถึงเวลาต้องปล่อยให้เธอไป แต่หัวใจของเขาไม่อาจทำได้

บางที ถ้าเขาตามหามิยอนคนนั้นพบ ปาฏิหารย์อาจมีอยู่จริง



ในวันครบรอบสองพันวัน เราจะพบกัน ณ ที่แห่งใด

จุนโซเพิ่งรู้ตัวว่า คำตอบที่ได้นั้น ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นความปรารถนาของตัวเขาเอง

สิ่งที่เธอยังจดจำ และตั้งใจจะทำ..เพื่อเขา

สักกี่คำขอโทษจะเพียงพอต่อความไม่ใส่ใจที่เคยทำไป

สักกี่ความสำนึกผิดและเสียใจ ถึงจะเพียงพอให้เธออภัยและฟื้นคืนมา

"มิยอนนา ผมรักคุณ"



ชอบค่ะหนังเรื่องนี้ เพราะทำให้รู้สึกสนุกกับการเขียนถึง เพราะโดยเนื้อหามันมีความหมายที่ซึ้งได้ด้วยตัวของมันเองนั่นก็คือ การเห็นความสำคัญในวันที่กำลังจะสูญเสีย ยังเสียดายว่าน่าจะทำออกมาได้ซึ้งมากกว่านี้อีก

เป็นเรื่องที่ไม่ได้คิดจะค้นหาเพราะไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ แต่เปิดไปเจอโดยบังเอิญ แถมยังมีพระนางเป็นนักแสดงที่ชอบทั้งคู่ ถือเป็นการชดเชยให้อาหมวยฮันจีเฮ ที่ชมผลงานของเธอคราวก่อน Little Bride (Sweet 18) ชอบมากกก แต่ด้วยเวลาที่มีเพียงจำกัดจังไม่อาจเขียนอวยให้เธอสักบล็อกได้ แต่พอเอ่ยถึงก็ยังนึกอยากจะเขียนถึงอยู่นะ อุตส่าห์เก็บรูปไว้พอโม้ได้ถึงบรรยากาศคู่ชีวิตของเจ้าสาวม.ปลายฮันจีเฮ กับเจ้าบ่าวทนายลีดองกัน (ที่ตอนนี้ใกล้จะสี่สิบอยู่รอมร่อแล้ว) เห็นเธอเรื่องนี้แล้วทำให้นึกอยากดูซีรีย์ May Queen ขึ้นมาตระหงิดๆ ตอนซีรีย์เริ่มออกอากาศก็อยากดูมากอยู่แล้วเป็นทุน แต่ติดคาใจอยู่เรื่องนึง ทำไมต้องให้พระเอกผิวหิมะอย่างคิมแจวอนไปเป็นพระรอง ( เคืองอย่างแรง ) แต่พอเห็นลำดับนักแสดงใน Asianwiki ตอนนี้แล้วให้นึกสงสัย หรือเนื้อเรื่องจะมีพลิกโผ ? แอบมีความหวัง เดี๋ยวจะแอบแว๊บดูตอนอวสาน (มิหวั่นสปอยล์) หากสรุปว่าคิมแจวอนเป็นพระเอกของฮันจีเฮล่ะก็..มีลุ้นว่าความยาว ๓๘ ตอน ก็สู้โว้ยยย




ส่วนพระเอกลีชอนฮี หนังเรื่อง Humming ปี ๒๐๐๘ เห็นได้ชัดว่าชอนฮียังได้บทเป็น "พระเอก" อยู่เลย หลังจากนั้นฮีก็ไปเข้าร่วมรายการ Family Outing และปลดปล่อยคาแรคเตอร์นางซินซื่อ-ทื่อทึ่ม ออกมาทำลายภาพลักษณ์พระเอกลงอย่างราบคาบ และก็เพิ่งเห็นข้อมูลจาก AsianWiki นี่แหละว่า Take care of us, Gaptain ที่พระเอกจีจินฮีเล่นคู่กับสาวสวยของ F4 กูเฮซึน มีลีชอนฮีร่วมแสดงอยู่กับเขาด้วย ..เป็นการเพิ่มพลังนักแสดงที่ทำให้อยากดูอีกละ ส่วนล่าสุดชอนฮีได้กลับมาเป็นพระเอกเต็มตัวอีกครั้ง (ยังเป็นได้อยู่) ในเรื่อง The Thousandth Man คู่กับนางเอกคังเยวอน




พักนี้ดูหนังเกาหลีบ่อย เพราะไม่ค่อยมีเวลาดูซีรีย์นานๆ แต่ดูไปดูมา
อารมณ์อยากดูดราม่าเกาหลีก็เริ่มจะตั้งเค้ามาอีกแล้ว ^^

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Asianwiki




 

Create Date : 21 มีนาคม 2556    
Last Update : 29 มีนาคม 2556 0:52:32 น.
Counter : 4313 Pageviews.  

กอด คือสัญญาหัวใจฝากมาชั่วนิรันดร์ I see you , I hear you, I love you .. "ALWAYS"



Director: Song Il-Gon
Writer: Song Il-Gon, Roh Hong-Jin, Yoo Young-A
Release date : October 20, 2011 Runtime : 108 mins

โรแมนติกจังหนังเรื่องนี้ นี่แหละหนังรักที่มองหา

Always กอด คือสัญญาหัวใจฝากมาชั่วนิรันดร์

ชอบชื่อเรื่องภาษาไทยเพราะสำนวนชวนซึ้งดี

พลอตเรื่องก็ดี

ชอลมิน (โซจีซบ) อดีตนักมวยผู้ซ่อนปมอดีตที่ปวดร้าวไว้ในใจและทิ้งชีวิตให้อยู่กับปัจจุบันที่ไร้อนาคต แถมยังดูเป็นคนไร้ความรู้สึกด้วย แต่วันหนึ่งเขาได้พบกับ จองฮวา (ฮันฮโยจู) หญิงสาวตาบอด ซึ่งแม้จะอยู่ในโลกมืดเพียงลำพัง แต่เธอก็ยังมีพลังที่จะใช้ชีวิตต่อไป ความร่าเริงสดใสของเธอทำให้เขามีชีวิตชีวาและรู้จักยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง

(ประโยคบรรยายพระเอกนี่ ลอกเรียงมาจาก M pictures นะคะ)



แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังยากสำหรับเขาที่จะเปิดใจให้เธอ

ปัญหาไม่ใช่เพราะว่าเธอเป็นผู้หญิงตาบอด

แต่เป็นเพราะคนเคยเลวอย่างเขาที่ไร้ค่าและไม่คู่ควร

....

ในโลกของคนตาบอดที่อ้างว้าง

เมื่อได้พบกับเขา เธอรู้สึกถึงโลกของความอบอุ่นใกล้ๆ ตัว

แต่แล้ว เขาก็กั้นกำแพงไม่ยอมให้เธอก้าวผ่านเข้าไปได้

และเพราะกำแพงนั้น เธอจึงตีกรอบปิดกั้นตัวเองจากเขาด้วยเช่นกัน



ทว่าความรักไม่ใช่สิ่งที่ใครหรืออะไรจะมาห้ามได้

ไม่ใช่รักหรือที่ทำให้เขาอยากจะปกป้อง อยากจะเป็นที่พึ่งพิงให้เธอ

และไม่ใช่รักหรือที่ทำให้เธออยากจะเห็นหน้าเขา ในมือสัมผัส

ในจินตนาการ หรือในความจริงด้วยดวงตาของเธอเอง ..สักวันหนึ่ง

มันคือความรัก และในความรักมีความเสียสละ

เพื่อให้เธอสามารถมองเห็นโลกใบนี้ได้อีกครั้ง
เขาจะยอมทำทุกอย่างแม้ต้องแลกชีวิตเป็นเดิมพัน



แต่สำหรับเธอมันจะมีความหมายอะไร
ถ้าโลกที่เธอได้มองเห็นไม่มีเขาอยู่เคียงข้างกัน

ในแต่ละวันเวลาที่ผ่านไป เขาอยู่ที่ไหน
ในท่ามกลางผู้คนขวักไขว่ ใครคือเขาคนนั้นที่เป็นผู้ชายของเธอ

"อาจัสซี ฉันไม่ได้บอกคุณมาก่อนหรือ
ฉันอยากมองเห็นได้ เป็นเพราะฉันอยากเห็นหน้าคุณ
แต่ทำไม คุณถึงปล่อยให้ฉันได้มองเห็นแค่ตัวฉันเอง"


ชอบไอเดียคนเขียนบทตรงจุดนี้นะคะ

ตอนอยู่ด้วยกันมองไม่เห็น ตอนมองเห็นไม่ได้อยู่ด้วยกัน

มันเป็นจุดหักเหที่โรแมนติกดี จึงชอบฉากที่นางเอกวิ่งร้องไห้ตามหาพระเอกมาก เพราะอารมณ์นั้นมันอินสุดๆ ^^



แม้ออกจะผิดคาดไปนิดหนึ่งที่คิดว่าเส้นทางเพื่อรักของชอลมินอดีตนักมวยแขวนนวม คือการที่เขาจะใส่นวมขึ้นชกและมีความรักความหวังเป็นพลังใจให้ฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อชัยชนะบนสังเวียนอีกครั้งหนึ่ง เป็นการต่อสู้เพื่อเธอ เพื่อรางวัลเกียรติยศอะไรทำนองนั้น



ที่ไหนได้ .. ดันนั่งเครื่องบินมาลงเมืองไทย นั่งสามล้อไปลงเอยด้วยการฟาดกำปั้นในสังเวียนมวยมืดซะงั้น เอาเถอะ .. ยังไงก็ "เพื่อเธอ" เหมือนกัน และหนังมันก็ซึ้งดี ซึ่งนอกจากเนื้อเรื่องการเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายซึ่งกันและกันจะเอื้อให้เกิดการเป็นหนังรักซาบซึ้งแล้ว การได้นักแสดงดังฝีมือคุณภาพอย่างโซจีซบและฮันฮโจยูมาเป็นอดีตนักมวยขี้แพ้กับสาวตาบอดที่ไม่ยอมสิ้นหวังกับชีวิต ต้องถือว่าเป็นคู่พระนางที่เพอร์เฟ็คต์ทีเดียว เพราะต่างเป็นพระนางที่ถูกใจทั้งคู่

ที่สำคัญคือ ในที่สุด เขาและเธอก็หากันจนเจอ คนรัก ความรัก และความสุข












เรื่องนี้พี่ซบดูเป็นอาตี๋แบบมืดๆ เพราะผิวคล้ำกรำทุกข์ ส่วนตัวจะชอบหน้าตาเข้มๆ ตอนมีหนวดมีเครามากกว่า แต่ก็ยังเป็นโซจีซบที่ดูโอเคอยู่นะ ไม่เหมือนพระเอกจีจินฮี ถ้าไม่ได้แสดงละครพีเรียดใส่หนวดเครา (ทงอี , แดจังกึม , The great Seer) เล่นละครในยุคปัจจุบันทีไรไม่ไหวจะชมสักเรื่องเลย เพราะโอปป้าจินฮีจะกลายเป็นตี๋เกาหลีแท้ที่จืดสนิท



ที่จริงก็เห็นอยู่นานแล้วนะหนังเรื่อง Always แค่เห็นโปสเตอร์หนังเป็นโซจีซบกับฮันฮโยจูก็น่าดูแล้ว แต่จากพลอตเรื่องอ่านแล้วกลัวความเศร้าเลยละไว้ก่อน จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ที่เห็นสาวฮันมาออกรายการ Running Man (ep.123-124) กับพระเอกหนุ่มโกซู จึงทราบว่าทั้งสองคนเล่นหนังโรแมนติกคอมเมดี้ด้วยกัน เรื่อง Love 911 เสิร์ชหาหนังเรื่องนี้ไม่เจอ เลยได้ดู Always แทน ซึ่งที่จริงหนังไม่ได้เศร้าอย่างที่นึกกลัว

ส่วน Love 911 ที่หาไม่เจอคงเป็นเพราะหนังยังคงใหม่เกินไป เพิ่งจะเข้าฉายที่เกาหลีเมื่อธันวาคมนี้ จึงยังไม่มีให้ดูออนไลน์ เคยอ่านเจอด้วยว่าหนังจะเข้าไทยเมษายนนี้ (จริงหรือเปล่าไม่คอนเฟิร์มนะคะ) ซึ่งถ้ามาจริงก็อยากจะไปดูอยู่เหมือนกัน เพราะดูจาก Trailers แล้วมันน่าสนุกดี ฮันฮโยจูตนสวย กับบทศัลแพทย์ตกอับจนต้องมาเป็นแพทย์ฉุกเฉินในหน่วยดับเพลิง และโกซูกับบทนักดับเพลิงหนุ่มผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์ของอาชีพ คนอื่นจะคิดอย่างไรไม่รู้กับนักแสดงคู่นี้ แต่ส่วนตัวคิดว่าเป็นคู่พระนางที่เพอร์เฟ็กต์ (อีกแล้ว) นางเอกบางคนที่เราชอบ ดูกี่เรื่องๆ ก็ไม่เคยได้พระเอกที่ถูกใจเลยสักคน แต่ฮันฮโยจูเนี่ย พระเอกของเธอแต่ละคน เรื่องไหนเรื่องนั้นสิน่า ..จีจินฮี ลีบยองฮุน ลีซึงกิ ลีจุนกิ แจจุง ล้วนน่าดูชม แต่ปลื้มแทนสาวฮันที่สุดก็คือได้คว้าคุณพี่โซซบกับโกซูมาเป็นพระเอกนี่แหละ เริ่ดดดที่ซู้ดดด !



ขอบคุณ :
ภาพโปสเตอร์และข้อมูล จาก Asian wiki
ดูหนังออนไลน์ Dramacrazy.net




 

Create Date : 17 มีนาคม 2556    
Last Update : 17 มีนาคม 2556 14:19:27 น.
Counter : 6136 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

BlogGang Popular Award#13


 
prysang
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 95 คน [?]




จำนวนผู้ชม คน : Users Online
New Comments
Friends' blogs
[Add prysang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.